ตอนที่ 32 ใต้ร่มเงา (2)
ทุกผู้คนล้วนจับจ้องไปทางแท่นประลองด้วยความสนอกสนใจ เมื่อพวกเขามองเห็นชายหญิงคู่หนึ่งสาวเท้าขึ้นแท่นประลองไป ั์ตาของศิษย์ภายนอกและศิษย์ภายในทั้งสองสำนักต่างขยายโตกว้าง พวกเขาเคยได้ยินข่าวลือการมาของไป๋เติ่งเพื่อมาจับคู่กับเจียวอ้าว แต่ทว่า ่เวลาที่ไป๋เติ่งขึ้นแท่นประลองเพื่อกล่าวสัตย์สาบาน อิสตรีผู้นั้นกลับมิใช่เจียวอ้าว…
สิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นย่อมเป็คู่ของคุณหนูตระกูลเจียว …ชายหนุ่มที่ได้พร์สีขาว …เฟยอวี่!!
นิสัยของบุตรีตระกูลเจียว ผู้คนต่างรับรู้โดยทั่วกัน นางนั้นเย่อหยิ่งถือดีราวกับผู้สูงศักดิ์ แม้มีพลังยุทธต่ำต้อยระดับเดียวกันกับพวกปลายแถว ถึงกระนั้น ด้วยสายเืตระกูลเจียว มันมากพอจะสร้างความยำเกรงให้กับทุกผู้คน ผนวกกับใบหน้าที่งามหยาดล้ำอันประณีตบรรจง ฝูงชนล้วนยกย่องให้นางเป็สตรีอันดับหนึ่งของทวีปัอย่างไร้ข้อกังขา!
ทั้งศิษย์ใหม่และศิษย์เก่า ทั้งผู้าุโจากสองสำนัก พวกเขาแข็งทื่อราวกับก้อนหิน ไม่มีใครในที่นี้ที่ล่วงรู้เหตุผลของเจียวอ้าว… คนอย่างนางเลือกบุรุษที่มีพร์สีขาว?! กระทั่ง ลู่หลิน…เ้าสำนักแห่งสำนักกระบี่ดารา์ยังอดตะลึงไม่ได้! นางเป็คนลงไปทดสอบรับเด็กใหม่ด้วยตัวของนางเอง เจียวอ้าวได้คะแนนน้อยอย่างมากในภาคปฏิบัติและทดสอบวรยุทธ ทว่ากลับได้เต็มในการสอบข้อเขียน นี่เป็สาเหตุที่ทำให้นางสอบผ่านอย่างเฉียดฉิว แน่นอนว่าทางสำนักกระบี่ดารา์ไม่ได้รับเงินใต้โต๊ะหรือถูกอิทธิพลของตระกูลเจียวเข้ากดดัน กลับกัน ตระกูลเจียวอยากให้นางไปให้พ้นสายตาด้วยซ้ำไป…
ในการทดสอบรับสมัครศิษย์ของสำนักกระบี่ดารา์ ลู่หลินได้เห็นความเย่อหยิ่งของเจียวอ้าวที่ล่ำลือกันมาช้านาน นางมีสายเืของตระกูลที่สูงศักดิ์และอากัปกิริยาของนางประดุจผู้สูงศักดิ์เช่นกัน ประหนึ่งเป็ราชวงศ์อย่างไรอย่างนั้น ขนาดเจียวอ้าวมีพลังยุทธน้อยกว่า นางกลับใช้คำพูดคำจาราวกับเป็ใหญ่เหนือผู้ที่มีพลังยุทธมากกว่า ซึ่งมันใช้ไม่ได้กับในสำนักกระบี่ดารา์ที่จับคู่อยู่กับสำนักกระบี่คู่์… เจียวอ้าวคงไม่รู้ว่าเ้าสำนักแห่งสำนักกระบี่คู่์นั้นทรงอิทธิพลเพียงใด…
นี่มันยากจะจินตนาการว่าเหตุใดคนเช่นนางถึงเลือกเฟยอวี่…
ลู่หลินที่ไม่เคยก้าวก่ายหรือตั้งคำถามกับคู่ที่ศิษย์เลือก จู่ๆ เงาภาพที่น่าครั่นคร้ามซึ่งเป็เื้ัของเจียวอ้าวได้ปรากฏซ้อนทับเด็กสาวตรงหน้า…ปู่ของนาง ลู่หลินตกตะลึงกลัวจนเผลอออกปากกล่าวเตือนสติไป “คุณหนูเจียว… ท่านแน่ใจแล้วหรือ… เหตุใดถึงเป็เขา?”
