ฉินเยว่กับเจี่ยนหรานสบประสานสายตากันเนื่องจากหาหัวข้อสนทนาไม่ได้จึงทำให้บรรยากาศกระอักกระอ่วนขึ้นอีกครั้ง
“ถ้ายังไงคุณไปทำธุระก่อนก็ได้นะคะฉันก็ยังมีเื่ต้องจัดการอีกนิดหน่อย” นิสัยตามปกติของเจี่ยนหรานนับว่ามีนิสัยมองโลกในแง่ดีแต่ไม่รู้ว่าทำไม พอมาเจอกับฉินเยว่แล้วทำให้เธอทำอะไรไม่ค่อยถูกอยู่บ้างเลย
“ได้” ฉินเยว่พยักหน้า แล้วลุกขึ้นเดินไปทางยังห้องหนังสือ
เจี่ยนหรานมองเขาแวบหนึ่งก็กลับไปที่ห้องเตรียมข้อมูลที่ต้องใช้ในการทำงานพรุ่งนี้
เจี่ยนหรานยุ่งอยู่ประมาณสองชั่วโมงถึงทำเสร็จเจี่ยนหรานเธอปิดเครื่อง ยกมือขึ้นนวดหัวคิ้วที่เริ่มเจ็บตึง
เธอลุกขึ้นออกไปนอกห้องดึงประตูเปิดออกกลับเห็น เป็จังหวะเดียวกับฉินเยว่ที่ออกมาจากห้องอาบน้ำโดยบังเอิญ
ที่เขาสวมเป็ชุดนอนสีขาวผมสั้นสีดำยังมีหยดน้ำ สีหน้านิ่งขรึมจนทำให้คนรู้สึกเหมือนเ็ามาก
“ดึกมากแล้ว รีบไปอาบน้ำนอนเถอะ” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ พูดจบ ก็ไม่ได้มองเธอ หันกายเดินเข้าห้องไป
เจี่ยนหรานทำอะไรไม่ถูกทันทีเห็นท่าทางของเขาแล้วคงวางแผนจะเข้าหอกับเธอคืนนี้
แต่ว่า แต่ว่าเธอรู้สึกว่าในใจของตนเองลึกๆยังไม่ยอมรับเขามากนัก
พอคิดถึงตรงนี้เจี่ยนหรานรู้สึกได้ว่าหัวใจของตนเองเต้นเร็วมากขึ้นจนหายใจลำบาก
อยู่ในห้องน้ำนานถึงครั้งครึ่งชั่วโมงเต็มๆเจี่ยนหรานจึงออกมา เธอหาชุดนอนแขนยาว ห่อหุ้มห่อคุลมตนเองตัวเองจนหนาแ่า
พอกลับมาถึงห้องไม่เห็นเงาร่างของฉินเยว่ เธอก็เผลอแอบถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ออกมาแต่ว่ายังถอนหายใจไม่ทันเสร็จก็เห็นฉินเยว่เดินเข้ามา
บนตัวเขามีกลิ่นบุหรี่จางๆเมื่อกี้น่าจะไปสูบบุหรี่ที่ระเบียงเขาไม่ได้ปิดบังเื่ต้องสูบบุหรี่เพียงแต่ก็ใส่ใจไม่เคยสูบบุหรี่ในบริเวณที่ใกล้ๆเธออยู่อย่างใส่ใจ
“นอนเถอะ” ฉินเยว่ขึ้นเตียงก่อน นอนทางด้านขวาของเตียง เหลือที่ทางด้านซ้ายให้เจี่ยนหราน
“โอ้ ค่ะ...” เจี่ยนหรานตื่นตระหนกจนลิ้นพันกันฝ่ามือมีเหงื่อเย็นซึมออกมา
เธอปีนขึ้นไปนอนบนเตียงจากอีกด้านฝั่งหนึ่งนอนลงทางด้านซ้ายของฉินเยว่
เตียงใหญ่กว้างสองเมตรระหว่างทั้งสองคนยังมีระยะห่างอยู่ชัดๆบ้าง แต่เจี่ยนหรานรู้สึกว่าตนเองถูกกลิ่นอายบุรุษเพศของฉินเยว่โอบล้อมไว้อย่างแ่า
