ตอนที่ 2: คำขอ
ความเงียบในห้องหนังสือใหญ่ของจวนอวี้เหวินนั้น หนักอึ้งยิ่งกว่าคำด่าใด ๆ
อวี้เหวินจวินยืนอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวที่เคยเอียงหน้าตามองเขาด้วยสายตาเชื่อฟัง
วันนี้กลับยืนตรง หัวเชิด ดวงตาเรียบเย็น ราวกับเขาเป็เพียงคนแปลกหน้า
“เ้าว่าอะไรนะ… เซี่ยลั่วหาน?”
เสียงเขาไม่ได้ดัง แต่น้ำเสียงที่กดต่ำ ทำให้บ่าวทั้งหลายที่ยืนอยู่เื้ัสะดุ้งเฮือก
ลั่วหานไม่ตอบ นางเพียงก้าวไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว แล้วกล่าวเสียงนิ่ง
“ข้าขอถอนหมั้น...ข้าไม่ปรารถนาเป็ภรรยาของใต้เท้าอีกต่อไป”
อวี้เหวินจวินยืนนิ่งใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใด
แต่ในใจกลับพลุ่งพล่านอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
"หญิงผู้นี้... กล้าปฏิเสธเขา?"
หวนคืนความทรงจำ
หากเป็เซี่ยลั่วหานในอดีต...แค่เขายิ้มน้อย ๆนางก็หน้าแดงแต่หญิงตรงหน้ากลับไม่สะทกสะท้านมีเพียงแววตาที่เคยเปล่งแสงแห่งรักบัดนี้มืดมนราวกับไร้หัวใจ
“เ้ารู้ตัวหรือไม่ ว่าพูดสิ่งใดอยู่?”
เขากล่าวนิ่ง ๆ แต่แววตาคมกริบประหนึ่งมีด
“ข้ารู้... และข้ายืนยัน ข้าไม่้าแต่งกับท่าน”
นางสบตาเขาอย่างมั่นคงคำพูดนั้นแทงลึกลงในจิตใจของบุรุษผู้ไม่เคยถูกปฏิเสธมาก่อนเขาเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“เซี่ยลั่วหานเ้าคิดว่าข้าจะเชื่อหรือว่าคำขอของเ้ามาจากใจ?”
“หรือเ้าแค่ถูกยุแยงจากผู้ใด?บิดาเ้าหรือ... หญิงคนนั้น?”
นางชะงัก... ใจเต้นวูบ
แต่ยังไม่ทันได้ตอบเสียงหัวเราะอีกเสียงก็ดังขึ้นจากหน้าประตู
“ใต้เท้าอวี้เหวิน… เหตุใดจึงพูดเช่นนั้นกับลั่วหานน้อยเล่า?”
เสียงหวานแฝงเยาะเย้ยดังขึ้นพร้อมร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดสีม่วงอ่อนซูหรงอิ๋น... เพื่อนรักในอดีต และนางร้ายในความทรงจำ
“หากนางไม่อยากแต่ง เ้าก็ไม่ควรฝืนใจ”
นางกล่าวเสียงอ่อน พร้อมยิ้มราวผู้หวังดีแต่ลั่วหานรู้ดี...หญิงผู้นี้คือคนที่สั่งทหารยิงธนูใส่นางในชาติที่แล้วคนที่เคยเรียกนางว่า “พี่สาว”... แต่คอยบั่นทอนชีวิตนางทุกวัน
“ท่านไม่ต้องห่วงเพคะคุณหนูซู”
“ข้าจะไม่ฝืนใจตนเองอีกไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม”
คำพูดนั้น...ไม่ใช่แค่บอกกับเขาแต่นางประกาศต่อทุกคนในจวน
ว่า
"เซี่ยลั่วหานในชาตินี้จะเป็คนละคนกับนางในอดีตโดยสิ้นเชิง"
หลังออกจากจวนเมื่อเดินออกจากจวนอวี้เหวินมาได้ลั่วหานสูดลมหายใจเข้าลึแสงแดดยามบ่ายส่องกระทบใบหน้าแต่นางกลับรู้สึกหนาวเหน็บ
“เกมเริ่มแล้ว...”
“ข้าหยิบมีดเล่มแรกแล้ว...และคน
แรกที่เืต้องไหล ก็คือพวกเ้า”