“คุณหนูซือถูอวี้คนนี้ สร้างปัญหาได้ไม่ธรรมดาจริงๆ!”
หวังเฉินมองสามคนที่กำลังโรยตัวลงมาจากหน้าผาหุบเขาแล้วคิดในใจอย่างเ็า
เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเขาก็นึกออกแล้วว่าสามคนนี้คือใคร
พวกมันคือลูกสมุนทั้งสามของเฉินฮ่าวผู้บ้าคลั่งนั่นเอง
“ในเมื่อพวกมันอยู่ที่นี่ ไอ้เฉินฮ่าวก็ต้องอยู่แถวนี้ด้วยสิแล้วมันไปหลบอยู่ไหนกันนะ?”
ขณะที่คิดในใจหวังเฉินก็กวาดสายตาไปรอบๆ ผาหุบเขา แต่สุดท้ายก็ไม่พบอะไรเลย
“หวังเฉิน พวกมันเป็ใครกัน?”
ในตอนนั้นเองซือถูอวี้ก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับปิงชิง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล
“น่าจะเป็พวกที่ตามจีบเธออยู่ละมั้ง?”
หวังเฉินตอบอย่างไม่ใส่ใจ
เขามองว่าเฉินฮ่าวกับพวกสามคนนี้เป็เพียงเศษสวะจึงพูดออกไปอย่างไม่แยแส
“อะไรนะ?”
ซือถูอวี้อุทานเสียงหลงดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“พวกที่ตามจีบฉันเหรอ?” เธอจ้องมองสามคนที่อยู่ริมหน้าผาอย่างเคลือบแคลง
มองอยู่นานก็ไม่มีใครที่รู้จักเลยสักคน
“นี่! พวกนั้นเป็นักล่าค่าหัวไม่ใช่เหรอ? อย่ามาหลอกฉันนะ!”
ได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็กลอกตาอย่างช่วยไม่ได้
‘เธอเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับนักล่าค่าหัวไปหรือเปล่า? พวกกากแบบนี้แม้แต่หมายังไม่แลเลย!’
คิดในใจอย่างนั้นเขาก็พูดด้วยท่าทีไม่สนใจ “พวกมันคือลูกสมุนทั้งสามของเฉินฮ่าวตอนนี้ไม่รู้ว่าไอ้หมอนั่นไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน”
“หือ?”
ดวงตาของซือถูอวี้แข็งกร้าวเ็าขึ้นใบหน้าของเธอพลันแปรเปลี่ยนเป็บึ้งตึง
‘นายเฉินฮ่าวคนนั้นกล้าลงมือกับฉันงั้นเหรอ? ตระกูลเฉินคงเบื่อชีวิตแล้วสิท่า!’
เมื่อเห็นสีหน้าของซือถูอวี้หวังเฉินก็พูดอย่างไม่ใส่ใจ “อย่าคิดมากเลยเป้าหมายของพวกมันน่าจะเป็ฉันมากกว่า”
“ฮึ่ม! ไม่ได้หรอก กลับไปฉันจะให้พ่อฉันกำจัดตระกูลเฉินทิ้งให้หมดเลย!”
ซือถูอวี้ยิ่งพูดยิ่งเดือดดาล
...
ขณะที่หวังเฉินกับซือถูอวี้กำลังคุยกันนั้นมารเฉินหลุนในหุบเขาก็เห็นว่าหัวหน้าของพวกมันตายไปหนึ่งตนแล้วขวัญกำลังใจพลันลดฮวบลงทันที
มารเฉินหลุนหลายตัวดวงตาไร้แววโเี้พวกมันเริ่มคิดหาวิธีหนีแล้ว
ส่วนมารเฉินหลุนจอมเวทที่อยู่ภายใต้การคุ้มกันของลูกน้องใบหน้าเหี่ยวเฉาของมันก็ปรากฏรอยยิ้มอันน่าเกลียดน่ากลัว
“พวกเ้าทุกตนจงบุก!”
“ใครที่กล้าหนี ข้าจะฆ่ามันเป็รายแรก!”