เจียวอ้าวขมวดคิ้วมุ่น “ท่านเ้าสำนัก ศิษย์เพิ่งทราบว่าท่านมีสิทธิ์ไต่ถามคู่ที่ศิษย์เลือกด้วย” เจียวอ้าวจับจ้องลู่หลินด้วยสีหน้าราบเรียบสงบ “นี่ก็เป็หน้าที่รึ?”
เ้าสำนักผู้บรรลุชนชั้นจักรพรรดิในตำนาน… ลู่หลินยังเสียอาการเมื่อเผชิญหน้ากับเด็กสาวผู้นี้! สีหน้ากังวลของลู่หลินกลับกลายเป็ใบหน้าสุขุมเยือกเย็น “นี่ล้วนไม่ใช่หน้าที่ของข้าแต่อย่างใด” เ้าสำนักเหลือบมองไปทางเฟยอวี่กล่าวต่อว่า “เ้ากล่าวสัตย์สาบานเสียเถอะ”
ถ้ามองข้ามทั้งเื่ชาติตระกูลทั้งความสามารถ เพียงพิจารณาจากบุคลิกของชายหญิงทั้งสอง มันนับว่าเหมาะสมกันอย่างมากทีเดียว เฟยอวี่เป็บุรุษรูปงามท่าทางองอาจน่านับถือ เจียวอ้าวเป็สตรีที่รูปโฉมเหนือสตรีใด อย่างไรก็ตาม ความจริงในขณะนี้คือพวกเขาไม่คู่ควรกัน…
เฟยอวี่คุกเข่าให้กับเจียวอ้าว ทันใดนั้น สุ้มเสียงอ่อนโยนของหนิงเซียนแล่นผ่านเข้ามาในโสตประสาท “ไหนบอกจะไม่คุกเข่าหรือก้มหัวให้ใคร? มันไม่ง่ายไปหน่อยรึ”
“นี่ล้วนเป็กรณียกเว้น… ความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ต่างๆนั้นเป็สิ่งที่ดี ข้าไม่ได้แข็งแกร่งเช่นท่าน ข้าไม่สามารถถือตัวประดุจดั่งเทพเ้าได้”
สิ้นคำกล่าวของเฟยอวี่ ชายหนุ่มพลันประสานสายตากับคู่สตรีตรงหน้า “ข้าเฟยอวี่ ขอมอบสัตย์สาบานแก่ทวยเทพทั้งปวงั้แ่โลกลำดับที่หนึ่งถึงโลกลำดับที่สามให้เป็สักขีพยาน ตลอดชั่วเวลาที่ข้าร่วมสำนักกระบี่คู่์ ข้าจะเป็ดาบให้กับเจียวอ้าว ร่วมทุกข์ร่วมสุขเคียงบ่าเคียงไหล่ไม่ว่ายามสบายหรือลำบาก”
“เ้ามดปลวกแสนโอหัง ทวยเทพั้แ่โลกลำดับที่หนึ่งถึงโลกลำดับที่สามงั้นรึ… เ้ารู้หรือไม่… ผู้ปกครองสูงสุดในอนันตจักรวาลรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในสามโลก สัตย์สาบานนี้ย่อมรับรู้เช่นกัน” หนิงเซียนแค่นเสียงเ็า อีกใจหนึ่ง นางอยากปรบมือให้กับความกล้าหาญของเฟยอวี่
“ข้าไม่หวั่นกลัว มันยิ่งเป็การยืนยันว่าข้าไม่มีทางตระบัดสัตย์ต่อนาง”
“นางล้วนไม่เข้าใจในสิ่งที่เ้าพูด ทุกคนในที่นี้ก็เช่นกัน…”
คำพูดของหนิงเซียนนั้นถูกต้องอย่างถึงที่สุด พวกเขาไม่มีทางเข้าใจในสิ่งที่เฟยอวี่กล่าว… ทุกผู้คนภายในตำหนักหลักปรากฏสีหน้าหลากหลายอารมณ์ บางคนเย้ยหยันดูิ่ บางคนถากถางเหยียดหยาม บางคนไม่แสดงอารมณ์อันใดนอกจากความสงบ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงสะใจ แพร่ขยายเป็วงกว้างอย่างรวดเร็ว
“โลกลำดับที่หนึ่งถึงโลกลำดับที่สาม? มันเป็บัณฑิตด้วยหรอกรึ ช่างสรรหาสร้างคำมาเยินยอ”
“พวกเ้าคิดว่าเหตุใดคุณหนูเจียวถึงได้เลือกมัน?”
