บทที่12 กระบี่เทพอัคคีสำแดงเดช
หลังจากทานอาหารกันเสร็จแล้ว เฟยอวี่กับไป๋ลี่ ก็พากันไปที่จวนเ้าเมือง
ขณะที่ทั้งคู่ไปถึงจวนเ้าเมืองทหารยามเฟ้าประตูสองคนก็เข้ามาขวางทางไว้
"พวกเ้ามีบัตเชิญหรือไม่?"
"ไม่มี..แต่ข้าเป็แขกของตระกูลหม่า เ้าไปบอกคนของตระกูลหม่าข้างในงานว่าข้าเฟยอวี่มาแล้ว!"
"เ้าไปตรวจสอบดู!" ทหารยามเฟ้าประตูวิ่งเข้างานไปตรวจสอบอีกคนยืนเฟ้าเฟยอวี่
5นาทีผ่านไปทหารยามเฟ้าประตูกลัมาพร้อมกับหม่าซินรุ่ย
เฟยอวี่เห็นหม่าซินรุ่ย ก็เห็นความก้าวหน้าของนางได้ทันที แก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ3! อีกก้าวเดียวก็จะเข้าสู้ระดับ4ขั้นกลางแล้วถ้าให้เทียบกันแล้ววิชาเพลิงอัคคีสะท้านเทพนั้นทะลวงผ่านได้ง่ายกว่าวิชาจักรวาลรวมศูนย์! ของเฟยอวี่อย่างเห็นได้ชัด วิชาจักรวาลรวมศูนย์นั้นลึกลับเกินความเข้าใจของเฟยอวี่ไปมากไม่แปลใจที่มันจำเป็ต้องฝึกั้แ่เริ่มต้นไม่สามารถฝึกทับกับวิชาอื่นๆได้!
"เขาเป็แขกของข้าเอง ขอบใจพวกเ้ามาก" หม่าซินรุ่ยพูดพร้อมกับโยนถุงใส่หินวิญาณให้กับทหารยามเฟ้าประตู พร้อมกับพาเฟยอวี่เข้าไปที่เรือนรับรองที่เ้าเมืองจัดไว้ให้ตระกูลหม่า
ภายในเรือนรับรอง มีห้องแยกอีก5ห้องสำหรับไว้ทำสมาธิ มีคนอยู่สิบคนนั่งอยู่ทีโต๊ะประชุม มีหม่าจือฉวน หม่าเซียวหราน หม่าเชาหรง
และยังมีผู้าุโอีกเจ็ดคน หกคนมีระดับพลังอยู่ที่ระดับ5ขั้นต้นถึงขั้นกลาง อีกหนึ่งคนอยู่ที่ระดับ5ขั้นสูง เท่ากันกับหม่าจือฉวน รวมถึงหม่าเชาหรงก็ได้เข้าสู้ระดับ5ขั้นต้นแล้วเช่นกัน
"เ้าหนุ่มเ้ามาแล้ว " หม่าจือฉวน เป็คนแรกที่เริ่มทักทายเฟยอวี่
"ยินดีกับท่านหม่าจือฉวนและผู้าุโท่านนั้นที่เข้าสุ่ระดับ5ขั้นสูงได้สำเร็จ!"
