8เดือนต่อมา....
"เข้าไปตั้งนานแล้วทำไมลูกผมถึงยังไม่คลอดสักทีล่ะครับแม่"
ปัณณธรเดินวนไปเวียนมาอยู่หน้าห้องคลอดอย่างร้อนใจ จู่ๆกาสะลองก็เจ็บท้องจะคลอดขึ้นมากลางดึกแถมยังเร็วกว่าวันที่หมอนัดอีกตั้งหลายวัน
"ใจเย็นๆน่าตาปัณ ปากมดลูกเมียแกอาจจะยังเปิดไม่สุดก็ได้"
คุณหญิงสโรชิณีปรามลูกชายและไม่นานพยายามก็เปิดประตูออกมา
"ใครคือสามีของคุณกาสะลอง ราชดำรงค่ะ"
พยาบาลถามขึ้น ใช่แล้วล่ะ! เขาพากาสะลองไปจดทะเบียนสมรสและให้ใช้นามสกุลราชดำรงของตัวเอง
"ผมครับ มีอะไรเกิดขึ้นกับภรรยาและลูกของผมหรอครับ" ปัณณธรยิ่งร้อนใจหนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินเช่นนั้น.
"คุณแม่และเด็กในครรภ์ยังปลอดภัยดีค่ะ เพียงแต่ดิฉันจะบอกว่าหากคุณพ่ออยากจะเข้าไปเป็นกำลังใจให้คุณแม่ในห้องคลอดก็เชิญด้านในนะคะ"
พยาบาลบอกเขายิ้มๆ ดูเหมือนคุณพ่อรายนี้จะตื่นเต้นมากเกินไปจนกังวลไปแล้วและแน่นอนว่าโอกาสดีๆเช่นนี้ปัณณธรไม่มีทางปฎิเสธอยู่แล้ว.
"ครับ ผมจะเข้าไปครับ" ปัณณธรตอบรับอย่างตื่นเต้น แต่ทว่า....
อุแว๊! อุแว๊! อุแว๊!
ยังไม่ทันที่คนเป็นพ่อจะได้ก้าวเข้าไปในห้องคลอด เสียงร้องไห้ของทารกน้อยก็ดังออกมาจากห้องคลอด
“ไม่ทันซะแล้วล่ะค่ะคุณพ่อ”
พยาบาลหันมาพูดกับเขาด้วยความเสียดายพลางเปิดประตูให้ชายหนุ่มเข้าไป แล้วปัณณธรก็พบว่่ากาสะลองกำลังชื่มชมลูกคนที่สองที่หมอส่งให้ดูอยู่
“กาสะลอง....” เขาเอ่ยเรียกเธอพลางเหลือบดูลูกที่กำลังส่งเสียงร้องไห้จ้าอยู่.
“ลูกคนนี้เป็นผู้หญิงค่ะ”
กาสะลองเอ่ยกับเขาพลางน้ำตาซึมกับของขวัญที่แสนจะมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตชิ้นที่สอง ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะไม่อัลตราซาวด์ดูเพศของลูกแล้วคอยลุ้นกันและคราวนี้ปัณณธรก็ได้ลูกคนที่สองสมใจ.
"สวยเหมือนเธอเลยล่ะ" ปัณณธรจูบหน้าผากเมียรักอย่างแผ่วเบาแล้วมองใบหน้าจิ้มลิ้มลูกสาวตัวน้อย
"สายธารลูกพ่อ" นั่นคือชื่อที่ปัณณธรตั้งให้ลูกสาว.
"สายธารหรือคะ?" กาสะลองถามเขา นี่เขาไปแอบคิดชื่อลูกตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ.
"ใช่ จำได้คล้องจองกับชื่อเจ้าภูผาไง"
เธอไม่ชอบชื่อนี้หรอ?" ปัณณธรถามถามหญิงสาว เขาตั้งชื่อเอาไว้ตั้งแต่กาสะลองบอกว่าอยากได้ลูกสาวแล้วล่ะ
"ชอบสิคะ" เธอบอกเขา แล้วหันไปพูดกับลูกน้อยที่กำลังร้องไห้อยู่จนแดงจัดไปทั้งตัว.
"หนูสายธารของแม่"
.
