วันเวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วและนี่มันก็ครบกำหนดระยะเวลา 3 เดือนแล้วมันคือวันเวลาที่ทุกผู้คนต่างเฝ้าการรอคอยนั่นก็คือการประลอง สุดยอดแม่ทัพรุ่นเยาว์การแข่งการทำสงครามในครั้งนี้นั้นผู้ชนะจะมีเพียงหนึ่งเดียวไม่มีสองผู้ใดจะเป็นผู้นำกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดกันแน่ผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของงานนี้นั้นจะได้รับทาสสงครามเพิ่มอีกจำนวน 300 นาย
ไม่มีของรางวัลปลอบใจสำหรับผู้แพ้ต่อให้พวกมันสูญเสียทาสสงครามไปจนหมดสิ้นกับศึกในครั้งนี้ก็ตามภายในงานครั้งนี้นั้นมีกลุ่มขั้วอำนาจต่างๆมากมายเข้ามารับชมไม่เว้นแม้แต่ตัวแม่ทัพอู๋ซางเองมันก็เข้ามาร่วมกับเขาด้วยเช่นกันพวกมันทุกคนล้วนอยากได้บุคคลที่มากพร้อมด้วยความสามารถเพื่อมาเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ตนเองมีผู้คนนับล้านคนที่เฝ้าจับตามองดูศึกงานประลองในครั้งนี้ผ่านสัญญาณภาพที่ถูกฉายบนจอภาพขนาดยักษ์ภายในเมืองแห่งสายน้ำทั่วทั้งเมืองและเหล่าผู้นำกองกำลังถูกเชิญตัวให้รับชมศึกในครั้งในอยู่ภายในพระราชวังอย่างสมเกียรติ ดูแลต้อนรับโดยเจ้าเมืองแห่งสายน้ำ
ในการประลองสุดยอดแม่ทัพรุ่นเยาว์มีทั้งสิ้น 20 กองกำลังสงครามในครั้งนี้ไม่ห้ามวิธีการขอเพียงอย่างเดียวห้ามฆ่าผู้นำกองกำลังเป็นอันขาดภูมิประเทศและสถานที่ตั้งสามารถเลือกได้ตามใจชอบว่าจะเลือกตั้งค่ายพักตรงไหนจุดไหนโดยรัศมีการประลองกว้างถึง30 กิโลเมตรสามารถใช้อาวุธทำลายล้างได้ทุกชนิดตามแต่จะหามาได้ผู้ที่มีทรัพยากรมากย่อมได้เปรียบกว่าผู้อื่นแต่ถ้าหากพ่ายแพ้มาทรัพยากรทั้งหมดจะถูกยึดไปและกลายเป็นสินสงครามของผู้ชนะศึกการประลองในครั้งนี้มีความสมจริงถึงขีดสุด
ฐานที่ตั้งกองกำลังแสงเทียน อู๋ซวงเลือกที่จะตั้งอยู่บริเวณชายหาดริมทะเลทางใต้ของเมืองแห่งสายน้ำ สถานที่แห่งนี้วิวทิวทัศน์งดงามเป็นอย่างยิ่งทะเล สีครามงดงามตระกาลตา มีภูผาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนไปมา ต้นไม้เขียวชอุ่มไปทั่วทั้งบริเวณราวกับสวนสวรรค์บนพื้นพิภพ
ศึกสงครามในครั้งนี้อู๋ซวงเปิดโอกาสให้เต็มที่กับผู้เฒ่าผู้ชรา กุนซือ ตู๋กูผู้มีความสามารถราวกับสวรรค์ประทานเพื่อแสดงพลังความสามารถที่แท้จริงของมันออกมามีทาสสงครามจำนวนมากที่ไม่ชอบขี้หน้าของมันมากนักเพราะพวกมันฝึกโหดเลือดตาแทบกระเด็นตลอดระยะเวลา3 เดือนแต่ตาเฒ่าผู้นี้กับได้สิทธิพิเศษตั้งมากมายโดยไม่ต้องฝึกโหดดั่งเช่นพวกมัน คำพูดคำจาของมันนั้นราวกับออกมาจากปากของสุนัขทั้งโหดสเหี้ยมและไร้ใจแต่เวลาพูดจากับอู๋ซวงผู้เป็นนายสูงสุดกับเต็มไปด้วยคำหวานชวนรื่นหูสมญานาม ที่พวกมันต่างแอบตั้งให้แก่ตาเฒ่าผู้นี้คือ บัณฑิตถ่อย
