เถากลืนจิตมองดูจ้าวเป่าฉินขึ้นๆลงๆ ลงๆ ขึ้นๆ สองรอบแล้วพูดว่า “เ้าไม่เป็อะไรมากก็ดีแล้วข้าหวังว่าเ้าจะไม่ถือโทษโกรธเคืองหูลู่ดีไหม?”
“หูลู่?”จ้าวเป่าฉินเลิกคิ้วขึ้น
ถังหูลู่ค่อยๆโผล่ดวงตาข้างหนึ่งตรงหน้าต่าง มันมองเข้าไปอย่างรอคอยก็มันอุตส่าห์ให้เถากลืนจิตไปช่วยพูดให้มันเพื่อที่สตรีนางนั้นจะได้ไม่ลงโทษลงทัณฑ์อะไรมันมากนักยิ่งถ้ายกโทษให้มันได้จะยิ่งยอดเยี่ยมมาก ฮี่ๆๆๆ
“หูลู่ เ้าออกมาซิ”เถากลืนจิตเรียก
ถังหูลู่จึงค่อยๆ โผล่หน้าออกไปทีละนิด...ทีละนิด
เถากลืนจิตมองไปที่หน้าต่างพยักเพยิดหน้า “นั่นไง หูลู่”
จ้าวเป่าฉินมองที่หน้าต่างเธอเห็นดวงตาดวงใหญ่กว่าลูกฟุตบอล กับขนสีส้มเหมือนสีของดวงตะวันตกดินตอนหน้าหนาวแล้วเธอก็เห็นมันค่อยๆ เคลื่อนออกมาจนเห็นทั้งหน้า เธอเบิกตาโต อ้าปากค้างตัวกระถดไปจนติดหัวเตียงั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจจะรู้ได้ ใจเต้นตึกๆยิ่งกว่าตีกลองแล้ว
เถากลืนจิตมองจ้าวเป่าฉิน“ไม่ต้องกลัว มันไม่กล้าทำอะไรเ้าแล้ว”
“มะ...ไม่...กะ...กล้า...แน่นะ”จ้าวเป่าฉินพูดตะกุกตะกักอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่ เธอกลัวจริงๆความรู้สึกตอนนั้นยังฝังใจไม่อาจลบเลือนได้ในเร็ววัน
“ไม่กล้าแล้วมันรู้แล้วว่าเ้าเป็สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของนายท่านมันย่อมไม่กล้ากินเ้าแล้ว”เถากลืนจิตพูดอย่างผู้ทรงภูมิ ท่าทางเลียนอย่างนายท่านไม่ผิดเพี้ยน
“สัตว์เลี้ยง!” จ้าวเป่าฉินเสียงสูงปรี๊ดขึ้นมาทันที เธอหันขวับไปจ้องเถากลืนจิต เฟ้ย! ฉันเป็คนนะ!
“ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะ!” เธอเถียงออกไปเสียงดังลั่น
ถังหูลู่กะพริบตาปริบๆมองสตรีอ้วนกับเถากลืนจิต แล้วเบนสายตากลับไปมองสตรีอ้วนอีกครั้ง “เ้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของนายท่านเช่นนั้นเ้าเป็อะไร? นายหญิงรึ?”
“เพ้ยๆๆๆนายหญิงมารดาเ้าซิ!” เถากลืนจิตสถบออกมามันยื่นเถาไปตีหน้าผากถังหูลู่ทีหนึ่ง
ถังหูลู่เบี่ยงหลบไวยิ่งทำให้เถายืดยาวเส้นนั้นฟาดอากาศอย่างพลาดเป้า
เถากลืนจิตหดเถากลับไปอย่างโมโห
ถังหูลู่โผล่หน้ากลับไปที่หน้าต่างอีกครั้ง“นางไม่ใช่นายหญิง เช่นนั้นนางเป็อะไรกับนายท่าน?”
“เป็ศิษย์ข้า”
หนึ่งคน หนึ่งเถาหนึ่งเสือ หันไปมองตามเสียงเป็ตาเดียว พวกเขาเห็นจางอี้ปินยืนอยู่ตรงประตูเรือน
จางอี้ปินเดินเข้าไปเขานั่งลงที่เก้าอี้แล้วมองถังหูลู่กับเถากลืนจิต พูดออกมาอีกครั้งอย่างเอื่อยเฉื่อยว่า“นางเป็ศิษย์ข้า”
“อ๋า!” เถากลืนจิตปากอ้าตาค้างแล้ว
ถังหูลู่มีท่าทีเฉยๆ
จ้าวเป่าฉินอึ้งไปเธอกะพริบตาปริบๆ เรียงลำดับความคิดในสมองอยู่
เถากลืนจิตกะพริบตาปริบๆแล้วพยายามตั้งสติ “นางเป็ศิษย์ท่าน?”