“ฉันนอนก่อนแล้ว ราตรีสวัสดิ์” เธอรีบหลับตาลง หวังว่าตนเองจะสามารถนอนหลับได้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด
ยิ่งเจี่ยนหรานไม่ให้ตนเองคิดเหลวไหลวุ่นวายสิ่งที่คิดในสมองกลับยิ่งมากมายยิ่งนอนก็ยิ่งมีสติรับรู้ชัดเจน
เธอคิดในใจว่าฉินเยว่จะทำเื่แบบนั้นตอนเธอนอนหลับหรือไม่
แต่ว่าพอคิดดูอีกทีแล้วต่อให้ฉินเยว่จะทำอะไรกับเธอจริงๆก็เป็เื่ปกติธรรมดา ยังไงเสียเธอกับเขาก็เป็สามีภรรยากันตามกฎหมาย
ในใจของเจี่ยนหรานคิดเช่นนี้ร่างกายก็ยิ่งเกร็งเข้าไปใหญ่จนเกือบจะแข็งทื่อไปแล้ว
บางทีเขาอาจจะรับรู้ได้ถึงความตึงเครียดของเจี่ยนหรานจู่ๆ ฉินเยว่ก็ยื่นมือมานวดศีรษะของเธอ“เจี่ยนหราน ถึงเราจะเป็สามีภรรยากันตามกฎหมายแล้วแต่ผมจะไม่บีบบังคับให้คุณทำเื่ที่ไม่ยินยอมหรอก”
น้ำเสียงของเขายังคงน่าฟังเหมือนปกติเดิม แต่เจี่ยนหรานฟังออกถึงความขบขันหน่อยๆชั่วขณะแม้แต่ปลายหูก็แดงไปแล้ว
ผู้ชายคนนี้อย่าช่างสังเกตนักจะได้ไหม?
...
มีคำรับรองของฉินเยว่สติที่ตึงเครียดของเจี่ยนหรานก็ค่อยๆผ่อนคลาย แล้วก็เข้าสู่นิทราในเวลาไม่นานนัก
ตอนตื่นขึ้นมาท้องฟ้าสว่างมากแล้ว เจี่ยนหรานคว้ามือถือขึ้นมาดูเวลาอุทานออกมาเบาๆ ว่า “ซวยละ!”
เจ็ดโมงเช้าวันจันทร์ถึงศุกร์นาฬิกาปลุกของเธอจะต้องปลุกตรงตามเวลาวันนี้มันประท้วงหรือว่าเธอหลับลึกเกินไปเลยไม่ได้ยิน?
“ตื่นแล้วหรือ” น้ำเสียงมีสเน่ห์เสน่ห์ของฉินเยว่ดังมาจากในห้อง“ผมเห็นว่ายังเช้าอยู่ เลยปิดนาฬิกาปลุกของคุณ ให้คุณนอนต่ออีกนิด”
ได้ยินเสียงของฉินเยว่เจี่ยนหรานถึงเพิ่งรับรู้ว่าในห้องยังมีคนอยู่อีกคนหนึ่งอยู่ด้วย
เธอเงยหน้าขึ้นมองเห็นฉินเยว่แต่งกายอย่างพิถีพิถันนั่งอยู่บนอาร์มแชร์นิ้วมือเรียวยาวกำลังพลิกหน้าหนังสือพิมพ์ในมือตามอย่างสบายๆ
“เอ่อ คุณรอฉันสักครู่ ฉันจะรีบไปทำอาหารเช้า” เจี่ยนหรานะโลงจากเตียง รีบพุ่งเข้าห้องน้ำ
“เตรียมอาหารเข้าเสร็จเรียบร้อยแล้วผมรอคุณมาทานด้วยกัน” เสียงทุ้มต่ำของฉินเยว่ดังมาจากทางด้านหลังเจี่ยนหรานไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดีไปชั่วขณะ
เห็นเจี่ยนหรานเหมือนกระต่ายน้อยที่ใกลัวริมฝีปากบางของฉินเยว่ก็ยกเชิดสูงขึ้นน้อยๆอย่างช่วยไม่ได้ ในดวงตาเ็ามีประกายขำขันขึ้นมานิดๆ
เจี่ยนหรานเป็ผู้หญิงที่เมาเหล้าแล้วด่าว่าเขาอยู่สามชั่วโมงเต็มๆแถมยังอาเจียนใส่เขาทั้งตัวเมื่อสามปีก่อนคนนั้นจริงๆน่ะหรือ?
...