"ทั้งหมดก็ต้องขอบคุณเ้า,ของที่เ้าฝากซินรุ่ยมาให้นั้นวิเศษอย่างมากทำให้ข้าและผู้าุโที่หนึ่งหม่าฟู่เฟิงข้ามผ่านมันมาได้! ก่อนจะเริ่มประชันศาสตราจะมีการประลองฝีมือของรุ่นเยาว์เ้าสนใจเข้าร่วมด้วยหรือไม่?" หม่าจือฉวนพูดด้วยสีหน้าที่ดูมีความสุขอย่างมาก
"ไม่ดีกว่าแค่เพียงซินรุ่ยกับรั่วชิงก็พอแล้ววันนี้ข้าตั้งใจมาเป็ผู้ชมเท่านั้น ข้าน้อยขอตัวเดินชมรอบๆที่จัดงานสักหน่อย" เฟยอวี่ไป๋ลี่และหม่าซินรุ่ย พากันออกจากห้องรับรองและเดินเล่นไปรอบๆสถานที่จัดงาน
"ข้าใช้ของเหลวจิตวิญาณหมดแล้ว" หม่าซินรุ่ยก็พูดขึ้นมาด้วยท่าทางรู้สึกผิดนิดๆ
ขณะเดียวกัน รั่วชิงวิ่งเข้ามาหาทั้งคู่
"คุณหนูท่านอยู่ที่นี่เอง คุยชายเฟยอวี่ก็อยู่ด้วย ขอโทษที่ข้ามาช้าข้ามั่วแต่ฝึกวิชาเพลินไปหน่อย" รัวชิงพุดด้วยท่าที่ที่ตื่นเต็นอย่างมาก แก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ1! เฟยอวี่เองก็ใอยู่เหมือนกันเด็กน้อยรั่วชิงนางนี้ดูท่าจะมีพร์มากกว่าที่เขาคิดไว้อีก เฟยอวี่ก็นำของเหลวจิติญญาระดับ4ออกมา2หลอดส่งให้กับพวกนาง
"นี่สำหรับพวกเ้ารับไปคนละหลอด ส่วนเ้ารั่วชิงเ้าไม่จำเป็ต้องทำงานอะไรให้ตระกูลหม่าอีกต่อไปจงใช้เวลาทั้งหมดตั้งใจฝึกฝน"
"แต่...ว่า" รั่วชิงยังคงลังเล
"ตามที่เฟยอวี่บอกเ้านั้นและถ้าเ้าอยากจะปกต้องข้าเ้าต้องเริ่มจากการแข็งแกร่งให้ได้มากกว่าข้าก่อน!"
หม่าซินรุ่ย พูดย้ำแทยเฟยอวี่ รั่วชิงได้ยินหม่าซินรุ่ย พูดก็พยักน่ารับทันที "เ้าค่ะคุณหนู"
"เ้านำกระบี่ระดับ4มาให้ข้า2เล่มข้าจะสลักอาคมเสริมแกร่งให้วันนี้พวกเ้าต้องลงประลองกับรุ่นเยาว์ตระกูลกัวนี่หน่า!"
ขณะเดียวกัน กัวเทียนเจี๋ยกับพวกที่นั่งคุยกัยกันอยู่ พอเห็นพวกของเฟยอวี่ก็เดินเข้ามาหาทันที
"ซินรุ่ย สีหน้าเ้าดูดีไม่น้อยเหมือนกับเ้ามั่นใจว่าจะชนะการประชันศาสตราในครั้งนี้อย่างนั้นและ!" กัวเทียนเจี๋ยพูดด้วยท่าที่หยิ่งผยองไม่น้อย
"มันแน่นอนอยู่แล้วไม่ว่าจะประชันศาสตราหรือแม่แต่ประลองยุทธตระกูลหมาของข้าย่อมเหนือกว่าตระกูลกัวของเ้าอยู่แล้ว!" หม่าซินรุ่ยตอบด้วยท่าทีที่ไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด
"เ้าช่างดูมั่นใจ? เอาเถอะแล้วข้าจะรอดูตอนงานเริ่มดูว่าเ้าจะยังคงมั่นใจแช่นนี้อยู่หรือไม่? ส่วนเ้าเด็กน้อยเรายังมีหนี้ติดค้างกันอยู่รอจบงานวันนี้ก่อนข้าจะจ่ายหนี้คืนให้เ้าอย่างจุใจเลยทีเดียว ฮ่าฮ่าฮ่า..พวกเราไป!"