“อืม”จางอี้ปินส่งเสียงรับอย่างเอื่อยเฉื่อยยิ่ง
“นายท่าน! ท่านรับนางเป็ศิษย์ได้อย่างไร?มีเทพมากความสามารถตั้งมากมายอยากเป็ศิษย์ท่านมาคุกเข่าขอให้ท่านรับเป็ศิษย์ที่ตีนเขาตั้งหลายพันคนแต่ท่านไม่คิดจะรับพวกเขาเลย แล้วไยท่านจึงรับสตรีนางนี้เป็ศิษย์ท่านล่ะเ้าคะ?นางเป็ครึ่งเทพนะเ้าคะ ศิษย์ของท่านก็ควรจะเลือกคนที่เก่งกาจมากความสามารถไม่ใช่หรือเ้าคะ?”เถากลืนจิตพูดรัวเร็วออกมาอย่างแตกตื่นใ มุมมองเื่รับศิษย์ของนายท่านของมันพังทลายดั่งโลกแตกสลายอย่างไรอย่างนั้น
“ข้ามอบตำราให้นางใช่หรือไม่?”จางอี้ปินย้อนถามเสียงเอื่อยเฉื่อย
“ใช่เ้าค่ะ” เถากลืนจิตพยักหน้า
“เช่นนั้นนางก็เป็ศิษย์ข้าแล้วไม่ใช่หรือ?”จางอี้ปินถามอีกครั้งน้ำเสียงยังคงเอื่อยเฉื่อยเช่นเดิม
“อ่อ”เถากลืนจิตพยักหน้ารับ ครู่ต่อมามันก็เบิกตากว้าง ปากอ้าตาค้าง “อ๋า!”
มันหันไปมองสตรีอ้วนอย่างตกตะลึงแล้วดูอย่างไรสตรีนางนี้ก็ไม่คู่ควรให้นายท่านรับเป็ศิษย์สักนิด
จางอี้ปินหันไปมองถังหูลู่
ถังหูลู่ขนลุกชันขึ้นมาทันทีทันใดมันรีบหดศีรษะลงไปจนเหลือแค่ลูกตาข้างหนึ่งกับข้างแก้มส่วนหนึ่งให้เห็น
“เื่โทษทัณฑ์ของเ้าก็ขึ้นอยู่กับเป่าฉินเ้าทำนางขาหัก นางจะหักขาเ้าหรือให้เ้าชดใช้คืนด้วยสิ่งใดก็แล้วแต่นาง”จางอี้ปินพูดน้ำเสียงราบเรียบ
ถังหูลู่ฟังแล้วหนาวไปถึงกระดูกมันขนลุกชันแล้วลุกชันอีก มันพูดเสียงอ่อยอย่างขอความเมตตา “นายท่าน”
จางอี้ปินไม่สนใจมันอีกเขาหันไปมองจ้าวเป่าฉิน นิ้วก็ชี้ไปที่หุ่นเชิดทั้งสอง “ข้ามอบหุ่นเชิดสองตัวนี้ให้เ้าพวกนางจะคอยรับใช้เ้า ไม่ว่าเ้าจะสั่งอะไรพวกนางล้วนฟังคำสั่งเ้าทั้งสิ้น”
“ขอบคุณค่ะ...เอ้ยเ้าค่ะ” จ้าวเป่าฉินยกมือไหว้
“เ้าต้องคารวะเช่นนี้”จางอี้ปินกุมมือให้ดู
จ้าวเป่าฉินจึงเปลี่ยนจากไหว้เป็กุมมือตามอย่างเขาเขาบอกว่าเป็อาจารย์ก็ถูกแล้ว คนที่สอนสิ่งต่างๆ ให้ก็นับว่าเป็ครูบาอาจารย์ซิดังนั้นเธอเป็ลูกศิษย์เขาก็ถูกต้องแล้ว เธอลดมือลงแล้วมองหุ่นเชิดยังสงสัยคาใจว่าหุ่นเชิดคืออะไร? เป็คนแบบไหน? คนปัญญาอ่อนที่คอยแต่ทำตามคำสั่งเหรอ?“อาจารย์ หุ่นเชิดคือคนแบบไหนเหรอ?”
