ตอนที่ 10: บรรลัยกัลป์กลางนคร และนาทีระเหิดของพยัคฆ์ทมิฬ
บรรยากาศภายในโถงประมูล์ร่วงพลันหยุดนิ่งประดุจน้ำในสระที่กลายเป็น้ำแข็งชั่วพริบตา คำประกาศจากห้องรับรองชั้นสูงสุดของสำนักกระบี่เขียวไม่ได้เป็เพียงการขานราคา แต่มันคือคำสั่งประกาศสิทธิ์ขาดเหนือ 'แก่นอสูรเพลิงโลกันต์' ที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย มู่รุ่ยเสวี่ยกำพัดจีบในมือแน่นจนนิ้วนางซีดขาว ความกดดันจากขั้วอำนาจใหญ่ทำให้เม็ดเหงื่อซึมตามไรผม นางหันไปมองจ้าวหานที่ยังคงเอนหลังนั่งจิบชาด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน
"คุณชายจ้าว... ห้าล้านหินปราณนั่นยังพอไหว แต่การล่วงเกินสำนักกระบี่เขียวกลางเมืองเมฆาครามอาจทำให้สมาคมการค้าตระกูลมู่ล่มสลายได้ในคืนเดียว" มู่รุ่ยเสวี่ยเอ่ยเสียงสั่น
จ้าวหานวางจอกชาลงช้าๆ ั์ตาของเขาสะท้อน เงา ของเปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่ในแก่นอสูรบนเวทีประมูล "แม่นางมู่ ในโลกที่ข้าจากมา... กฎเกณฑ์ไม่ได้ถูกเขียนด้วยตัวเลขเงินตรา แต่มันถูกเขียนด้วยอานุภาพทำลายล้าง ใครที่มีอาวุธที่รุนแรงกว่า ผู้นั้นคือผู้กำหนดกฎ... เ้าจงประมูลต่อไป ข้า้าสิ่งนั้น และข้าจะเป็คนรับผิดชอบ 'ผลลัพธ์' ที่ตามมาเอง"
มู่รุ่ยเสวี่ยสูดลมหายใจลึก กัดฟันขานราคาต่อ "ห้าล้านห้าแสนหินปราณ!"
สิ้นเสียงของนาง ทั่วทั้งห้องโถงเกิดเสียงฮือฮาดังสนั่น ไม่มีใครคาดคิดว่าสมาคมการค้าเล็กๆ จะกล้าหักหน้าสำนักใหญ่กลางที่สาธารณะเช่นนี้ ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลดุจขุนเขาถล่มก็พุ่งเข้าใส่ห้องประมูลของตระกูลมู่จนกระจกอาคมสั่นะเืพร่ามัว
"บังอาจนัก!" เสียงทรงอำนาจของผู้าุโสำนักกระบี่เขียวคำราม "ในเมื่อพวกเ้าอยากรนหาที่ตาย... ข้าก็จะสงเคราะห์ให้! หกล้านหินปราณ! และจงจำไว้ว่าแก่นอสูรชิ้นนี้จะออกไปจากเมืองพร้อมกับิญญาของพวกเ้า!"