.
.
4ปีต่อมา....
"คุณพ่อค่าบ เร็วๆสิค่าบ"
"เดี๋ยวคุณแม่รอ"
น้องภูผาเร่งเร้าผู้เป็นพ่อที่มือหนึ่งกำลังหอบดอกไม้ช่อใหญ่ ในขณะที่อีกมือกำลังจูงน้องสายธารลูกสาวตัวน้อยอยู่ท่ามกลางผู้คนที่มาร่วมแสดงความยินดีกับบันฑิตจบใหม่
ใช่แล้วล่ะ! หลังคลอดลูกคนที่สอง ปัณณธรก็จัดการให้เมียรักได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยเพื่อชดเชยความฝันที่ถูกเขาทำลายไปโดยเรียนใยภาคเสาร์อาทิตย์ เธอจะได้มีเวลาอยู่กับลูกๆด้วย.
ไม่เพียงแค่นั้นเพราะนอกจากนี้เธอยังได้รับการชดเชยจากเขาด้วยความรักหมดทั้งหัวใจที่มีอีกด้วย.
"คุณแม่อยู่ตรงนั้นค่ะคุณพ่อ" .
น้องสายธารรีบชี้ไปยังผู้เป็นแม่ซึ่งอยู่ในชุดครุยกำลังยืนถ่ายรูปกับเพื่อนๆที่เรียนจบพร้อมกันอยู่ ปัณณธรจึงรีบพาลูกๆเดินตรงไปหาบันฑิตใหม่
เวลาผ่านไป ชายหนุ่มรู้สึกว่าเขาเริ่มจะแก่ลง แต่เมียเด็กของเขากลับยิ่งโตสะพรั่งขึ้นทุกวันและสวยมาก ให้ตายเถอะนะเขาเลยกลายเป็นคนขี้หึงไปด้วยเลยเพราะความหวงเมีย.
"คุณแม่ครับ / คุณแม่ขา"
เสียงเรียกเจื้อยแจ้วของลูกน้อยทั้งสองทำให้คนที่ร่วมถ่ายรูปอยู่ในเฟรมต้องหันไปมอง
"ฉันขอตัวก่อนนะคะ พอดีลูกๆกับสามีของฉันมาแล้ว" เธอเอ่ยขึ้นแล้วเดินไปหาปัณณธร
“ยินดีด้วยนะกาสะลอง”
ปัณณธรส่งดอกไม้ให้เธอ ในขณะที่หญิงสาวรับดอกไม้ช่อใหญ่จากสามีมากอดไว้พร้อมกับรอยยิ้ม
“ขอบคุณค่ะ”
เธอซุกอกสามียิ้มๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงแซวของปกรณ์ดังขึ้น
“เบาได้เบานะเฮีย” ปกรณ์เดินเข้ามาพร้อมกับอุ้มน้องสายธารและน้องภูผาขึ้นมา .
“ก็คนมันมีเมียเป็นตัวเป็นคนแล้ว ไม่ได้ลอยได้ลอยมาไปวันๆ เหมือนใครบางคนนี่หว่า” ปัณณธรเอ่ยลอยๆ ทับถมน้องชาย
“ใครว่าคุณปกลอยไปลอยมาล่ะคะ. ก็แค่ถูกว่าที่เจ้าสาวทิ้งเท่านั้นเอง”
แค่นั้นยังไม่พอ ปกรณ์ยังถูกพี่สะใภ้แสนสวยอย่างกาสะลองแขวะขึ้นอีกคน.
“นั่นสิ ไม่รู้ไปทำอิท่าไหนถึงกลายเป็นเจ้าบ่าวกำพร้าเจ้าสาวไปได้” ปัณณธรพูดเสริม ในขณะที่ปกรณ์ได้แต่ถอนหายใจเพราะหนูตุ่นนั้นใจแข็งมาก
"หน้าแบบนี้แสดงว่าง้อไม่สำเร็จล่ะสิ" ปัณณธรเดาออก.
"แนะนำหน่อยสิเฮีย ผมเริ่มจนปัญญาแล้ว" ปกรณ์ขอคำแนะนำจากพี่ชายเป็นครั้งแรก.
