จู่ๆจางเฉียงก็พูดประโยคนี้ออกมา เขาค่อยๆ วางอาหารคนตายในมือกลับลงไปบนโต๊ะก่อนจะพูดกับผมด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ว่า “ไปกับฉันสิ ไปพบอาจารย์ด้วยกันเถอะ!”
ขณะที่พูด ดวงตาของจางเฉียงซึ่งเป็ผีจมน้ำก็ยิ่งดูว่างเปล่าไปอีกสีหน้ากลับมาดูแข็งทื่อเหมือนเดิม เขาค่อยๆยื่นมือซีดขาวที่เปียกชื้นมาทางผมเหมือนจะจับตัวผม
เมื่อเห็นมือนั้น ผมถึงกับสะดุ้งวูบในใจ มือนั้นซีดขาวและชุ่มน้ำราวกับพลังแห่งความตายจับต้องได้ ผมไม่รู้ว่า ‘อาจารย์’ ที่เขาพูดถึงนั้นคือใคร หรืออาจจะเป็ความยึดติดบางอย่างหลังความตายของเขา
แต่ตอนนี้ ผมไม่มีเวลาคิดให้ลึกถึงเื่นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องทำให้เขากินอาหารคนตายจานสุดท้ายให้หมดก่อน
“จางเฉียง นี่เป็จานสุดท้ายแล้วอย่าเพิ่งรีบ กินให้เสร็จแล้วเราค่อยไป ชิมสิ!”
พูดจบ ผมหยิบจานปลาทอดไร้หัวที่เต็มไปด้วยน้ำมันหมูขึ้นมาทันที
จางเฉียงมองปลาทอดไร้หัวในจาน จมูกของเขาสูดกลิ่นอีกสองสามครั้งร่างกายแข็งค้างอยู่กับที่ เขาหันไปมองผืนน้ำในทะเลสาบสลับกับมองอาหารในมือของผมดูเหมือนเขากำลังลังเลที่จะตัดสินใจบางอย่าง
เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มสนใจ ผมจึงรีบพูดต่อ “จางเฉียง อาหารนี่มันอร่อยมาก กินก่อนแล้วค่อยไปก็ไม่สายหรอก!”
พูดจบ ผมยื่นจานปลาทอดเข้าไปใกล้เขา ผมสังเกตได้ว่าจางเฉียงซึ่งเป็ผีจมน้ำดูมีท่าทีหวั่นไหว แต่ก็เหมือนมีบางอย่างที่เขายังกลัวอยู่ใบหน้าของเขาแสดงความอยากกินแต่ก็แฝงความลังเลไว้
“อย่าลังเลเลย จางเฉียง มากินสักคำกินเสร็จแล้วเราค่อยไปด้วยกัน” ผมพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แเี
ในที่สุด จางเฉียงก็ทนแรงดึงดูดของอาหารคนตายไม่ไหว หลังจากลังเลอยู่นานเขายื่นมือไปคว้าปลาทอดในจานของผม และกัดลงไปที่หัวปลาที่เต็มไปด้วยน้ำมันหมู
เสียง “กร๊อบๆ” ดังขึ้นจากการเคี้ยวของเขาผมเห็นจางเฉียงกินหัวปลาเข้าไปแล้ว ใจผมก็พลันเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น ‘ในที่สุดก็หลอกให้เขากินจานสุดท้ายได้สำเร็จ!’
ผมคิดในใจว่า เมื่อเขากินเสร็จ คราวนี้คงจะสามารถส่งเขาไปสู่สุคติได้เสียที!
ในใจผมกำลังคิดไปพร้อมกับความคาดหวังเต็มเปี่ยม
แต่ใครจะไปคิดว่า คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต
ในจังหวะสำคัญนั้นเอง ท่ามกลางความเงียบสงัดของสวนสาธารณะ จู่ๆก็มีเสียงนกร้องแหลมสูงดังขึ้นมา
“ฮูกๆ...”
