กู้หยูม่านยอดเกษตรกรหญิง (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 31 มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

            “ม่านม่าน เจ้ามีเรื่องไม่สบายใจอยู่ใช่หรือไม่” เฮ่อหลานจวินจับมือภรรยาไว้ “มีเรื่องใดเจ้าสามารถบอกข้าได้ทุกเรื่อง เจ้าลืมที่เราเคยสัญญากันไว้แล้วหรือว่าเราจะไม่มีความลับต่อกัน”

            ”ไม่ใช่ความลับอะไรหรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่ข้ากับเฉินซีเข้าไปซื้อของในเมือง ข้าบังเอิญเจอหลิ่วซานกั๋วกับครอบครัวใหม่ของเขา มีจังหวะหนึ่งที่ข้ากับเขาได้สบตากันพอดี ข้ากลัวว่าเขาจะจำข้าได้เจ้าค่ะ” กู้หยูม่านกอดสามี “ข้ารู้มาว่าตอนนี้หลิ๋วซานกั๋วได้แต่งเข้าบ้านตระกูลเจียงที่เป็นตระกูลเศรษฐีลำดับต้นของอำเภอฉางอย่างเป็นทางการแล้ว และข้ายังรู้มาอีกว่าเวลานี้หลิ่วซานกั๋วได้รับความไว้วางใจจากนายอำเภอฉินเป็นอย่างมาก แม้ตระกูลเจียงจะทำการค้าอย่างเอารัดเอาเปรียบจนทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน แต่เมื่อมีเรื่องต้องขึ้นศาล นายอำเภอฉินกลับตัดสินคดีเอื้อประโยชน์ให้กับตระกูลเจียงโดยที่ไม่มีใครสามารถทำอะไรพวกเขาได้”

            “เจ้ากลัวว่าเขาจะใช้อำนาจมารังแกเจ้าหรือ”

            “เจ้าค่ะ ข้ากลัวเขาจะมารังควานข้ากับลูก”

            เฮ่อหลานจวินกอดปลอบภรรยา “มีข้าอยู่ทั้งคนเจ้าไม่ต้องกลัว ข้าสัญญาว่าข้าจะปกป้องพวกเจ้าเอง หรือหากไม่สบายใจ รอให้ท่านพ่อเดินทางมาถึง เราพาลูกๆ ย้ายกลับเมืองหลวงเลยดีหรือไม่”

            “ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ตอนนี้ท่านเพิ่งกินยาคืนชีพไปได้แค่สองเม็ด ยังเหลือต้องกินยาคืนชีพอีกห้าเม็ด หลังจากนั้นท่านก็ต้องฟื้นฟู่ร่างกายอยู่ที่นี่ต่ออีกสองปี ร่างกายของท่านถึงจะกลับมาเป็นปกติ ท่านลืมคำแนะนำของไฉไฉไปแล้วหรือเจ้าคะ”

            หลังจากหาเงินได้ครบจำนวน กู้หยูม่านก็สั่งซื้อยาคืนชีพอีกสองเม็ด หากนับรวมกับก่อนหน้านี้ที่นางใช้ต้นตานเซินแลกยามาแล้วสองเม็ด ก็เท่ากับว่านางมียาคืนชีพไว้รักษาสามีครบห้าเม็ดแล้ว 

            แต่ร่างกายของเฮ่อหลานจวินถูกพิษมาเป็นเวลานาน ไฉไฉจึงได้ตรวจวินิจฉัยร่างกายของเขาอย่างละเอียดอีกครั้งและพบว่าอวัยวะภายในของเขาได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก นอกจากการกินยาคืนชีพให้ครบห้าเม็ดและต้องเข้าไปนอนปรับสมดุลร่างกายในมิติวิเศษทุกคืนแล้ว เฮ่อหลานจวินยังต้องพักฟื้นที่หมู่บ้านจงเตี้ยนต่ออีกสองปีร่างกายถึงจะหายดีและปราศจากโรคเรื้อรังที่จะตามมาในภายหลัง

            กู้หยูม่านสอบถามจากไฉไฉอยู่เหมือนกันว่าทำไมต้องพักฟื้นอยู่ที่หมู่บ้านจงเตี้ยน ไฉไฉให้คำตอบว่าแม้ตำบลซิ่นถงได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ในอำเภอฉาง แต่หมู่บ้านจงเตี้ยนกลับเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด อีกทั้งที่ตั้งของหมู่บ้านและรูปทรงที่ดินของหมู่บ้านก็ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยทุกประการ หากเฮ่อหลานจวินได้พักฟื้นร่างกายในสถานที่ที่ดีเช่นนี้ ร่างกายของเขาก็จะฟื้นตัวได้เร็ว แต่หากเฮ่อหลานจวินย้ายออกจากหมู่บ้าน ไม่แน่ว่าอาจต้องใช้เวลาห้าปีสิบปีถึงจะกลับมาหายเป็นปกติ