"นี่ฉันหูฝาดไปรึเปล่าวะไอ้ปก หนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างแกเนี่ยนะมาขอคำแนะนำจากฉัน?" แต่ปัณณธรก็ยังคงแชวะน้องชายไม่เลิก.
"ไอ้ปกเอ้ย ฉันเคยเตือนแกหลายครั้งแล้วว่าให้เลิกนิสัยฟันสาวแล้วทิ้ง เป็นไงล่ะสุดท้ายกรรมก็ตามสนองแกจนได้"
เขาจึงถือโอกาสนี้เตือนใจน้องชายเพราะพอดูออกว่าคนนี้น้องชายดูจะจริงจังมากจริงๆ ไม่เช่นนั้นมันคงไม่เมาหัวราน้ำแบบนี้ทุกวันแน่ ซึ่งไม่เพียงแค่ปกรณ์หรอก พี่ชายคนโตของเขาก็ดูจะหนักกว่า.
"พอเถอะค่ะคุณปัณ สงสารคุณปกนะคะ" กาสะลองสะกิดแขนสามีเพราะไม่อยากให้เขาซ้ำเติมปกรณ์อีก
"เอาล่ะ งั้นเดี๋ยวฉันจะแนะวิธีเอาเมียกลับมาให้" ปัณณธรเดินมาโอบไหล่น้องชายแล้วกระซิบให้พอได้ยินกันแค่สองคน.
"แกก็เสกลูกเข้าท้องหนูตุ่นซะสิวะ"
"วิธีนี้ฉันเคยใช้มาล่ะ" ปัณณธรแนะนำเพราะใช้วิธีนี้สำเร็จมาถึงสองครั้งเลยล่ะ.
"โธ่เฮีย แค่เข้าใกล้ยังไม่มีโอกาสเลย"
"พี่เมียก็คอยกันท่าชิบหาย แล้วโอกาสไหนที่ผมจะได้เสกลูกเข้าท้องเมียได้ล่ะเฮีย"
ปกรณ์บ่นอย่างเซ็งๆ นอกจากเมียจะใจแข็งแล้ว ยังมีไอศูรย์เป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่อีกด้วย.
"ก็แกมันไม่มีน้ำยานี่หว่า" ปัณณธรยักไหล่ แต่แล้วปกรณ์ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
"แต่ก็ไม่แน่หรอกเฮีย ตอนนี้ลูกผมอาจจะอยู่ในท้องหนูตุ่นแล้วก็ได้"
ปกรณ์กระตุกยิ้มแล้วหันไปมองหนูตุ่นที่กำลังเดินมาพร้อมกับมาริสา ที่สำคัญคือเธอยังไม่เห็นเขา
"ผมขอตัวก่อนนะเฮีย"
"แล้วอย่าบอกสองคนนั้นล่ะว่าผมอยู่ที่นี่"
ปกรณ์บอกพี่ชายพลางเบือนสายตาไปหาหนูตุ่นกับมาริสาแล้วรีบชิ่งหนีไปทันที
.
"แล้วนั่นคุณปกจะไปไหนคะ?"
กาสะลองถามสามี แต่สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหนูตุ่นกับมาริสาที่มาร่วมแสดงความยินดีในงานรับปริญญาของตน
"เห็นทีงานนี้เราต้องร่วมมือกันช่วยไอ้ปกมันซะแล้วล่ะ" ปัณณธรแอบกระซิบเธอจนกระทั่งหนูตุ่นกับมาริสามาถึง
"ยินด้วยนะกาสะลอง"
ทั้งคู่แสดงความยินดีกับเธอแล้วก็พูดคุยกันตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานจนกระทั่งปัณณธรเอ่ยขึ้นในเวลาต่อมา
“คืนนี้มีปาร์ตี้ฉลองที่กาสะลองเรียนจบ พี่เชิญเรา สองคนด้วยนะ”
“ปาร์ตี้?”
กาสะลองเงยหน้าขึ้นมองสามีอย่าง งงๆ เพราะไม่เห็นเขาพูดเลยว่าจะมีปาร์ตี้คืนนี้นอกจากพาเธอและเด็กๆ ไปเที่ยวเกาะทางตอนใต้ของประเทศไทยแล้วฉลองกันที่นั่น แต่แล้วเธอก็นึกถึงประโยคก่อนหน้านี้ของสามีขึ้นมา นั่นแหละหญิงสาวจึงได้เข้าใจ
.
