ชายแผลเป็เบื่อหน่ายกับการรอคอย ยกมือขึ้นสั่งการ
เขายืนกอดอกอยู่ห่างออกไปตลอดการต่อสู้ ปล่อยให้ลูกน้องรุมล้อมอาจารย์เซวียนคงโดยไม่ลงมือเอง สายตาเยียบเย็นจับจ้องมองความพยายามของชายชราด้วยความสนใจปนดูถูก ราวกับกำลังชมการแสดงที่รู้ผลลัพธ์อยู่แล้วั้แ่ต้น
เสี่ยวหลงเปาที่หลบอยู่มุมหนึ่งของศาลา ยังคงาเ็จากหมัดที่โดนก่อนหน้านี้ มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ทุกครั้งที่อาจารย์ฟาดไม้เท้าเข้าใส่ศัตรู หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นด้วยความหวัง แต่ทุกครั้งที่เห็นเืพุ่งกระจายจากาแใหม่บนร่างอาจารย์ ความหวังนั้นก็จางลงไปทีละน้อยเช่นกัน
"พอกันที จัดการให้จบเสียที"
คนชุดดำที่เหลือทั้งหมดกรูเข้าใส่อาจารย์เซวียนคงพร้อมกันในคราวเดียว ดาบและมีดนับสิบเล่มแวววาวสะท้อนแสงตะเกียงราวกับสายฝนเหล็กที่พร้อมจะโถมกระหน่ำลงมา
อาจารย์เซวียนคงหลบ
หมุนตัว
ฟาดไม้เท้าสวนกลับ
ท่านจัดการคนหนึ่งลงได้ แต่อีกดาบหนึ่งก็เฉือนเข้าที่ไหล่ขวาลึกจนเืพุ่งกระจาย เสียงร้องด้วยความเ็ปหลุดออกมาจากปากท่านเป็ครั้งแรกในค่ำคืนนั้น
"อาจารย์!"
เสี่ยวหลงเปากรีดร้องสุดเสียง ร่างกายที่เพิ่งลุกขึ้นยืนได้พุ่งเข้าไปช่วยโดยไม่คิดถึงอันตราย แต่อาจารย์เซวียนคงกลับตวาดกลับมาด้วยเสียงที่ดังกว่าที่เคยเป็มาตลอดชีวิต
เืจากไหล่ขวาไหลรินลงมาตามแขนจนหยดจากปลายนิ้วลงพื้นเป็จังหวะ ทีละหยด...ทีละหยด...เสี่ยวหลงเปามองเห็นภาพนั้นชัดเจนราวกับเวลาเดินช้าลง ความกลัวที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิตถาโถมเข้าใส่จนแทบทำให้เขาล้มลงกับพื้น
"ถอยไป!"
เสียงนั้นทรงพลังจนเสี่ยวหลงเปาต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ อาจารย์เซวียนคงยืนตัวสั่นเทาท่ามกลางวงล้อมของศัตรู เืจากาแหลายจุดไหลรินจนเสื้อผ้าของท่านเปียกชุ่มเป็สีแดงเข้ม แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงมีแววมุ่งมั่นไม่เปลี่ยนแปลง
เสี่ยวหลงเปายืนนิ่งอยู่กับที่ ทั้งร่างสั่นเทาไปด้วยความกลัวและความรู้สึกไร้อำนาจ เขามองอาจารย์ที่เคยเป็ดั่งูเาที่พึ่งพิงได้เสมอ บัดนี้กลับกลายเป็ร่างที่บอบช้ำเต็มไปด้วยาแ น้ำตาคลอเบ้าจนภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว แต่เขาก็ไม่กล้าขยับแม้แต่นิ้วเดียว เพราะรู้ดีว่าหากขืนเข้าไปตอนนี้ คงมีแต่จะเป็ภาระให้อาจารย์ต้องกังวลมากกว่าเดิม
ท่านหลับตาลงชั่วครู่ ริมฝีปากขยับพึมพำบทสวดที่เสี่ยวหลงเปาไม่เคยได้ยินมาก่อน ก่อนจะเปิดตาขึ้นพร้อมกับพลังบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างกายจนอากาศรอบตัวราวกับสั่นไหว
ไม้เท้าในมือท่านเรืองแสงจางๆ
เสี่ยวหลงเปาไม่เคยเห็นสิ่งใดคล้ายกันนี้มาก่อนตลอดชีวิต แสงสีทองอ่อนที่ปกคลุมไม้เท้าเก่าคร่ำนั้นเรืองรองราวกับดวงดาวที่ตกลงมาจากฟากฟ้า อาจารย์ที่เคยสอนเื่พลังภายในให้เขาฟังเสมอ บัดนี้กำลังแสดงให้เห็นถึงพลังขั้นสูงสุดที่ท่านซ่อนไว้ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา
อาจารย์เซวียนคงพุ่งตัวออกไปเร็วจนแทบมองไม่ทันด้วยตาเปล่า ร่างของท่านเคลื่อนไหวเป็เงาราง สลับซ้ายขวาท่ามกลางวงล้อมศัตรู เสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้นสลับกันไม่หยุด คนชุดดำล้มลงทีละคนสองคน
หนึ่ง...สอง...สาม...