“ข้าว่าทั้งคู่ก็ดูเหมาะสมกันดี ต่างฝ่ายต่างไร้พร์ในการฝึกยุทธทั้งคู่ ทั้งนี้คุณหนูเจียวนับว่าสูงศักดิ์กว่ามันมาก แม้พร์นางนั้นจะไม่โดดเด่น แต่ชาติตระกูลของนางล้วนมิอาจดูแคลนได้…”
ลู่หลินสะบัดมือไปทางเหล่าศิษย์ภายนอกและศิษย์ภายใน ชั่วพริบตาเดียวที่สรรพเสียงภายในตำหนักหลักต่างเงียบสงบลง สีหน้าของเ้าสำนักดูไม่สู้ดีนัก นางไม่ได้เห็นด้วยกับคู่ของเจียวอ้าวแม้เพียงน้อย… “ยื่นฝ่ามือของพวกเ้าออกมา…”
ชายหญิงทั้งสองเคลื่อนฝ่ามือไปทางลู่หลิน นางใช้แท่นประทับตรากดลงบนหลังฝ่ามือของเฟยอวี่ และหันไปกดลงบนฝ่ามือของเจียวอ้าว ทันใดนั้น หญิงสาวพลันััได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่โลดแล่นไปทั่วทั้งร่างกาย จากฝ่ามือลุกลามขยายออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า เฟยอวี่กลับขมวดคิ้วเป็ปมแน่น เนื่องจากเขาเป็คู่สุดท้าย ชายหนุ่มได้ยินการสนทนาของศิษย์ใหม่ที่พูดถึงความรู้สึกบางอย่างที่แล่นไปในร่าง
…เหตุใดข้าถึงไม่รู้สึกอะไรเลย?
ลู่หลินผายมือไปทางบันไดลงแท่นประลอง “เชิญลงจากแท่นประลองได้…”
เฟยอวี่สับสนอยู่ชั่วขณะหนึ่ง …ข้าควรเดินไปพร้อมนางหรือไม่? ทันใดนั้น เป็เจียวอ้าวเสียเองที่สืบเท้านำเดินตรงไปทางบันไดลงแท่นประลอง สีหน้าของเจียวอ้าวทั้งเ็าทั้งไร้อารมณ์ มันทำให้นางดูเป็สตรีที่เข้าถึงได้ยาก เฟยอวี่เลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ สืบเนื่องจากความลังเลจึงทำให้นางได้เดินนำก่อน…
“เ้านั่งตรงไหน?” เจียวอ้าวกล่าวถามด้วยน้ำเสียงธรรมดา นางไม่แม้เพียงจะเปรยมองคู่สนทนา ท่าทางและอากัปกิริยาของนางทำให้เฟยอวี่ราวกับผู้ติดตามอย่างไรอย่างนั้น
“แม่นาง ท่านกล่าวกับข้าว่า หลังเสร็จพิธีต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไปมิใช่หรือ หากท่านไปนั่งกับข้า นี่ไม่ใช่ว่าคำพูดของท่านย้อนหาตัวท่านหรอกรึ …สถานการณ์ที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาความสัมพันธ์” เฟยอวี่เผยรอยยิ้มเล็กน้อย ชายหนุ่มไม่ได้รังเกียจในเื่นี้ เขายินดีเสียด้วยซ้ำ! มีคู่เป็โฉมงามบุรุษใดเหล่าไม่ยินดี? เฟยอวี่ที่เห็นสีหน้าไร้อารมณ์ของนาง เขาเพียงลองหยอกล้อดูเผื่อได้เห็นสีหน้าอื่นบ้าง