“ไม่ใช่คน”จางอี้ปินตอบ เขาี้เีอธิบายให้มากความจึงชี้ไปที่หุ่นเชิดตัวหนึ่ง “เ้าดู”
จ้าวเป่าฉินมองเยี่ยนหรงที่ถูกชี้ตัวพลัน! เยี่ยนหรงก็ค่อยๆ หดลงไป หดลงจริงๆ นะ หดลงเหมือนกำลังดูหนังอุลต้าแมนฉากที่อุลต้าแมนตัวหดเล็กลงนั่นแหละเยี่ยนหรงหดเล็กลงจนกลายเป็หุ่นไม้ตัวหนึ่ง ทำเธออึ้งจนปากอ้าตาค้างไปเลย “โอ...”
“นี่คือหุ่นเชิด”จางอี้ปินบอกแล้วใส่พลังเข้าไปในหุ่นเชิดตัวเดิม มันก็ขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็เยี่ยนหรง
“โอ...” จ้าวเป่าฉินเบิกตาโตอีกครั้งเธอมองเยี่ยนหรงอย่างทึ่งๆ อึ้งๆ มาก
“เข้าใจแล้วนะ?”จางอี้ปินถาม
จ้าวเป่าฉินพยักหน้าหงึกๆเหมือนไก่จิกข้าวแล้ว เป็เทพมันดีแบบนี้เอง ทำอะไรๆ ได้หลายอย่างมาก!
ขณะที่เธอพยักหน้าจู่ๆ ท้องก็ร้องดังจ๊อกกกก---
เถากลืนจิตทำหน้าอับอายแทน
จ้าวเป่าฉินอายจนหน้าแดงๆ
จางอี้ปินกระแอมไอสองทีพูดว่า “เ้าคงหิวแล้ว เช่นนั้นก็ให้เ้าตัวตะกละไปทำกับข้าวเถอะ”
จ้าวเป่าฉินหันขวับไปมองเถากลืนจิตทันทีให้มันทำกับข้าว! คงกินลงหรอก เธอรีบพูดออกไป “ไม่ต้องๆข้าไม่หิว”
“จะไม่หิวได้อย่างไรท้องเ้าร้องเสียดังขนาดนี้” เถากลืนจิตพูดแล้วทำหน้าภาคภูมิใจขึ้นมาทันทีทันใด “รอเดี๋ยวนะน้องสาวเดี๋ยวพี่เฟยจะไปทำกับข้าวให้เ้ากินเอง”
“ไม่ต้องๆ ข้าไปทำเองดีกว่า”จ้าวเป่าฉินรีบโบกมือพัลวัน ให้มันไปทำกับข้าว แล้วเธอกระเดือกไม่ลงก็เสียของแย่ซิเธอมองเยี่ยนหรง เยี่ยนหลิงแล้วสั่งว่า “พวกเธอสองคนมาอุ้มฉันไปที่ห้องครัวที”
“เ้าต้องพูดว่าพวกเ้าสองคนมาอุ้มข้าไปที่ห้องครัวที ต่างหาก” จางอี้ปินสอนน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย
“อ่อๆ”จ้าวเป่าฉินพยักหน้าแล้วพูดใหม่ว่า “พวกเ้าสองคนมาอุ้มข้าไปที่ห้องครัวที”
“เ้าค่ะ” เยี่ยนหรงเยี่ยนหลิงรับคำพร้อมกัน ทั้งสองขยับก้าวขึ้นไปบนเตียงแล้วยืนตรงหว่างขาคนหนึ่งอีกคนยืนข้างหลัง จากนั้นทั้งสองก็ช่วยกันหามจ้าวเป่าฉินลงจากเตียง
เถากลืนจิตมองอย่างอึ้งๆ“เ้าจะต้องลำบากไปไย ข้าทำให้ก็ได้”
จ้าวเป่าฉินรีบพูดพร้อมโบกมือ“ไม่ลำบากๆ ฉันทำเองดีกว่า รบกวนพี่เฟยไปทำเฟอร์นิเจอร์ให้ฉันดีกว่า”
“เอาๆ ก็ได้ๆ”เถากลืนจิตพยักหน้ารับ
จางอี้ปินยิ้มจางๆที่จ้าวเป่าฉินรู้จักพูดจาถนอมน้ำใจเ้าตัวตะกละ ไม่พูดออกไปตรงๆว่ารสชาติอาหารที่มันทำนั้น ‘กลืนไม่ลง’ ให้มันชงชานั้นพอดื่มได้อยู่บ้าง แต่ฝีมือการทำอาหารของมันกลืนไม่ลงจริงๆแต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจพูดทำลายน้ำใจของมันได้ก็เห็นสีหน้าของมันตอนที่รอดูเขากินแล้วรอคำชมซิ จะติว่า ‘กลืนไม่ลง’ออกมาก็กระไรอยู่