เสียงร้องดังขึ้นเรื่อยๆ แรงขึ้นเป็ลำดับเสียงนี้ทำลายความเงียบในสวนจนกลายเป็เสียงที่ทั้งแหลมและแปลกประหลาดขนลุกไปทั้งหลังทันทีที่ได้ยิน
ผมมองตามเสียงไป และเห็นบนยอดไม้ไม่ไกลออกไปนัก มีนกฮูกตัวหนึ่งเกาะอยู่บนกิ่งไม้ไม่รู้มันบินมาเมื่อไร มันอ้าปากร้องเสียงแปลกประหลาดอยู่บนนั้น
ในหมู่บ้านของเรา นกฮูกตัวนี้ถูกเรียกว่า ‘นกเรียกิญญา’ เชื่อกันว่าถ้ามันมาเกาะร้องอยู่หน้าบ้านของใครบ้านนั้นจะมีคนตายแน่นอน
เพราะเหตุนี้ หากมีนกฮูกบินเข้ามาในหมู่บ้านมันจะถูกไล่ออกไปอย่างไร้ความปรานี ถ้าไม่ติดว่ามันเป็สัตว์คุ้มครองตามกฎหมายบางทีอาจถูกตีตายไปแล้ว...
และมันดันเลือกมาร้องเอาเวลานี้ ทำให้ผมรู้สึกถึงลางไม่ดีเอาเสียเลย
พอหันกลับมามองอีกทีจางเฉียงที่กำลังกินปลาทอดไร้หัวอยู่เมื่อครู่กลับหยุดมือไปแล้วปลาทอดที่เขาถืออยู่ในมือถูกโยนลงพื้น สีหน้าของเขามืดครึ้มและในดวงตาปรากฏแววโเี้
เขาจ้องมองผมเขม็งด้วยสายตาที่ทำให้ผมรู้สึกเสียวสันหลัง
เมื่อเห็นแบบนี้ ผมคิดในใจว่า ‘แย่แล้ว!’
น่าจะเป็เพราะเสียงร้องแหลมของนกฮูกตัวนั้นรบกวนการกินอาหารคนตายของจางเฉียงผมรู้สึกว่าสิ่งที่วางแผนไว้อาจล้มเหลวไม่เป็ท่า
แต่ผมยังพยายามจะลองพูดกล่อมเขาอีกครั้ง ทว่าก่อนที่ผมจะได้พูดอะไรออกมาจางเฉียงกลับยกมือขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และคว้าคอของผมไว้แน่นเขาออกแรงบีบจนผมหายใจติดขัด พร้อมทั้งพูดลากเสียงยาวว่า “ไปกับฉัน!”
พูดจบ เขาก็บีบคอผมแน่นกว่าเดิม และเริ่มลากผมไปทางริมทะเลสาบอย่างรุนแรง...
เขาบีบคอผมแน่นจนเจ็บมาก รู้สึกได้ว่าปลายเล็บของเขาแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ
แรงของเขามหาศาลจนผมไม่สามารถขัดขืนได้เลย ร่างกายถูกลากไปทางริมทะเลสาบอย่างไม่อาจขัดขืน
แต่ในจังหวะนั้นเองหางตาของผมเหลือบไปเห็นว่าบริเวณใต้ต้นไม้ที่นกฮูกเกาะอยู่มีร่างของใครบางคนยืนอยู่
ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็ิญญาชายชราจากศาลาที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้ เขายืนยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมและดูตื่นเต้นราวกับกำลังสนุกกับสิ่งที่เห็นเมื่อเห็นเขา ผมพลันเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด
นกฮูกที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหันนั้นไม่ใช่เื่บังเอิญแต่มันเป็ฝีมือของิญญาชายชราตนนั้นที่จงใจสร้างความวุ่นวาย
ช่างน่ารังเกียจนัก!ทั้งที่ผมใกล้จะขจัดพลังลบและความอาฆาตในตัวจางเฉียงได้แล้วแท้ๆแต่กลับถูกเ้าิญญาชายชราตนนั้นทำลายทุกอย่างในขั้นสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ผมไม่มีเวลาสนใจิญญาชายชราตนนั้นอีกแล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือผมต้องช่วยตัวเองก่อน หากถูกจับลงไปในทะเลสาบ ผมต้องตายแน่นอน
จางเฉียงบีบคอผมแน่นจนหายใจไม่ออก ดวงตาของเขาไร้แวว สีหน้าแข็งทื่อและปากก็เอ่ยซ้ำๆ ว่า “ไปกับฉัน! ไปกับฉัน!”