.
.
@ไร่อัสดง .
ในที่สุดงานเลี้ยงก็ถูกจัดขึ้นอย่างกะทันหันด้วยฝีมือของเจ้าของไร่
“หนูตุ่นคงโกรธฉันแน่เลยค่ะที่ถูกหลอกให้มาเจอกับคุณปกรณ์ที่นี่” กาสะสองเอ่ยขึ้นพลางมองปกรณ์ที่ลากหนูตุ่นหายไปในมุมหนึ่งของงานจากระเบียงด้านบน
“เดี๋ยวไอ้ปกเผด็จศึกเมียมันได้เมื่อไหร่ หนูตุ่นก็คงเข้าใจความหวังดีของเราสองคนเองนั่นแหละน่า”
ปัณณธรบอกเธอพลางโอบเอวบางของภรรยาเดินเข้าไปในห้อง ในขณะที่คนฟังต้องขมวดคิ้ว .
“เผด็จศึกหรอคะ?”
“อื้ม ฉันแนะไอ้ปกให้รวบหัวรวบหาง แล้วเสกเด็กเข้าท้องไปเลย ทางนั้นจะได้ใจอ่อนสักที”
“คุณปัณ! คุณไปแนะนำน้องชายแบบนั้นได้ยังไง!”
“หนูตุ่นเขามีพ่อมีแม่นะคะ! อีกอย่างที่บ้านของยันตุ่นก็เคร่งเรื่องพวกนี้ด้วย” เธอดุสามี.
“ก็ที่สองคนนั้นต้องแต่งงานกันก็เพราะเรื่องได้เสียกันนี่แหละน่า” ปัณณธรบอกภรรยา
“ปล่อยสองคนนั่นแล้วมาเรื่องของเราดีกว่าน่า” ว่าแล้วเขาก็อุ้มเธอไปที่เตียง.
“ว๊ายคุณปัณ!” เธอรีบยกมือขึ้นคล้องคอเขาทันทีพลางหัวเราะคิกคัก เขามันคนเจ้าเล่ห์เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ
“กาสะลอง ฉันรักเธอนะ” เขาวางเธอลงบนเตียงนุ่มแล้วจุมพิตหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา.
“ฉันก็รักคุณที่สุดค่ะ”
เธอบอกเขาแล้วโน้มคอชายหนุ่มลงมาจูบก่อนบ้าง และมันก็สร้างความพอใจให้กับคนบนร่างอยู่ไม่น้อย
“เดี๋ยวนี้เธอเก่งขึ้นนะ”
ปัณณธรเอ่ยยิ้มๆ เขาชอบที่เธอเป็นฝ่ายรุกก่อนมากกว่าและกาสะลองไม่ได้ขวยเขินเหมือนเมื่อก่อนเท่าไหร่แล้ว
“ก็คนสอนเก่งนี่คะ”
เธอตอบเขาในทันทีเช่นกันเพราะรู้ว่าเขาชอบให้เธอเป็นฝ่ายรุกก่อนแบบนี้ คงต้องขอบคุณราชาวดีจริงๆที่คอยแนะนำวิธีมัดใจสามีให้
“ฉันชักจะทนไม่ไหวแล้วล่ะ” เขากระซิบเธอด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“เธอเรียบจบแล้ว งั้นฉันขอลูกหญิงชายอีกสักคู่หนึ่งนะ”
พูดจบชายหนุ่มก็พลิกร่างหญิงขึ้นมาคล่อมอยู่บนร่างของตัวเอง ตามด้วยเสียงคิกคักของทั้งคู่และไม่นานเสียงร้องครวญครางอย่างสุขสมก็ดังขึ้นในเวลาต่อมา....
.
.
.
เวลาผ่านมาหนึ่งเดือน
“ครบห้านาทีรึยังกาสะลอง”
ปัณณธรถามหญิงสาวอย่างลุ้นๆ พลางมองแท่งตรวจครรภ์ที่รอผลตรวจอยู่อย่างไม่วางตา .