            กู้หยูม่านจึงตัดสินใจที่จะอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านจงเตี้ยนต่อ ซึ่งเฮ่อหลานจวินก็เห็นด้วยในเรื่องนี้ ขอแค่ร่างกายของเขากลับมาหายเป็นปกติได้ ระยะเวลาสองปีจะไปนานอะไร อย่างไรก็ยังดีกว่าที่เขาจะต้องใช้ชีวิตเยี่ยงคนป่วยต่อไปอีกสิบปี

            “เช่นนั้นเจ้าก็ยังไม่ต้องคิดมากหรอก ต่อให้หลิ่วซานกั๋วจะมีพ่อตาเป็นเศรษฐีหรือมีนายอำเภอฉินคอยคุ้มครอง แต่จากที่เจ้าเคยเล่าให้ข้าฟัง หลิ่วซานกั๋วก็เป็นเพียงคนโลภที่โชคดีได้ขึ้นมาเป็นใหญ่เป็นโตก็เท่านั้น คนแบบนี้รับมือไม่ยากหรอก เอาไว้ให้มีเหตุเกิดขึ้นจริงๆ ถึงตอนนั้นเราค่อยหาทางแก้ไขเอาก็ได้” เฮ่อหลานจวินบอกภรรยา “ตอนที่ม่านม่านคนเดิมออกจากเมืองหลวงมา ตอนนั้นนางมีอายุแค่สิบสี่ปี ประสบการณ์ในชีวิตที่จะถ่ายทอดให้เจ้าได้รับรู้จึงมีไม่มาก เจ้าจึงไม่รู้ว่าตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงมีเรื่องต้องให้คิดมากกว่านี้อีก แม้แต่ตระกูลกู้ของเจ้าก็เหมือนกัน”

            กู้หยูม่านคิดตามก็เห็นว่าจริง หลิ่วซานกั๋วเป็นเพียงชาวบ้านชนบทที่บังเอิญได้แต่งเข้าบ้านเศรษฐี หลังจากนั้นก็ใช้เงินซื้อตำแหน่งในที่ว่าการอำเภอ หากคิดถึงความสามารถและชั้นเชิง นางเชื่อว่าสามีของนางย่อมมีความสามารถมากกว่าผู้ชายเลวคนนั้นหลายเท่า

            “ข้าเป็นเพียงคนที่พลัดหลงมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ข้าจึงคิดมากกับทุกเรื่อง แต่มีท่านอยู่ข้างกายก็ทำให้ข้ารู้สึกปลอดภัยขึ้นไม่น้อย” กู้หยูม่านกอดสามีแน่นขึ้น “ท่านพี่เฮ่อ ขอบคุณที่ท่านเลือกข้าและยอมรับข้าได้นะเจ้าคะ”

            “ข้าเคยบอกเจ้าแล้วอย่างไรว่าต่อให้เจ้าจะเป็นใครมาจากไหน แต่เจ้าก็ยังเป็นม่านม่านที่ข้ารัก” เฮ่อหลานจวินกอดภรรยาไว้แน่นเช่นกัน “ม่านม่าน รอให้ข้ารักษาตัวจนหายดี ถึงตอนนั้นเราจะได้เข้าหอกันอย่างแท้จริง และข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าข้ารักเจ้ามากเพียงใด”

            กู้หยูม่านเงยหน้าขึ้นยิ้มให้สามี “เช่นนั้นภายในสองปีนี้ท่านจะแสดงความรักกับข้าอย่างไรเจ้าคะ”

            “คนป่วยเช่นข้าคงแสดงความรักต่อเจ้าได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น” พูดจบเฮ่อหลานจวินก็ก้มลงจูบภรรยาอย่างห้ามใจไม่ไหว ซึ่งกู้หยูม่านก็ตอบรับจูบของสามีด้วยความเต็มใจ แม้เป็นเพียงการจูบแต่ทั้งคู่ก็ยังรู้สึกพอใจ

     

