ห้าวันต่อมา
ภายในห้องเช่าเล็กๆไผ่กำลังทำกับข้าวให้กับน้องทั้งสองอยู่ โดยที่มื้อนี้เป็มื้อพิเศษเนื่องจากเงินเดือนพึ่งออกไผ่จึงตันสินใจซื้อกุ้งและก็ปลาตัวใหญ่มาทำกับข้าวในวันนี้ อีกทั้งไผ่ยังซื้อขนมและลูกอมมาให้น้องทั้งสองคนด้วย
“กับข้าวมาแล้ว”ไผ่เอยกับน้องทั้งสองที่กำลังนั่งรออยู่บนพื้นห้องด้วยรอยยิ้ม
“โห มันคืออะไรหรอครับพี่ทำไมน่ากินจังเลย”เมฆพูดกับไผ่โดยไม่ละสายตาจากของกินตรงหน้า
“นั้นสิ นั้นสิ ทำไมวันนี้กับข้าวน่ากินจังเลยมันคืออะไรหรอพี่”ฟ้าเอยขึ้นด้วยดวงตาเป็ประกาย
ทั้งสองคนไม่สามารถละสายตาจากของกินตรงหน้าได้เลยเพราะว่าั้แ่จำความได้ทั้งสองคนไม่เคยได้กินอะไรดีๆแบบนี้เลย
ไผ่ได้ยินคำพูดของน้องทั้งสองคนก็อดที่จะเ็ปไม่ได้ ด้วยชีวิตที่ต้องดิ้นรนอย่างยากลำบากต้องประหยัดเพราะกลัวค่าใช้จ่ายจะไม่เพียงพอทำให้น้องทั้งสองคนไม่เคยได้กินอะไรแบบนี้เลย
“จานนี้เรียกว่าข้าวผัดกุ้ง ส่วนอันนี้เรียกว่าปลาทอด”ไผ่ชี้ไปที่กับข้าวทีละอย่างพร้อมกับบอกชื่อ
“มาเดียวพี่ตักข้าวแล้วก็เกะปลาให้ เพราะว่าปรามันมีกางเยอะน้องต้องดูให้ดีก่อนจะกินเข้าใจไหม”ไผ่เอยด้วยด้วยรอยยิ้มมีความสุขพร้อมกับเกะปลาอย่างระวังเพราะกลัวว่าจะมีกางติดอยู่
“เข้าใจครับ/ค่า”เมฆและฟ้าเอยตอบพร้อมกับก่อนจะหัวเราะอย่างมีความสุข
“ข้าวอันนี้อร่อยมากเลย ปลาก็อร่อยพี่เก่งจังเลย”เมฆเอยชมหลังจากกินเข้าไป ฟ้าที่นั่งอยู่ตรงข้ามกินลังเคี้ยวข้าวอยู่จึงพูดอะไรก็พยักหน้าเห็นด้วยกับเมฆเท่านั้น
“ถ้าอย่างนั้นน้องก็ต้องกินเยอะๆเข้าใจไหม”ไผ่ลูบหัวทั้งสองพูดด้วยรอยยิ้ม หลังจากนั้นทั้งสามคนนั่งกินข้าวพร้อมกับพูดคุยกันอย่างมีความสุข
ไผ่มองน้องทั้งสองคนก่อนจะถอนหายใจออกมา 'เป็เด็กมันก็ดีเหมือนกันไม่ต้องคิดอะไรมาก สิ่งเล็กๆน้อยๆก็สามารถมีความสุขได้เช่นกัน แต่เราจะไม่ยอมให้น้องของเราต้องลำบากเด็ดขาด
เมื่อจัดการเก็บทุกอย่างให้เรียบร้อยหลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้วไผ่ก็หยิบเอาขนมกับลูกอมมาให้กับน้องทั้งสองคน เมื่อทั้งสองคนเห็นก็ดีใจเป็อย่างมากเพราะทั้งสองคนจะได้กินขนมและลูกอมแค่ตอนที่เงินเดือนไผ่ออกเท่านั้น
“เมฆ ฟ้า เดียวพี่จะออกไปทำธุระข้างนอกนะ พี่อาจจะไม่ได้กลับมาทำกับข้าวให้ตอนเที่ยงแต่ยังมีข้าวผัดที่แบ่งเอาไว้จากเมื่อเช้าน้องก็กินข้าวผัดไปนะ”ไผ่นั่งมองทั้งสองกินขนมอย่างมีความสุขก่อนจะเอยออกมา
“เข้าใจแล้วครับ ผมกินได้พี่ไม่ต้องเป็ห่วง พี่ดูแลตัวเองด้วยนะ”เมฆเอยตอบพร้อมกับเดินเข้ามากอด
“หนูก็กินได้ พี่ไผ่ดูแลตัวเองด้วยนะไม่ต้องเป็ห่วงพวกเรา”ฟ้าเอยขึ้นจากนั้นก็เดินเข้ามากอดไผ่เช่นกัน