เสี่ยวหลงเปานับจำนวนศัตรูที่ล้มลงในใจอย่างไม่รู้ตัว หัวใจเต้นรัวด้วยความหวังที่ผุดขึ้นมาเป็ครั้งแรกในค่ำคืนอันโหดร้ายนี้ บางทีอาจารย์อาจจะเอาชนะได้จริงๆ บางทีทุกอย่างอาจจะจบลงด้วยดีก็เป็ได้
เป็เสี้ยววินาทีแห่งความหวังที่เสี่ยวหลงเปาแทบไม่กล้าเชื่อสายตา
แต่แล้วพลังนั้นก็เริ่มจางหายไปอย่างรวดเร็ว ท่านหอบหายใจถี่ ร่างเซถลาไปด้านหลังหนึ่งก้าว สองก้าว ราวกับการใช้พลังครั้งนั้นดูดพลังชีวิตที่เหลืออยู่ไปจนหมดสิ้น
แสงทองที่เคยเรืองรองรอบไม้เท้าค่อยๆ จางหายไปทีละน้อย ใบหน้าของอาจารย์ที่เคยแดงก่ำด้วยพลังกลับซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากเริ่มเขียวคล้ำ หยาดเหงื่อเย็นเฉียบไหลรินตามขมับจนหยดลงพื้น เสี่ยวหลงเปามองเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นด้วยความหวาดหวั่นที่ทวีขึ้นเรื่อยๆ ในใจ
ชายแผลเป็ที่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ ตลอดเวลากลับก้าวเข้ามาเองในตอนนี้ ดาบยาวในมือดึงออกจากฝักด้วยเสียงคำรามโลหะ
ก้าวเท้าของเขาหนักแน่นและมั่นคง ไม่มีท่าทีเกรงกลัวต่อพลังที่อาจารย์เพิ่งแสดงให้เห็นแม้แต่น้อย ราวกับรู้ดีอยู่แล้วว่านั่นคือกำลังครั้งสุดท้ายที่ชายชราตรงหน้าจะสามารถรวบรวมออกมาได้ ดวงตาข้างเดียวที่เหลือของเขาเยียบเย็นราวกับน้ำแข็ง จับจ้องมองอาจารย์เซวียนคงดุจนักล่าที่กำลังจะปิดฉากการไล่ล่าเหยื่อ
"ฝีมือดีอยู่นะ เซวียนคง แต่ก็แค่นั้นแหละ"
น้ำเสียงของชายแผลเป็เยือกเย็นราวกับกำลังพูดเื่ดินฟ้าอากาศ ไม่มีความรู้สึกใดๆ ปรากฏบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็ ราวกับการฆ่าคนเป็เื่ปกติธรรมดาสำหรับเขามานานแสนนาน
ลูกน้องที่เหลืออยู่ถอยห่างออกไปเป็วงกว้าง เปิดทางให้หัวหน้าของตนจัดการงานสุดท้ายด้วยตัวเอง เสียงหายใจหอบถี่ของอาจารย์เซวียนคงดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมศาลาทั้งหลัง ร่างที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้เหลือเพียงเงาของชายชราผู้อ่อนล้าจากการต่อสู้ที่ยาวนานเกินกว่าร่างกายจะทนไหว
อาจารย์เซวียนคงยกไม้เท้าขึ้นป้องกันตามสัญชาตญาณ แต่ร่างกายที่หมดแรงไม่อาจตอบสนองได้ทันท่วงที ดาบยาวฟันเข้าที่ไม้เท้าจนหักสะบั้นเป็สองท่อน
เสียงไม้แตกดังก้องแทรกขึ้นท่ามกลางความโกลาหล ท่อนไม้ที่หักกระเด็นไปตกอยู่ห่างออกไปหลายก้าว อาจารย์เซวียนคงเสียหลักถอยหลังจนเข่าทรุดลงกับพื้นไม้ ปราศจากอาวุธใดๆ ป้องกันตัวอีกต่อไป
"อาจารย์!!"
เสี่ยวหลงเปากรีดร้องอีกครั้ง ร่างกายพุ่งเข้าไปโดยไม่ทันคิด แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง อาจารย์เซวียนคงหันมามองเขาเป็ครั้งสุดท้าย
"วิ่งไป! เดี๋ยวนี้!"
