หืม...?
อะไรกัน ทำไมทุกอย่างถึงมืดแบบนี้?
ฉัน...อยู่ที่ไหนกันละเนี่ย?
ั้แ่ที่รู้สึกตัวขึ้นมา ทุกอย่างรอบตัวก็มีเพียงแต่ความมืด—มืดสนิทจนไม่เห็นอะไรเลย แม้แต่เสียงก็ไม่ได้ยิน ขยับไม่ได้... ทำอะไรก็ไม่ได้ จนมันน่าหงุดหงิดไปหมดเลย
นี่ฉันอยู่แบบนี้มานานแค่ไหนแล้วกันนะ?
เป็วัน... เดือน... หรือหลักปีไปแล้ว?
ช่างเถอะ—มันสำคัญด้วยรึไง?
ยิ่งเวลาผ่านไป ความอึดอัดที่มีอยู่ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะะเิออกมา—ถ้าฉันทำได้ละนะ... โธ่เอ๊ย… นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!!! จะไม่มีใครอธิบายให้ฉันฟังเลยเหรอว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!!! ถ้ามีใคร... หรืออะไรก็ได้ ที่ได้ยินฉันอยู่... ช่วยขานรับทีเถอะ—ปล่อยฉันออกออกไปที!!!
ใครก็ได้!!!
'อ่ะ...?'
เสียง...! นั่นใช่เสียงใช่ไหม!?
ต้องใช่แน่ๆ เสียงของใครบางคนดังขึ้นมาเมื่อกี้นี้! ถ้าไม่ใช่...ฉันคงเป็บ้าไปแล้วแน่ๆ แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็มั่นใจว่าฉันได้ยินเสียงจริงๆ!
'!!!'
ฉันรีบพยายามส่งเสียงตอบกลับไป แต่ว่า—ทำไม่ได้!? ทำไมกัน...? ทำไมถึงส่งเสียงออกไปไม่ได้!?
บ้า...บ้า...บ้า...บ้า...บ้าจริง! ฉันไม่รู้ด้วยซํ้าว่าต้องทำยังไงถึงจะพูดออกไปได้... ทำไมกันนะ—ทำไมฉันพึ่งจะมาคิดได้เอาตอนนี้ ว่าฉัน...ไม่เคยแม้แต่จะลองพูดออกไปเลย
'!!!!!!'
เฮ้! ได้ยินไหม...ได้ยินทีเถอะ!
'ใคร...นะ?'
'!!!'
‘มีคนอื่นอยู่… นอกจากฉันด้วยเหรอ!? เอ๊ะ… ไม่จริงใช่ไหม?’
อื้อๆ ใช่แล้วๆ—ฉันอยู่นี่!
ฉันพยายามอย่างนั้นต่อไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า… จนในที่สุดพวกเราสองคนก็ได้คุยกัน—ที่จริงเธอเป็คนพูดอยู่ฝ่ายเดียวล่ะนะ
'เย้! ในที่สุด... ฉันก็ไม่ต้องอยู่คนเดียวแล้ว! ฮะ ฮะ ฮะ... ฮึก… ฮึก…'
'...'
แล้วเธอก็...ขี้แยกว่าที่คิดนะเนี่ย... แต่ก็เข้าใจได้ว่าทำไมเธอถึงซึมขนาดนี้—เพราะว่าฉันเองก็อยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกันกับเธอ
'ฮึก… เธอรู้ไหม... ว่าฉันนะ... ฉันนะ... ต้องอยู่คนเดียวแบบนี้มานานแค่ไหน... ฮึก… ฮึก…'
แค่... ฉันไม่เห็นจะซึมเท่าเธอเลยนะเนี่ย... แต่ว่า—อาจจะเป็เพราะว่าเธออยู่มานานกว่าฉันก็ได้ละมั้ง? เพราะเธอพูดได้ ในขณะที่ฉันพูดไม่ได้... ส่วนเื่ความหมายนั้น...ฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเธอกำลังพูดอะไรอยู่...
'อ่ะ! ฉันลืมไปเลยว่าเธอยังพูดไม่ได้... ขอโทษนะ ฮะ ฮะ ฮะ~'
ฉันฟังเธอพูดคนเดียวอยู่นาน—แบบนานมากๆ จนในที่สุดเ้าตัวก็รู้สึกตัว...ซักที—มารู้ตัวอะไรป่านนี้ละย่ะ! หลังจากนี้ฉันจะจิกหัวให้สอนฉันยาวๆ เลย!