จ้าวหานแสยะยิ้มที่มุมปาก เขาหันไปพยักหน้าให้มู่รุ่ยเสวี่ยที่บัดนี้แทบจะทรงตัวไม่อยู่ "พอแล้ว... หกล้านนั่นให้พวกมันจ่ายไปเถอะ ข้าเปลี่ยนใจแล้ว การชิงของจากซากศพ... ประหยัดกว่าการประมูลเยอะ"
มู่รุ่ยเสวี่ยเบิกตากว้าง แต่อารมณ์ที่จ้าวหานแผ่ออกมากลับทำให้นางไม่กล้าคัดค้าน นางสั่งการให้คนติดตามถอนตัวจากการประมูลทันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากฝั่งตระกูลหลินและทหารรับจ้างพยัคฆ์ทมิฬที่นั่งอยู่ด้านล่าง
หลังจากการประมูลจบลงด้วยชัยชนะอันข่มขู่ของสำนักกระบี่เขียว จ้าวหานและมู่รุ่ยเสวี่ยก้าวออกจากอาคารประมูล ท่ามกลาง เงา ของราตรีที่เริ่มคืบคลานเข้าปกคลุมเมืองเมฆาคราม บรรยากาศบนท้องถนนที่ควรจะพลุกพล่านกลับเงียบงันผิดปกติ ร้านค้าต่างพากันปิดประตูสนิท ทหารยามหายหน้าไปจากจุดประจำการ ราวกับทุกคนรับรู้ว่าพายุกำลังจะพัดถล่ม
ที่หัวมุมถนนหน้าอาคารประมูล เหยาจ้าน หัวหน้ากลุ่มพยัคฆ์ทมิฬ ยืนกอดอกพิงกำแพงหิน ใบหน้าเหี้ยมเกรียมแฝงด้วยรอยยิ้มกระหายเื ด้านหลังของเขามีผู้ฝึกตนระดับทองคำเขียวอีกหนึ่งคนและยอดฝีมือขั้นก่อตั้งปราณนับสิบชีวิตยืนปิดล้อมทางออกไว้ทุกด้าน
"คุณชายจ้าว... ดูเหมือนทางเดินกลับหอสุราของท่านจะขรุขระเป็พิเศษนะ" เหยาจ้านเอ่ยพลางชักดาบั์สีดำที่แผ่กลิ่นอายคาวเืออกมา
จ้าวหานก้าวออกมายืนข้างหน้ามู่รุ่ยเสวี่ย มือขวาของเขาลูบคลำรอยสักมิติเบาๆ "ศูนย์... วิเคราะห์สถาปัตยกรรมรอบข้าง ถ้าข้าจะปิดบัญชีพวกมันที่นี่ ความเสียหายจะกระจายไปกว้างแค่ไหน?"
[วิเคราะห์พื้นที่... อาคารรอบข้างเป็ศิลาทนไฟเกรดต่ำ แรงกดดันจากการยิงระดับ 1 เต็มกำลังจะทำลายถนนในรัศมีห้าสิบเมตร แต่ถ้าเ้านายใช้โหมด 'Thermal Burst' หรือการะเิความร้อนสูง... เราจะสามารถระเหิดพวกมันได้โดยไม่ทำลายโครงสร้างอาคารมากนัก] เสียงของศูนย์ตอบกลับด้วยความแม่นยำทางคณิตศาสตร์ [แต่ข่าวร้ายคือ... แก่นอสูรนั่นกำลังถูกลำเลียงออกจากอาคารทางประตูหลัง โดยผู้าุโสำนักกระบี่เขียวขั้นทองคำเขียวระดับสูงหนึ่งท่านครับ]
"งั้นเราต้องจบเื่ตรงนี้ภายในสิบวินาที" จ้าวหานคำรามในลำคอ
"สิบวินาที? เ้าคิดว่าเ้าเป็ใคร!" เหยาจ้านะโก้อง พุ่งตัวเข้าหาจ้าวหานประดุจพยัคฆ์ร้าย ดาบั์ในมือวาดเป็วงโค้งสีดำทมิฬฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว พลังปราณระดับทองคำเขียวบีบอัดจนกลายเป็รูปหัวพยัคฆ์ขนาดมหึมาที่อ้าปากหมายจะกลืนกินทุกสิ่ง
จ้าวหานไม่หลบหนี เขาเร่งเร้า 'กายาหินผา' จนถึงขีดสุด ิัของเขากลายเป็สีเทาเข้มมันวาวประดุจเหล็กกล้าผสมหินหยก มวลร่างกายที่อัดแน่นทำให้เขายืนหยัดอยู่บนพื้นถนนโดยไม่ไหวติงต่อแรงกดดัน
นิ้วมือขวากดลงบนรอยสัก วาบ! ปืนมหาประลัยดำทมิฬปรากฏขึ้นในอ้อมแขน เข็มนาโนนับพันเล่มเจาะทะลุเข้าสู่ไหล่และกระดูกดำของเขาอย่างรวดเร็ว พลังงานมวลสารจากการกินมื้อใหญ่ที่ผ่านมาถูกสูบฉีดเข้าสู่ลำกล้องปืนราวกับพายุทอร์นาโด
[โหลดระดับ 1 เต็มกำลัง... โหมด Thermal Burst!]
