สู่วิถีอมตะ

    บทที่ 35 ก่อนออกเดินทาง

    บทที่ 35 ก่อนออกเดินทาง


    อีกด้าน เซี่ยชิงได้เข้าไปในเกี้ยวที่ถูกลากโดยวิหคศักดิ์สิทธิ์ห้าสีหนึ่งตัว


    เกี้ยวทำจากไม้ล้ำค่าแกะสลักลวดลายวิจิตรงดงามประดับประดาด้วยอัญมณีอันล้ำค่า ดูงดงามยิ่ง


    บนเกี้ยว หญิงรับใช้เอ่ยถามขึ้นว่า “องค์หญิง เด็กหนุ่มผู้นั้นมีพรสวรรค์มาก จนท่านถึงกับให้ ‘เคล็ดกายาคลั่ง’ แก่เขาไปเชียวหรือเจ้าคะ? เขาจะฝึกได้หรือเจ้าคะ?”


    หญิงรับใช้รู้ถึงคุณค่าและความน่าสะพรึงกลัวของเคล็ดกายาคลั่งดี มันหาใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะฝึกฝนได้ นางจึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดองค์หญิงจึงมอบมันให้กับเด็กหนุ่มผู้นั้น


    เด็กหนุ่มผู้นั้นมีพรสวรรค์จนคู่ควรกับมันงั้นหรือ?


    เซี่ยชิงยิ้ม “แน่นอนว่าเขาไม่มีคุณสมบัติที่จะฝึกฝนมัน”


    “เหตุผลที่ข้ามอบเคล็ดกายาคลั่งให้เขา ด้านหนึ่งคือเพื่อให้รู้ว่าข้าให้ความสำคัญกับเขา ในทางกลับกัน ก็เพื่อให้เขารู้ระดับความสามารถของตัวเอง ในอนาคตเขาจะได้ไม่ขอเคล็ดวิชาขั้นสูงอีก"


    ทันใดนั้นหญิงรับใช้ก็ตระหนักได้ว่าองค์หญิงกำลังพยายามเอาชนะใจผู้คน ในขณะเดียวกันก็ปล่อยให้เด็กหนุ่มได้เห็นความจริงด้วยตัวเอง ในภายภาคหน้าจะได้ไม่เย่อหยิ่งลำพองเช่นนี้อีก


    นางเคยเห็นอัจฉริยะที่ทรงพลังมามากมาย แต่พวกเขาก็มักเหลิงจนประเมินตัวเองสูงเกินไป


    “ไปที่สำนักเพียวเหมี่ยว ข้าได้ยินมาว่ามีอัจฉริยะรากญาณวารีอยู่ที่นั่น เรามาดูกันว่าพอจะยืมตัวมาได้หรือไม่” เซี่ยชิงกล่าว


    “เพคะองค์หญิง”


    หญิงรับใช้พลันควบคุมวิหคศักดิ์สิทธิ์ให้มุ่งตรงไปยังสำนักเพียวเหมี่ยว


    …


    “ผิงอัน ! เจ้าเป็นอะไรไป!”


    หลี่อวิ๋นเทียนที่เดิมตั้งใจมาคุยกับเจียงผิงอัน พลันได้กลิ่นเลือดก่อนจะเข้าประตูเสียอีก


    เขามีรู้สึกใจไม่ดีจึงรีบเปิดประตูเข้าไป


    จากนั้นเขาก็เห็นเจียงผิงอันนอนตัวสั่นจมอยู่ในสระเลือด


    หลี่อวิ๋นเทียนสะดุ้งเมื่อคิดว่าไอ้สารเลวเฒ่าสวีเทาเข้ามาเพื่อลอบสังหารอีกฝ่าย ดังนั้นเขาจึงรีบใช้วิชาเยียวยารักษาเจียงผิงอันทันที


    "เคล็ดกายาคลั่ง… ช่างฝึกยากยิ่งนัก"


    เจียงผิงอันที่ฟื้นพลังขึ้นมา เอ่ยขึ้นด้วยความยากลำบาก


    หลี่อวิ๋นเทียนพลันตระหนักว่าสภาพของอีกฝ่ายเกิดจากการฝึกฝน หาใช่ถูกลอบสังหารอย่างที่คิด


    “แน่นอนว่ามันยากที่จะฝึกเคล็ดกายาคลั่งสำเร็จ ด้วยพรสวรรค์และความสามารถของเจ้าแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเรียนรู้มัน”