'เฮ้อ— น่าเบื่อจริงๆ เลย'
'เอาน่าๆ~ อย่างน้อยก็คุยกับฉันได้ถ้าเบื่อนะ'
ฉันถอนหายใจ... เอาจริงๆ ก็ไม่เชิงถอนหายใจหรอก แต่ถ้าทำได้ก็คงทำไปแล้ว
เธอคนนี้สอนอะไรหลายอย่างให้ฉันจนตอนนี้ฉันคุยกับเธอได้แบบสบายๆ แล้ว อีกอย่าง... พวกเราก็ยังมี 'คุณแม่' คอยสอนเื่ของโลกข้างนอกนี้อีกด้วย ฉันไม่รู้ว่า 'คุณแม่' เป็ใคร—แค่รู้ว่าเธอคนนี้เรียกว่า 'คุณแม่' ส่วนฉัน... ก็ไม่อยากจะขัดใจเธอที่พยายามจะให้ฉันเรียกตาม จึงเรียกตามไปซะอย่างนั้น
‘หืม~ หืมมม~ ฮืม...’
เวลาที่พวกเราว่างและไม่ต้องฟังอะไรจากท่านแม่ พวกเรามักจะใช้เวลาไปกับการนั่งคุยกันไปมา บางครั้งก็มีเถียงกันบ้างแต่ส่วนใหญ่ก็จบที่ฉันกับเธอสลับกันร้องเพลงไปมาแทน
'ฮืม~ ฮืม~ ฮืม...'
'ฉันว่าเธอร้องเสียงต่ำไปนะเมื่อกี้นะ แม่ไม่ได้ร้องท่อนนี้แบบนี้ไม่ใช่เหรอ'
ฉันรีบพูดแทรกขึ้นก่อนที่เธอจะร้องต่อ นั้นเป็เพราะว่าโน้ตร้องที่เธอร้องมันเพี้ยนจากที่พวกเราเคยฟังมามาก แล้วมันขัดใจฉันมากๆ เลย
'มันต้อง ฮืม~ หืม~ หืม~ ไม่ใช่เหรอ'
ฮืม~ หืม~ หืม~ ใช่แล้วๆ โน้ตนี้นี่แหละ! ฉันร้องสาธิตออกไปให้เธอคนนั้นดู
‘โอ๊ยยย~ นิดหน่อยเองน่า ขี้บ่น—’
'มันไม่นิดนะ! แล้วเมื่อกี้นี้ว่าใครขี้บ่นห๊ะ!'
ฉันไม่ได้ขี้บ่นขนาดนั้นสักหน่อย! เอ๊ะ... หรือว่าใช่? ไม่ ไม่ ไม่ เธอนั่นแหละที่ร้องผิดเอง! ฉ้นก็แค่แก้ให้ถูกเอง! เหมือนตอนที่พวกเราเรียนอะไรต่างๆ กับท่านแม่ไงล่ะ สุดท้ายก็ต้องเป็ฉันนี่แหละที่คอยสอนเธอ
ดูเหมือนฉันจะเรียนรู้อะไรได้เร็วด้วยสิ เลยเข้าใจอะไรต่างๆ ได้เร็วมาก บางอย่างที่ดูไม่น่าจะเข้าใจได้จากแค่การฟัง ฉันกลับเข้าใจมันได้ทันทีอีกด้วย ทำให้จากเมื่อก่อนที่เธอต้องคอยสอนฉัน ตอนนี้กลับกลายเป็ฉันที่ต้องคอยสอนเธอแทนแล้ว นี่สินะ...ความอัจฉริยะ! ฮะ ฮะ ฮะ!
'นี่ๆ —'
ปกติฉันจะเป็ฝ่ายชวนเธอคุยก่อนตลอด แต่คราวนี้พอเธอเป็คนเริ่มก่อนกลับรู้สึกแปลกๆ เพราะพอพวกเราอยู่ด้วยกันนานๆ เข้า ฉันก็พอจะรู้แล้วล่ะว่า... เธอคนนี้จริงๆ เป็คนที่...ขี้เหงาเอามากๆ ขี้แยด้วย แถมยัง...ใสซื่อไปหมดซะทุกเื่จนฉันอดเป็ห่วงไม่ได้
'หืม? มีอะไรเหรออยู่ๆ ก็เรียกแบบนี้ วันนี้มาแปลกนะ...'
'ห่ะ? นี่...ประโยคหลังไม่ต้องพูดก็ได้มั้ง'
คนเขาอุตส่าห์เป็ห่วง...ก็วันนี้มาแปลกจริงๆ นี่นา! แต่ว่าจะให้พูดกลับไปมันก็ยังไงอยู่...