"ตาย!" เหยาจ้านเหวี่ยงดาบเข้าใส่ระยะเผาขน
เปรี้ยงงงงงง!
ลำแสงที่พุ่งออกจากปากกระบอกปืนไม่ใช่สีฟ้าครามแบบทุกที แต่มันคือสีขาวสว่างจ้าจนดวงตาแทบบอด ความร้อนหลายล้านองศาเซลเซียสถูกบีบอัดเป็วงแคบ ลำแสงนั้นพุ่งปะทะกับพยัคฆ์ปราณและดาบั์ของเหยาจ้านในพริบตา
ไม่มีเสียงโลหะปะทะกัน มีเพียงเสียง 'ฟู่ว' ของมวลสารที่ระเหิดกลายเป็ไอ ดาบั์ระดับปฐีชั้นดีหายไปครึ่งเล่มในทันทีที่ััลำแสง ความร้อนแรงนั้นลามไปถึงแขนของเหยาจ้าน ิัและกล้ามเนื้อของหัวหน้าพยัคฆ์ทมิฬสุกจนกลายเป็สีดำเกรียมภายในเสี้ยววินาที
"อ๊ากกกกกก!" เหยาจ้านร้องโหยหวน ร่างของเขาถูกแรงดันอากาศมหาศาลกระแทกกระเด็นไปชนกับผู้ติดตามจนล้มระเนระนาด บาเรียระดับทองคำเขียวของเขาแตกกระจายราวกับแผ่นแก้วที่บางเฉียบ
จ้าวหานไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขาปรับมุมปืนเล็กน้อย แววตาสะท้อน เงา ของความพินาศเบื้องหน้า
"ศูนย์... กวาดล้างที่เหลือซะ"
[รับทราบ... ปล่อยรังสีความร้อนกระจายตัว 180 องศา]
วูบบบบ!
คลื่นความร้อนที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกจากปากกระบอกปืนเป็รูปพัด ทหารรับจ้างที่ยืนปิดล้อมอยู่โดยรอบต่างพากันทรุดลงไปกองกับพื้น เสื้อผ้าของพวกเขาลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีน้ำเงินที่ไม่มีวันดับ ิัพองโตและแตกออกจากการรับรังสีเข้มข้นในระยะใกล้ เพียงพริบตาเดียว กลุ่มพยัคฆ์ทมิฬที่เคยยิ่งใหญ่ในเมืองเมฆาครามก็กลายเป็กองขยะที่ไร้พละกำลัง
มู่รุ่ยเสวี่ยยืนนิ่งค้างอยู่เื้ัจ้าวหาน ความกลัวและความทึ่งผสมปนเปกันจนนางแทบเสียสติ นางมองดู เงา ของจ้าวหานที่ยืนตระหง่านท่ามกลางควันไฟและเสียงโอดครวญ ร่างของเขาดูใหญ่โตและน่าเกรงขามเกินกว่ามนุษย์ทั่วไป
"ไปกันเถอะ... แก่นอสูรนั่นกำลังเคลื่อนที่ห่างออกไปแล้ว" จ้าวหานลดปืนลง ตัวปืนพ่นควันสีขาวขุ่นออกมาอย่างต่อเนื่อง เข็มนาโนถอนตัวออกทิ้งรอยไหม้ไว้ที่ไหล่ แต่เขาเพียงแค่ขยับไหล่เบาๆ เพื่อสลายความเ็ป
กายาหินผาของเขายังคงสมบูรณ์ดี แรงสะท้อนกลับของการยิงระดับ 1 โหมด Thermal Burst ไม่สามารถสร้างความเสียหายรุนแรงให้แก่โครงสร้างร่างกายที่อัดแน่นด้วยมวลสารได้อีกต่อไป