…แน่นอน ใบหน้าของเจียวอ้าวราบเรียบโดยสิ้นเชิง
หญิงสาวเหลือบมองไปทางไป๋เติ่งเล็กน้อย ซึ่งพบว่าคู่หมั้นของนางกำลังนั่งใกล้กับลี่ถิง ไป๋เติ่งและลี่ถิงต่างกำลังพูดคุยกันอย่างสนิทสนม จิตใจของเจียวอ้าวล้วนหาได้รู้สึกอันใดไม่ เป็ความสงบราวกับผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น นางไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรกับไป๋เติ่งเป็ทุนเดิม แต่นี่เป็การทำให้นางเสื่อมเสียเกียรติอย่างถึงที่สุด… เจียวอ้าวเคลื่อนฝ่ามือลูบบริเวณแผลเป็ตรงหน้าผาก
…อีกไม่ช้า เขาคงยกเลิกงานแต่งงานกับข้า
สำหรับผู้คนแล้ว การถูกยกเลิกการแต่งงานเป็การหักหน้าที่รุนแรงอย่างมาก เปรียบประหนึ่งถูกมูลสัตว์ปาใส่กลางฝูงชน นอกจากจะกลายเป็เื่ตลกขบขันในหมู่ชน นี่ล้วนทำให้ตระกูลเจียวเสื่อมเสียเกียรติเป็อันมาก…
…ท่านปู่ เหตุใดท่านถึงบอกว่าเขาเป็คนดี ชายผู้นั้นอาจทำให้เกียรติของท่านแปดเปื้อน
ทันใดนั้น นางััได้ถึงฝ่ามือที่กอบกุมบริเวณข้อมือของนางแแ่ เฟยอวี่จับข้อมือของนางพลันออกแรงเคลื่อนฝ่ามือนางลงอย่างเชื่องช้าและนุ่มนวล มือข้างที่นางยกมาปิดแผลเป็ถูกเคลื่อนออก… “แม่นาง ท่านดูเป็กังวล เชื่อข้าเถอะว่าท่านเป็สตรีที่งดงามอย่างมาก อย่าได้ให้รอยแผลนั้นมาลดความมั่นใจของท่าน จงยืดอกอย่างภาคภูมิเสียเถิดที่เกิดมาเป็โฉมงาม”
ั์ตาของเจียวอ้าวขยายโตกว้าง การกระทำของเขาเป็สิ่งที่นางคาดไม่ถึง นางขับฝ่ามือออกแรงต่อต้าน เฟยอวี่คลายมือของตนในทันที
“ข้าไม่ได้เป็กังวลแม้เพียงนิด… ที่นั่งของข้ามีคนนั่งไปแล้ว และแค่การนั่งข้างเ้าย่อมไม่ทำให้เรารู้สึกหวั่นไหวแต่อย่างใด” เจียวอ้าวกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ แววตาอันเย่อหยิ่งจับจ้องเฟยอวี่ไม่กระพริบ “ที่นั่งเ้าอยู่ไหน?”