'โทษทีๆ ว่าแต่มีอะไรเหรอ?'
เธอระบายความกังวลออกมาให้ฉันฟัง... เื่ที่เธออยากออกไปจากที่นี่ คราวนี้ฉันััได้เลยว่าเธอคงจะทนไม่ไหวจริงๆ และเพียงแค่อยากหาที่พึ่งระบาย ฉันเองก็อยากช่วยเธออยู่เหมือนกัน แต่ว่า... ฉันก็ติดอยู่ที่แห่งนี้ ไม่ต่างอะไรจากเธอเลย
'...ขอโทษนะ'
ฉันทำได้แค่พูดออกไปเพียงแค่นั้น ก่อนจะอยู่เงียบๆ…
เวลาผ่านไปสักพัก… เหมือนเธอจะสงบลงแล้ว ดีแล้วล่ะ—ถ้าต้องมานั่งจมอยู่กับความสิ้นหวังแบบนี้ทุกวัน คงได้เป็บ้ากันไปก่อนแน่
หลังจากนั้นพวกเราก็คุยกันถึงสิ่งที่อยากจะทำกันถ้าวันหนึ่งได้ออกไปข้างนอก เธอคนนั้นน่ะ... พูดถึงแต่ของกินเต็มไปหมด—อยากลองกินโน่นนี่ ทำตัวเป็เด็กจริงๆ เลย แต่มันก็...สมกับเป็เธอดีนั่นแหละ ส่วนฉันนั้น... แค่ได้บ้านสักหลังแล้วอยู่สบายๆ ก็พอแล้ว จะได้นอนสบายๆ ทั้งวันไม่ต้องทำอะไรที่มันยุ่งยาก แล้วถ้ายิ่งมีครอบครัวด้วยก็คงจะดีเลยล่ะ!
ในท้ายที่สุดพวกเราก็สัญญากัน ว่าถ้าออกไปได้—พวกเราจะทำสิ่งเหล่านี้ด้วยกัน ก่อนจะแยกย้ายไปอยู่กันเงียบๆ ตามปกติ ...พวกเราไม่รู้เลยว่า คำสัญญาในวันนั้นจะกลายเป็บทบทสนทนาครั้งสุดท้าย—ก่อนที่พวกเราจะหายจากกันไปเนิ่นนานแสนนาน
ฉันเคยคิดนะ ว่าถ้าต้องจมอยู่กับความสิ้นหวังแบบนี้ไปเรื่อยๆ คงได้เป็บ้าไปก่อนแน่ แต่ว่า...ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกสิ้นหวังอยู่ตลอดเวลา จนไม่รู้แล้วด้วยซํ้าว่า—ฉันเป็บ้าไปแล้วหรือยัง...
ที่นี่ไม่มีเสียงคนอื่นเลยนอกจากเสียงของฉันคนเดียว จนตอนนี้ฉันแทบจำไม่ได้แล้วว่าครั้งหนึ่งฉันเคยคุยกับใครมาก่อนไหม... ไม่สิ...ฉันจำได้ว่าฉันเคยมีเพื่อนคนหนึ่ง เธอซื่อมากแถมยังเรียนรู้อะไรได้ช้าจนฉันต้องคอยสอนตลอด...
แต่ว่า... วันหนึ่ง—
เธอทิ้งฉันไป
ใช่แล้ว...เธอทิ้งฉันไว้ให้อยู่คนเดียว!!!
มันเป็ความผิดของเธอ!!! เราสัญญากันแล้วไม่ใช่เหรอ... ว่าจะออกไปจากที่นี่ด้วยกัน!!!
ทั้งสิ้นหวัง ทั้งโกรธที่ถูกทิ้งให้อยู่ตนเดียว ฉันเริ่มที่จะแยกแยะไม่ออกแล้วว่าตอนนี้ฉันกำลังทรมานอยู่กับความเ็ปแบบไหนกันแน่ ฉันทำได้แค่...ร้องเพลงที่พวกเราเคยร้องด้วยกัน... เพียงลำพัง
‘หืมมม~ หืมมม~ ฮืม...’
นอกจากเสียงที่ฉันร้องคนเดียวแล้ว ยังมีเสียงดนตรีที่ก้องกังวาน ผสานควบคู่ไปกับเนื้อร้องที่ฉันฮัมมั่วๆ ดูเหมือนว่าเสียงดนตรีนี้จะเกิดขึ้นเพียงเพราะฉันอยากให้มันเกิด คงเป็พลังของฉันละมั้ง... ถ้าเธออยู่ฟังด้วยคงดีไม่น้อย....