“เ้าไปต่อเครื่องเรือนให้นางเถอะ”เขาบอกมัน แล้วมองถังหูลู่ สั่งว่า “เ้าก็ไปช่วยเ้าตัวตะกละด้วย”
“ขอรับนายท่าน”ถังหูลู่รับคำสั่ง
เถากลืนจิตจึงเดินออกไป
ถังหูลู่เดินตามไป
จางอี้ปินมองหนึ่งเถาหนึ่งเสือ แล้วหันไปมองรอบๆ เรือนของศิษย์คนเดียวของเขา ในเรือนยังขาดเครื่องเรือนอีกมากแต่เดี๋ยวเ้าตัวตะกละก็ค่อยๆ ต่อให้เอง ส่วนข้าวของอย่างอื่นก็ค่อยๆซื้อหาทีหลังได้ เขามองๆ แล้วเดินออกไปนั่งรอที่ศาลา
จ้าวเป่าฉินถูกหามไปจนถึงห้องครัวระหว่างทางที่ไปห้องครัวเธอก็ต้องบอกทางเยี่ยนหรง เยี่ยนหลิงไปตลอดทาง เพราะหุ่นเชิดทั้งสองคนนี้ก็ไม่รู้ทางเช่นกันเมื่อไปถึงห้องครัวเธอก็มองๆ วัตถุดิบที่จะใช้ทำอาหารแล้วชี้มือสั่งเยี่ยนหลิงให้จุดเตาไฟ
ซึ่งเยี่ยนหลิงทำไม่เป็จ้าวเป่าฉินจึงต้องทำให้ดูเป็ตัวอย่างทีละขั้นตอนอย่างละเอียด
เยี่ยนหลิงมองดูแล้วก็จดจำเอาไว้
เมื่อจุดเตาไฟแล้วจ้าวเป่าฉินก็สั่งให้เยี่ยนหรงหุงข้าว ซึ่งเยี่ยนหรงก็ทำไม่เป็อีกดังนั้นจ้าวเป่าฉินจึงต้องทำให้ดูเป็ตัวอย่างอีกแล้ว ภายในครัวจึงค่อนข้างวุ่นวายจ้าวเป่าฉินคอยสั่งนั่น นู่น นี่ อย่างละเอียดทีละขั้นตอน
ก็นะหุ่นเชิดทั้งสองคนนี้ไม่ฉลาดนี่นา จึงต้องค่อยๆ สอนเอาทีละอย่าง...ทีละอย่างดังนั้นกว่าจะหุงข้าว ทำกับข้าวเสร็จจึงเสียเวลาไปหลายชั่วโมงเลยทีเดียว
เมื่อทำกับข้าวเสร็จแล้วเถากลืนจิตก็พุ่งพรวดมาที่หน้าต่าง “หอมมาก”
“กับข้าวเสร็จแล้วก็ยกมาที่ศาลานี่เ้าตัวตะกละ” เสียงจางอี้ปินลอยแว่วมา
เถากลืนจิตจึงรีบสำรวมกริยาขึ้นมาทันทีทันใดมันยื่นเถาไปยกจานอาหารหลายจานแล้วเดินไปที่ศาลาทันที
“พวกเ้าหามฉันไปที่ศาลาเถอะ”จ้าวเป่าฉินสั่งเยี่ยนหรง เยี่ยนหลิง
“เ้าค่ะ”ทั้งสองรับคำสั่งแล้วช่วยกันหามจ้าวเป่าฉินออกจากห้องครัว
จ้าวเป่าฉินจึงบอกทางไปศาลากับทั้งสองทั้งสองก็หามไปตามทางที่บอก
เมื่อไปถึงศาลาจ้าวเป่าฉินก็นั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม นั่งตรงข้ามกับอาจารย์เหมือนเช่นเดิม
“หูลู่”จางอี้ปินส่งเสียงเรียกออกไป
ถังหูลู่ได้ยินเสียงเรียกจึงคำรามรับ“กรร---”
มันรีบวิ่งไปตามเสียงเรียกทันที