แม้ท่าทีของเจียวอ้าวยังคงเ็า แต่ลึกลงไปภายในจิตใจของหญิงสาว คำพูดของเฟยอวี่ได้ปลอมประโลมดวงใจน้อยๆของนางอย่างไม่รู้สึกตัว จากความกังวลหวนคืนสู่ความสงบนิ่ง ชายหนุ่มตระหนักได้ สีหน้าของนางดูดีขึ้นมาเล็กน้อย มันเล็กน้อยมากจริงๆ ถึงกระนั้น มันยังดีที่เขาทำให้นางรู้สึกดีขึ้น…
“ข้ามิอาจชี้ไปทางที่นั่งของข้าได้ ผู้คนอาจมองตามไปทางทิศนั้น นี่ล้วนทำให้ผู้ร่วมโต๊ะกับข้าเดือดร้อน เกรงว่าแม่นางคงต้องเดินตามข้าอย่างสงบ” เฟยอวี่กล่าวพูดด้วยสีหน้าอันเที่ยงธรรม
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าั้แ่บนแท่นประลอง เป็ฝ่ายเจียวอ้าวที่เดินนำเขาตลอดเส้นทาง เฟยอวี่รู้สึกเสื่อมเสียเกียรติต่ออุดมการณ์ของตนเอง มันเปรียบประหนึ่งผู้ใหญ่ที่เดินนำเหล่าเด็กน้อย เพื่อให้เหล่าเด็กน้อยนั้นรู้สึกปลอดภัย เช่นกันเองกับที่เจียวอ้าวเดินนำเฟยอวี่ ตลอดสิบห้าปีมานี้ เขาได้รับการปกป้องมามากเกินพอแล้ว เขาอยากปกป้องผู้อื่นบ้าง… แน่นอนว่าเจียวอ้าวไม่ได้รู้สึกอะไรในเื่นี้ มันเป็เื่ปกติของพวกนายน้อยหรือคุณหนูตระกูลใหญ่ ทุกครั้งที่นางไปไหนมาไหนจะมีผู้ติดตามเดินตามเสมอ… ไม่น่าแปลกใจเลยที่นางเดินนำเฟยอวี่ซึ่งเป็ไปด้วยความเคยชิน
“ถ้าเช่นนั้น เ้าก็เดินนำ” เจียวอ้าวจ้องมองมาที่เขาด้วยสีหน้าราบเรียบ ชายหนุ่มไม่รอช้าพลันสาวเท้าเดินตรงไปทางโต๊ะที่นั่งของตนเอง โดยมีเจียวอ้าวเดินตามหลัง โต๊ะของเขาอยู่ห่างจากบริเวณแท่นประลองพอสมควร
ระหว่างทางเดินต่างเปี่ยมด้วยเสียงกระซิบกระซาบประกบข้างดังขึ้นไม่ขาดสาย ชายหญิงทั้งสองเดินผ่านทุกเสียงนินทามาได้อย่างสบายๆ จวบจนกระทั่ง ฝ่าเท้าของเฟยอวี่หยุดชะงักงัน เขาเลื่อนเก้าอี้ที่อยู่ข้างกาย หันไปมองเจียวอ้าวแล้วกล่าวว่า “แม่นางเชิญนั่ง”
คิ้วสีเงินเลิกสูงขึ้นเล็กน้อย ผู้ร่วมโต๊ะของเฟยอวี่ที่เขาพูดถึง แท้จริงแล้วคือว่าที่ราชันยุทธ…เหลียงเซิน เจียวอ้าวหันมองไปทางหญิงสาวข้างกายของเขา ความตกตะลึงนั้นทำให้คู่ั์ตาของนางขยายกว้าง …ห่าวชิน นี่คงเป็หนึ่งในไม่กี่โต๊ะภายในงานที่มีผู้ร่วมนั่งไม่ถึงห้าคน โดยในโต๊ะกลมนี้สามารถนั่งได้ถึงสิบคน
อากัปกิริยาของเจียวอ้าวกลับกลายเป็ความสงบในชั่วพริบตา นางนั่งลงบนเก้าอี้ในทันที
เฟยอวี่นั่งลงตามหลังจากที่นางนั่งลงแล้ว ท่ามกลางสายตาของชายหญิงตรงข้ามที่มองมา ชายหนุ่มผายมือไปทางเจียวอ้าวและกล่าวว่า “นี่แม่นางเจียว นางเป็คู่ของข้า…”
แทนที่เฟยอวี่จะได้กล่าวต่อนั้น เหลียงเซินได้กล่าวขัดขึ้นมาก่อน
“แม้ท่านไม่แนะนำ ข้าก็รู้จักนาง…” ชื่อเสียงของเจียวอ้าวดังสะท้านทั่วทั้งทวีป มันไม่เกินเลยที่จะบอกว่านางคือหยกงามที่ไร้ตำหนิ เป็ความงามที่ไม่มีผู้ใดกล้าเคลือบแคลงสงสัย โฉมงามอันดับหนึ่งในทวีปั… ชาติตระกูลล้วนเป็ถึงหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่ ถ้าไม่นับพร์การฝึกวรยุทธ นางคงเป็อิสตรีที่เพียบพร้อมในทุกด้าน!