            ใช้เวลาครึ่งเดือนบ้านหลังใหม่ก็สร้างเสร็จ กู้หยูม่านไม่ได้จัดงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่เพราะไม่ต้องการให้คนเข้ามาวุ่นวายในบ้านของตนเอง แต่เพื่อไม่ให้เพื่อนบ้านรู้สึกไม่พอใจ นางจึงทำข้าวเหนียวแก้วใบเตยไปมอบให้เพื่อนบ้าน เมื่อเพื่อนบ้านได้ชิมต่างก็สอบถามว่านางผสมอะไรลงไป เหตุใดข้าวเหนียวถึงได้มีสีสวย กลิ่นหอม และรสชาติหวานมันเช่นนี้

            กู้หยูม่านบอกเพียงว่าเป็นขนมสูตรลับของครอบครัวจึงไม่อาจบอกใครได้ได้ ซึ่งเพื่อนบ้านก็เข้าใจ สูตรลับที่สืบทอดจะบอกให้ผู้อื่นรู้ได้อย่างไรกัน และนั่นก็ทำให้กู้หยูม่านคิดได้ว่านอกจากนางต้องปลูกผักและผลไม้เพื่อสร้างรายได้แล้ว นางต้องหาพืชผลอย่างอื่นมาปลูกเพื่อเอาไว้ทำขนมด้วย อย่างน้อยก็ต้องมีต้นมะพร้าว ต้นตาล ต้นอ้อย อัญชัน และใบเตย ขนมไทยจะขาดวัตถุดิบเหล่านี้ได้อย่างไร

            “พี่หญิง ท่านไปซื้อต้นไม้ประหลาดมาปลูกอีกแล้วหรือขอรับ” กู้เฉินซีถาม เขาไม่เคยเห็นต้นไม้ที่มีใบเรียวเล็กแบบนี้มาก่อน

            “ต้นไม้พวกนี้ปลูกกันมากที่ทางใต้ เถ้าแก่ร้านขายต้นไม้รับมาแต่ขายไม่ออกเพราะชาวบ้านไม่รู้ว่าจะเอาผลของมันไปใช้ทำอะไร ข้าก็เลยซื้อมาปลูกไว้ในที่ดินของเรา” กู้หยูม่านยิ้ม “รอให้ต้นไม้พวกนี้โตจนออกดอกออกผล ข้าจะทำขนมอร่อยๆ ให้เจ้ากิน”

            “เช่นนั้นข้าจะรีบปลูกมันตอนนี้เลยขอรับ” กู้เฉินซีเริ่มขุดดิน

            กู้หยูม่านมองไปรอบๆ “เจ้าสามแสบหายไปไหนแล้วเล่า”

            “สงสัยไปฝึกคัดอักษรกับพี่เขยขอรับ” กู้เฉินซียิ้มเมื่อนึกถึงหลานชาย “พวกเขาติดพี่เขยมากเลยนะขอรับ”

            “ตอนที่เรายังอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านหลิ่วเจีย พวกเขามักจะถูกเด็กในหมู่บ้านล้อว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อ และทุกครั้งที่หลิ่วซานกั๋วกลับบ้านก็จะหาเรื่องตีพวกเขาอยู่ตลอด ตอนนั้นข้าปกป้องพวกเขาไม่ได้เพราะกลัวว่ายิ่งปกป้อง คนตระกูลหลิ่วจะยิ่งทำร้ายพวกเขามากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังโหยหาความรักจากหลิ่วซานกั๋ว” กู้หยูม่านพูดถึงอดีตของเจ้าของร่างเดิมอย่างเศร้าใจ แม่นางน้อยที่ผ่านโลกมาไม่มากแต่กลับต้องมาเจอคนเลวอย่างครอบครัวหลิ่ว นางต้องใช้ความอดทนมากมายเพียงใดกัน “พอพวกเขามารู้ความจริงว่าท่านพี่เฮ่อคือบิดาที่แท้จริง และท่านพี่เฮ่อยังดีกับพวกเขามาก ที่พวกเขาตามติดท่านพี่ไม่ยอมห่างคงเพราะกลัวว่าท่านพ่อที่แสนดีของพวกเขาจะหายไปกระมัง”

            กู้เฉินซีนึกถึงอดีตของตนเองเช่นกัน “ข้าเข้าใจความรู้สึกของหลานชายทั้งสามขอรับ เพราะตอนที่ท่านแม่ของข้าเสียชีวิตและท่านพ่อก็สนใจแต่แม่เลี้ยงกับลูกคนใหม่ของเขา ตอนนั้นข้าก็ต้องการความรักจากท่านพ่อเหมือนกัน”

