ตอนที่ 17 ควันพิษ (2)
ในใจของซ่งจื่อเฉินมีแผนการแล้ว หันไปสั่งด้วยเสียงทุ้มต่ำ ถึงแม้ถังเหวินข่ายกับเซวียจ้าวจะไว้ใจไม่ค่อยได้ ทว่าใช้ให้เฝ้าทัพใหญ่คงไม่มีทางเกิดเรื่องอะไร อย่างไรเสียเป้าหมายของคนพวกนี้ก็เป็นเขาอยู่วันยังค่ำ อีกทั้งสองคนนี้ยังเห็นผลประโยชน์มาก่อน ไม่มีทางทำลายอนาคตตัวเองด้วยการพาทหารก่อกบฏ ถึงขนาดที่ยังจะพยายามทุ่มเทอย่างเต็มที่ด้วยซ้ำ เพื่อจะได้แย่งชิงผลงานมากหน่อยในยามที่ตนเกิดเรื่อง แต่ถ้ามีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดเรื่องกับมู่ชิวจริง การส่งถังเหวินข่ายไปเฝ้าหน้าทางเข้าหุบเขาก็มีความเสี่ยงมากเช่นกัน เขายอมพาตัวเองไปปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ดีกว่าปล่อยภัยแฝงเช่นนี้ไปเฉยๆ
“ท่านอ๋อง แบบนี้ยังไม่เรียกวู่วามหรือพ่ะย่ะค่ะ”
เมิ่งต๋าเซียนฟังแล้วก็ยิ่งฉงน ถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก ขมวดคิ้วพลางพูดด้วยความลำบากใจ “ท่านอ๋อง ท่านกุนซือเพิ่งบอกอยู่ว่าห้ามท่านอ๋องไป กระหม่อมเอาคำพูดมาถ่ายทอด ผลปรากฏว่าท่านอ๋องก็จะออกไปทันที แบบนั้นรอท่านกุนซือกลับมาจะต้องเชื่อท่านอ๋องอย่างแน่นอน กระหม่อมมิเท่ากับล่วงเกินทุกฝ่ายเลยหรือ...”
“ใครบอกเจ้าว่าข้าจะเข้าไปในหุบเขา”
ซ่งจื่อเฉินเหลือบมองเมิ่งต๋าเซียน พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ข้าจะแค่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ตรงทางเข้า ไม่เข้าไปแน่นอน แบบนี้ไม่ถือเป็นการผิดต่อคำพูดของกุนซือใช่ไหมล่ะ”
“ท่านอ๋องตรัสเช่นนี้ ทำเหมือนพวกเราไม่รู้ว่าคำว่า ‘ไม่เข้าไป’ ก็แค่เอามาหลอกให้เชื่อฟังเท่านั้น...”
เมิ่งต๋าเซียนตอบอย่างไม่ยินยอมนัก ถูกถีบก้นอย่างไร้ความปรานีไปอีกหนึ่งที หดคอกระโดดตัวหนี ทำท่าจะวิ่งออกนอกกระโจม “พ่ะย่ะค่ะ พระองค์คือท่านอ๋อง กระหม่อมไม่เถียงแล้ว อย่างไรเสียกระหม่อมก็ถ่ายทอดคำพูดแล้ว ท่านอ๋องอยากทำอะไรก็ทำไป อีกประเดี๋ยวกระหม่อมจะบอกท่านกุนซือไปตามตรง อย่าดึงกระหม่อมเข้าไปเกี่ยวด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ...”
“ทำไมท่านกุนซือถึงยอมมาสำรวจเส้นทางกับข้า”
ทันใดนั้นก็ได้ยินเผิงเฟยกุยถามด้วยน้ำเสียงสงสัย มู่ชิวจึงดึงบังเหียนม้าแล้วหันไปมองเขา ยิ้มอย่างจนใจ “แม่ทัพเผิงเป็นคนเอ่ยชื่อของข้า เหตุใดตอนนี้กลับมาย้อนถามข้าเสียได้”
“เดิมทีคิดว่าท่านจะไม่ตอบตกลง ต่อให้ท่านตกลง ท่านแม่ทัพก็ไม่มีทางอนุญาต”
เผิงเฟยกุยไม่มองเขา แค่เร่งม้าเดินหน้าไป สักพักถึงพูดขึ้นมาอีก “ออกมาทำศึก แม่ทัพจะพาคนในครอบครัวมาสักคนสองคนเดิมทีก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ข้าก็แค่ไม่เข้าใจ บัณฑิตอ่อนแอเช่นท่านเหตุใดถึงมีความคิดอยากทำศึกฆ่าศัตรู ต่างรู้กันดีว่าเหตุการณ์ในสนามรบเปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา เดิมทีก็ไม่ใช่ที่ที่สามารถเจรจาได้ หากเพียงเพื่อสั่งสมผลงาน ข้าขอเตือนท่านให้เปลี่ยนเส้นทางเสียดีกว่า อย่ามีความคิดเช่นนี้เลย”
“บัณฑิตอ่อนแอ...”