เหลียงเซินขมวดคิ้วมุ่น เมื่อสังเกตเห็นรอยแผลเป็บริเวณหน้าผาก …ตำแหน่งโฉมงามอันดับหนึ่งคงมีการเปลี่ยนแปลง เขาเกือบลืมตัวไปเสียสนิท เหลียงเซินผายมือไปทางห่าวชินที่อยู่ข้างกาย “นี่แม่นางห่าว นางเป็คนใจดีมาก พร์การฝึกยุทธก็เก่งกาจหาใครเทียบ ในตอนนี้พลังยุทธของนางอยู่ระดับเริ่มต้นขั้นสอง”
ห่าวชินแย้มยิ้มให้กับเฟยอวี่ นางหันมองไปทางเจียวอ้าว แววตาสุกใสของหญิงสาวส่องประกายราวกับดวงดารา “คุณหนูเจียว… คะ…คือว่า ข้าขอจับมือท่านได้หรือไม่?” น้ำเสียงของห่าวชินปรากฏอาการเขินอายแจ่มชัด
เจียวอ้าวขมวดคิ้วเป็ปมแน่น “…เพราะเหตุใด?”
“ขะ…ข้าชื่นชมท่านมาก ท่านงดงามมาก…” ห่าวชินอาศัยอยู่ในเมืองหลวง นางเคยเห็นเจียวอ้าวครั้งเดียวตอนนางไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิหลงเทียนพร้อมกับคนในตระกูลเจียว วันนั้นเป็การเดินขบวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผู้คนต่างปิดร้านค้าขายเพื่อมาเชยชมโฉมงามอันดับหนึ่งที่ร่ำลือกันทั่วบ้านทั่วเมือง แม้ห่าวชินได้เห็นแค่ครั้งเดียว แต่เป็ภาพจำที่ประทับลึกลงไปถึงจิติญญา
“…เอาสิ” เจียวอ้าวยื่นมือให้ ท่าทางของนางดูไม่ได้รังเกียจแม้แต่น้อย
ห่าวชินถึงกับแข็งค้างราวกับรูปปั้น นางเคลื่อนฝ่ามือทั้งสองเข้าใกล้อย่างเชื่องช้าเนื่องจากความตื้นตันใจ เมื่อฝ่ามือของนางัักับฝ่ามือเจียวอ้าว นางแทบอดกลั้นเสียงกรีดร้องแห่งความดีใจมิได้ “อร๊ายยยย…” ห่าวชินชักมือกลับในทันทีด้วยความเกรงใจ ใบหน้าของหญิงสาวกลับกลายเป็แดงฉานลามถึงใบหู
เฟยอวี่เผยรอยยิ้มมุมปาก แท้จริงแล้ว …สตรีผู้นี้ก็มีด้านที่อ่อนโยน “ข้าบอกแล้ว ท่านจงภูมิใจเสียเถอะ”
ภายใต้สีหน้านิ่งสงบของเจียวอ้าว หัวใจของนางกลับพองโตด้วยความดีใจสุดแสน บางครั้งมันก็ไม่ได้แย่เหมือนที่นางกลัวเท่าไหร่… ทันใดนั้นเองที่เสียงประกาศกร้าวของลู่หลินดังสะท้านทั่วทั้งตำหนักหลัก
“เสร็จสิ้นพิธีงานจับคู่ของศิษย์ใหม่ ข้าเชื่อว่าพิธีต่อไปนี้ทุกผู้คนต่างรอคอยกันเป็พิเศษ การประลองยุทธประจำปี!!”