อยู่มาวันหนึ่ง ฉันเริ่มเห็นอะไรบางอย่างรางๆ มันไม่ใช่แค่ความมืดมิดแบบที่เคยเห็นอีกต่อไป... รอบตัวฉันเต็มไปด้วยคริสตัลสีฟ้าที่เปล่งประกายวิบวับ สวยงามจนทำให้ลืมความมืดที่เห็นอยู่เป็ประจำเลย
นี่ฉัน... ออกมาอยู่ข้างนอกแล้วจริงๆ เหรอ?
ฉันพยายามกวาดตามองไปรอบๆ เพื่อหาว่าอยู่ที่ไหน แต่—เอ๊ะ!? ขยับไม่ได้!? ทำไมกันล่ะ!?
ในขณะเดียวกันนั้นเอง... สายตาของฉันกลับกวาดตามองไปรอบๆ ราวกับพยายามจะสำรวจว่าที่นี่คือที่ไหน แต่ว่านั่น...ไม่ใช่ฉันที่เป็คนทำ... อย่าบอกนะว่า...ฉันไม่ได้เป็คนคุมร่างนี้อยู่หรอกเหรอ!?
กรรร...
ในขณะที่กำลังใอยู่นั้น ฉันก็สังเกตเห็นว่าตัวของฉัน—ไม่สิ...ร่างนี้ กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางสิ่งมีชีวิตอะไรก็ไม่รู้ที่มีขนและหน้าตาน่าเกลียด นี่มันเป็สถานการณ์ที่ฉันไม่ควรตื่นขึ้นมาเจอเลยนะ
"ร-ระวัง!!"
เสียงเตือนของใครบางคนดังขึ้นมา แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ตัวฉันกำลังเผชิญอยู่... ปากของเ้าสิ่งมีชีวิตนี้ฉีกออกกว้างออกมาก่อนจะตั้งท่าเตรียมะโใส่ฉัน ส่วนร่างนี้ก็กำลังพยายามคลานหนีแต่ว่า...ไม่ไหวสินะ...
'ขยับเข้าสิ! หนีไปจากตรงนี้ ห-หรือไม่ก็โจมตีกลับไป อย่ามัวแต่ชักช้าสิ ฆ่าพวกมันซะ! ไม่ก็ทำอะไรสักอย่าง!'
ฉันทำได้เพียงแค่บ่นใส่เ้าคนที่คุมร่างนี้อยู่ พลางเอาใจช่วยให้ไม่เป็อะไร แต่ขณะเดียวกันอีกใจหนึ่งก็อดหงุดหงิดไม่ได้ที่เ้าตัวกลับทำอะไรไม่ได้ดั่งใจฉันเลย จนอยากจะออกไปคุมเองจริงๆ...
“อันตราย!”
เฮ้ย! เฮ้ย! เฮ้ย!
เ้าตัวประหลาดนั่นกระโจนเข้ามาแล้ว จะไม่ทำอะไรเลยเหรอเนี่ย!? ในเมื่อรู้ว่าหนีไม่ได้ แทนที่จะสู้กลับเลือกที่จะรออยู่เฉยๆ แทนงั้นเหรอ... นี่มันน่าหงุดหงิดเป็บ้าเลย! อุตส่าห์ได้เห็นโลกข้างนอกแท้ๆ แต่กลับต้องมาดูยัยนี่ตายแทนงั้นเหรอ ไม่เอาน่า!
ไอ้ตัวปากอ้าพวกนี้ก็น่ารำคาญเป็บ้า...
หายไปซะ!!!
ทันทีที่ฉันพูดจบ ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างไหลพรั่งพรูออกจากตัวฉัน ขณะเดียวกันรอบๆ ก็เกิดแสงสว่างเปล่งประกายจ้าไปทั่วบริเวณ
อ-อะไรกันเนี่ย!?
ทันทีที่เ้าตัวประหลาดตรงหน้าและฝูงของมันโดนแสงนั้น... อะไรบางอย่างก็เริ่มก่อตัวขึ้นตามลำตัวของพวกมัน มันใสจนแทบจะมองทะลุได้ แต่ก็สวยงามราวกับผลึกคริสตัลที่เกาะอยู่ตามผนังถ้ำแห่งนี้
โอ้โห! นี่ฉัน...ทำเองเหรอเนี่ย? สุดยอดไปเลย!
