ตอนที่ 27 ขอคนจากฮ่องเต้!
ทุกคนทราบกันดีว่ารัชทายาทหย่งหยวนไม่ใช่โอรสที่อวี่เสียงฮ่องเต้โปรดปรานที่สุด แต่เป็เพราะเขาคือโอรสเพียงคนเดียวของฮองเฮาพระองค์ก่อน ลุงเขายังเป็ขุนนางเก่าแก่ที่ติดตามฝ่าาออกรบมาหลายปี มีตำแหน่งหน้าที่มั่นคง สำหรับคำขอร้องของอีกฝ่ายที่มีต่อตน ขอเพียงไม่เกินเลยนักย่อมรับปากได้
โอรสที่ฮ่องเต้โปรดปรานยิ่งคืออ๋องเก้าจิ้งเยี่ย แรกเริ่มนั้นเสด็จแม่ของเขาเป็สตรีเพียงหนึ่งเดียวที่พระองค์เคยรักอย่างแท้จริง
สามตำหนักหกเรือนของฮ่องเต้มีสตรีข้างกายมากเกินไป บางคนแต่งเพื่อให้อำนาจมั่นคงผูกมัดใจคน บางคนแต่งเพื่อให้มีทายาทมากมาย ส่วนใหญ่ล้วนปฏิบัติกับฝ่าาด้วยความเคารพ สตรีเ่าั้มองไปแล้วไม่แตกต่างสักเท่าใด คนที่เชื่อฟังพอเข้ากันได้ก็ใกล้ชิดมากหน่อย หากเข้ากันไม่ได้หรือไม่ค่อยชอบ ฮ่องเต้ก็จะไปหาน้อยลง
แต่ตอนที่เสด็จแม่ของจิ้งเยี่ยมีชีวิตอยู่ พระองค์มอบความรักใคร่ลึกซึ้ง บางทีอาจเป็พรหมลิขิต นางไม่ได้งดงามเหนือใครหรือมีภูมิหลังจากตระกูลแข็งแกร่งที่สุด ถึงขั้นไม่้าแย่งชิงความโปรดปรานกับสตรีในวังหลัง ทว่าสตรีเช่นนี้กลับเข้าไปอยู่ในสายตาอวี่เสียง
จิ้งเยี่ยเป็โอรสเพียงคนเดียวของสนมรักผู้นั้น ฮ่องเต้จึงมอบความรักใคร่ห่วงหาแก่โอรสคนที่เก้าเป็พิเศษ นิสัยของจิ้งเยี่ยกับหย่งหยวนยังแตกต่างกัน โอรสคนโตให้ความเคารพบิดามาตลอด ไม่ว่าเื่ใดล้วนพากเพียรทำให้ดีที่สุด ด้วยอยากได้รับความชื่นชมจากเสด็จพ่อ
จิ้งเยี่ยกลับเหมือนเด็กชาวบ้านทั่วไป เขาพึ่งพาฮ่องเต้เพียงเล็กน้อย ทั้งยังพูดจาตามอารมณ์ เพราะไม่เคยคาดหวังจะได้รับคำชื่นชมจากเสด็จพ่อแต่อย่างใด เห็นอีกฝ่ายเป็เพียงบิดาคนหนึ่งเท่านั้น
“หย่งหยวนมีอะไรอยากพูด เอ่ยมาตามตรงก็พอ หากพ่อช่วยได้ย่อมช่วยเ้าแน่นอน เ้าเป็เด็กว่าง่ายรู้ความมาตลอด เรารู้ว่าเ้าไม่มีทางทำให้เราลำบากใจ” อวี่เสียงยิ้ม ขณะมองรัชทายาทหย่งหยวน โอรสคนนี้ของเขารู้ว่าเวลาใดควรรุกหรือถอย ตนจึงไม่ห่วงอะไรมาก
“ลูกไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเสด็จพ่อมากนัก จึงไม่พูดอ้อมค้อมแล้ว เื่เป็เช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ ตอนนั้นผู้บัญชาการองครักษ์เงาของลูกได้รับคำชื่นชมจากเสด็จพ่อ เป็เพราะแพ้ให้คนเดียวกันถึงสามครั้ง ทำให้ลูกชื่นชมคนผู้นั้นอย่างยิ่ง ท่านก็ทรงทราบว่าลูกชมชอบคนมีความสามารถ จึงอยากขอคนผู้นี้จากเสด็จพ่อมาที่จวนรัชทายาทของลูก” หย่งหยวนพูด พลางเหลือบมองจิ้งเยี่ย จากนั้นกวาดสายตายังอ้านจิ่วที่คุกเข่าข้างเดียวอยู่เบื้องหน้าเขา
ครั้งก่อนเอาตัวคนมาไม่ได้ ตอนนี้เห็นอ้านจิ่วภักดีต่อจิ้งเยี่ยขนาดนี้ ทำให้หย่งหยวนนึกอิจฉาไม่หาย เดิมทีเป็เพราะโมโหองครักษ์คนดังกล่าวที่ไม่ยอมติดตามตน จึงคิดจะเอาตัวอีกฝ่ายมาไว้ข้างกายแล้วทรมาน แต่พอเห็นอ้านจิ่วภักดีต่อเ้านายขนาดนี้ ทำให้เขาเกิดความวู่วามชนิดหนึ่ง นั่นคือต้องทำให้อีกฝ่ายเชื่อฟังและภักดีต่อตนยิ่งกว่า
ฮ่องเต้จำได้ว่าหย่งหยวนเคยพูดถึงคนผู้นี้ ซึ่งคือองครักษ์ลับผู้นั้นที่อยู่ข้างกายจิ้งเยี่ย โดยเฉพาะเมื่อเห็นท่าทางเคารพนอบน้อม อีกทั้งจิตใจยังมุ่งตรงไปที่เ้านายเพียงคนเดียว ก็ยิ่งเข้าใจรัชทายาทหย่งหยวนมากขึ้น มุมปากพลันยกยิ้มน้อยๆ แล้วเอ่ย “เอาชนะผู้บัญชาการองครักษ์เงาของเ้าได้นับเป็คนมีความสามารถแท้จริง เราเองก็ชอบมาก คนผู้นั้นที่เ้าพูดถึงคือองครักษ์ลับข้างกายเ้าเก้าใช่หรือไม่”