บทที่ 39 มีไข้
เธอลืมไปได้ยังไงกัน
ประตูบานใหญ่นี้เปิดได้ทางเดียว ปลดล็อกได้จากด้านนอกเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ใครขโมยแบตเตอรี่ ถ้าไม่ได้ขวางประตูไว้ มันจะปิดและล็อกโดยอัตโนมัติ
นั่นหมายความว่าตอนนี้พวกเขาออกไปไม่ได้
“จะทำยังไงดี…” เฉียวอันอันร้อนใจจนแทบร้องไห้
จิ้นเฉินชำเลืองมองเธออย่างใจเย็น “คุณไม่รู้เหรอไงว่าต้องโทรให้คนมาช่วยเปิดประตู”
“ไม่ได้หรอก ข้างในนี้ไม่มีสัญญาณ” เฉียวอันอันส่ายหัว พลางหัวเราะอย่างขมขื่น
จิ้นเฉินหยิบโทรศัพท์ออกมาดู แล้วก็ยัดกลับเข้าไปที่เดิมอีกครั้ง
อุณหภูมิในห้องแช่แข็งลดต่ำลงเรื่อย ๆ เฉียวอันอันหนาวจนหน้าซีดเผือด เธอเดินไปที่มุมห้องแล้วนั่งยอง ๆ เอาศีรษะซุกเข้ากับแขนของตัวเอง “คุณจิ้น คุณไม่หนาวเหรอ”
จิ้นเฉินมองประตูที่ปิดสนิท และเลิกสนใจเธอ
เฉียวอันอันลูบแขนของตัวเอง “ฉันหนาวมาก”
“หนาวแล้วจะออกไปได้เหรอไง?” ชายหนุ่มสีหน้าเรียบนิ่ง พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เฉียวอันอันซุกหน้าลงกับหัวเข่า พูดด้วยเสียงอู้อี้ “ตอนนี้ไม่ได้หรอก แต่ว่าอีกประมาณสองชั่วโมงจะมีคนมาส่งของ พอถึงตอนนั้นเราก็ออกไปได้แล้ว”
สองชั่วโมงอย่างนั้นเหรอ?
จิ้นเฉินขมวดคิ้ว “ครั้งล่าสุดที่มีคนมาส่งของคือเมื่อไหร่?”
“ไม่รู้สิ อาจจะมีคนมาเร็ว ๆ นี้ก็ได้ หรือไม่ก็ต้องรอนานหน่อย”
สิ่งที่เธอกังวลที่สุดคือประเภทที่สอง
เธอไม่รู้ว่าจะทนไปได้นานแค่ไหน ตอนนี้เธอหนาวจนทนไม่ไหวแล้ว
“ฮัดชิ่ว!” เฉียวอันอันเอามือปิดจมูก พลางสูดหายใจอย่างอึดอัด
จิ้นเฉินก้าวเท้ายาวเดินไปหาหญิงสาว ถอดเสื้อสูทของเขาออก และโยนไปคลุมบนศีรษะของเธอ
“คุณจิ้น นี่คุณ…” เฉียวอันอันหยิบเสื้อสูทเอาไว้ ชำเลืองมองชายหนุ่มตรงหน้าที่สวมเพียงเชิ้ตตัวเดียวด้วยความตกใจ
สายตาเย็นชาของเขามองไปที่เธอ “ใส่ซะ”
มือที่กำชายเสื้อของเธอกระชับแน่นขึ้น เฉียวอันอันเปิดปากถาม “คุณไม่หนาวเหรอ?”
เธอคิดไม่ถึงว่าเขาจะถอดเสื้อสูทของตัวเองออกมาให้เธอสวม
จิ้นเฉินละสายตาไปทางอื่น แล้วพูดว่า “ฉันไม่ได้ไร้ประโยชน์เหมือนเธอหรอก”
ถ้าไม่ใช่เพราะริมฝีปากของเขาสีเข้ม เฉียวอันอันคงเชื่อเขาไปแล้ว
ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาในหัวใจของเธอ เธอลุกขึ้น ยื่นเสื้อสูทคืนให้กับเขา “คุณใส่เถอะ ฉันยังทนได้”
ทนได้?
ตัวเธอหนาวจนสั่นไปหมดแล้ว!
มุมปากจิ้นเฉินยกยิ้มอย่างเย้ยหยัน “ถ้าอยากหนาวตาย เธอก็ไม่ต้องใส่”
“...แล้วคุณล่ะ?”