มู่ชิวพึมพำคำคำนี้ สายตาเจือไปด้วยรอยยิ้มจนปัญญา แต่ไม่เถียงกลับ แค่ถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ลูบแผงขนของม้าพลางพูด “มู่ชิวไม่รู้เรื่องการศึกก็จริง แต่กลับไม่เคยกล้ายุ่งเรื่องวางยุทธวิธีการรบอย่างไม่รู้จักประมาณตน สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงช่วยทำธุระนิดหน่อยแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้น พูดออกมาแม่ทัพเผิงอาจไม่เชื่อ ข้าติดตามท่านอ๋อง อันที่จริงก็เพื่อคุ้มครองท่านอ๋อง”
“ท่านน่ะหรือ”
เผิงเฟยกุยมองร่างผอมบางของมู่ชิวด้วยสีหน้าตกใจ สายตาเจือไปด้วยความตะลึงอย่างอดไม่ได้ “ท่านไม่มีทางถูกฝึกมาจากกองทัพ...ท่านเป็นคนของยุทธภพอย่างนั้นหรือ”
“ไม่ถึงขนาดนั้น ก็แค่วิชาป้องกันตัวที่สืบทอดกันมาในตระกูล”
มู่ชิวยิ้มพลางส่ายหน้า ขณะที่กำลังจะพูดต่อ ทันใดนั้นสีหน้ากลับตระหนกเล็กน้อย เอาแส้ขวางม้าศึกของเผิงเฟยกุย แต่ตัวเองกลับลงจากม้าเดินไปข้างหน้า “แม่ทัพเผิงรอสักครู่ ข้าจะไปดูก่อน”
เดิมทีเผิงเฟยกุยยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ พอได้ยินมู่ชิวเตือนแบบนี้ก็มองสำรวจอย่างถี่ถ้วนตามสัญชาตญาณ ถึงได้รู้สึกหวั่นใจขึ้นมารางๆ หัวใจเต้นเร็วขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ รู้สึกหนักใจเล็กน้อย รีบเอามือปิดจมูกทันทีแล้วตะโกนไปข้างหน้าด้วยน้ำเสียงร้อนรน “รีบกลับมา เกรงว่าข้างหน้าจะมีหมอกพิษ ระวังเข้าสู่ร่างกาย!”
“ไม่เป็นไร หมอกพิษทำอะไรข้าไม่ได้”
มู่ชิวพูดเสียงสูงขึ้นเล็กน้อย แววตามีรอยยิ้มอย่างจนใจปราดหนึ่ง เขาไม่กลัวของพวกนี้ ไม่ใช่เพราะร่างกายของตนดีสักแค่ไหนหรือกำลังภายในแข็งแกร่ง แต่เป็นเพราะเดิมทีพิษหงรัญจวนในกายเขาก็เป็นพิษรุนแรงที่สุดในโลกหล้า แม้จะบั่นทอนพลังชีวิตของเขาตลอดเวลา แต่แทบจะไม่มีพิษใดทำร้ายตนได้อีก ยิ่งไปกว่านั้นเขาถูกพิษชนิดนี้ตั้งแต่เด็ก แทรกซึมอวัยวะภายในมากขึ้นทุกปี ถือได้ว่าเป็นร่างกายที่ร้อยพิษไม่รุกรานแล้ว ทว่ากลับไม่รู้สึกเป็นการประชดประชันแต่อย่างใด
เผิงเฟยกุยมองตามหลังมู่ชิวที่ราวกับไม่เป็นอะไรด้วยความตกใจ เขากลับกัดฟันลงจากม้า เอามือปิดจมูกแน่น สาวเท้าตามมู่ชิวไป “อย่าเหลวไหล หากเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ ข้าจนปัญญาจะตอบคำถามของท่านอ๋อง”
“แม้ลักษณะพื้นที่ของที่นี่จะอันตราย แต่ตอนนี้เป็นฤดูหนาวพอดี อีกทั้งที่นี่แห้งแล้งมานาน เดิมไม่ควรมีหมอกพิษ”
มู่ชิวก็ไม่ห้ามเผิงเฟยกุย เขาแค่เอาผ้าเช็ดหน้าแตะน้ำในกระเป๋าน้ำที่พกติดตัวแล้วยื่นให้ จากนั้นก็มองสำรวจรอบตัวอย่างละเอียด “หากไม่ใช่หมอกพิษ เกรงว่าคงเป็นควันพิษ ท่านแม่ทัพรีบพาคนออกจากที่นี่ไปก่อน อีกประเดี๋ยวข้าตามไป”