เมื่อไปถึงศาลามันก็เห็นนายท่านนั่งอยู่สตรีอ้วนนั่งอยู่ เ้าเถาตะกละก็อยู่ข้างๆ นายท่านส่วนหุ่นเชิดทั้งสองก็ยืนอยู่ข้างหลังสตรีอ้วน
“มากินข้าวด้วยกัน”จางอี้ปินสั่ง
ถังหูลู่จึงค่อยๆเดินฝีเท้าเบายิ่งเข้าไปในศาลา แล้วนั่งลงกับพื้นอยู่ข้างๆ นายท่านอีกด้าน
จางอี้ปินเอากับข้าวจานหนึ่งโป๊ะใส่ชามข้าวแล้วใช้พลังทำให้ชามข้าวลอยไปวางตรงหน้าถังหูลู่
ถังหูลู่มองชามข้าวแล้วพูดว่า“ขอบคุณขอรับ”
“อืม” จางอี้ปินส่งเสียงคำหนึ่งแล้วหยิบตะเกียบขึ้นมา
เถากลืนจิตจึงตักข้าวอีกชามยกไปวางตรงหน้านายท่าน“นายท่านเ้าขา”
“กินข้าวเถอะ”จางอี้ปินพูดแล้วยื่นตะเกียบไปคีบกับข้าว
จ้าวเป่าฉินจึงลงมือกินข้าวอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลงก็เธอหิวจะแย่แล้ว แต่จะแอบกินก่อนคนอื่นก็ไม่ค่อยดีใช่ป่ะอยู่ร่วมกันก็ต้องกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันซิ
เถากลืนจิตเห็นนายท่านเริ่มกินมันจึงลงมือกินทันทีอย่างไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ มันอยากกินจะตายแล้วั้แ่ตอนที่ได้กลิ่นอาหารหอมฉุยลอยออกไปจนถึงบริเวณที่มันกำลังทำงานอยู่
ถังหูลู่จึงก้มลงกินข้าวชามนั้นคำแรกที่มันได้กิน มันก็แทบอยากจะกระแทกชามให้ข้าวชามนั้นลอยขึ้นมาแล้วอ้าปากงับเข้าไปในคำเดียวทันทีแต่มันไม่อาจทำเช่นนั้นได้ เพราะนายท่านไม่ชอบคนไร้มารยาท มันจึงต้องค่อยๆกินอย่างเรียบร้อยยิ่ง
หลังจากกินเสร็จแล้วต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไป
จางอี้ปินเดินกลับเรือนไป
จ้าวเป่าฉินก็ให้หุ่นเชิดทั้งสองหามตัวเองกลับบ้านอ่อ ต้องเรียกว่าเรือนซิ
ส่วนเถากลืนจิตกับถังหูลู่ก็กลับไปทำงานต่อทั้งสองช่วยกันต่อเครื่องเรือนให้จ้าวเป่าฉิน
วันคืนผ่านไปอย่างสงบสุข จนกระทั่งขาของจ้าวเป่าฉินหายดีแล้วเธอจึงเดินไปไหนมาไหนเองได้โดยไม่ต้องให้หุ่นเชิดทั้งสองช่วยหามแล้ว
ทุกๆ วันเธอจะทำกับข้าวให้ทุกคนกิน
จางอี้ปินก็คอยออกไปจับสัตว์มาเป็วัตถุดิบในการทำอาหารให้จ้าวเป่าฉินเขาติดใจรสชาติอาหารของนางมากเรียกว่าอร่อยยิ่งกว่าเหลาอาหารเลิศรสที่ขึ้นชื่อเสียอีก
จ้าวเป่าฉินก็สนิทกับเถากลืนจิตและถังหูลู่ดีแม้ว่าบางครั้งถังหูลู่จะถูกจ้าวเป่าฉินเรียกใช้งานอย่างหนักมันก็ยอมนางทุกอย่างแล้ว ไม่เช่นนั้นนางอาจจะเอาเื่เอาราวเมื่อคราวนั้นก็ได้มันยังไม่อยากอดกินถังหูลู่ฝีมือนางหรอกนะถังหูลู่ที่นางทำอร่อยยิ่งกว่าถังหูลู่ที่นายท่านซื้อมาให้มันกินมากนักรสชาติเรียกว่าต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว ของแม่นางจ้าวเป็ฟ้า ส่วนของคนอื่นๆล้วนเป็เหว
