ตอนที่ 3 (6)
“พี่ไฉวางใจเถอะ ผมต้มเครื่องแกงแล้วชิมรสชาติก่อน หลังจากนั้นค่อยใส่วัตถุดิบของน้ำแกงยายเมิ่งลงไปแล้วค่อยปรุงต่อ”
เมื่อหร่วนจือหวนเห็นสีหน้าของบรรดาผีและพี่ไฉเปลี่ยนไป เขาก็เอ่ยปากรับประกันขึ้นมา แต่ว่าเขาเองก็รู้สึกผิดพอสมควรที่พูดเื่นี้...จริงอยู่ที่เขาเคยชิมรสชาติมาก่อน ทว่าหลังจากที่ใส่วัตถุดิบหลักของน้ำแกงยายเมิ่งลงไปแล้ว เขาก็ได้แต่ปรุงรสไปตามกลิ่นของมันเท่านั้น ซึ่งสุดท้ายรสชาติจะเปลี่ยนไปเป็แบบใดเขาก็ไม่อาจรู้ได้อย่างแน่ชัดเช่นกัน
เมื่อคืนวานตอนที่เขาต้มน้ำแกงนี้อยู่ในครัวก็ได้สร้างความโกลาหลขึ้นมาเล็กน้อย อย่างไรเสียเขาผู้ที่เป็ฝ่ายริเริ่มทำสูตรการปรุงที่เรียบง่ายกลับเป็ฝ่ายออกตัวว่า้าลองปรุงน้ำแกงที่ซับซ้อนเช่นนี้ขึ้นมา และแม้กระทั่งตัวต้าโจวเองยังอดที่จะพูดอย่างติดตลกไม่ได้ว่าเขาอาจจะเตรียมเอาไว้ให้กับแฟนที่กำลังจะแยกทางกันของตัวเองโดยเฉพาะก็เป็ได้
แต่เขาไม่ได้เตรียมไว้ให้แฟนที่กำลังจะเลิกรา เขาเพียงแค่แอบใช้ของส่วนรวมทำเื่ส่วนตัวอย่างการฝึกฝนทำซุปให้ฉินเฟิงต่างหาก
และเขาไม่มีทางที่จะพูดความจริงนี้ออกไปแน่นอน
“น้องชาย นายอย่าไปหลอกเ้าไฉเลย น้ำแกงยายเมิ่งมันชิมได้ที่ไหน...” ผีตัวเหลืองที่พูดว่าวันนี้ไม่ได้ไปเกิดใหม่ก็ไม่มีปัญหา พอพูดไปได้ครึ่งหนึ่งก็ชะงักไปอย่างกะทันหัน เขาออกแรงสูดดมกลิ่นที่อยู่รอบๆ พลางเอ่ย “ทำไมกลิ่นมันถึงหอมขนาดนี้ล่ะ”
“กลิ่นอะไร ฉันไม่เห็นได้กลิ่นเลย...ถอยไป มันต้องอยู่ฝั่งนายนี่แหละถึงจะได้กลิ่น เอ๋ มันหอมมากจริงๆ ด้วย!” เมื่อผีอีกตัวหนึ่งได้ยินก็เริ่มสูดจมูกสองครั้ง พลางเบียดตัวเข้าไปใกล้ผีตัวเหลือง แน่นอนว่ามันคือกลิ่นหอมหวานของอาหารนั่นเอง
“เป็กลิ่นน้ำแกงของน้องชายนี่!” ผีในชุดชาวฮั่นทำจมูกโตสูดหายใจเข้าลึก จากนั้นเขาก็ดมกลิ่นหาต้นตอได้ด้วยความรวดเร็ว “กลิ่นนี้...นายเติมนมวัวลงไปด้วยอย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้วครับ” เมื่อหร่วนจือหวนเห็นว่ามีควันสีขาวค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากข้างฝาหม้อ เขาจึงเปิดฝาออก และทำให้กลิ่นที่ถูกกลบเอาไว้แต่แรกฟุ้งกระจายออกมา ซึ่งมันก็ยึดครองประสาทััทางกลิ่นของผีทุกตัวที่อยู่ตรงนั้นไปอย่างรวดเร็ว
“ช่วยด้วย มันหอมมาก...หอมจนน้ำลายของฉันแทบจะไหลออกมาอยู่แล้ว”
“แค่ได้กลิ่นยังเป็ขนาดนี้ คิดไปแล้วรสชาติน่าจะไม่แย่เท่าไหร่ พี่ไฉ การจากไปครั้งนี้ของนายมันช่างโชคดีอะไรแบบนี้นะ”
“ฮ่าๆๆ เสียวหร่วนจือนี่ช่างดีกับฉันจริงๆ แค่นี้ก็ทำให้ฉันมีหน้ามีตาแล้ว!”
“ไม่ใช่แค่กลิ่นนมเท่านั้น แต่ยังมีกลิ่นของอาหารทะเลด้วย พี่ไฉ เพื่อนของนายถึงกับต้มซุปตะวันตกให้ขนาดนี้ ถึงพูดออกมาก็คงจะไม่มีผีตัวไหนเชื่อแน่! แม่เอ้ย มันหอมจริงๆ!”
“บอกว่ามีสองชุดไม่ใช่หรือ ชุดหนึ่งของไฉจื่อ ส่วนอีกชุดหนึ่งของฉันก็แล้วกัน!”