เขาคว้าข้อมือมู่รุ่ยเสวี่ยแล้วพุ่งตัวไปตาม เงา ของอาคารมุ่งหน้าไปทางประตูทิศเหนือ ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังและความเงียบงันที่น่าสยดสยองในจุดที่เคยเป็ฐานกำลังของพยัคฆ์ทมิฬ
ที่ประตูทิศเหนือของเมือง... ผู้าุโชิงเฟิงแห่งสำนักกระบี่เขียวกำลังเคลื่อนที่ด้วยวิชาตัวเบาอย่างรวดเร็ว ในมือของเขาคือกล่องศิลาเยือกแข็งที่บรรจุแก่นอสูรล้ำค่า ั์ตาของชายชราเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เขาไม่สนความตายของทหารรับจ้างพยัคฆ์ทมิฬ เป้าหมายเดียวของเขาคือการนำสมบัติชิ้นนี้กลับสำนัก
ทว่า ก่อนที่เขาจะก้าวพ้นขอบกำแพงเมือง แสงสีฟ้าครามประหลาดก็วาบขึ้นเบื้องหน้า ทหารยามที่ประตูเมืองหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงชายหนุ่มในชุดสีดำยืนขวางทางอยู่
"ผู้าุโชิงเฟิง... วางของในมือลงซะ แล้วข้าจะพิจารณาให้ท่านตายแบบศพสมบูรณ์" จ้าวหานเอ่ยเสียงเ็า
"เ้าเด็กสามหาว! เ้าฆ่าคนของข้าแล้วยังกล้ามาขวางทางข้าอีกรึ!" ผู้าุโชิงเฟิงตวาดลั่น ชักกระบี่สีเขียวมรกตออกมา แผ่พุ่งกลิ่นอายพลังปราณระดับทองคำเขียวขั้นปลายที่สามารถสยบขุนเขาได้ออกมาจนบรรยากาศโดยรอบสั่นะเื
จ้าวหานยกปืนขึ้นประทับบ่าอีกครั้ง ั์ตาสีดำของเขาเปลี่ยนเป็สีม่วงจางๆ จากการทำงานหนักของระบบประสาทส่วนกลาง
"ศูนย์... เตรียมการยิงระดับ 1 'Over-Limit' ใช้มวลกล้ามเนื้อน่องขวา 1% และมวลิัแขนซ้าย 2%... ข้า้าพลังเจาะทะลุที่มากพอจะสลายกระบี่นั่น"
[รับคำสั่ง... คำเตือน: การยิงระดับ 1 Over-Limit จะสร้างความร้อนสูงเกินกว่าที่กายาหินผาจะรับได้ 100% บาเรียจะทำงานได้เพียง 80% เท่านั้น ยืนยันคำสั่งหรือไม่?]
"ยืนยัน... เพื่อแก่นอสูรนั่น แลกด้วยเนื้อมิดหน่อยจะเป็ไรไป!"
จ้าวหานเกร็งกำลังกายาทั้งหมด พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของเขาแตกร้าวจากการบีบอัดของกล้ามเนื้อที่หนาแน่นเหนือขีดจำกัด การประลองครั้งสุดท้ายเพื่อชิงแก่นอสูรเพลิงโลกันต์กำลังจะะเิขึ้นภายใต้ เงา ของกำแพงเมืองเมฆาครามที่สูงตระหง่าน!