ขาข้างหนึ่งของผมลุยลงไปในน้ำแล้ว อีกเพียงก้าวเดียว ผมจะถูกเขาลากลงน้ำ และจมน้ำตายในที่สุด
ในจังหวะวิกฤตสุดท้ายนี้ ผมไม่สนใจอะไรอีกต่อไป
“ฉัวะ!” ผมดึงมีดหัวัออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเล็งไปที่ใบหน้าของจางเฉียงและฟันลงไปเต็มแรง
จางเฉียงที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมเหมือนคนไม่มีสติ เขาไม่หลบเลยแม้แต่น้อย
มีดของผมฟันลงไปกลางใบหน้าของเขาเต็มๆ แต่เขากลับไม่หลุดเสียงร้องเ็ปออกมาเลยแผลนั้นไม่มีเืไหล แต่เขาก็หยุดเดินทันที
จางเฉียงยังถามกลับด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อว่า “ทำไมถึงฟันฉัน”
พูดจบ เขายิ่งบีบคอผมแน่นขึ้นไปอีกผมรู้สึกได้ถึงปลายเล็บของเขาที่จิกลึกลงไปในิัของผม
รู้สึกเหมือนกระดูกคอของผมกำลังจะแตกเป็เสี่ยงๆ
ผมไม่สามารถหายใจได้อีกต่อไป แต่ตอนนี้ดวงตาของผมแดงก่ำด้วยความโกรธ
“นายจะฆ่าฉันก็อย่าหวังว่าฉันจะยอมตายโดยไม่สู้!”
ผมกัดฟันเผชิญหน้ากับเขาด้วยความสิ้นหวัง!
ผมะโออกมาด้วยเสียงแหบพร่า ราวกับระบายความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในใจ
“นายอยากให้ฉันตายใช่ไหมถ้างั้นฉันก็จะฟันนายให้ตายเหมือนกัน!”
พูดจบ ผมดึงมีดหัวัที่เฉาะอยู่บนหน้าของจางเฉียงออกมาแล้วฟันไปที่มือของเขาที่กำลังบีบคอผม
“ฉัวะ!” เสียงเหมือนฟันลงไปบนต้นกล้วย
มือผีของจางเฉียงที่กำคอผมไว้ถูกฟันขาดในทันที ทันใดนั้นเสียง “ตุ้บ!” ดังขึ้น พร้อมกับไฟิญญาสีเขียวลุกวาบขึ้นมาก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ผมไอออกมาสองครั้งด้วยความเจ็บ ก่อนจะรีบะโกลับขึ้นฝั่งทันทีเพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างตัวเองกับจางเฉียง
แต่จางเฉียงยังคงมีสีหน้าทึ่มทื่อเรียบเฉยแม้ว่าใบหน้าของเขาจะมีรอยแผลยาวจากมีด และมือข้างหนึ่งก็ถูกฟันขาดไปแล้วเขากลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ไม่มีเสียงร้องเ็ปแม้แต่น้อย
เขายังพูดด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อเหมือนเดิมว่า “ไปกับฉันไปเจออาจารย์ด้วยกัน”
พูดจบเขาเริ่มเดินตรงมาหาผมอีกครั้งด้วยท่าทางก้าวย่างที่เยือกเย็นและน่ากลัวบรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็นและความเย็นะเืที่จับต้องได้ทำให้ผมหวาดกลัวอย่างมาก
แต่ในความกลัวนั้น ผมหยิบมีดหัวัขึ้นมาอีกครั้งชี้ไปที่เขาแล้วะโออกไปว่า “กลับไปหาพระแสงอะไรล่ะ! นายตายไปแล้วจะมายุ่งกับฉันทำไมอีก! ถ้าขืนเข้ามาอีก ฉันจะสู้กับนายให้ตายกันไปข้าง!”
ในใจผมเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นแต่แรงผลักดันจากความอยากมีชีวิตรอดทำให้ผมกล้าะโออกมาพร้อมชี้มีดหัวัไปที่จางเฉียง
แต่เขากลับดูเหมือนไม่สนใจคำพูดของผมเลย ยังคงเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าวๆปากก็พูดซ้ำประโยคเดิมว่า “ไปกับฉัน ไปเจออาจารย์ด้วยกัน...”