“อีกสามสิบวิค่ะ”
กาสะลองบอกเขา ทันทีที่ประจำเดือนขาดและสงสัยว่าตัวเองอาจจะตั้งท้องลูกคนที่สาม หญิงสาวก็ไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาจากคลีนิคทันทีและมานั่งลุ้นรอผลกับสามี ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะตื่นเต้นยิ่งกว่าเธอซะอีก .
“ครบแล้วค่ะ”
“ให้คุณเป็นคนดูนะคะ”
กาสะลองให้สิทธิ์เขาเพราะมั่นใจว่าตัวเองท้องแน่ๆ เพราะอาการทุกอย่างมันเหมือนกับตอนที่เธอตั้งท้องน้องภูผากับน้องสายธารไม่ผิดเพี้ยน แต่คนเป็นพ่อเขาอยากลุ้นก็ให้เขาลุ้นหน่อยก็แล้วกัน
ส่วนปัณณธรเมื่อได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มก็ค่อยๆหยิบที่ตรวจครรภ์มาดูผลและปรากฎว่า....
“สองขีด!” เขาบอกเธออย่างดีใจ
“ไอ้สองขีดแดงๆ นี่มันท้องใช่มั้ยกาสะลอง” เขารีบถามเธอ
“ค่ะ ไม่ผิดแน่”
เธอบอกเขายิ้มๆ ในขณะที่คนพ่อลูกสามหมาดๆ ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ แล้วเอามือแตะที่ท้องของหญิงสาวเบาๆ
“เป็นแฝดนะลูกพ่อ แม่เขาจะได้เหนื่อยทีเดียว” ปัณณธรกระซิบกับลูก เขาสงสารเวลาที่เห็นเธอแพ้ท้องจริงๆ
“คุณอยากได้ลูกชายกับลูกสาวเพิ่มอีกอย่างละหนึ่งคน แล้วถ้าเกิดว่าท้องนี้แฝดจริงๆ แต่เป็นแฝดชายหรือไม่ก็แฝดหญิงล่ะคะ”
กาสะลองถามเขาเพราะรู้สึกกลัวขึ้นมา เธอไม่ได้กลัวที่จะต้องอุ้มท้องลูกให้เขาอีกหลายครั้งหรอกนะเพราะการที่ลูกได้ดุ๊กดิ๊กอยู่ในครรภ์นั้นมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์มากที่สุดสำหรับคนเป็นแม่ แต่เธอกลัวการอุ้มท้องลูกแฝดมากกว่าเพราะเธอไม่เคยท้องแฝดมาก่อนเลยนั่นเอง.
“ฉันก็จะขยันทำจนกว่าจะได้ลูกชายหญิงเท่ากันนะสิ” เขาบอกเธออย่างเจ้าเล่ห์
“คุณมันร้าย”
เธออดที่จะว่าเขาไม่ได้และไม่นานเจ้าสองแสบก็วิ่งไล่จับกันเข้ามาในบ้าน ปัณณธรจึงบอกข่าวดีนี้กับเด็กๆ แล้วก็ดูเหมือนว่าน้องภูผานั้นดีใจมากที่จะได้น้องเพิ่มพร้อมกับเจาะจงว่าอยากได้น้องแฝดผู้ชาย จะได้มีเพื่อนมาเล่นเตะบอลกับตน
ส่วนน้องสายธารนั้นยังเด็กเกินกว่าที่จะรู้ความกับข่าวดีนี้ กาสะลองนั่งมองสามคนพ่อลูกเล่นกันอย่างมีความสุข เอาเถอะไม่ว่าลูกจะมาในรูปแบบไหนเธอก็รักหมดนั่นแหละ
เมื่อก่อนตั้งจำความได้หญิงสาวก็โหยหาชีวิตครอบครัวที่มีทั้งพ่อแม่และความรักความอบอุ่นมาโดยตลอดเพราะเธอไม่เคยได้รับสิ่งเหล่านั้นเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่ในวันนี้เธอมีทุกอย่างครบแล้ว ปัณณธรกับลูกช่วยเติมเต็มความสุขที่เคยขาดหายจนตอนนี้เธอไม่ต้องการอะไรเพิ่มอีกแล้ว