กัวเทียนเจี๋ยและพวกต่างก็หัวเราะพร้อมกับเดินจากไป
เฟยอวี่ไมได้สนใจ พวกกัวเทียนเจี๋ยเลยแม่แต่น้อยสำหรับเฟยอวี่ มันไม่ได้ต่างไปจากมดแมลงทั่วไป
ขอแค่ไม่บินมาไกล้ๆแล้วทำให้เฟยอวี่รำคาญก็พอ เพราะถ้าเกิดมันมาทำให้รำคาญเฟยอวี่ก็แค่บี้มันทิ้งซะก็สิ้นเื่
ทั้งสี่คนเดินสำรวจรอบๆที่จัดงานสักพักก็พากันกลับไปที่เรือนรับรอง หม่าซินรุ่ยนำกระบี่ระดับสี่ขั้นสูงสองเล่มให้กับเฟยอวี่และพารั่วชิงออกไปฝึกซ้อมกระบี่ส่วนเฟยอวี่ก็เข้าไปในพักในห้องส่วนตัวเพื่อสลักอาคมเสริมแกร่งให้กับหม่าซินรุ่ยกับรั่วชิง
เวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็น งานประชันศาสตราก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว
ในงานมีคนไม่มากเท่าไหร่ประมาน100กว่าคนเท่านั้นส่วนใหญ่เป็คนจากสมาคมต่างๆและตระกูลใหญ่
เฟยอวี่กับไป๋ลี่นั่งอยู่ในส่วนที่นั่งของตระกูลหม่าที่เ้าเมืองจัดที่ไว้ให้ซึ่งเป็ฝี่งตรงข้ากับตระกูลกัวคนของตระกูลกัวมีเท่าๆกับตระกูลหม่ามีระดับผู้าุโสิบคนและรุ่นเยาว์อีกห้าคนนับรวมกัวเทียนเจี๋ยด้วย ตระกูลหม่านอกจากหม่าซินรุ่ยและรั่วชิงยังมีรุ่นเยาว์อายุไม่เกินสามสิบปีอีก3คน เป็ชายหมดทั้งสามคนอายุยี่สิบปลายๆแล้วทั้งนั้นมีระดับพลังแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ4หนึ่งคน และอีก2คนอยู่เพียงแค่ระดับแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ3เท่านั้น
บนที่นั่งพิเศษมีชายอายุหกสิบปีกับชายอายุ40นั่งอยู่ ชายวัย60มีระดับพลังอยู่ที่พลิกคว้ำปฐีระดับสมบูรณ์ และขายวัย40 เฟยอวี่กับถึงกับใเมื่อรับรู้ได้ถึงระดับพลังของชายคนนี้! กษัตริย์์ระดับ3! ทำไมคนระดับนี้ถึงมาอยู่ที่เมืองเล็กๆแห่งนี้กัน!? ขณะที่เฟยอวี่มองชายลึกลับ ชายลึกลับก็จ้องมองมาที่เฟยอวี่เช่นกัน ทั้งคู่สบตากันเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ทั้งคู่ก็ละสายตาออกจากกัน
"งานประลองรุ่นเยาว์กฎกติกาง่ายๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลามากเกินไปใครที่อายุไม่เกินสามสิบปีที่สนใจสามารถขึ้นมาบนเวลาทีประลองได้เลย ใครที่ยืนอยู่บนเวลาทีได้เป็คนสุดท้ายจะเป็ผู้ชนะสามารหาเพื่อนช่วยเหลือกันได้แต่ท้ายที่สุดเรายัง้าผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวผู้ชนะจะได้รางวัล5000หินิญญาระดับสูงจากข้า! พวกเ้ามีเวลาสิบลมหายใจในการขึ้นมาบนเวทีใครที่มั่นใจในฝีมือตัวเองก็จงก้าวออกมางานประลองเริ่มได้!" ชายวัย60ซึ่งก็คือเ้าเมืองของเมืองพยัคฆ์ครามแห่งนี้นี่เองที่เป็คนพูดเริ่มการประลอง
บนเวที ได้ถูกแบ่งออกเป็3กลุ่ม กลุ่มของตระกูลกัว กลุ่มของตระกูลหม่า และกลุ่มของตระกูลต่างๆอีก10กว่าคน
ผู้ที่ลงมือก่อนคือกลุ่มของตระกูลต่างๆ คนทั้งหมดพุ่งเป้าไปที่กลุ่มของตระกูลหม่า
"บัดซบ! ทำไมพวกมันถึงพุ่งเป้ามาที่พวกเรากลุ่มเดียว!"
