นทีกลับมาถึงบ้านเจอแม่กับทิมกลับมาถึงก่อนแล้ว และดูท่าทางกำลังจะเตรียมทำครัวกันอยู่
นริน : “เอ้า! นทีไปเที่ยวที่ไหนมาเหรอวันนี้?”
นที : “ไปดูหนังมาครับ”
นริน : “อ้อ ดีๆปกติเห็นลูกไม่ชอบไปดูหนังคนเดียว คงไปดูกับน้องมาล่ะสิ แล้วน้องอยู่ไหนละ?”
นทีทำสีหน้าเจื่อน
นที : “ผมไม่ได้ไปกับมายด์ครับแม่”
นริน : //ใ
: “เอ้า! หมายความว่าไง!? แล้วน้องล่ะ!?”
นที : “เออ..คือว่าน้องเขาไปนอนบ้านเพื่อนน่ะครับ”
ทิมเดินออกมาจากครัว แล้วเข้ามาคุยกับนที
ทิม : “เพื่อนเหรอ? เพื่อนที่ไหนอ่ะนที”
นที : “รู้สึกว่าจะมีสองคนคนนึงชื่อก้อย อีกคนชื่อฮารุ”
ทิม : //มีสีหน้าโล่งใจ
“อ๋อ! เ้าก้อยกับเ้าฮารุเองเหรอ.. ”
นริน : “ทิมรู้จักเพื่อนของมายด์ด้วยเหรอ?”
ทิม : “อื้ม ไม่ต้องห่วงหรอก 3คนนั้นสนิทกันมาก ผมรู้จักกับพ่อแม่เขาด้วย”
นริน : “ถ้าเป็คนดี ก็คงไม่น่าเป็ห่วงแล้วล่ะนะ”
บางทีผมก็ไม่ค่อยเข้าใจตรรกะคำว่า “คนดี” ของพวกผู้ใหญ่หรอกนะ ไม่รู้เขาวัดค่าความดีที่ผลการเรียน หรือฐานะทางบ้านอะไรแบบนั้นหรือเปล่า?แต่เท่าที่ผมรู้จากประสบการณ์อันน้อยนิดของผมคือ.. คนที่ผมเคยคิดว่าเป็คนดีพอได้รู้จักเข้าจริงๆ เขาก็กลับไม่ได้ดีอย่างที่เราคิด กับอีกคนคนที่หลายคนต่างมองว่าเขาเลวร้าย แต่ในบางเวลา เขามีความเสียสละมากกว่าคนที่ถูกมองว่าเป็คนดีด้วยซ้ำ
.........................
เย็นวันนั้นพวกเราทานข้าวด้วยกัน3 คน โดยมี แม่ อาทิม และก็ผม ส่วนยัยน้องสาวนั่น ทางอาทิมได้โทรคุยกับทางบ้านของเพื่อนที่ชื่อก้อยไปแล้วทางนั้นบอกไม่ต้องเป็ห่วง จะช่วยดูแลให้ แถมบอกว่าลูกสาวของอาทิมน่ารักมากซื้อของมาฝากเยอะแยะเลย ช่วยทางบ้านทำกับข้าวด้วย ่บ่ายก็ช่วยอาบน้ำให้น้องหมา (ที่บ้านเพาะพันธุ์สุนัข)
“ดูท่ายัยเด็กบ้านั่นจะเลือกปฏิบัติซะด้วย แทนที่จะทำดีกับคนในครอบครัว แต่กลับเลือกทำดีกับคนอื่นมากกว่าเหอะ!”
นทีนึกในใจ
นริน : “แล้ววันนี้ลูกไปดูหนังกับใครเหรอ?”
นที : “ดูกับเบล”
นริน : “อุ้ย!..”
นรินทำหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่
นที : “อะไรของแม่?..ทำไมมองผมแบบนั้นน่ะ”
นทีเหมือนจะเดาออกว่าแม่ของตัวเองคิดอะไรอยู่
ทิม : “นริน..นี่คุณเขินออกหน้าออกตาแทนลูกไปแล้วนะ”
ทิมพูดพร้อมกับหัวเราะ
นริน : “ก็มันทำให้ฉันนึกถึง่ที่เป็วัยรุ่นน่ะเธอ..นัดแฟนไปดูหนังแบบนี้ โรแมนติกดีออก”
นที : “ก็บอกแล้วว่าเป็แค่เพื่อนกัน”
นริน : “แต่แม่ลุ้นให้เป็แฟนกันอยู่นะ”
นที : “แม่!!”(เสียงสูง)
ทิมกับนรินต่างหัวเราะชอบใจกับท่าทางเคอะเขินของนที
…………………….
ในตอนดึกเวลาใกล้ห้าทุ่ม นทีกำลังเตรียมตัวจะเข้านอน ทันใดนั้นเองเสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้น
>>ตรึ้ง!!
…..
“เอ๊ะ!? ยัยน้องนั่นแอดเพื่อนเราั้แ่ตอนไหนเนี่ย?”
//ข้อความแชท
มายด์ : นายนที
มายด์ : นอนยัง?
…..
นที : ทำไม? มีไรเหรอ?
มายด์ : คือก้อยฝากถามมาว่านายชอบกินอะไร
นที : ทำไม จะซื้อมาฝากเหรอ
มายด์ : ตอบมาเถอะน่ะ
“เห้อ! จะพูดจาน่าฟังไม่ได้เลยรึไง ทำนิสัยแย่ทั้งตอนคุยต่อหน้ากับตอนพิมพ์แชทเลยนะ”
นที : (ส่งสติ๊กเกอร์หน้าเบื่อ)
นที : ชอบกินหมูกรอบ
มายด์ : อย่างเดียวเหรอ?
นที : ละก็ผัดกะเพราแบบเผ็ดๆ
มายด์ : แค่นี้ใช่มั้ย
นที : ละก็ชอบกินน้ำสับปะรด แบบที่หวานอมเปรี้ยวนิดๆ
มายด์ : พอๆ แค่นี้แหละ
.....
“จะเป็แม่สื่อให้เพื่อนรึไงยัยนี่!?”
นทีนึกในใจ
.........................
เช้าวันต่อมา ตอนนี้เป็่เวลาใกล้สายแล้ว นรินกับทิมออกไปทำงานเหลือแค่นทีอยู่ที่บ้านคนเดียว
อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงวันเปิดภาคเรียนแล้วนทีอยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ ไม่ใช่เพราะขยันเรียนหรอกแต่อยากไปเจอเพื่อนที่มหาลัยมากกว่า
นทีหยิบกีตาร์ออกมาเล่นที่สวนหน้าบ้านวันนี้นึกอยากจะเขียนเพลงใหม่ขึ้นมาสักเพลงหนึ่งหลังจากที่ไม่ได้เขียนมาสักพักใหญ่แล้ว ปกติในกลุ่ม นทีจะเป็คนเขียนเนื้อเพลงแล้วให้เบลเป็คนคิดทำนองดนตรี ความจริงแล้วเบลเป็คนที่สอนนทีเล่นกีตาร์เธอเล่นได้เก่งมาก เพราะความที่พวกพี่ชายของเธอชอบเล่นให้ดูั้แ่เด็กและผู้หญิงที่เล่นกีตาร์เป็ มันคือเสน่ห์ที่ทำให้ผู้ชายหลงใหลเป็อย่างมากรวมถึงตัวของนทีเองด้วย
มีสมุดโน้ตเล่มหนึ่ง ที่นทีชอบใช้เขียนเพลงอยู่เป็ประจำมันเป็สมุดโน้ตที่พ่อของเขาเคยซื้อให้เมื่อตอนเด็ก นทีรักสมุดเล่มนี้มากและในเล่มก็มีลายมือที่พ่อของเขาเขียนติดไว้อยู่
“ขอให้ลูกตั้งใจเรียนและเป็คนที่ดีของสังคม พ่อรักลูกมากๆนะ..”