ตู๋กูมันแนะนำแผนการที่มันคิดขึ้นกับอู๋ซวงด้วยแววตาที่สดใส่ดั่งดวงดาวราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสา
"หืมแผนการของเจ้ามันสุดยอดจริงๆ แต่ว่านะ มันจะไม่ดูโหดเหี้ยมและทำให้ข้าดูมีจุดเด่นมากเกินไปหน่อยเหรอตาเฒ่า
"ฮ่าฮ่าฮ่าท่านจะมาว่าข้าโหดเหี้ยมได้ไงเพราะนี่คือสงคราม พวกเราจะใจอ่อนต่อพวกมันไม่ได้เป็นอันขาดและวิธีการนี้จะช่วยให้กองกำลังของพวกเราสูญเสียกำลังพลน้อยมากที่สุดทุกสิ่งที่ข้าทำไปก็เพื่อท่าน
"ชิก็ได้เอาตามที่เจ้าว่าอย่าทำให้ข้าต้องรู้สึกผิดหวังล่ะเจ้าสั่งการได้เต็มที่เลยส่วนข้าและเจ้าจินเฉิ่นอู่มีหน้าที่แค่แสดงละครลิงซินะ
เมื่อพูดกับผู้เป็นนายเสร็จมันไม่รอช้าเริ่มดำเนินแผนการโดยทันทีมันนำกองกำลังมากกว่า 100 นายวางเส้นลวดทองแดงขนาดยักษ์หลายสิบเส้นวางทอดยาวอยู่ใต้ทะเลเป็นแนวยาวชายฝั่งตลอดทั้งริมชายหาดความยาวหลายกิโลเมตรพร้อมทั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหลายเครื่องเป็นแหล่งพลังงานทุกเครื่องล้วนกักเก็บไฟฟ้าแรงดันสูงที่ได้จากฟ้าฝ่า
ณพระราชวัง เมืองแห่งสายน้ำ
"นั่นพวกมันคิดจะทำอะไรนะนี่คือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแรงดันสูงเชียวนะ
การกระทำทุกสิ่งทุกอย่างของกองกำลังแสงเทียนนั้นถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลาโดยแขกผู้ทรงเกียรติ
อย่าบอกนะว่าพวกมันคิดจะ !!@@##
เวลาผ่านไปหลายชั่วยามตอนนี้ก็มืดค่ำแล้ว อู๋ซวงนั่งก่อกองไฟพร้อมทั้งสาวงามนับ 10 คนพวกเธอล้วนใส่เสื้อผ้าบางเบาโชเนื้อหนังแม้แต่เหล่าโสเภณียังอายพวกเธอล้วนหยอกล้อหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ทางด้านจินเฉิ่นอู่ นั่งข้างกับผู้เป็นนายด้วยใบหน้าแดงกล่ำดูเขินอายไม่พูดไม่จาเอาแต่นั่งเงียบมีเพียงอู๋ซวงเท่านั้นที่หยอกล้อกับสาวงามราวกับลืมไปเลยว่าตอนนี้นั้นตนเองกำลังอยู่ภายในศึกสงครามขนาดย่อมแต่มันก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่ว่ากองกำลังทั้งหมดนับร้อยคนของเขากับหายไปเหลือเพียงแค่สาวงามนับ10 คนและเจ้า จินเฉิ่นอู่เพียงเท่านั้นจะมีเพียงผู้ชมการประลองเท่านั้นถึงจะทราบเรื่องราวทั้งหมดพวกมันต่างรู้สึกสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
เวลาผ่านไปไม่นานนักมีกองเรือใหญ่จำนวนนับ 10 ลำ ไม่ผิดมีมากกว่า 10 ลำพวกมันทุกคนล้วนมีความคิดเห็นเดียวกันว่ากองกำลังแสงเทียนควรที่จะเป็นกองกำลังแรกที่ควรจะถูกกำจัด พวกมันทั้ง 10 กองกำลังนั้นตัดสินใจที่จะก่อตั้งพันธมิตรชั่วคราวเพื่อการนี้โดยเฉพาะผู้นำชั่วคราวของพวกมันนั้นก็คือ กงโม่เป็นบุตรชายของพ่อค้าใหญ่ท่านนึงความรวยของมันนั้นอยู่ลำดับต้นๆของแคว้นเรือที่บรรทุกผู้คนเหล่านี้ล้วนเป็นทรัพย์สินของมันทั้งสิ้นในยามนี้กองกำลังที่กำลังบุกจู่โจมมีจำนวนมากถึง1,000 คน ทางด้านอู๋ซวงมีเพียงแค่ 200 แต่ในยามนี้พวกมันกับเห็นสาวงามแค่10 คนและเจ้าโง่ที่เป็นผู้ติดตามของอู๋ซวงอีก 1 เท่านั้น