"ต้องเป็แผนของพวกตระกูลกัวอยู่แล้วพวกเราก็แค่ออกแรงเพื่มอีกสักหน่อย" หม่าซินรุ่ยยังคงพูดด้วยสีหน้าที่มั่นใจ
"ดูเหมือนเด็กของตระกูลหม่าจะลำบากแล้วสิ"
"ตระกูลต่างๆคงมั่นใจในชัยชนะของตระกูลกัวมากถึงได้แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้"
"แม่แต่สมาคมค่ายกลยังเข้าข้างตระกูลกัวตระกูลหม่าคงยากที่จะรักษาตำแหน่งตระกูลชั้น1ต่อไป"
"แต่สมาคมค่ายกลก็ทำตัวหน้าเกลียดเกินไปพวกเราสมาคมต่างๆล้วนต้องทำตัวเป็กลางไม่ยุ่งวุ่ยวายกับปัญหาส่วนตัวของตระกูลต่างๆ!"
"ยังไงที่นี้ก็เป็แค่เมืองเล็กๆสาขาใหญ่ของสมาคมค่ายกลคงไม่มาสนใจอะไรในเมืองเล็กๆแห่งนี้ พวกเราเองก็ทำได้แค่เป็ผู้ชมที่ทีดีแม้แต่เ้าเมืองเองยังต้องหลับตาข้างหนึ่งเพราะถ้าพูดถึงเื่ความแข็งแกร่งตระกูลกัวแข็งแกร่งกว่าตระกูลหม่าอยู่ส่วนหนึ่งยังไงเ้าเมืองก็ต้องยืนอยู่ข้างผู้แข็งแร่งกว่าอยู่แล้วเพราะมันสงผลถึงความแข็งแกร่งโดยรวมของเมืองพยัคฆ์คราม!"
กลุ่มของตระกูลกัวทั้งห้าคนยังคงยืนมองดูอย่างสนุกสนาน ในขณะเดียวกัน ทั้งดาบ กระบี่ หอก แม้กระทั่งลูกศรของธนู คลื่นพลังมากว่าสิบสายล้วนพุ่งตรงเข้าใส่กลุ่มของหม่าซินรุ่ย หม่าซินรุ่ยกระตุ้นอาคมเสริมแกร่งกระบี่ที่อยู่ในมือของหม่าซินรุ่ยส่องแสงสีเงินอ่อนๆ หม่าซินรุ่ยยกกระบี่ขึ้นมาฟันเข้าใส่กลุ่มคนทั้งหมดที่จู่โจมเข้ามา
"กระบวนท่าที่1เทพอัคคีฟาดฟัน!" คลื่นกระบี่ร้อนระอุพุ่งเข้าปะทะกับคลื่นของกลุ่มคนทั้งหมด
"ปัง!"
"เพล้ง!"
"ตุบ!"
"ตุบ!"
"พรวด!"
อาวุธต่างๆในมือของกลุ่มคนทั้งหมดยกเว้นหญิงสาวที่ยิงธนูอยู่ข้างหลังล้วนแตกหัก เกราะลมปราณของทุนคนล้วนแตกกระจาย ทุกคนถอยหลังไปสิบก้าวพร้อมกับกระอักเืออกมา
ทุกคนทั่วทั้งงานต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น ความเงียบได้เข้ามาปกคลุม มีเพียงเฟยอวี่และไป๋ลี่เท่านั้นที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยอยู่เหมือนเดิม แม้แต่เ้าเมืองเองก็ใเช่นกัน มีเพียงชายลึกลับเท่านั้นที่สีหน้าค่อยๆเปลียนไปชายลึกลับขมวดคิ้ว แล้วพึมพัมออกมา "วิชากระบี่เทพอัคคีของแดนศักดิ์สิทธิ์เทพอัคคี!"