นี่เป็ข้อความที่พ่อเขาเขียนทิ้งเอาไว้ในสมุดโน้ต นทีมักจะอ่านมันเป็ประจำเวลาที่คิดถึงพ่อของเขาเพลงที่แต่งเอาไว้ส่วนใหญ่ มักจะเป็เพลงที่เขียนไม่จบ ด้วยความที่ไม่ได้ชำนาญมากแต่ทำไปเพราะความชอบล้วนๆ
มีคนเคยบอกว่าคนที่จะเขียนเพลงได้ดี จะต้องอินกับเนื้อหาของเพลงนั้นด้วยยิ่งถ้าเป็เนื้อหาที่ตรงกับชีวิตจริงแล้ว มันจะยิ่งทำให้ถ่ายทอดออกมาได้ดี
“ เพียงแค่สบตา..ในวินาทีนั้น ที่เธอมองมา.. สะกดหัวใจคนอย่างฉัน ที่เคยแสนเ็า.. กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง...
เพียงได้ยินเสียง.. ฉันหวังให้เธอไม่มีใครเดินเคียง.. ขอเพียง่เวลาจากนี้ ให้ฉันได้เสี่ยง.. ได้กลายเป็คนยืนเคียงข้างเธอ...
พอเป็ไปได้ไหมถ้าเธอ.. ยังไม่เผลอไปมอบหัวใจ ให้ใครเขา... ไม่อยากให้เป็ฉัน ที่ต้องเศร้า พอแล้วพอฉันไม่เอาความผิดหวัง...
*อยากให้เธอเป็คนแรก.....ที่ไม่ทำให้ฉันจำแปลบ.. กับความรัก......
อยากให้เธอเป็คนบอก.....ว่าไม่ต้องกลัวกับความเ็ป และความช้ำ......
อยากให้เธอรักฉันตลอด และไม่มีวันลวงหลอก แม้นานแค่ไหน...เป็เธอได้ไหม.... ”
นี่เป็เนื้อเพลงที่ผมแอบเขียนเอาไว้ตอนที่กำลังแอบชอบไอ้เบลสมัยตอนเรียนปีหนึ่ง ผมแอบเขียนและเก็บเอาไว้ไม่เคยให้ใครดูตอนแรกกะไว้ว่าถ้าแต่งเสร็จ จะร้องให้เบลฟังเป็คนแรก เพื่อเป็การสารภาพรัก
แต่แล้วทุกอย่างก็สูญสลายเมื่อผมรู้ว่าเธอมีแฟนอยู่แล้ว ในตอนแรกที่พวกรุ่นพี่ถาม เธอบอกว่าเธอโสดตอนนั้นพวกรุ่นพี่ตาเป็ประกายกันเป็แถว ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงต้องพูดโกหกแต่มันก็น่าจะเป็เพราะนิสัยที่ขี้เล่นของเธอ จนหลายครั้งมันทำให้ผมไม่แน่ใจว่าครั้งไหนเธอพูดความจริง หรือครั้งไหนแค่พูดอำเล่นๆ
นั่นจึงเป็สาเหตุที่ทำให้เพลงนี้กลายเป็เพลงที่แต่งไม่จบผมไม่เคยกลับมาอ่านมันอีกเลย จนกระทั่งวันนี้.. และที่วันนี้ผมเอากลับมาอ่านอีกรอบก็เพราะเริ่มรู้สึกคิดถึงเธออยู่หน่อยนึงมันเป็ความรู้สึกที่เริ่มจะไม่ค่อยแน่ใจแล้วว่า..ยังคิดกับเธอแบบเพื่อนอยู่เหรอเปล่า?
นที : “ความรู้สึกตอนนั้นมันไม่เหมือนกับตอนนี้แล้ว..เขียนใหม่เลยดีกว่า”
นทีเริ่มจับปากกาออกมาเขียนเพลงใหม่
นที : “ต้องเป็เพลงที่พูดถึงความสับสนและความไม่แน่ใจ..”
