เกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70 [จบ]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 122 เปิดเรียน

            เพราะเจิ้งหยวนปากหวาน ของที่ติดไม้ติดมือเอามาให้ก็ดี เรียกได้ว่าพยายามเอาใจหลี่จินจือว่าที่แม่สามีอย่างเต็มที่ ดังนั้น เมื่อถึงช่วงพลบค่ำ พอเฝิงชางหย่ง รวมถึงลูกชายคนโตเลิกงานกลับมาแล้วเธอจึงไม่ตำหนิเจิ้งหยวนแต่อย่างใด ซ้ำยังเปิดตะกร้าจัดเรียงของให้คนในครอบครัวเห็นทีละอย่างๆแม้ปากเหมือนจะพูดกับเฝิงชางหย่ง แต่ดวงตากลับชำเลืองมองอู๋ต้านี ลูกสะใภ้ใหญ่อย่างแฝงความนัย“ดูๆๆๆ ตาเฒ่า เจิ้งหยวนยังไม่แต่งเข้ามาก็นึกเอาของมาให้พวกเราสองผู้เฒ่าแล้ว”จากนั้นค่อยยัดลูกอมรสนมตรากระต่ายขาวใส่มือเด็กๆ คนละเม็ด “เอ้านี่ เอาไปคนละเม็ดนะลูกอมนี่หายากมากเลยละ”

            เฝิงชางหย่งไม่สังเกตเห็นสายตาของภรรยา ทั้งยังฟังความหมายแฝงของเธอไม่ออกเลยพยักพเยิดชื่มชมเจิ้งหยวนตามไปด้วย “เจิ้งหยวนเป็นเด็กรู้ความกตัญญู ฉันบอกแล้วว่าลูกของเจิ้งเฉวียนกังต้องยอดเยี่ยมอยู่แล้วต่อไปเธอก็อย่าไปรังเกียจต่อว่าอะไรเจิ้งหยวนอีกสิ”

            ยิ่งฟัง หลี่จินจือก็ยิ่งมีความสุข “อื้อฉันรอให้เจิ้งหยวนแต่งเข้ามากตัญญูฉันไม่ไหวแล้วละ”

            แต่นั่นทำให้อู๋ต้านี ลูกสะใภ้คนโตสกุลเฝิงโกรธจัด การที่แม่สามีพูดเช่นนี้เหมือนต้องการจะบอกว่า ปกติเธอไม่กตัญญูต่อพ่อแม่เลย! เธอแต่งเข้ามาหลายปีแล้วลูกก็มีหลายคน แต่สองผู้เฒ่ายังเป็นคนดูแลบ้านหลังนี้เหมือนเดิม หาเงินมาได้เท่าไรล้วนเก็บไว้ที่พ่อแม่สามีทั้งหมดกระทั่งเธออยากตัดผ้ามาทำเสื้อผ้าใหม่ให้ลูกๆ ยังต้องขอเงินจากแม่สามีด้วยซ้ำ! ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้แต่เธอเคยว่าหรือเถียงอะไรสักคำไหม! เธอยังกตัญญูไม่พออีกหรือ?อู๋ต้านียิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ เธอโกรธจนหันหลังตรงดิ่งไปยังห้องครัวโดยไม่คิดจะชิมเศษขนมแม้แต่คำเดียว

            หลี่จินจือมองตามแผ่นหลังของอู๋ต้านีแล้วอดเบะปากไม่ได้ เหอะอย่าคิดว่าเธอไม่รู้นะว่าลูกชายคนโตเอาเงินที่แอบขายไข่ไก่และผักข้างนอกให้ภรรยาเขาทั้งหมด!

            เพียงพริบตาเดียวก็ถึงช่วงเปิดภาคเรียนเจิ้งเทียนเลี่ยงไปเข้าเรียนชั้นประถมในกอง ส่วนเจิ้งเจวียนต้องไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมต้นในเมืองแต่เจิ้งเจวียนเอาแต่พูดอยู่นั่นว่าไม่อยากเรียนแล้วทำเจิ้งหยวนโมโหจนอยากจะลงมือตีเธอสักยก!