"ฮ่าฮ่า ข้าไม่คิดเลยว่านายน้อยอู๋ซวงที่สร้างความหวาดกลัวต่อผู้คนจะเป็นคนที่รักอิสระเสรีเช่นนี้ กอดสาวงามท่ามกลางแสงจันทร์ดูเหมือนว่าท่านคงจะลืมไปว่าเวลานี้คือเวลาอะไรขอสาวงามของท่านให้ข้าซักคนได้รึไม่
กงโม่พูดด้วยท่าทางหื่นกระหาย เลือดลมสูบฉีด
"ต๊าย…ตาย…แล้วนายท่านเจ้าสัตว์ป่าพวกนั้นมันต้องการข้า ต้องการกัดกินข้า ข้ากลัวแล้วกลัวเหลือเกินนายท่าน
นางพูดจาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเอาหัวคอเคลียต่อผู้เป็นนาย
อู๋ซวงเอามือลูบหัวนางด้วยความเอ็นดู เขาเองก็เกือบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ได้กับท่าทางของสตรีพวกนี้
"หึหึหากเจ้าคิดอยากจะได้สตรีของข้า ค่าตอบแทนที่พวกเจ้าจะได้รับมันสูงนะ
"ฮ่าฮ่า ฮ่า เจ้าจะมีปัญญาที่จะทำอะไรข้าได้ ดูนี่ซิข้านำคนมามากกว่า 1000 คน ดีดนิ้วเดียวพวกเจ้าก็จบสิ้นแล้ว ทางที่ดีเจ้าควรจะเก็บปากไว้กินข้าวดีกว่านะ
"พวกเราบุกไปแย่งชิงธงของมันมาให้ได้ส่วนสาวจงส่งพวกนางมาให้ข้าเมื่อข้าเบื่อแล้วจะส่งพวกนางไปให้พวกเจ้าทีหลัง
เฮ……เหล่าทาสสงครามนับ1000 คนต่างกระโดดลงเรือพร้อมทั้งพยายามว่ายน้ำขึ้นฝั่งอย่างแข็งขันมีเพียงผู้นำแต่ละกองกำลังเท่านั้นที่ยืนอยู่บนเรือไม่ได้บุกไปด้วยตนเองท้องฟ้ามืดมิดผู้คนว่ายน้ำอยู่ริมชายหาดพวกมันไม่ต่างอะไรกับฝูงมดเลย
ขณะเดียวกันผู้เฒ่าตู๋กู ยืนส่องกล้องส่องทางไกลอยู่บนยอดต้นไม้สูงพร้อมทั้งร่ำสุราด้วยท่าทางเบิกบานใจเมื่อกองกำลังใกล้ขึ้นบนชายฝั่งมันยิ่งพุส่งสัญญาณในทันที
อ๊ากกกกกกกกก อ๊ากกกกกกกกกกกกกก
เหล่ากองกำลังนับ 1000พวกมันทุกคนต่างร้องเสียงหลงร่างกายของพวกมันทุกคนล้วนสั่นกระตุกไปมาควบคุมร่างของตนเองไม่ได้ ขณะเดียวกันก็มีประกายไฟฟ้าสีน้ำเงินปะทุออกมาจากใต้น้ำที่ดูแล้วสุดแสนจะน่ากลัว สิ่งที่พวกมันโดนนั้นก็คือไฟฟ้าแรงดันสูงเวลาผ่านไปชั่วอึกใจเสียงกองกำลังมากกว่า1000 คนล้วนเงียบสนิทร่างของพวกมันลอยอยู่บนพื้นทะเลเป็นร่างที่ไร้วิญญาณ
เสียงสัญญาณดังขึ้นอีกครั้ง นั้นหมายความว่าให้หยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงผ่านไปเพียงไม่กี่อึกใจอยู่ๆผืนทรายทั่วทั้งชายหาดก็กระดุกกระดิกขึ้นมาราวกับมีชีวิตกองกำลังแสงเทียนมากกว่า 200 คนหลบซ่อนตัวตนอยู่ภายใต้ผืนทรายก็มาปรากฎตัวขึ้นมา
"กำจัดขยะ เสียงตะโกนก้องของผู้เฒ่าผู้ชราสั่งการ มาแต่ไกล
พวกมันไม่รอช้านำมีดชักออกมาเข้าไปจ้วงแทงเหล่าบุคคลที่รอดชีวิตในทันที เหล่าสาวงามข้างกายชายหนุ่มแววตาแต่เดิมใสซือบริสุทธ์กับกลายคมกล้าดังสัตว์ป่าเข้าร่วมสังหารโหดอย่างไม่ปราณี
เหล่าผู้นำกองกำลังทั้ง10 ล้วนแข็งขาสั่นเทาด้วยท่าทางหวาดกลัวหายใจติดขัดกับภาพการสังหารโหดตรงหน้า