สัญญาจำนน_End

    บทที่ 18 กินลมชมทะเล

            การเดินทางจากบ้าน นายหัวครรชิต ถึงภูเก็ต ใช้เวลาเดินทางประมาณสามชั่วโมง ซึ่งเมื่อสองหนุ่มสาวมาถึงภูเก็ต ก็เป็๲เวลาเย็นมากแล้ว นายหัวครรชิต ได้พา วิรดา มาพักอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของเขา ซึ่งนานๆ ทีจะมาพักสักครั้ง แต่ก็มีคนคอยดูแลทำความสะอาดอยู่เป็๲ประจำ

            “สวยจังเลยค่ะ” วิรดา กล่าวขึ้นเมื่อมองดูบ้านที่ติดชายหาด


            “ชอบหรือเปล่า?” นายหัวครรชิต เอ่ยถาม เมื่อพา วิรดา เข้าไปในบ้าน


            “ชอบค่ะ” วิรดา พูดพร้อมกับหันมายิ้มส่งให้ชายหนุ่ม


            “เดี๋ยวเราออกไปหาอะไรทานกันนะ” นายหัวครรชิต กล่าวขึ้นเมื่อนำกระเป๋าขึ้นมาเก็บไว้ในห้องนอนของบ้านพักตากอากาศแล้ว


            “ดาอยากทานอะไร?” ชายหนุ่มถามพร้อมกับเดินเข้ามาโอบกอดคนตัวเล็กไว้ทางด้านหลังหลวมๆ


            “ดาอยากทานกุ้งเผาค่ะ” วิรดา เอ่ยตอบพลางเอียงคอมองชายหนุ่ม


            “โอเค! งั้นเดี๋ยวเราไปทานอาหารซีฟู้ดกัน” ว่าแล้ว นายหัวครรชิต ก็ก้มลงจูบที่ปากบางจิ้มลิ้มหนึ่งที แล้วถอนออก เพราะหากปล่อยไว้นาน เขาอาจจะอดใจไว้ไม่ไหว คงได้พาคนตัวเล็กขึ้นเตียง แล้วไม่ได้ไปไหนกันพอดี แล้วจับจูงมือเดินลงมาขึ้นรถและขับออกไป


            นายหัวครรชิต เลือกร้านอาหารที่ติดกับชายหาด เพื่อจะได้บรรยากาศของกลิ่นไอทะเล และเขาเลือกโซนที่เป็๲ส่วนตัว ไม่มีคนพลุกพล่าน ในร้านจะเปิดเพลงเคล้าไปกับสายลมแห่งท้องทะเล


            “เอากุ้งแม่น้ำเผา, หอยเชลล์ผัดซอส, กรรเชียงปู, หอยนางรมทรงเครื่อง,ข้าวผัดปู, น้ำเปล่า และเบียร์” นายหัวครรชิต สั่งอาหารเสร็จสรรพ


            “ที่นี่บรรยากาศดีจังเลยนะคะ” วิรดา เอ่ยขึ้นหลังจากที่ชายหนุ่มสั่งอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว


            “ใช่! ที่นี่บรรยากาศดี.. ดามานั่งตรงนี้สิ” นายหัวครรชิต เอ่ยพร้อมกับทำท่าทำทางให้ วิรดา มานั่งลงข้างๆ ตัวเขา วิรดา จึงลุกขึ้นไปนั่งลง


            “มีอะไรหรือคะ?” วิรดา เอียงคอมองหน้าชายหนุ่ม พร้อมกับเอ่ยถามอย่างสงสัยว่าทำไมชายหนุ่ม จึงให้เธอมานั่งข้างๆ


            “ไม่มีอะไรก็แค่อยากให้มานั่งใกล้ ก็เท่านั้นเอง” ชายหนุ่มกล่าว พร้อมกับใช้แขนแกร่งโอบรอบเอวบางไว้  จึงทำให้ วิรดา อมยิ้ม พลางเสมองไปทางอื่นอย่างเขินอาย