            ยุคสมัยนี้ประเทศใช้หลักสูตรการศึกษาห้า - สอง - สอง โดยแบ่งเป็นชั้นประถมศึกษาห้าปี มัธยมต้นกับมัธยมปลายอย่างละสองปีปีนี้เจิ้งเจวียนเพิ่งอายุสิบห้า เปิดเทอมก็ขึ้นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นปีที่สองแล้วหลังเรียนมัธยมต้นจบ เรียนชั้นมัธยมปลายอีกเพียงสองปีก็จะเข้าสู่ปี 1976 แล้ว ซึ่งขบวนการปฏิวัติจะสิ้นสุดลงในปีนี้ จากนั้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะถูกฟื้นฟูกลับมาในปีถัดไปเจิ้งเจวียนจึงสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีนั้นได้ทันพอดี แถมระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยยังเพิ่งนำกลับมาใช้เป็นปีแรกด้วยคนส่วนใหญ่ละมือจากตำราเรียนมานานแล้ว ย่อมลืมความรู้กันไปเกือบหมด ฉะนั้น มาตรฐานในการแข่งขันจึงไม่สูงสักเท่าไร

            เจิ้งหยวนจำได้ว่าคะแนนสอบเข้าตอนนั้นเต็มสี่ร้อยคะแนน ยกเว้นภาษาอังกฤษตราบใดที่คะแนนสูงกว่าสองร้อยก็สามารถเข้าเรียน ปวส. ได้ และเป็นที่รู้กันดีว่าหากจบปวส. ก็สามารถเข้าบรรจุงานได้ไม่ต่างกัน ดังนั้น หากทบทวนให้ดีหน่อย และทำคะแนนสอบได้มากกว่าสามร้อยคะแนนย่อมสามารถเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังได้อย่างแน่นอน เจิ้งเจวียนในฐานะนักเรียนจบใหม่ แน่นอนว่าต้องสอบได้คะแนนไม่เลวอยู่แล้วหรือต่อให้ความสามารถเธอไม่ถึง ก็ยังมีพี่สาวอย่างเธอนี่? เธอสามารถช่วยสอนเพิ่มเติมได้! ว่ากันว่าความรู้จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาคนเราหากเจิ้งเจวียนสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ และเข้าบรรจุงานได้สำเร็จ เธอก็ไม่ต้องห่วงแล้วว่าน้องสาวเธอจะพบจุดจบเช่นเดิมไม่เพียงเจิ้งเจวียนเท่านั้น แม้แต่พี่ชายเธอ เจิ้งเทียนหมิงเธอยังหวังว่าเขาจะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยสักครั้งด้วยเช่นกัน

            เธอไม่อาจบอกแผนการเล็กๆ นี้กับครอบครัวได้ อย่างไรเสีย ก็ไม่มีใครรู้ว่าขบวนการปฏิวัติจะจบเมื่อไรการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะฟื้นกลับมาตอนไหน ใช่ไหมล่ะ?

            แล้วเจิ้งเจวียนก็มั่นใจเต็มเปี่ยมเจ้าตัวยืดคอขึ้นเอ่ยกับเธออย่างดื้อดึง “ฉันอายุสิบหกแล้ว ปีหน้าก็สิบเจ็ดจะเรียนอีกทำไมกัน! พี่ พอพี่แต่งเข้าสกุลเฝิงปลายปีงานในบ้านเยอะแยะขนาดนั้นใครจะเป็นคนทำล่ะ?แล้วพี่อย่าลืมสิ ฉันต้องตามไปทำงานเก็บแต้ม หาเสบียงเพิ่มให้คนในครอบครัวด้วย จะเรียนหนังสือต้องซื้อปากกาซื้อสมุด แล้วยังต้องจ่ายเสบียงอาหารให้โรงอาหารโรงเรียนด้วย เปลืองเงินเปล่าๆ ! มิหนำซ้ำตอนนี้โรงงานในอำเภอก็ไม่รับสมัครคนงานจากชนบทเราแล้ว ฉันมีประกาศนียบัตรมัธยมปลายไปจะมีประโยชน์อะไร?”