เมื่ออยู่กับนางมันก็กลายเป็แมวเชื่องๆ ตัวใหญ่ั์ตัวหนึ่งแล้ว ไม่มีท่าทีดุร้ายต่อนางอีกเลย
จางอี้ปินก็คอยสอนเื่ต่างๆให้จ้าวเป่าฉินได้รับรู้
จ้าวเป่าฉินก็ตั้งอกตั้งใจฟังทุกคำพูดของอาจารย์เป็อย่างดีรวมถึงการฝึกฝนสะสมพลังเทพให้เพิ่มพูนวันหนึ่งเธอจะได้กลายเป็เทพเต็มตัวกับเขาเสียที
เวลาผ่านไป 2 ปี จ้าวเป่าฉินเรียนรู้เื่ราวต่างๆกับอาจารย์จนรู้ซึ้งทะลุปรุโปร่งเกี่ยวกับหกภพแล้ว
คำเรียกขานชื่อก็เปลี่ยนมาเรียกชื่อเล่นของเธอนานแล้วเช่นกัน
วันนี้มีเทพจากตำหนักเก้าชั้นฟ้ามาพบอาจารย์จ้าวเป่าฉินจึงแอบชะเง้อมองอยู่ห่างๆ ข้างๆ เธอ เถากลืนจิตก็แอบอยู่ข้างๆชะเง้อมองอย่างอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน เรียกได้ว่า ‘เื่ของชาวบ้านคืองานของข้า’ก็ได้ ซึ่งนิสัยข้อนี้ของเถากลืนจิตนั้นแก้ไม่หายเสียที มันชอบสอดรู้สอดเห็นเื่ราวของผู้คนยิ่งนัก
เทพที่มาพบอาจารย์รูปร่างหน้าตาจัดว่าหล่อเหลาอยู่หรอก แต่ถ้าเทียบกับอาจารย์แล้วยังห่างชั้นกันมากเธอไม่ได้ยกยออาจารย์ตัวเองนะ ก็เขาหล่อมากจริงๆ หล่อนิ่งๆเหมือนมหาเทพตงหัวไม่มีผิด ทำให้เธอนึกสงสัยว่าตัวเองหลุดเข้ามาในนิยายเื่ EternalLove(สามชาติสามภพป่าท้อสิบลี้)รึเปล่า?
เธอเห็นเทพคนนั้นยื่นเทียบเชิญให้อาจารย์พูดคุยกันสองสามประโยคแล้วก็ขอตัวกลับไป
จางอี้ปินเหล่ตามองตรงที่จ้าวเป่าฉินแอบอยู่เขาพูดน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยว่า “ออกมา”
จ้าวเป่าฉินสะดุ้งทีหนึ่งแล้วค่อยๆ ก้าวออกไปหาอาจารย์ เธอเรียกเสียงอ่อยอย่างกลัวถูกดุ “อาจารย์”
เถากลืนจิตสะดุ้งแล้วรีบเผ่นทันที
“เ้าตัวตะกละ”จางอี้ปินเรียกมันน้ำเสียงราบเรียบ
เถากลืนจิตชะงักกึก! มันค่อยๆ หันไปยิ้มแหยๆ “นายท่าน”
หนึ่งคน หนึ่งเถาค่อยๆ เดินไปหาจางอี้ปินอย่างเกรงๆ กลัวๆ
“ไร้มารยาทนัก”จางอี้ปินตำหนิน้ำเสียงราบเรียบหนึ่งประโยค เขายกชาขึ้นจิบอึกหนึ่ง
จ้าวเป่าฉินกับเถากลืนจิตสะดุ้งเฮือกกลัวถูกทำโทษ
จางอี้ปินวางถ้วยชาลง“เ้าตัวตะกละอยู่เฝ้าเรือนดีๆ ส่วนเป๋าเป้ยเ้าไปตำหนักเก้าชั้นฟ้ากับข้า”
“เ้าค่ะนายท่าน”เถากลืนจิตรับคำสั่งแล้วรีบเผ่นไปไวอย่างยิ่ง มันเผ่นก่อนที่นายท่านจะคิดลงโทษอะไรมัน
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