เจี่ยนหรานล้างหน้าบ้วนปากเสร็จเปลี่ยนเป็ชุดทำงานแล้ว ก็มาที่ห้องอาหาร
ครึ่งบนของเธอเป็สวมเสื้อสีขาวด้านล่างเป็และกระโปรงสั้นสีดำเป็ชุดตัดที่เข้ารูปพอดีตัวทำให้เห็นโครงร่างส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายอันสมบูรณ์แบบของเธอ
เห็นเจี่ยนหรานในลักษณะนี้ม่านตาของฉินเยว่ก็หดลงเล็กน้อยเลื่อนสายตาไปอย่างไม่ทิ้งร่องรอยมองอย่างไม่ปิดบังแล้วนั่งลงทานอาหารเช้าเงียบๆ
ดังนั้นคำสั่งแรกของฉินเยว่ที่เมื่อเข้ารับตำแหน่งประธานของ่ซินเคอจี้คือเปลี่ยนชุดทำงานของพนักงานบริษัทหญิงจากกระโปรงสั้นเป็กางเกงแทนทันที
เห็นอาหารเช้าที่ประณีตน่าทานบนโต๊ะเจี่ยนหรานก็ยิ้ม “คุณทำของพวกนี้หรือ?”
เมื่อวานยังบอกเธอว่าทำอาหารไม่เป็ไม่ใช่หรือแค่คืนเดียวเท่านั้นก็สามารถทำอาหารเช้าที่น่าทานแบบนี้ได้แล้วช่างมีความสามารถจริงๆ
เขามองความคิดในใจของเจี่ยนหรานออกฉินเยว่ส่งนมอุ่นๆ ให้เธอ ในเวลาเดียวกันก็พลางพูดว่า “คุณป้าที่บ้านส่งมาให้”
ฉินเยว่คนนี้รักความสะอาดนิดๆแถมยังเลือกรับประทานอาหาร ปกติไม่ทานอาหารอะไรนอกบ้าน ดังนั้นคุณป้าที่รับหน้าที่ดูแลอาหารการกินของเขาั้แ่เด็กจึงได้เตรียมเอามาไว้ก่อนให้
“ดูแล้วน่าทานมากเลยค่ะ” เจี่ยนหรานนั่งลง คีบติ่มซำขึ้นกัดหนึ่งคำ “อร่อยจริงๆ”
ติ่มซำเข้าปากก็ละลายทันทีทิ้งคงกลิ่นหอมไว้เต็มอวลอยู่ในปากอร่อยกว่าที่คิดเอาไว้นิดหน่อยทีเดียว
“อืม” ฉินเยว่ส่งเสียงออกมาเบาๆ ไม่ได้ตอบรับไปมากกว่านี้ ดูแล้วเ็าอย่างมาก
ฉินเยว่ไม่ตอบคำเจี่ยนหรานก็ไม่พูดอะไรอีก คีบติ่มซำอีกชิ้นหนึ่งขึ้นส่งเข้าปาก
กินติ่มซำหมดไปอีกชิ้นหนึ่งเจี่ยนหรานก็แอบทองมองฉินเยว่แวบหนึ่งเห็นเขาทานอย่างสง่างาม อดทำให้คนนึกถึงผู้ดีชาวอังกฤษขึ้นมาไม่ได้
เขาไม่ต้องจงใจทำอะไรก็มักจะเผยให้เห็นท่าทางที่สูงส่งสง่างามออกมาเอง
“บนหน้าผมมีอะไรหรือ?” ทันใดนั้นฉินเยว่ก็พูดออกมา ในดวงตามีแววสงสัยจางๆเจืออยู่
“ไม่ ไม่มีอะไร” ถูกจับได้ซึ่งๆหน้าว่าแอบมองอีกครั้งแล้ว เจี่ยนหรานหน้าแดงอีกหนรีบก้มหน้าทานอาหารเช้า
“ถ้าอาหารเช้าพวกนี้ถูกปากคุณ ต่อไปผมจะให้คนเตรียมไว้” ผ่านไปนาน ฉินเยว่จึงกล่าวเสริมอีกประโยค
เจี่ยนหรานรู้สึกผิดนิดหน่อย“ที่จริงไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ”
ฉินเยว่วางตะเกียบลงหยิบกระดาษเช็ดปาก พูดออกมาเรียบๆ อีกประโยค “คุณเป็ภรรยาของผม”
“เอ่อ ค่ะ” เจี่ยนหรานไม่ได้ต่อความอีกเพราะเหตุผลนี้ของฉินเยว่ทำให้ใจของเธออ่อนยวบลง
เธอเป็ภรรยาของเขาเขาเป็สามีของเธอ พวกเขาจะเป็สามีภรรยากันไปชั่วชีวิต
เจี่ยนหรานทานติ่มซำแสนอร่อยดื่มนมอุ่นๆ อดคิดในใจไม่ได้ว่า
์ดีต่อเขาเธอไม่น้อยอุดปิดทางสายหลักที่มุ่งไปสู่ความสุขของนางแต่ยังคงทิ้งทางน้อยสายหนึ่งไว้ให้