คราวนี้เฉียวอันอันเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว เขาตั้งใจแรงกล้าอยากให้เธอสวมมัน
“ไม่เป็นไร” จิ้นเฉินทิ้งคำพูดไว้เพียงสามคำ สอดมือข้างหนึ่งเสียบไว้ที่กระเป๋า ขณะเดียวกันก็เดินไปตามชั้นวางของต่าง ๆ เพื่อสำรวจดูแบตเตอรี่ชนิดอื่น ๆ
เฉียวอันอันมองตามร่างของเขา ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจสวมเสื้อสูทตัวนั้น
ทันทีที่เสื้อสูทสัมผัสร่างกาย ความอบอุ่นก็แผ่ซ่านเข้ามา
แม้ว่าความอบอุ่นเพียงเล็กน้อยนี้ จะไม่อาจต้านทานความหนาวเย็นในห้องแช่แข็งได้ แต่เธอก็ยังรู้สึกพึงพอใจ
จิ้นเฉิน ขอบคุณนะ
เฉียวอันอันย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ที่มุมเดิม สูดกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มที่ติดมากับเสื้อสูท ริมฝีปากบางเผยอรอยยิ้มจาง
“เฉียวอันอัน มานี่หน่อย!” จิ้นเฉินยืนอยู่หลังชั้นวางของชั้นหนึ่ง มือเขากำของบางอย่างเอาไว้พลางเรียกเสียงเบา
เขารออยู่สักพัก แต่ไม่เห็นร่างของหญิงสาวปรากฏตัว แม้แต่เสียงฝีเท้าก็ไม่มี
เกิดอะไรขึ้น?
ริมฝีปากของจิ้นเฉินเม้มแน่น รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย เขามองผ่านช่องว่างของชั้นวางออกไป
เห็นหญิงสาวนั่งยอง ๆ อยู่ที่มุมหนึ่งไม่ขยับเขยื้อน ศีรษะพิงผนัง เปลือกตาปิดลง รวมกับใบหน้าที่ซีดขาวคล้ายกับศพ
หัวใจของเขาสั่นระริก จิ้นเฉินวางสิ่งของที่อยู่ในมือของตัวเองลง แล้วรีบก้าวเดินไปหาเธอ
“เฉียวอันอัน!” เขาเรียกอีกครั้ง
เสียงของเขาไม่ดังมาก แต่ก็ไม่ได้เบา
ทว่าเฉียวอันอันกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ เลย
จิ้นเฉินย่อตัวลง เอื้อมมือไปบีบคางของเธอ แล้วยกศีรษะของเธอให้เงยขึ้น
แต่ทันทีที่เขาเริ่มขยับมือ เธอก็ล้มตัวลงมาในอ้อมแขนของเขาราวกับไร้เรี่ยวแรง
ในขณะที่เธอซุกตัวลงมาในอ้อมอกของเขา เขารับรู้ได้ว่าร่างกายของหญิงสาวเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง
“อย่าขยับนะ ฉันปวดหัว…” เฉียวอันอันพึมพำอย่างทรมาน โดยไม่รู้ตัวเธอก็ซุกตัวเข้ากับอ้อมอกของจิ้นเฉิน
จิ้นเฉินรู้สึกไม่สบายใจ ขมวดคิ้วแน่น ขณะเดียวกันเขาก็ใช้มือข้างหนึ่งโอบกอดร่างของเธอไว้ ส่วนอีกข้างวางบนหน้าผากของเธอ
ร้อนมาก!
เธอมีไข้!
จิ้นเฉินชักมือกลับ มองใบหน้าซีดเซียวของเฉียวอันอันด้วยสายตาที่ซับซ้อน นัยน์ตาของเขาแฝงด้วยความกังวลที่ซ่อนอยู่
เขาลืมไปว่าร่างกายของเธอยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เธอทนความหนาวไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะเป็นไข้ได้ง่าย แม้แต่แผลผ่าตัดก็ยังอักเสบได้ง่าย
แบบนี้ไม่ได้แล้ว ต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
“เฉียวอันอันห้ามหลับนะ ได้ยินไหม อดทนอีกนิด พอออกไปแล้วฉันจะพาเธอไปโรงพยาบาล” จิ้นเฉินดึงเสื้อสูทที่หญิงสาวสวมอยู่ให้กระชับขึ้นเล็กน้อย พูดด้วยเสียงหนักแน่น
เป็นไข้ขนาดนี้ ถ้าเผลอหลับก็จะตื่นยาก ถ้าไม่ทำให้เธอรู้สึกตัว ต่อไปถ้าปล่อยให้เป็นไข้อีก ผลที่ตามมาคงจะไม่ดีเป็นแน่
“ไม่ไปโรงพยาบาล…” พอได้ยินคำว่าโรงพยาบาล เฉียวอันอันก็เริ่มขัดขืนทันที พยายามดิ้นรนออกจากอ้อมกอดของจิ้นเฉิน แต่เพราะขาดเรี่ยวแรง เธอก็ล้มลงไปอีกครั้ง
ศีรษะของเธอพาดที่ไหล่ของจิ้นเฉิน เขาหรี่ตาลงด้วยความเจ็บปวด เขาพูดเสียงเย็นชา “ไม่ไปโรงพยาบาล เธออยากตายใช่ไหม?”