เสียงะโนั้นดังก้องไปทั่วศาลา ผสมกับเสียงคำรามของชายแผลเป็ที่กำลังจะฟันดาบลงมาอีกครั้ง
เสี่ยวหลงเปารู้สึกทุกอย่างรอบตัวเคลื่อนไหวช้าลงราวกับเวลาหยุดนิ่ง เขาเห็นดาบยาวเงาวาบในความมืด เห็นสีหน้าสิ้นหวังปนมุ่งมั่นของอาจารย์ที่ยังคงพยายามป้องกันตัวด้วยมือเปล่า เห็นทุกรายละเอียดของค่ำคืนอันโหดร้ายนี้ราวกับภาพวาดที่ถูกแช่แข็งไว้ชั่วนิรันดร์ แต่ร่างกายของเขากลับไม่อาจขยับไปช่วยได้ทันเวลา
ในเสี้ยววินาทีนั้น รอยแผลใต้ไหปลาร้าซ้ายของเสี่ยวหลงเปาร้อนวูบขึ้นมาอย่างรุนแรง ราวกับมีเปลวไฟลุกไหม้อยู่ใต้ิั เขาร้องด้วยความเ็ปจนล้มลงคุกเข่า มือกำที่หน้าอกแน่น
ความร้อนนั้นแผ่กระจายไปทั่วร่างกายในพริบตา ราวกับสายเืทั้งหมดในตัวเขาถูกจุดไฟเผาไหม้พร้อมกัน หัวใจเต้นรัวจนแทบะเิ เสียงคำรามแ่เบาก้องอยู่ในหูราวกับมาจากที่ไหนสักแห่งลึกเข้าไปในตัวเขาเอง ไม่ใช่จากภายนอก
ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะ
เขาเห็นภาพบางอย่างแวบเข้ามาในหัว ภาพของเปลวไฟและเงาร่างมหึมาที่คำรามก้องกังวาน เหมือนกับความฝันที่เขาเคยเล่าให้อาจารย์ฟัง แต่คราวนี้มันชัดเจนราวกับเป็ความจริง
เงาร่างนั้นมีดวงตาสีทองเรืองแสงจับจ้องมองเขาอยู่กลางเปลวเพลิง ราวกับกำลังรอคอยบางอย่างจากเขามาชั่วนาตาปี เสียงคำรามแ่เบานั้นดังก้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเสี่ยวหลงเปารู้สึกเหมือนกำลังจะถูกกลืนหายเข้าไปในความมืดนั้นทั้งร่าง
เขาไม่รู้ว่าภาพนั้นคืออะไร ไม่รู้ว่าเสียงคำรามนั้นเป็ของสิ่งใด รู้เพียงว่าลึกลงไปในส่วนที่มืดมิดที่สุดของหัวใจ มีบางอย่างกำลังตอบสนองต่อมันด้วยความคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับสิ่งนั้นเคยเป็ส่วนหนึ่งของตัวเขามาโดยตลอด เพียงแต่หลับใหลรอวันตื่นเท่านั้น
เสียงของอาจารย์ที่ะโเรียกชื่อเขาแทรกเข้ามาในความมืดนั้นราวกับเชือกที่ดึงรั้งเขาให้กลับคืนสู่ความเป็จริง เสี่ยวหลงเปากระตุกตัวตื่นจากภวังค์ ลมหายใจหอบถี่ ราวกับเพิ่งวิ่งมาไกลนับลี้ทั้งที่ร่างกายไม่ได้ขยับไปไหนเลย
เมื่อภาพนั้นจางหายไป เสี่ยวหลงเปาพบว่าตัวเองยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้น มือทั้งสองข้างสั่นเทา แต่มีพลังบางอย่างไหลเวียนอยู่ในร่างกายที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ราวกับสายน้ำที่เพิ่งถูกปลดปล่อยจากเขื่อนที่กั้นไว้นาน
จี้หยกที่คล้องคออยู่เรืองแสงจางๆ สีเขียวเข้ม ส่องสว่างขึ้นในความมืดราวกับตอบสนองต่อสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในตัวเขา เสี่ยวหลงเปามองลงไปที่จี้ด้วยความใปนงุนงง ไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองใน่เวลาไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา รู้เพียงว่าโลกทั้งใบราวกับเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
หูของเขาได้ยินเสียงทุกอย่างรอบตัวชัดเจนกว่าเดิมอย่างประหลาด เสียงลมหายใจของอาจารย์ที่หอบถี่อยู่ห่างออกไป เสียงเท้าของศัตรูที่ขยับย่ำบนพื้นไม้ แม้แต่เสียงเืที่ไหลหยดจากาแก็ยังได้ยินราวกับมันดังอยู่ข้างหู ประสาทััทั้งหมดของเขาราวกับถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาพร้อมกันในคราวเดียว
เขาเงยหน้าขึ้นมองทันเวลาพอดีที่จะเห็นดาบของชายแผลเป็ฟันลงมาที่อาจารย์เซวียนคง
เสี่ยงหลงเปาไม่ทันคิดอะไรทั้งสิ้น ร่างกายขยับเคลื่อนไหวไปเองด้วยพลังที่เพิ่งไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย เขาพุ่งตัวไปข้างหน้าเร็วกว่าที่เคยเป็มาตลอดชีวิต ทว่าระยะทางระหว่างเขากับอาจารย์นั้นไกลเกินกว่าจะไปถึงทันเวลา
"ไม่นะ!!!"
เสียงกรีดร้องของเสี่ยวหลงเปาดังก้องไปทั่วป่าสนรอบวัด กลบเสียงทุกอย่างในค่ำคืนนั้นจนหมดสิ้น