    ครั้นเห็นว่าเจ้าหนูนี่โง่แค่ไหน หลี่อวิ๋นเทียนจึงอธิบายว่า "เหตุผลที่เจ้าเมืองมอบ ‘เคล็ดกายาคลั่ง’ แก่เจ้า ก็เพื่อบอกเจ้าว่านางให้ความสำคัญกับเจ้ามาก"


    “เคล็ดวิชาที่ท้าทายสวรรค์เยี่ยงนี้ ไม่ต้องพูดถึงเจ้าเลย แม้ว่าจะในบรรดาตัวตนนับหลายร้อยล้านชีวิตทั่วทั้งเมืองเฮยเฟิงก็ไม่มีใครสามารถฝึกฝนมันสำเร็จ”


    “ไว้หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน เจ้าไปที่เมืองเฮยเฟิงแล้วขอเปลี่ยนเป็นเคล็ดวิชาที่เหมาะกับเจ้าแทนเสีย แม้ว่าจะไม่ดีเท่า ‘เคล็ดกายาคลั่ง’ แต่ก็ไม่ได้ด้อยกว่าอย่างแน่นอน"


    เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่อวิ๋นเทียน เจียงผิงอันก็กัดฟันกล่าว "แต่ถ้าข้าสามารถเรียนรู้เคล็ดวิชานี้ได้ ข้าจะต้องทรงพลังมากอย่างแน่นอน"


    หลี่อวิ๋นเทียนกลอกตาไปทางเจียงผิงอัน "ทรงพลังก็ทรงพลังอยู่หรอก และเจ้าต้องมีคุณสมบัติในการเรียนรู้ด้วย"


    “เจ้าไม่ควรรีบร้อนก้าวหน้าในการฝึกฝน ผู้ฝึกตนมากพรสวรรค์จำนวนมากทำลายรากฐานของตนเอง เพราะการกระตือรือร้นที่จะฝึกฝน จนในที่สุดพวกเขาก็หายไปจากสายตาผู้คน”


    “หากเจ้ายังฝืนทำเช่นนี้ต่อไป อย่าว่าแต่การแข็งแกร่งขึ้นเลย ร่างกายของเจ้าอาจไร้ประโยชน์ไปตลอดชีวิต”


    หลี่อวิ๋นเทียนตักเตือนด้วยน้ำเสียงของผู้อาวุโส


    จู่ ๆ เจียงผิงอันก็ตระหนักได้ จึงสูดลมหายใจเข้าลึก "ข้าเข้าใจแล้ว"


    “เข้าใจก็ดี หากเจ้ายอมแพ้เร็ว เจ้าจะทนทุกข์น้อยลง” หลี่อวิ๋นเทียนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เด็กนี่ดีจริง ๆ ว่าง่าย สอนสั่งได้


    แต่คำพูดถัดไปของเจียงผิงอัน ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที


    “ข้าแค่ต้องเรียนรู้อย่างช้า ๆ และวางรากฐานให้มั่นคง ก่อนหน้านี้ข้ารีบร้อนเกินไปจริง ๆ” เจียงผิงอันพูดอย่างจริงจัง


    หลี่อวิ๋นเทียน "..."


    เขาอยากจะตบเด็กคนนี้ให้คว่ำนัก เหตุใดเขาถึงต้องดื้อดึงฝืนฝึกฝนเคล็ดวิชานี้อยู่อีก


    นี่ไม่ใช่สิ่งที่พรสวรรค์ระดับอีกฝ่ายสามารถเรียนรู้ได้เลย


    “ช่างเถอะ เจ้าค่อย ๆ ฝึกไป ข้าจะช่วยรักษาเอง”


    เขาเป็นผู้ฝึกตนที่มีพรสวรรค์ด้านไม้ จึงเก่งเรื่องการรักษา ในเมื่อเขาไม่สามารถเกลี้ยกล่อมเด็กหนุ่มได้ เขาคงทำได้เพียงสนับสนุนเท่านั้น


    “ไม่ต้องขอรับ มันจะขัดขวางการฝึกฝนของผู้เฒ่าหลี่เอาเปล่า ๆ” เจียงผิงอันปฏิเสธทันที


    แม้ว่าการรักษาของผู้เฒ่าหลี่จะทำให้การฝึกตนของเขาเร็วขึ้น แต่มันก็จะทำให้การฝึกตนของผู้เฒ่าหลี่ล่าช้าลงเช่นกัน