แน่นอนว่าเธอไม่อยากตาย!
แต่เธอไม่อยากไปโรงพยาบาลมากกว่า
โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่เธอกลัวจริง ๆ เธอส่งแม่ของตัวเองและพ่อของตัวเองไปที่นั่น และเคยเกือบฆ่าตัวตายเพราะอาการซึมเศร้าในนั้น
ถ้าเป็นไปได้ เธอไม่อยากกลับไปที่นั่นอีกแล้ว
เฉียวอันอันพยายามยกเปลือกตาข้างหนึ่ง มองไปที่คางของจิ้นเฉิน หายใจถี่และอ้อนวอน “คุณจิ้น… ขอร้องล่ะ อย่าพาฉันไปโรงพยาบาลเลยนะ ฉันกลัว…”
นัยน์ตาจิ้นเฉินสั่นไหว “กลัวอะไร?”
เฉียวอันอันส่ายหัวโดยไม่ตอบ
บางเรื่อง ต่อให้บอกไปแล้วจะเป็นอย่างไร?
เธอคาดหวังให้เขาสงสารได้อีกเหรอ?
ไม่มีทาง… ในสายตาของเขา ไม่ว่าเธอจะทำอะไร พูดอะไรก็ล้วนแต่ผิดไปหมด บางทีเขาอาจจะคิดว่าเธอกำลังทำตัวเป็นคนอ่อนไหว
ในเมื่อเป็นแบบนี้ เธอจะพูดมากไปทำไม
“ให้ฉันนอนสักหน่อยได้ไหม?” เฉียวอันอันพูดอย่างอ่อนแรง ก่อนจะปิดตาลงอีกครั้ง
“ห้ามนอน!” จิ้นเฉินบีบแขนเธอ ตั้งใจจะยกเธอขึ้นจากอ้อมกอดของเขา
แต่ทั้งร่างของเธออ่อนปวกเปียก โอนเอนไปมา เส้นผมปัดป่ายมาโดนแก้มของเขา
ใบหน้าของจิ้นเฉินดูมืดครึ้มเล็กน้อย เขาพยุงเธอไปพิงที่กำแพง แล้วก็เอื้อมมือไปแตะหน้าผากของเธออีกครั้ง เมื่อสัมผัสก็พบว่าร้อนกว่าครั้งก่อน
เมื่อครู่ใบหน้าของเธอยังซีดเผือด ทว่าตอนนี้แดงก่ำ หายใจถี่ไม่สม่ำเสมอ ถ้าปล่อยให้เป็นไข้แบบนี้ต่อไป ผลตามมาจะต้องเลวร้ายแน่
“เฉียวอันอัน” จิ้นเฉินตบหน้าเฉียวอันอันเบา ๆ พยายามเรียกให้เธอตื่น
เธอไม่ตอบกลับ ทั้งยังครางออกมาอย่างหงุดหงิด
เขาเปิดเปลือกตาของหญิงสาวขึ้นมา ลูกตาของเธอกลอกขึ้นด้านบน แสดงว่าเป็นไข้จนเพ้อไปแล้ว
ในชั่วขณะนี้ ใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกของจิ้นเฉิน ในที่สุดก็ฉายความกังวลออกมา
เขาเดินไปที่ประตู ใช้กำปั้นทุบประตูสองครั้งอย่างหนัก พยายามให้คนได้ยินเสียงแล้วรีบมาช่วย
แต่หลังจากรอไปสองนาที ก็ยังไม่มีใครมา
“ให้ตายสิ!” จิ้นเฉินกำหมัดแน่น สีหน้าหม่นลงจนถึงขีดสุด
เขาหันไปมองยังร่างของหญิงสาวที่ซุกตัวเหมือนเม่นพร้อมกับสั่นเทิ้มเพราะความหนาว หัวใจกระตุกวูบ ฉับพลันรีบเดินเข้าไปโอบกอดเธอเอาไว้ และใช้ร่างกายของตัวเองมอบให้ความอบอุ่นกับหญิงสาว
เขาเหมือนได้ยินเธอพึมพำบางอย่างในปาก สีหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน
เขาฟังไม่ค่อยชัด จึงเอียงหูเข้าไปใกล้มากขึ้น
“หมอจิ้น... ฉันเจ็บปวดมาก อย่าทำต่อเลย ปล่อยให้ฉันตายเถอะ ปล่อยให้ฉันตายได้ไหม ฉันก็ไม่อยากรักษาแล้ว...”
หลังจากได้ยินชัดเจนว่าเธอพูดอะไร ดวงตาของจิ้นเฉินก็สั่นไหวเล็กน้อย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน
เธอพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?
หมายความว่ายังไงที่บอกว่า ‘ปล่อยให้ฉันตาย?’