“นายจะมาแย่งทำไม นายบอกว่าวันนี้นายจะไม่ไปเกิดใหม่ไม่ใช่หรือ วันนี้ฉันอยากจะตามพี่ไฉไป ฉันจะเอาอีกชุดที่เหลื่อนั่น!”
หร่วนจือหวนที่เห็นการแก่งแย่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันก็ทำได้เพียงฉีกยิ้มอย่างจนใจ จากนั้นเขาหันกลับมาสนใจน้ำแกงที่อยู่เบื้องหน้าอีกครั้ง เขาเติมพริกไทยดำลงไปในหม้อเล็กน้อยพลางคนอีกสักสองสามครั้ง หลังจากนั้นก็ปิดไฟและเตรียมชามขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ
“พี่ไฉ นี่เป็ส่วนของพี่...ซุปครีมหอยลายครับ” หลังจากนั้นหร่วนจือหวนก็เอาชามซุปสีขาวที่มีควันลอยกรุ่นมาวางไว้ตรงหน้าของพี่ไฉ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงปะเหลาะ “เชิญพี่ไฉรับประทานตอนที่ยังร้อนๆ เถิดครับ”
ทันทีที่น้ำแกงของพี่ไฉปรากฏออกมา พี่ไฉก็ไม่ได้ละสายตาจากน้ำแกงสีขาวขุ่นข้นนั้นเลย เมื่อครู่เขาเพิ่งได้กลิ่นระดับสุดยอดในน้ำแกงนั่น และตอนนี้น้ำแกงนั้นก็ถูกส่งมาอยู่ถึงเบื้องหน้าตัวเองแล้ว กลิ่นที่พลันลอยปะทะจมูก เป็กลิ่นที่รุนแรงจนนอกจากความหอมหวานแล้ว เขาก็ดมกลิ่นอะไรไม่ได้อีกเลย แต่ว่าพี่ไฉกลับพร้อมใจที่จะลองมัน
และนี่ก็เป็ครั้งแรกที่ทำให้เขาคาดหวังอยากจะดื่มน้ำแกงยายเมิ่งที่ทำให้ลืมเื่ราวที่เกิดขึ้นในอดีตได้มากขนาดนี้
“เฮ้ พี่ไฉ ถ้าพี่ไม่ดื่มก็เอามาให้ฉันเถอะ” ผีตัวที่อยู่ข้างๆ เห็นพี่ไฉใช้ั์ตาที่เป็ประกายจับจ้องไปที่น้ำแกงแต่ว่ากลับไม่ดื่มมันสักที เขาจึงเอ่ยปากค้านอย่างไม่พอใจ หากว่าอีกฝ่ายถอนตัวและไม่ยอมไปเกิดใหม่ เช่นนั้นตัวเขาก็จะสามารถแทรกเข้าไปแทนได้
แค่กลิ่นหอมนี้ ก็คุ้มค่าเพียงพอจะไปเกิดใหม่แล้ว
ว่ากันตามตรงแล้วไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเขาเท่านั้น ซึ่งผีที่เหลืออีกสี่ตัวนั้นก็มีความคิดเช่นนี้เหมือนกัน เมื่อครู่พวกเขาได้พยายามยื้อแย่งส่วนที่เหลือ หากเหลือมากขึ้นกว่านี้อีกหน่อยก็คงจะดี
พี่ไฉจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าพวกเพื่อนเล่นไพ่นกกระจอกเ่าั้กำลังคิดอะไรอยู่ เขาแค่นเสียงฮึดฮัดออกมา จากนั้นก็หันไปทางหร่วนจือหวนพลางแสดงท่าทีขอบคุณออกมา และดื่มซุปลงไปช้าๆ
ซุปร้อนสีขาวเข้ายึดครองต่อมรับรสภายในปากไปจนหมดสิ้น รสชาติและกลิ่นหอมผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว กลิ่นของนมและอาหารทะเลสามารถกลบกลิ่นของน้ำแกงยายเมิ่งได้สำเร็จ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ามีเครื่องปรุงข้างเคียงที่ถูกหั่นเป็ชิ้นเล็กกว่าเล็บนิ้วที่ลอยอยู่ในน้ำซุป เพราะนอกจากหอยลายที่เตรียมเอาไว้สำหรับซุปครีมหอยลายแล้ว ยังมีแผ่นมันฝรั่งและแครอทที่ทำให้ซุปมีรสชาติมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ซึ่งมันก็ไม่เหมือนกับน้ำแกงยายเมิ่งที่ใสแจ๋วราวกับน้ำที่รีบร้อนต้มออกมาพวกนั้น หร่วนจือหวนทุ่มเวลามากมายเพื่อปรุงน้ำแกงนี้ออกมา ด้วยความหลากหลายและรสชาติอันเหนือชั้นทำให้ผีรู้สึกน้ำลายสอขึ้นมาทันที แถมรสชาติที่เข้มข้นลื่นคอที่ลิ้นััก็ทำเอาพี่ไฉดื่มจนกระทั่งเห็นก้นชามแล้วถึงยอมหยุดเลยทีเดียว
หลังจากที่พี่ไฉที่ดื่มน้ำแกงจนหมดก็ลืมสิ้นทุกอย่าง ทว่ารสชาติที่ยังค้างอยู่ในปากทำให้เขารู้ว่าเมื่อครู่เขาดื่มวัตถุดิบชั้นดีอะไรไปบ้าง เมื่อเขาวางชามลง ก็เอ่ยปากออกมาว่า “น้องยายเมิ่ง ขอเติมอีกชามได้หรือไม่”