            คนในครอบครัวเห็นด้วยกับคำพูดของเธออย่างเป็นเอกฉันท์ลูกสาวคนเล็กอยากช่วยงานอยู่ที่บ้าน ไฉนเลยเจิ้งเฉวียนกังจะไม่ยินดีอีกอย่างเธอเองก็พูดถูก หลังเจิ้งหยวนแต่งงานไปจะเหลือเพียงเทียนเลี่ยง ส่วนหนิวหนิวกับซิงซิงยังเป็นเด็กจึงต้องอยู่ที่บ้าน เฉินชุ่ยอวิ๋นย่อมเลี้ยงคนเดียวไม่ไหวอยู่แล้ว หนิวหนิวเองก็ยังอายุน้อยและไม่รู้ความแถมตอนนี้ยังเป็นวัยหัดทรงตัว หัดเดิน แต่เพราะยังยืนไม่แข็ง พอได้ยืนแล้วก็วิ่งตุปัดตุเป๋ทำเอาคนเห็นใจหล่นวูบถึงตาตุ่มละสายตาไม่ได้เลยสักนิด ผู้ใหญ่เลยต้องคอยจับตามองตลอดเวลาเฉินชุ่ยอวิ๋นร่างกายไม่แข็งแรง เธอใช้แรงมากไม่ได้การดูแลเด็กและทำอาหารไปด้วยจึงเป็นภาระหนักเกินไปสำหรับเธอ

            เจิ้งหยวนรู้ว่าที่บ้านมีภาระเยอะ ร่างกายคุณแม่เธอไม่แข็งแรงทำงานหนักมากไม่ไหว แถมพี่สะใภ้ยังต้องไปกลุ่มเย็บปักเพื่อทำงานหาเงินเจิ้งเจวียนถือว่ามีเหตุผลเต็มเปี่ยมเลยละ แต่ถึงกระนั้น เธอก็ไม่ยินดีอย่างยิ่งนี่ถือเป็นโอกาสพลิกชะตาชีวิตที่ดีมากวิธีหนึ่งใครจะอยากปล่อยน้องสาวดักดานทำงานในทุ่งนาตลอดชีวิตกัน? แน่นอนอนาคตเธอต้องทำธุรกิจเปิดบริษัทยกระดับครอบครัวตัวเองอยู่แล้ว ไม่มีทางยอมให้น้องสาวตกระกำลำบากชั่วชีวิตหรอกแต่ระหว่างการมีโอกาสได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยกับการไม่เคยได้เรียนมันต่างกันอย่างสิ้นเชิงความรู้ที่ได้เรียนกับคอนเน็กชันที่สร้างขึ้นจากสังคมมหาวิทยาลัยถือเป็นกำไรชีวิตของแต่ละคนเองและเป็นที่รู้กันดีว่าในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้ากลุ่มคนเหล่านี้จะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของสังคม มิหนำซ้ำ ในยุคสมัยนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมเรียนก็ดีอย่างยิ่งต่างเต็มใจยื่นมือช่วยเหลือเพื่อนอยู่เสมอ ตอนนี้เจิ้งเจวียนมีโอกาสได้รับมันทำไมถึงไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ล่ะ?

            ตัวเธอเก่งกาจแค่ไหนก็ไม่อาจช่วยพยุงครอบครัวไปได้ตลอดชีวิตหาปลามาให้กินมีหรือจะสู้สอนวิธีจับปลา ฉะนั้น เธอเลยหวังให้ครอบครัวยืนหยัดด้วยตนเองได้

            เจิ้งหยวนพลันคิดมากขึ้นมาจนเริ่มกังวล

            เจิ้งเจวียนยังคงกล่าวต่อ “อีกอย่างนะ พี่ตอนหลังจบชั้นมัธยมต้นพี่อยากเป็นอาจารย์ชั้นประถมของโรงเรียนประถมในกองไม่ใช่เหรอพี่ยังไม่ได้เป็นเลยนี่? จบมัธยมต้นไปจะมีประโยชน์อะไรไม่รั้งอยู่ทำนาในทุ่งตามเดิมล่ะ? ตามความเห็นฉันเรียนงานฝีมือแบบพี่สะใภ้ดีกว่าอีก อาจจะได้ทำงานในกลุ่มเย็บปักด้วยนะ!”