    “ข้ายังจะฝึกอะไรเล่า ข้าแก่มากแล้ว จึงไม่มีความหวังที่จะสร้างรากฐานอีก ข้าแค่เดินเตร่ไปวัน ๆ ”


    หลี่อวิ๋นเทียนพยายามสร้างรากฐานมาสองครั้ง แต่ก็ล้มเหลว เขาซื้อยาสร้างรากฐานมาสองครั้งจนสิ้นเนื้อประดาตัวและเป็นหนี้


    ต่อมาเขาคิดตก อย่างแย่ที่สุด เขาก็แค่ไม่สร้างรากฐานและมีอายุยืนยาวน้อยลงเท่านั้น


    เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่อวิ๋นเทียน เจียงผิงอันก็รู้สึกอบอุ่นในใจ "ถ้าอย่างนั้น ข้ารบกวนผู้เฒ่าหลี่แล้ว"


    เขาลุกขึ้นอีกครั้งและโคจร ‘เคล็ดกายาคลั่ง’ อีกครั้ง คราวนี้ลดความเร็วลงสิบเท่า


    ถึงกระนั้นร่างกายของเขาก็ยังคงเจ็บปวดอย่างรุนแรง ราวกับว่ามีมีดนับไม่ถ้วนกรีดไปทั่วร่างและตัดเส้นเอ็น จนรู้สึกไม่สบายอย่างยิ่ง


    หลี่อวิ๋นเทียนใช้เคล็ดเยียวยาเพื่อรักษาเขาอย่างรวดเร็ว


    เมื่อเห็นเด็กหนุ่มมุ่งมั่นเช่นนี้ หลี่อวิ๋นเทียนก็ลอบถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ


    เขาไม่รู้ว่าเมื่อไรเด็กหนุ่มถึงจะตระหนักว่าเคล็ดวิชาระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถฝึกฝนได้


    ในเวลาเพียงครึ่งเดือน เมิ่งจิงประสบความสำเร็จในการขัดเกลากายาจนมาอยู่ในระดับเดียวกับเจียงผิงอันแล้ว


    เดิมทีพรสวรรค์ของนางแข็งแกร่งมาก แต่ด้วยนางเคยเป็นคนขี้เล่น จึงมักไม่จริงจังกับสิ่งที่ทำนัก


    นับตั้งแต่นางเห็นเจียงผิงอัน จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ก็ถูกกระตุ้นถึงขีดสุด


    สำหรับระดับต่ำกว่ายอดยุทธ์นั้น การฝึกตนไม่ใช่เรื่องยากอะไร ขอเพียงมีทรัพยากรเพียงพอก็สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว


    ต้องหลังจากที่กลายเป็นผู้สร้างรากฐานหรือยอดยุทธ์แล้วเท่านั้น การฝึกตนจึงจะกลายเป็นเรื่องยากเย็นขึ้น


    เมิ่งจิงมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่เจียงผิงอันยังคงหยุดอยู่กับที่


    เคล็ดกายาคลั่งนั้นอหังการเกินไป ดังนั้นในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา แม้แต่การโคจรขั้นพื้นฐานที่สุดก็ยังไม่สามารถทำได้สำเร็จ ปัจจุบันเขาสามารถโคจรไปได้เพียงหนึ่งในสามเท่านั้น


    เมิ่งจิงท้าทายเจียงผิงอันอีกครั้ง ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นน่าประหลาดใจ แต่ก็สมเหตุสมผล คราวนี้เมิ่งจิงเป็นฝ่ายชนะ


    นางฝึกฝนวิชาดาบแปลก ๆ ซึ่งรวดเร็วมาก เจียงผิงอันไม่ทันตอบสนอง ดาบก็มาจ่อที่คอแล้ว


    เมิ่งจิงชักดาบกลับ นางเท้าเอวพลางพูดพึมพำ "ฮ่า ๆ ทักษะที่องค์หญิงมอบให้ข้าช่างทรงพลังมาก ข้าชนะแล้ว นับจากนี้ไป เจ้าจงเป็นผู้ติดตามของข้า แล้วข้าจะปกป้องเจ้าเอง!"