ทันใดนั้นเอง มายด์ก็เดินเข้ามาในบ้าน พร้อมกับถือของมาด้วยเธอเดินตรงเข้าไปในบ้าน เหมือนจะยังไม่เห็นว่านทีกำลังนั่งอยู่ที่สวน
นที : “เอ้า !? กลับมาไวจังแฮะ?”
นทีลองเดินตามเข้าไปคุยด้วยเผื่อว่าเธอมาจะมีธุระอะไร
นที : “กลับมาแล้วเหรอ? นึกว่าจะนอนต่ออีกคืนซะอีก”
มายด์ : “ฉันกลับมาแค่่กลางวันเฉยๆตอนเย็นจะกลับไปนอนบ้านเพื่อนต่อ”
“ทำเพื่อ้าจะหลบหน้าพ่อสิตัวเองนะ..ยัยเด็กไม่รู้จักโต”
นทีแอบบ่นในใจ
นที : “แล้วทานมื้อเช้ามายัง?”
มายด์ : “กินที่บ้านก้อยมาละ”
นที : “อื้อ..ดีกับข้าวที่นั่นคงจะอร่อยสิท่า”
มายด์ : “อืมม..”
นทีพูดกับมายด์ในขณะที่มายด์กำลังยืนหันหลังให้อยู่
“ไม่มีมารยามหรือไงพูดด้วยก็ไม่มองหน้า กูล่ะเหลือเชื่อเลย...”
นทีบ่นในใจ
นทีกำลังเดินหันหลังจะออกไปนั่งข้างนอกต่อ
มายด์ : “เดี๋ยว!”
นที : //หันหลังมา
“มีอะไร?”
มายด์ : //ยื่นแก้วน้ำปั่นให้
“ก้อยฝากเอามาให้”
นทียืนมองอย่างงงๆ
นที : “ตอนนี้เนี้ยนะ? ยังสายๆอยู่เลย”
มายด์ : “รับๆไปเถอะน่ะถ้ายังไม่กินก็เอาไปแช่ตู้เย็นไว้!”
นที : “อะ..เอ่อ..ฝากขอบใจเพื่อนด้วยละกัน”
นทีรับแก้วน้ำแล้วเดินออกไปนอกบ้าน
.........................
นทีนั่งเล่นกีตาร์อยู่ที่สวนหน้าบ้านฮัมเพลงร้องไปด้วยอย่างมีอารมณ์สุนทรีย์ จากนั้นไม่นานมายด์ก็เดินตรงเข้ามาด้านหลัง
มายด์ : “นี่นาย!”
นทีหยุดเล่นกีตาร์แล้วหันไปมอง
……
นที : “มีอะไร?”
มายด์ : “คือ..ฉัน..ขอยืมเงินหน่อย”
นที : “ห๊ะ!? ยืมเงิน?”
นทีทำสีหน้าใ
.......
มายด์ : “เออ.. ยืมเงินนั่นแหละฟังไม่ผิดหรอก”
นที : “ก็ไปขออาทิมสิ!..จะมายืมฉันทำไมเนี่ย?”
มายด์ : “ก็ฉันไม่อยากขอพ่อ”
นที : //ถอนหายใจแรง
“งอนพ่อก็เลยไม่อยากขอเงินพ่อสินะ!”
มายด์ : “อืม..”
นทีมองหน้ามายด์ด้วยความแปลกใจ
นที : “ยอมรับด้วย!? เออมาแปลก..”
มายด์ : “จะให้ยืมมั้ยเนี่ย!?”
นที : “งั้นบอกเหตุผลที่ฉันควรให้เธอยืมเงินมาซิ!”
มายด์ : “ก็นายเป็พี่ชายฉัน นายก็ต้องช่วยเหลือฉันสิ!”
นทีวางกีต้าร์ลง แล้วก็นั่งขำอยู่คนเดียว
........
มายด์ : “มีอะไรน่าตลกเนี่ย?”