            เมื่อถูกพาดพิง เฝิงหมิงเยว่ก็รีบรับคำ “ได้ถ้าเธออยากเรียนทำเสื้อผ้ากับฉัน ฉันจะสอนทุกสิ่งที่รู้ให้เธอหมดเลย”

            เฉินชุ่ยอวิ๋นคิดว่าลูกสาวเรียนทำเสื้อผ้าก็ดีเหมือนกันตอนนี้แต่ละครัวเรือนต่างไปจากเมื่อก่อนแล้ว ปกติทุกคนจะเย็บเสื้อผ้าเองแต่ทำกันแบบหยาบๆ จนชิน เสื้อผ้าที่เย็บออกมาจะดีได้สักเท่าไรกันเชียว? แตกต่างจากจักรเย็บผ้าที่ฝีเข็มไม่เพียงละเอียดยิบยังเย็บเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย ตอนนี้กลุ่มเย็บผ้าในคอมมูนยังไม่ใหญ่โตนักแต่งานกลับเยอะขึ้นทุกวันๆ หากต่อไปกลุ่มเย็บปักต้องการเพิ่มเครื่องจักรเข้ามาก็ต้องเลือกคนฝีมือดีไว้ก่อนไม่ใช่หรือ? หากเจิ้งเจวียนเรียนจนช่ำชองบางทีโอกาสอาจตกใส่เธอก่อนด้วยซ้ำ! อย่างไรเสีย ครอบครัวสกุลเจิ้งก็มี‘มีเส้นสาย’ในกลุ่มเย็บปักอยู่

            เฉินชุ่ยอวิ๋นยิ่งคิดก็ยิ่งฝันหวาน จนเริ่มรู้สึกว่าภาพในฝันกำลังจะเป็นจริงในไม่ช้าเธอจึงหันไปถามเฝิงหมิงเยว่ที่กำลังป้อนข้าวบดให้ลูกในอ้อมแขน“กลุ่มเย็บปักของพวกเธอจะรับคนอีกเมื่อไรเหรอ?”

            เฝิงหมิงเยว่ส่ายหน้าช้าๆ “ฉันก็ไม่แน่ใจค่ะพี่หลิวไม่ได้บอก” ตอนกลุ่มเย็บปักก่อตั้งขึ้นแรกๆ ฝีมือพี่หลิวจัดได้ว่าดีที่สุดดังนั้นคนในคอมมูนเลยให้เธอเป็นผู้นำคอยดูแลทั้งกลุ่มเย็บปัก แม้พี่หลิวจะไม่บอกเฝิงหมิงเยว่ก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่างานในกลุ่มเยอะแค่ไหน แต่น้อยๆ ก็ยังเร่งงานกันทันอยู่หากจะรับคนเพิ่มเข้ามาอีกคน เงินที่ได้รับก็ต้องแบ่งเพิ่มอีกส่วนไม่ใช่หรือ? อีกอย่างคนในกลุ่มเย็บปักเยอะแยะขนาดนั้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วถ้ารับสมัครคนจริงๆ ใครจะไม่อยากพาญาติตัวเองเข้ามาบ้าง? พี่หลิวยังเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนนี้ด้วยแน่นอนว่าเธอต้องสนับสนุนญาติตัวเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าเจิ้งเจวียนอยากเข้าร่วมกลุ่มเย็บปักบอกเลยว่ายาก!

             

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่อีกครั้ง สู่ช่วงวันวานแสนมั่งคั่งในยุค 70 [จบ] ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668