    เจียงผิงอันไม่ได้สนใจความพ่ายแพ้นั้นเลย เขาเพียงตรงกลับไปที่ห้องของตนเพื่อฝึกซ้อมต่อ


    ในโลกนี้ มีอัจฉริยะอยู่นับไม่ถ้วน อัจฉริยะเหล่านั้นล้วนมีสายเลือดที่แข็งแกร่ง วิชาลับอันทรงพลัง และทรัพยากรจำนวนมหาศาล


    จึงมีเพียงการพยายามให้มากขึ้นเท่านั้น ถึงจะสามารถเดินตามรอยเท้าของอัจฉริยะเหล่านั้นได้


    “นี่! นี่เจ้าน่ะ! ข้าเอาชนะเจ้าได้แล้ว เหตุใดเจ้าถึงยังมีท่าทีแบบนี้กับข้า เจ้าท่อนไม้ตัวเหม็นนี่!”


    เมิ่งจิงโกรธจัดจนแยกเขี้ยว เผยเขี้ยวขาวเหมือนเสือตัวน้อย อยากจะเข้าไปกัดอีกฝ่ายอีกสักรอบจริง ๆ!


    เด็กสาวเคยคิดว่าอีกฝ่ายเมินนางเพราะตัวนางอ่อนแอ แต่ยามนี้ดูเหมือนว่านางคิดผิด อีกฝ่ายเป็นเพียงท่อนไม้ดี ๆ นั่นเอง


    สิบวันต่อมา หิมะแรกของฤดูหนาวก็มาเยือน


    ในปีนี้ ชาวอำเภอผิงสุ่ยไม่มีสีหน้าเศร้าหมองกันอีกต่อไป เนื่องจากปีนี้พวกเขาสามารถใช้เวลาช่วงฤดูหนาวได้อย่างปลอดภัย


    ถ้าสวีเทาไม่ถูกขับไล่ออกไป พวกเขาก็ไม่รู้ว่าฤดูหนาวนี้จะมีคนต้องหนาวตายอีกกี่คน


    ในอำเภอผิงสุ่ยนั้น เรื่องราวเกี่ยวกับเจียงผิงอันดูลึกลับมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยได้มีเรื่องเล่าต่าง ๆ ปรากฏขึ้น


    ซึ่งไม่ว่าเนื้อหาของเรื่องเล่านั้นจะเป็นอย่างไร ผลลัพธ์ก็ล้วนเหมือนกัน นั่นคือเด็กหนุ่มคนนี้เป็นผู้ทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดีในปีนี้


    โดยในวันนี้ เจียงผิงอันกับเมิ่งจิงกำลังจะออกเดินทางสู่เมืองเฮยเฟิง


    เมิ่งโค่วมอบตำราปกสีเขียวเรียบง่ายให้กับเจียงผิงอัน


    “เจ้าจะไปแล้ว แต่ข้าไม่มีอะไรจะให้ นี่เป็นเคล็ดวิชาที่ข้าได้รับในดินแดนลับขั้นสูงระหว่างการเดินทาง เจ้าเก็บมันไว้เถอะ”


    “นี่เป็นเคล็ดการฝึกวิญญาณ ข้าไม่สามารถฝึกฝนได้ แต่มันให้ความรู้สึกแตกต่างจากเคล็ดวิชาอื่น ๆ เสมอ เจ้าสามารถลองฝึกดูได้”


    เจียงผิงอันส่งตำรานั้นคืนและพูดว่า "ท่านแม่ทัพ ท่านไม่ต้องทำเช่นนี้ ข้าซาบซึ้งท่านกับผู้เฒ่าหลี่ยิ่งที่คอยดูแลข้ามาเป็นเวลานาน"


    เขาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะให้เงินทองหรืออะไรก็ตาม ที่เขายังมีชีวิตอยู่ยามนี้ก็เพราะได้รับความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย


    “ต่อไปนี้อย่าเรียกข้าว่าท่านแม่ทัพ เรียกข้าว่าอาเมิ่งก็ได้ ไว้ไปเมืองเฮยเฟิงแล้วค่อยหาคนตรวจสอบดูก็ได้ บางทีอาจพอขายได้ราคาดี แต่หากไม่คุ้มอะไร เจ้าก็แค่โยนมันทิ้งไปเสีย”


    เมิ่งโค่วยิ้มแล้วยัดตำรานี้ใส่มือของเจียงผิงอัน


    “ขอบพระคุณท่านอาเมิ่ง”


    เจียงผิงอันเหลือบมองตำราปกสีเขียว บนปกเขียนว่า ‘เคล็ดป้อมพสุธา’


    ชื่อนั้นดูธรรมดายิ่ง เจียงผิงอันจึงเพียงใส่มันไว้ลงถุงเก็บของ





    คล้ายกับเรื่องสู่วิถีอมตะ ที่คุณอ่าน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258