อาจเป็เพราะอยู่ด้วยกันสามคนมาตลอด แม้ว่าจะยังเด็กแต่ทั้งสองคนก็รู้ว่าไผ่ต้องออกไปทำงานอย่างยากลำบากเพื่อที่จะหาเงินมาเลี้ยงดูพวกเขา จึงทำให้ทั้งสองคนไม่เคยงอแงหรือสร้างปัญหาให้กับไผ่เลย
“เดียวพี่จะรีบกลับ เมฆเป็ผู้ชายและยังเป็พี่เมฆจะต้องดูน้องให้ดีเข้าใจไหม แล้วก็จำได้ไหมว่าพี่สอนว่าอะไร”ไผ่ยิ้มให้ทั้งสองคนแล้วถาม
“ห้ามเปิดประตูให้กับคนแปลกหน้าไม่ว่าใครก็ตาม”ทั้งสองคนเอยขึ้นพร้อมกัน
“เก่งมาก”เอยจบไผ่ก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป
เมื่อวานเป็วันที่เงินเดือนของไผ่ออกเถ้าแก่จึงให้ไผ่หยุดงานเป็เวลาสองวันเพราะั้แ่ที่ไผ่มาทำงานที่นี้ไผ่ยังไม่เคยหยุดงานเลยสักครั้งอีกทั้ง่4-5วันมานี้ไผ่ก็มาทำงานก่อนเวลาและยังพูดดีกับเถ้าแก่มากเถ้าแก่จึงให้วันหยุดมา
มันอาจจะเป็เื่บังเอิญเพราะในตอนแรกไผ่ตั้งใจจะขอลาหยุดในวันนี้อยู่แล้วเพราะมีธุระสำคัญมากที่ไผ่ไม่สามารถพลาดได้แต่โชคดีที่เถ้าแก่ให้วันหยุดกับเขามาโดยไม่ต้องลาให้โดนด่าและหักเงิน
ไผ่เดินออกจากพื้นที่ชุมชนแออัดตรงไปยังร้านขายอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆก่อนจะซื้อชุดสำหรับเดินป่าและมีดยาวเล่มหนึ่งติดตัวไปด้วย เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วไผ่มุ่งหน้าไปยังประตูเมืองในทันที
การที่ไผ่ต้องเตรียมตัวเช่นนี้ก็เพราะไม่ไกลจากเมืองมากนักจะมีประตูมิติเปิดขึ้นและสมบัติที่อยู่ด้านในจะสามารถเปลี่ยนแปลงความเป็อยู่ของพวกเขาได้
เมื่อมาถึงก็พบกับกำแพงสูงใหญ่หลายสิบเมตรประตูเมืองเองก็ใหญ่โตเช่นกัน หลังจากที่ถูกผู้ดูแลประตูเมืองตรวจสอบบัตรเพื่อยืนยันตัวตนไผ่จึงสามารถออกจากเมืองได้
ไผ่ที่มีอายุเพียงแค่16ปีและยังไม่สามารถปลุกพลังของตนเองได้นั้นเป็เื่ที่อันตรายมากถ้าออกไปนอกกำแพงเมืองและสมควรดูห้าม แต่ต้องเข้าใจก่อนว่ามีคนจำนวนมากที่ยากจนสิ่งเดียวที่จะช่วยพวกเขาได้คือการออกไปเสี่ยงโชคที่นอกเมืองเพราะถ้าเกิดบังเอิญเจอสมบัติล้ำค่ามันก็อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้เลย เพราะเหตุนี้เด็กที่อายุเกิน15ปีขึ้นไปสามารถออกไปนอกเมืองได้
หลังจากออกมานอกเมืองแล้วไผ่มุ่งหน้าไปในทิศทางหนึ่งที่ด้านหน้าเป็ป่าขนาดใหญ่ในทันที โชคดีที่บริเวณโดยรอบของเมืองไม่มีสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งอยู่เลย เพราะถ้ามีพวกมันจะถูกสังหารทันทีเนื่องจากแกนพลังของพวกมันมีประโยชน์สามารถนำไปขายได้
เดินเข้าป่ามาได้หนึ่งชั่วโมงไผ่สามารถพบเจอสมุนไพรระดับต่ำแล้วสามต้นแต่ยังไม่พบเจอสิ่งมีชีวิตใดนี้ถือว่าเป็โชคดีของไผ่เช่นกัน
เดินเข้าไปอีกไม่นานไผ่ก็มาถึงบริเวณที่มีต้นไม้สูงใหญ่สองต้นอยู่ข้างกันโดยมีระยะห่างจากกันเพียงแค่หนึ่งเมตรเมตรเท่านั้น.