            ขณะที่กู้หยูม่านกับกู้เฉินซียุ่งอยู่กับการเพาะปลูก สามแฝดก็ยุ่งกับการฝึกคัดอักษรอยู่กับบิดาเช่นกัน

            กู้เฟิงอวี่ “ท่านพ่อ ข้าคัดอักษรครบห้าแผ่นแล้วขอรับ” 

            กู้เฟิงหมิง “ของข้าเหลืออีกหนึ่งแผ่นก็เสร็จแล้วขอรับ” 

            “ทำไมพวกท่านคัดเร็วนักเล่า ไม่ปวดมือบ้างหรือ” กู้เฟิงเฉิงสะบัดมือแรงๆ “ข้าเพิ่งคัดได้สองแผ่นก็ปวดมือจะแย่แล้ว พวกท่านดู นิ้วของข้ามันเหยียดออกไม่ได้แล้ว”

            “เจ้าคงไม่ได้แค่เมื่อยมือหรอก ข้าคิดว่าเจ้าคงเมื่อยปากด้วย เพราะตั้งแต่เริ่มคัดอักษร เจ้าก็เอาแต่พูดไม่หยุด” กู้เฟิงหมิงว่าน้องชาย

            “เจ้าสาม เจ้าต้องทำให้เสร็จนะ หากท่านแม่มาตรวจแล้วเห็นว่าเจ้าทำงานไม่เสร็จ ท่านแม่ต้องงดขนมเจ้าแน่” กู้เฟิงอวี่บอกน้องชาย 

            “พี่ใหญ่ ท่านช่วยข้าหน่อยสิ” กู้เฟิงเฉิงอ้อนพี่ชายคนโต “นิ้วของท่านแข็งแกร่งทรงพลัง ท่านช่วยข้าคัดสักแผ่นนะ พี่รองก็ช่วยข้าสักแผ่น เหลืออีกแผ่นหนึ่งข้าจะทำเอง เท่านี้งานของข้าก็จะเสร็จแล้ว”

            “เจ้าสาม เจ้าตัวแสบ เจ้าไม่เห็นว่าพ่อนั่งอยู่ตรงนี้หรือไร หากเจ้าคัดอักษรไม่เสร็จ นอกจากเจ้าจะอดกินขนมฝีมือท่านแม่แล้ว พ่อยังจะสั่งให้เจ้าคัดอักษรต่ออีกสิบแผ่น ดูซิว่าเจ้ายังจะขี้เกียจอีกหรือเปล่า” เฮ่อหลานจวินบอกลูกชายคนเล็ก

            “ท่านพ่อใจร้าย ข้าไม่รักท่านแล้ว” กู้เฟิงเฉิงทำหน้างอน

            “เจ้าพูดว่าอะไรนะ” เฮ่อหลานจวินขมวดคิ้วพร้อมกับเอามือจับหน้าอก “เจ้าบอกว่าจะไม่รักพ่อแล้วอย่างนั้นหรือ พ่อเสียใจมาก”

            “ท่านพ่อ! ข้าขอโทษขอรับ ข้าแค่พูดเล่นเท่านั้น” กู้เฟิงเฉิงรีบบอก “ข้าจะรีบคัดอักษรเดี๋ยวนี้ ท่านพ่ออย่าเสียใจเลยนะขอรับ”

            กู้เฟิงอวี่กับกู้เฟิงหมิงหันไปยกนิ้วโป้งให้บิดา นอกจากท่านแม่แล้วก็มีท่านพ่อนี่ล่ะที่รับมือกับน้องชายคนเล็กได้

            “ท่านพ่อขอรับ ข้าได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่ที่ประตูรั้วหน้าบ้านเรา” กู้เฟิงหมิงบอกก่อนจะลุกจากที่นั่ง “ข้าจะออกไปดูนะขอรับ”

            กู้เฟิงหมิงวิ่งไปที่ประตูรั้วหน้าบ้านทันที เมื่อเขาเปิดประตู

            “โจรขโมยเด็ก! เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” กู้เฟิงหมิงปิดประตูทันทีแล้วรีบวิ่งกลับไปหาบิดา

            กู้เทียนโหย่วที่ยืนอยู่ “เจ้าเด็กช่างพูดมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วทำไมต้องเรียกข้าว่าโจรขโมยเด็ก โจรที่ไหนจะหล่อเหลาเช่นนี้”

    นิยายแนะนำ

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730