เมื่อเดินเข้ามาภายในรั้วบ้านจึงสังเกตได้ว่าหลอดไฟภายในบ้านช่วยทำให้ทั่วทั้งบริเวณสว่างขึ้น บ้านนี้ไม่ได้โดนตัดไฟเหมือนดั่งที่อิฐบอก เมื่อก้าวเข้าผ่านพ้นประตูบ้านจึงพบกับหญิงสูงวัยนอนหลับตาหายใจรวยรินอยู่บนพื้นกระเบื้องตีนบันไดทางขึ้นชั้นสอง ข้าวของถูกรื้อค้นระเกะระกะกระจัดกระจายอยู่เต็มบ้าน
“ป้า…” ทีปกรเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างเวทนา เมื่อเห็นสภาพร่างกายรวมไปถึงใบหน้าซีกซ้ายที่เขียวช้ำเหมือนดั่งในฝันเมื่อครู่
“หมวดครับ…” ทุกคนที่อยู่ภายในบ้านต่างละสายตาจากสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของตน มองขึ้นไปด้านบนซึ่งเป็นต้นตอของเสียงนั้น
“หมวดครับห้องด้านในสุดมีผู้เสียชีวิตครับ” เสียงตะโกนจากตำรวจชั้นผู้น้อยทำให้ผู้หมวดหนุ่มเดินขึ้นชั้นสองของบ้านทันที ทิ้งให้สองพี่น้องและตำรวจอีกสองนายอยู่ด้านล่าง
ทีปกรหันกลับมามองป้าดีอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับมีร่างโปร่งแสงของเด็กหนุ่มนั่งยอง ๆ อยู่ด้านข้างซึ่งเป็นร่างของป้าดี เมื่อเพ่งดูชัด ๆ ก็จะเห็นว่าอิฐมีใบหน้าที่ซีดเซียวไม่ต่างจากตอนเป็นมนุษย์มากนัก และยังมีเลือดไหลออกจากขมับด้านขวาไม่หยุด
“ป้าทำให้ผมตาย ป้าต้องไปกับผม” เสียงของเด็กหนุ่มตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ทั้งยังพยายามดึงวิญญาณของป้าดีให้ออกจากร่าง น้ำตาของหญิงสูงวัยไหลซึมออกมาจากดวงตาทั้ง ๆ ที่ตายังหลับอยู่
ในระหว่างที่วิญญาณของเด็กหนุ่มพยายามยื้อยุดฉุดกระชากอยู่นั้น ธาริณีผู้ซึ่งมองไม่เห็นวิญญาณก็ก้มลงแทรกทะลุร่างโปร่งแสงของอิฐจับไปยังชีพจรของป้าดี ทำให้เด็กหนุ่มต้องละจากการกระทำนั้นและเบนสายตาไปยังหมอสาวแทน
รอยยิ้มมุมปากด้วยความร้ายกาจประกอบกับสายตาที่มองเหยื่ออย่างหิวกระหาย บ่งบอกได้ทันทีว่าเป้าหมายในหัวตอนนี้เปลี่ยนไป ปลายลิ้นอันแสนจะเย็นชืดเลียไปยังมือของธาริณีและค่อย ๆ ไล่ขึ้นไปจนถึงต้นแขน ขนเส้นบางตั้งขึ้นเมื่อปลายลิ้นของวิญญาณร้ายสัมผัส ธาริณีจึงต้องถูแขนไปมาเพื่อให้ขนหุบลง
"อ่า... รู้สึกสินะ ผมจะทำให้พี่รู้สึกมากกว่านี้" เมื่อพูดจบประประโยค อิฐก็เริ่มใช้ปลายลิ้นเลียไปยังแก้มและค่อย ๆ ไล่ไปจนเกือบจะถึงปาก
"อย่า" ทีปกรตะโกนออกมาเสียงดัง จนทุกคนต่างตกใจและหันมามองเป็นตาเดียวกัน รวมไปถึงวิญญาณของอิฐก็ชะงักเช่นกัน
"อะไรที อย่าอะไร" ธาริณีถามขึ้น
"ไม่มีอะไรพี่ ทำต่อเถอะ" ทีปกรกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่ ก่อนจะจ้องไปยังวิญญาณของอิฐอย่างไม่ละสายตา เหงื่อจากร่างกายเริ่มไหลซึมออกมาทั้ง ๆ ที่อากาศก็ไม่ได้ร้อน ใบหน้าเริ่มซีดเผือดด้วยความกลัวอย่างบอกไม่ถูก
"ทีไปนั่งก่อนก็ได้นะ พี่ทำคนเดียวได้สบายมาก" ทีปกรถอยหลังออกไปไม่กี่ก้าวและทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเอนหลังติดกับกำแพงบ้าน แต่ตาก็ยังจ้องวิญญาณร้ายตนนั้นอย่างไม่ละสายตา
"อ่า… พี่เห็นผมด้วยเหรอเนี่ย หรือจะเป็นพี่ดีนะที่ผมจะพาไปด้วย หน้าตาพี่ก็ดีไม่ต่างจากพี่สาวสักเท่าไรพอจะแทนกันได้อยู่" อิฐเคลื่อนตัวเข้ามากระซิบข้างหูทีปกร ทั้งยังใช้มือลูบไล้ใบหน้าช้า ๆ
"ไม่ต้องกลัวนะพี่ ความตายมันไม่เจ็บอย่างที่คิดหรอก จะให้พี่ตายยังไงดีนะ" อิฐเผยยิ้มอย่างชั่วร้าย และใช้มือปลาหมึกลูบไล้ไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายโดยที่ทีปกรไม่สามารถขยับตัวได้ เหมือนตกอยู่ในมนตร์สะกดอะไรบางอย่าง
“พี่อยากรู้ไหมว่าวิญญาณอย่างผมสามารถทำอะไรได้บ้าง…” เสียงเย็นยะเยือกชวนขนลุก ไม่สามารถทำให้ทีปกรฟังได้จนจบ สติในตอนนี้ได้แต่คิดถึงชายผู้เป็นที่รักอย่างเดียวเท่านั้น
"เขมทัตช่วยด้วย" ทีปกรพยายามตะโกนออกมา แต่ก็ได้แค่ภายในใจเท่านั้น
"ไม่มีใครช่วยพี่ได้หรอก ฮ่า ๆ" วิญญาณร้ายลำพองใจโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า มีพลังงานอันยิ่งใหญ่ส่งสายตาจ้องจะกินเลือดกินเนื้ออยู่ด้านหลัง
"ระยำ" เสียงอันแข็งแกร่งแทรกขึ้นขัดจังหวะ พร้อมแสงสีแดงวาบสว่างขึ้นทั่วทั้งบริเวณบ้าน โดยที่ไม่มีมนุษย์ผู้ใดสามารถมองเห็นได้ จะมีแค่ทีปกรกับวิญญาณร้ายเท่านั้น
“ริอ่านมายุ่งกับคนรักของข้า จงลงสู่นรกภูมิเสียเถิด”
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่อิฐยังไม่ทันจะได้หันกลับมามองเลยด้วยซ้ำ รอยแยกจากพื้นพร้อมแสงสีแดงภายใต้นั้นดูดกลืนวิญญาณร้ายลงสู่นรกเบื้องล่างทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแทรกออกมาจากรอยแยกก่อนที่จะปิดตัวลงดังเดิม
"เจ้ามิเป็นไรใช่หรือไม่ เด็กน้อยของข้า"