นที : “ฉันเป็พี่ชายเธอเหรอ? ไม่เคยได้ยินเธอเรียกฉันว่าพี่สักคำ”
มายด์ยืนมองค้อน
มายด์ : //ถอนหายใจ
“พี่คะ ขอยืมเงินหน่อย”
นที : “อะไรนะ!?”
มายด์ : “พี่คะ หนูขอยืมเงินหน่อย”
นที : “ห๊ะ!? พูดอะไรนะไม่ได้ยิน”
มายด์ : “พี่นทีคะ!! หนูขอยืมเงินหน่อยค่ะ!!”
มายด์พูดะโออกมา นทีหัวเราะชอบใจ แต่มายด์มองด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ
นที : “ฮ่าๆๆ.. โอเคๆ พี่หยอกเล่นสงสัยจะร้อนเงินจริงๆ ฮ่าๆ..”
นทีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
นที : “เอาเลขบัญชีมาดิ เดี๋ยวโอนไปให้”
มายด์ : //ยื่น QR Code ให้
“อื้อ!”
นที : “แล้วจะยืมเท่าไหร่”
มายด์ : “ห้าพัน”
นทีหันมองหน้า
นที : “เห้ย!? เยอะอยู่นะ..จะเอาเงินไปทำอะไร?”
มายด์ : “ไม่ได้จะเอาไปทำไรแค่เก็บไว้ใช้่นี้เฉยๆ”
นทีมองดูมายด์ที่กำลังมีสีหน้าหงอยอยู่แล้วก็พอจะเข้าใจกับปัญหาที่มันเกิดขึ้นระหว่างเธอกับพ่อของเธอถึงแม้จะไม่ได้รู้รายละเอียดความเป็มาในครอบครัวเธอมากก็ตามหลายครั้งที่เธอทำตัวไม่น่ารักใส่ แต่สุดท้ายเขาก็ยังแอบเห็นใจเธออยู่ดี
มายด์ : “ขอบคุณนะ สิ้นเดือนจะรีบโอนคืนให้..”
นที : “โอเค!ไม่มีปัญหา..”
มายด์ : “เอ่อ..อย่าบอกเื่นี้กับพ่อนะ”
…..
นที : “ทำไมล่ะ?”
มายด์ : “ฉันไม่อยากต้องมาทะเลาะกับพ่อเื่นี้”
นทีมองหน้ามายด์อย่างงงๆ กำลังคิดอยู่ว่าเื่แค่นี้มันจะกลายเป็เื่ทะเลาะกันได้ด้วยเหรอถ้าให้เดาสาเหตุที่มายืมเงินครั้งนี้ คงจะเพราะเงินไม่พอใช้ถึงสิ้นเดือน น่าจะหมดไปกับการที่ต้องออกไปอยู่นอกบ้านนี่แหละปกติแล้วอาทิมคงจะโอนเข้าในบัญชีให้เธอทุกสิ้นเดือน
นที : “งั้นก็ทำตัวดีๆกับพี่สิ! แล้วพี่จะไม่บอกเื่นี้กับพ่อเธอ”
มายด์ : “อะไรนะ!?”
มายด์ชักสีหน้าใส่
.....
มายด์ : “หมายความว่าไง ทำตัวดีๆ..”
ดูเหมือนว่าเธอจะอยู่ในสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้ เลยยอมอ่อนข้อให้
นที : “ก็..พูดจ้าดีๆ เวลาพูดก็ต้องมีหางเสียงด้วยละก็ทำตัวดีๆ เหมือนที่พี่น้องเขาทำกันไง”
นทียิ้มเยาะเย้ยพร้อมกับยักคิ้วใส่ มายด์มองด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
มายด์ : “จะพยายามละกัน”
นที : “ห๊ะ!? ว่าไงนะ?”
มายด์ : “จะพยายามละกันค่ะ!!”
มายด์พูดะโพร้อมกับเดินเหวี่ยงออกไป นทีหัวเราะชอบใจเหมือนกำลังได้เอาคืน
…………………..