มันโบกไม้เท้าสั้นเพื่อขับไล่ลูกน้องรอบๆตัว ให้พวกมันโจมตีหวังเฉินและซือถูอวี้
ด้วยความกลัวคำขู่ของมารเฉินหลุนจอมเวทมารเฉินหลุนที่หวาดกลัวก็กรูกันเข้าโจมตีด้วยความสับสนอลหม่าน
แต่เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนพวกมันก็เหมือนกับทหารเกณฑ์ที่ไร้ระเบียบ เมื่อเทียบกับกองทัพที่แข็งแกร่งกำลังรบและขวัญกำลังใจก็ตกต่ำถึงขีดสุด
“พวกขยะ!”
หวังเฉินที่ถูกเสียงรบกวนเหลือบมองมารเฉินหลุนที่พุ่งเข้ามา
“เธอเฝ้าระวังพวกนั้นให้ดีนะ ฉันจะจัดการสัตว์อสูรพวกนี้ก่อน”
เมื่อกำชับซือถูอวี้เสร็จเขาก็ฟาดฟันดาบยาวเข้าใส่ฝูงมารเฉินหลุน
ขณะที่สังหารมารเฉินหลุนธรรมดาไปพร้อมกันเขาก็ยังคงสอดส่ายสายตาไปรอบๆ เพื่อตามหามารเฉินหลุนจอมเวท
ทว่าเ้าหมอนั่นกลับเ้าเล่ห์นัก
มันซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางลูกน้องตลอดเวลาแถมยังเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ อีกด้วย
“สมแล้วที่เป็สัตว์อสูรที่มีสติปัญญาไม่เหมือนกับเ้าเตี้ยป้อมเมื่อกี้เลย”
หวังเฉินคิดในใจแววตาฉายแววเยือกเย็น
ในเมื่อมารเฉินหลุนจอมเวท้าเล่นซ่อนหากับเขาเขาก็จะฆ่ามารเฉินหลุนรอบๆ ให้หมด เพื่อให้มันไม่มีที่ซ่อนอีกต่อไป
เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นหวังเฉินก็เร่งความเร็วในการสังหารมารเฉินหลุนรอบๆ ตัว
ฉัวะฉัวะ ฉัวะ!!
แสงเยือกเย็นวาบผ่านมารเฉินหลุนที่พุ่งเข้ามาราวกับถูกเกี่ยวด้วยเคียว ต่างล้มลงระเนระนาด
ไม่ถึงหนึ่งนาทีกองกำลังที่ไร้ระเบียบของพวกมันก็เริ่มบางตาลง
และในขณะนั้นเอง...
ด้านหลังของมารเฉินหลุนจำนวนมากมารเฉินหลุนจอมเวทเร้นกายอย่างระมัดระวังดวงตาของมันจ้องมองหวังเฉินอย่างอาฆาตแค้น
พร้อมกันนั้นมันก็โบกไม้เท้าสั้นที่บิดเบี้ยวในมือเบาๆพลังงานสีเขียวเข้มเริ่มก่อตัวขึ้นที่ปลายไม้เท้า
เมื่อพลังงานสีเขียวเข้มรวมตัวกันจนกลายเป็ลูกบอลแสงที่ปลายไม้เท้ามารเฉินหลุนจอมเวทก็เผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
ในวินาทีถัดมามันชี้ไม้เท้าในมือไปยังหวังเฉิน กลุ่มพลังงานสีเขียวเข้มก็พุ่งออกไปในรูปของลำแสง
เฟี้ยว!
ลำแสงสีเขียวเข้มแหวกอากาศไปด้วยความเร็วที่ลูกธนูของซือถูอวี้ยังต้องยอมสยบ
เพียงชั่วพริบตาลำแสงนั้นก็มาถึงรอบๆ ตัวหวังเฉินแล้ว
เมื่อเห็นภาพนี้มารเฉินหลุนจอมเวทที่มีใบหน้าเหี่ยวแห้งเหมือนเปลือกไม้ก็เผยความลำพองใจและคาดหวัง
ลำแสงสีเขียวเข้มนี้คือทักษะโจมตีระยะไกลของมัน‘ลำแสงพิษ’ นั่นเอง!
มันแทบจะรอไม่ไหวแล้วที่จะเห็นมนุษย์ผู้ทำลายค่ายของมันกลายเป็บ่อเืที่น่าสยดสยอง
...
ในเวลาเดียวกัน
กลุ่มลูกน้องทั้งสามที่เข้ามาในหุบเขาอย่างระมัดระวังเห็นภาพนี้แล้วก็ดีใจ
“ตอนนี้แหละ!”
