เอ้กอีเอ้ก แอ๊กกก เสียงไก่ขันในยามเช้าเป็่เวลาเช้าที่บ่งบอกถึงการต้องตื่นนอนของใครหลายๆคนที่ต้องไปทำงาน หลังไก่ขันก็ถึงเวลาที่พระอาทิตย์ต้องออกมาทำงานในวันหม่
ในห้องนอนห้องหนึ่งได้มีหญิงสาวคนหนึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงไม้ จากที่แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านหน้าต่างห้องนอนเข้ามา ทำให้กระทบกับใบหน้างอดงามอย่างเ้าหญิงนิทราที่นอนรอเ้าชายมาจุมพิษแต่ใบหน้าที่งดงานนั้นกลับซีดเซียวแทบไม่มีสีเืหลงเหลืออยู่บ้านใบหน้าเลย ใครที่มองเห็นใบหน้าของหญิงสาวก็ต้องรู้แน่นอนว่าเธอคนนี้กำลังป่วยไข้และยังไม่ได้สติ
แต่ใบหน้าซีดเซียวกับดวงตาที่ปิดสนิดในตอนนี้ กลับขมวดคิ้วและลืมตาขึ้นมองเพดานหน้าอย่างคนที่ไม่ได้สติกลับมาในทันทีที่ลืมตา เธอบนเตียงกำลังกระพริบตาเพื่อให้ภายในสายตาชัดเเจนขึ้น ใบหน้าที่งดงามของหญิงสาวกระพริบตาเร็วๆอีกสองสามครั้งก่อนจะใช้ตาที่มีสีน้ำตาลอ่อนๆกวาดสายตาที่พอมองได้มองสำรวจห้องที่เธอกำลังนอนอยู่ตอนนี้
เธอขยับหัวไปทางขวาสิ่งที่เธอเห็นคือห้องที่ทำจากไม้ทั้งหมด ในห้องยังมีตู้เสื้อผ้าที่ทำจากไม้แกะสลักสวยงามแต่ดูโบราณไปหน่อย นอกจากตู้เสื้อผ้าแล้วในห้องก็มีโต๊ะไม้สำหรับนั่งเขียนหนังสือหนึ่งตัว โต๊ะเครื่องแป้งหนึ่งตัว มีราวไม้สำหรับใช้แขวนเสื้อหนึ่งราว และของเล็กๆน้อยๆอีกหลายอย่างแต่ทุกอย่างทำจากไม้เป็สวนใหญ่
จากที่เธอมองแล้วที่นี่เหมือนจะไม่ใช้ทีที่เธอเคยอยู่ และเธอก็ไม่รู้ว่าที่นี้คือที่ไหนตอนนี้เธอรู้สึกสับสนไม่หมด หัวเธอก็ปวดร่างกายก็ปวดเหมือนและไม่มีแรงไม่หมด จริงๆแล้วมันเกินอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ทำไมเธอถึงมานอนที่ไหนก็ไม่รู้
เธอมีชื่อว่าแพรไหม เธอเป็เด็กกำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิตต้องแต่เด็ก ถูกคุณยายที่เป็แม่ของแม่เธอรับไปเลี้ยงดูที่ต่างจังหวัง ท่านเคยเป็เซฟทำอาหารในโรงเเรงดังในเมืองคุณยายของแพรไหมมีความสามารถในการทำอาหารคาวหวาน ท่านได้ความรู้มาจากคุณแม่ของท่านก็เป็เซฟทำขนมหวานและอาหารคาว ทำให้คุณยายได้ความสามารถนี่มาจากคุณแม่ของท่าน
แพรไหมที่คุณยายเลี้ยงดูมาั้แ่เป็เด็กก็ได้ความรู้ในด้านนี้มาจากคุณยายของเธอเอง เธอได้เรียนรู้การทำอาหารและทำขนมแบบไทยๆมาจากท่านมากมาย เมื่อแพรไหมอายุได้18ปี คุณยายผู้เป็ญาติเพียงคนเดียวของเธอก็ได้มาเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยลง แพรไหมที่เหลือตัวคนเดียวเสียใจมากเธอรู้สึกโดยเดียวทำอะไรไม่ถูก
หลังจากที่แพรไหมสูญเสียคุณยายไปเธอไม่สามารถทำใจที่จะอยู่อาศัยในบ้านที่มีความทรงจำของเธอรวมกับคุณยายผู้เป็ที่รักได้อีกแล้ว หลังเสร็จจากงานศพของคุณยายแพรไหมตัดสินใจที่จะขายบ้านและที่ดินทั้งหมดที่คุณยายทิ้งไว้ให้เธอทั้งหมด เป็จำนวนหลายล้านบวกกับเงินประกันชีวิตที่คุณยายทำไว้ให้แพรไหม แพรไหมสามารถใช้เงินก้อนนี้เรียนต่อจนจบและทำตามฝันของเธอได้เลย
หลังจากเธอจักการทุกอย่างเสร็จแพรไหม ก็เก็บเสื้อผ้าเดินทางเข้ากรุงเทพฯเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยคณะอาหารนานาชาติ หลังเรียนจบเธอได้เดินทางไปเรียนต่อด้านขนมหวานที่ต่างประเทศอีกสอบปี ก่อนจะกลับมาเปิดร้านอาหารเป็ของตัวเองที่กรุงเทพฯประเทศไทย
ก่อนเกิดเหตุการณ์ะเิของแก๊สในห้องเช่าของแพรไหม ด้วยเธอปิดร้านดึกเนื่องจากต้องรอวัตถุดิบทำอาหารให้มาส่งที่ร้านให้เรียบร้อยก่อน เธอถึงจะกลับบ้านได้ ด้วยพรุ่งนี้จะเป็วันหยุดของเธอ แต่ไม่ใช้วันหยุดของทางร้านด้วยร้านนี้เธอเป็หุ้นส่วนกับเพื่อนที่เจอกันตอนไปเรียนต่อทำให้พวกเธอมักจะพลัดกันหยุดพักผ่อนจากการทำงานเสมอ และพรุ่งนี้คือวันหยุดของแพรไหมดังนั้นวันนี้เธอจึงต้องเลิกงานช้ากว่าปกติ
และของที่เธอสั่งซื้อมาจากร้านประจำก็จะเป็วัตถุดิบในการทำอาหารไทยต่างชาติและพวกวัตถุดิบสำหรับทำขนมไทยและต่างชาติตามที่ร้านเธอทำขาย เธอจัดการตรวจเช็คของเรียบร้อยไม่มีอะไรขาดจึงทำการปิดร้าน
นานๆจะมีวันหยุดของตัวเองบาง ทำให้เธออยากจะทำอาหารทานเองที่บ้าน แพรไหมเป็คนชอบทำอาหารและขนมทานเองที่บ้านมาก เมื่อเธอมีเวลาว่างจะต้องทำอาหารเองตลอดเธอเป็คนไม่ชอบออกไปเที่ยวด้านนอก เธอชอบอยู่กับตัวเองให้เวลากับตัวเองมากกว่าแต่ใครจะคิดว่าวันนั้นจะเป็วันที่เธอจะต้องจบชีวิตลงถ้าเธอรู้คงออกเป็เที่ยวดูหนังมากกว่าอยู่บ้านทำอาหารไปแล้ว
"พี่เกดพี่ฟื้นเเล้ว"