แต่ยังไม่ทันได้ดีใจกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ความง่วงก็ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรงในแบบที่ฉันไม่เคยเจอมาก่อน
ม-ไม่! อ... อย่าพึ่ง—!
ฉันพยายามฝืน แต่สุดท้ายก็สู้ไม่ไหวและพลันหลับใหลไป...
หนาวจังเลย...
ถึงจะไม่หนาวแบบเมื่อก่อน แต่กลับััได้ถึงลมหนาวในแบบที่ฉันไม่เคยรู้สึกมาก่อน
เธอหายไปไหนกันนะ... เราสัญญากันแล้วนะว่าจะออกไปด้วยกันน่ะ...
นอกจากความหนาวแล้ว ฉันยังละเมอพูดอะไรแปลกๆ ออกมาทั้งที่ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย แถมยังฝันอีกด้วย... ฝัน? งั้นเหรอ... ฉันได้ยินเสียงของพวกเราที่คุยกันอย่างสนุกสนานท่ามกลางความมืดมิด วนเวียนซํ้าไปซํ้ามาจนทำให้อดคิดถึงไม่ได้
"อือ—"
นี่ฉันอยู่ที่ไหนกันเนี่ย... แล้วทำไมถึงรู้สึกเพลียขนาดนี้?
สายตาของฉันกวาดมองไปรอบห้อง ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่ทำได้แค่เฝ้าดูเธออีกคนขยับร่างกาย ตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในห้องนอน... ละมั้ง? เพราะว่าร่างกายนั้นอยู่บนเตียง
แต่ที่น่าใกว่านั้นก็คือ—
"เอ๊ะ?"
นั่นมัน... เสียงของฉัน?
"เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ—!?"
ฉันลองขยับร่างกายดู... แล้วก็สามารถทำได้อย่างอิสระ!
อย่างแรกเลย... ฉันพยายามลุกขึ้นนั่งที่ขอบเตียง แต่ว่า...มันค่อนข้างจะทุลักทุเลเลยทีเดียว หน้าอายจริงๆ เพราะฉัน...ยังไม่คุ้นชินกับการขยับร่างนี้เลยกระเสือกกระสนอยู่สักพักใหญ่กว่าจะลุกขึ้นมานั่งได้
พอลุกขึ้นมาได้ ฉันก็เริ่มสำรวจร่างกายนี้ ร่างนี้เป็ผู้หญิง... แหงล่ะ มีผมยาวสีนํ้าเงิน แล้วยังมีหูกับหางที่ดู...นุ่มฟูมากจนฉันเผลอเอาหน้าไปซุกหางอยู่สักพักเลย ผิวกายก็ดูเรียบเนียนสวยงาม แต่ที่รู้สึกติดขัดก็คือหน้าอก...ทำไมถึงรู้สึกคับแน่นขนาดนี้กันนะ? แล้วนี่เธอใส่ชุดอะไรอยู่กัน ทำไมถึงได้เล็กแบบนี้...
ฉันสำรวจร่างกายนี้ไปมาจนสายตามาหยุดที่มือ—นี่มันไม่ใช่มือที่มีผิวนุ่มเนียนเหมือนที่เห็นก่อนหน้านี้นี่? ั้แ่ท่อนแขนส่วนล่างลงไปจนถึงปลายนิ้วปกคลุมด้วยขนสีนํ้าเงินเข้ม และเล็บที่ดูยาวกว่าปกติเล็กน้อย แปลกชะมัด... แต่ก็ชั่งมันล่ะกันเพราะว่าอย่างน้อยมันก็ดูมีประโยชน์กว่ามือที่มีดีแค่ผิวสวยงาม
สุดท้าย... เหลือแค่ใบหน้า อยากเห็นเหลือเกินว่าหน้าตาของฉันเป็ยังไง แต่คงทำไม่ได้เพราะไม่รู้จะดูยังไงนี่สิ...
"อ๊ะ—?"
ฉันลองพยายามเปล่งเสียงดู แต่ว่า...พูดเป็คำไม่เป็แฮะ ชั่งมันก่อนก็แล้วกัน คืนนี้ลองพยายามขยับร่างนี้ให้ชินสักหน่อย แล้วรีบเข้านอนดีกว่าเพราะยังรู้สึกเพลียๆ อยู่เลย...
เช้าวันต่อมา—
เอ๊ะ? เอ๊ะ? เอ๊ะ?
ฉันขยับร่างกายไม่ได้แล้ว ร่างของฉัน ไม่หน่าาาาา—!