ลูกน้องนักธนูร้องลั่นพร้อมกับปลดปล่อยสายธนูที่โก่งจนสุด
จอมเวทที่อยู่ข้างๆก็ใช้ทักษะลูกไฟ
ในชั่วพริบตาการโจมตีทั้งสามก็ประสานกัน พุ่งเข้าใส่หวังเฉินด้วยความเร็วและพลังอันดุดัน
ด้านหลัง
ซือถูอวี้ที่กำลังตรึงนักรบคนหนึ่งในหมู่สมุนทั้งสามด้วยธนูในมือเมื่อเห็นการโจมตีสามสายพุ่งเข้าใส่หวังเฉิน ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานเสียงหลง
“หวังเฉิน! ระวัง!”
การโจมตีทั้งสามนั้นรวดเร็วมากเมื่อเธอเตือน พวกมันก็อยู่ห่างจากหวังเฉินไม่ถึงสองเมตรแล้ว
แต่ว่า...
“ในที่สุดก็หมดความอดทนแล้วสินะ!”
หวังเฉินที่กำลังใช้ดาบยาวสังหารมารเฉินหลุนอยู่รู้สึกถึงลมแรงที่พัดผ่านข้างกายและกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งใบหน้าของเขากลับไม่มีความประหลาดใจแม้แต่น้อย
ในเมื่อมีสัตว์อสูรเลเวล20ที่มีทักษะโจมตีระยะไกลอยู่แถมยังมีพวกคนเจตนาไม่ดีอีกสามคนแอบซุ่มอยู่รอบๆ เขาจะประมาทเลินเล่อได้อย่างไรกัน?
อย่าได้คิดว่าเขากำลังเพลิดเพลินกับการสังหารมารเฉินหลุนแท้จริงแล้วเขาระวังตัวมากเป็พิเศษ ก็เพื่อป้องกันการถูกลอบกัดอยู่ต่างหาก
“ในเมื่อแกออกมาแล้ว ก็เตรียมตัวไปลงนรกกับพวกพ้องของแกได้เลย!”
หวังเฉินหันกลับมาเผชิญหน้ากับลำแสงพิษที่พุ่งเข้ามาสายตาของเขาจ้องไปที่มารเฉินหลุนจอมเวทที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังทันที
อีกฝ่าย
มารเฉินหลุนจอมเวทที่ถูกจับตามองรู้สึกสั่นสะท้านในใจร่างกายของมันหดตัวกลับไปข้างหลังโดยไม่รู้ตัว
แต่แล้วความกลัวบนใบหน้าของมันก็หายไปและมองหวังเฉินด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม
ในตอนนี้ลำแสงพิษกับหวังเฉินอยู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งเมตร
หากคำนวณจากความเร็วของลำแสงพิษแล้วการเคลื่อนที่ในระยะแค่นี้จะใช้เวลาไม่ถึง 0.1 วินาทีเท่านั้น
แถมยังมีอีกสองการโจมตีที่ตามมาติดๆอีกด้วย
หากมนุษย์ผู้นี้มิใช่เทพเ้าก็ยากที่จะรอดพ้น
มารเฉินหลุนจอมเวทตั้งตารอที่จะเห็นมนุษย์ผู้นี้ถูกพิษกัดกินร่างกายร่ำไห้ครวญครางอย่างน่าสังเวช แล้วสลายเป็บ่อเื
แต่ทว่า...
ในชั่วขณะนั้นเองมันกลับไม่เห็นความหวาดกลัวใดๆ บนใบหน้าของมนุษย์ผู้นั้นเลยซ้ำอีกฝ่ายยังเผยรอยยิ้มที่ดูสดใสแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นและเจตนาฆ่าอย่างรุนแรงอีกด้วย
“อย่าล้อเล่นนะ!”
มารเฉินหลุนจอมเวทแค่นเสียงเย็นไม่เชื่อเลยว่ามนุษย์ผู้นี้จะสามารถหลบหลีกจากสถานการณ์คอขาดบาดตายในระยะประชิดขนาดนี้ได้
ทว่าในวินาทีถัดมาสีหน้าของมารเฉินหลุนจอมเวทก็แข็งทื่อไปทันที