            เมื่ออาหารที่สั่งได้ถูกลำเลียงมาเสิร์ฟครบแล้ว ทั้งสองก็ลงมือทานกันอย่างเอร็ดอร่อย


            “กุ้งค่ะ” วิรดา แกะเปลือกกุ้งออกจนหมดแล้ววางลงในจานของ นายหัวครรชิต


            “ป้อนให้ด้วยสิ” ชายหัวครรชิต เอ่ยขอจากหญิงสาวเพิ่ม


            “ทำไมต้องให้ป้อนด้วยล่ะคะ? พี่ชิตก็ทานเองได้” วิรดา ถามอย่างอายๆ


            “ก็พี่อยากให้ดาป้อนนี่ ถ้าไม่ป้อนพี่ก็ไม่กิน” นายหัวครรชิตว่าอย่างงอนๆ


            “ป้อนให้ก็ได้ค่ะ พี่ชิตรู้ไหมว่าทำตัวเหมือนเด็กเข้าไปทุกทีแล้ว” วิรดา ส่งค้อนให้ชายหนุ่มหนึ่งวง แล้วหยิบกุ้งส่งเข้าปากชายหนุ่ม พร้อมกับต่อว่าชายหนุ่มอย่างไม่จริงจังนัก


            “พี่ก็ทำกับดาคนเดียวเท่านั้นแหละ” นายหัวครรชิต กล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อน


            “ทำไมวันนี้มาแปลก พี่ชิตไม่สบายหรือเปล่าคะ?” วิรดา ถามอย่างล้อๆ แต่หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอพองโตขึ้นจนคับอกกับคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า

            “พี่สบายดี แต่ดานั้นแหละที่ไม่สบาย” นายหัวครรชิต กล่าวตอบกลับ ซึ่งทำให้ วิรดา ต้องงงกับคำพูดของเขา


            “ดาสบายดีค่ะ ไม่ได้เป็๲อะไรสักหน่อยหนึ่ง” วิรดา แย้งคำพูดของชายหนุ่ม เพราะเธอไม่มีอะไรตรงไหนที่ดูไม่สบายอย่างที่ชายหนุ่มว่ามาเลยสักนิด แถมยังสบายดีมากเลยด้วยซ้ำ


            “ดาไม่สบาย พี่รู้” ชายหนุ่มยังกล่าวยืนยันอีกเช่นเดิม


            “ทำไมพี่ชิตคิดว่าดาไม่สบายละคะ?” วิรดา ถามอย่างงงๆ สงสัยใคร่รู้


            “ก็เพราะพี่อยากจะฉีดยาให้เราหลายๆ เข็มไง” นายหัวครรชิต กล่าวกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู แบบหน้าตาย จนทำให้ วิรดา หน้าร้อนแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู


            “พี่ชิต! มาหื่นอะไรตรงนี้ คนบ้านี่!” วิรดา ต่อว่าชายหนุ่มเบาๆ


            “หึหึ!” นายหัวครรชิต หัวเราะในลำคออย่างขบขัน ที่แกล้งคนตัวเล็กได้


            เมื่อทานข้าวกันเสร็จแล้ว นายหัวครรชิต ก็พา วิรดา ไปเดินให้อาหารย่อยที่ชายหาด


            “หนาวเหรอ?” นายหัวครรชิต เมื่อเห็น วิรดา เอามือกอดอก ห่อไหล่ จึงได้เอ่ยถามขึ้น


            “นิดหน่อยค่ะ” วิรดา กล่าวยอมรับว่าหนาว เพราะลมทะเล๰่๥๹เวลากลางคืนมันค่อนข้างแรง ชายหนุ่มจึงเข้ามาสวมกอดร่างบางไว้


            “งั้นเรากลับกันดีกว่า” ชายหนุ่มเอือนเอ่ยตัดสินใจกลับ เพราะกลัวคนตัวเล็กจะไม่สบาย


            “โอเค! ค่ะ” แล้วทั้งสองก็พากันเดินไปขึ้นรถกลับบ้านพักตากอากาศ 


    ๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