เฉินเฟยอวี้ที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัว กับคุณยายฉีที่อยากเข้ามาช่วย แต่หลานสาวก็ไม่ให้ช่วยเพราะบอกว่าอยากจะทำอาหารเองให้ท่านทั้งสองทานเอง เลยบอกให้ยายฉีออกไปรอข้างนอก
ตาฉีกับยายฉีนั่งอยู่โต๊ะกินข้าว ดื่มน้ำชาร้อนๆรออยู่
"คุณยายคุณตาอาหารเสร็จแล้วค่ะ"
"อ้าวเหรอมาๆไหนชิมดูหน่อยสิ วันนี้หลานทำอะไรให้ตากับยายกินบ้าง"
"มีผัดผักบุ้งค่ะแล้วก็มีผัดคะน้าแล้วก็มีไข่ตุ๋น"
ซึ่งเครื่องปรุงที่บ้านของคุณยายฉีมีครบทุกอย่าง มีทั้งน้ำตาลน้ำปลา น้ำส้มสายชู ครบหมดซึ่งก็ไม่ยากที่จะทำอาหารให้ออกมาได้อร่อย ตาฉีคีบผัดผักบุ้งเข้าปากคำแรก
"อร่อยจังเลย อร่อยกว่ายายทำอีก"
"นี่ตาเฒ่าแกอย่ามาว่าฉันนะ ฉันทำให้กินก็ดีแค่ไหนแล้ว"
คุณตาฉีที่ไม่สนคำพูดของภรรยา เอาแต่กิน คุณยายฉีเห็นแบบนั้นก็ลองชิมดู
"อร่อยจริงๆด้วย"
"คุณตาคุณยายทานแล้วอร่อย หนูก็ดีใจแล้วค่ะ ต่อไปนี้หนูจะเป็คนทำอาหารให้คุณตากินเองนะคะ"
"ดีๆ รีบกินข้าวลูกอากาศหนาวแล้ว จะได้ไปอาบน้ำนอนกัน"
"ค่ะคุณยาย"
แล้วทั้งสามคนลงมือกินข้าวกันทั้งโต๊ะกินข้าว มีทั้งเสียงหัวเราะและรอยยิ้มเอยชมหลานสาวไม่หยุดปาก
เฉินเฟยอวี้มองภาพตรงหน้า รู้สึกมีความสุขมากๆ ที่ได้ใช้ชีวิต อยู่กับคุณตาคุณยาย ทั้งสองให้ความรักอยากเต็มที่ ที่สองตายาได้มอบให้ มันทำให้เธอรู้สึกดีมากๆ
"คุณยายโรงเรียนจะเปิดตอนไหนหรอคะ"
"อีก 3 เดือนนะลูก"
"ค่ะดีเหมือนกัน กว่าจะถึงวันเปิดเรียนหนูจะได้ช่วยคุณตาคุณยายทำสวน"
"หนูไม่ต้องทำหรอกลูกเหนื่อยเอา จ้างคนทำก็ได้"
"ได้ไงละค่ะช่วยกัน ปกติคุณตาคุณยายทำเองหรือว่าจ้าง"
"ก็ถ้างานเบาๆตากับยายก็ทำเองแต่ถ้าหนักเกินไปตากับยายก็จ้างนะลูก"
"อ่อค่ะ คุณตาคุณยายอิ่มแล้วใช่ไหมคะหนูจะได้เก็บถ้วยไปล้าง"
"ตาอิ่มแล้วลูกอิ่มจนกินไม่ไหวแล้ว"
จากนั้นเฉินเฟยอวี้ก็เก็บถ้วยจานไปล้าง เมื่อล้างเสร็จ ก็เดินออกมา ก็เห็นตาฉีที่นั่งดื่มชาอยู่คนเดียว
"คุณยายไปไหนแล้วละค่ะคุณตา"
"ยายเข้าไปอาบน้ำนอนแล้ว"
"ปกติคุณตาคุณยายนอนเร็วแบบนี้หรอคะ"
"แถวชนบทบ้านเรามันก็เป็แบบนี้แหละไม่เหมือนในเมืองหรอก"
"อ่อค่ะ"
"หลานก็ไปอาบน้ำนอนได้แล้วอากาศเริ่มเย็นแล้วเดี๋ยวจะเป็ไข้เอา ร่างกายยิ่งอ่อนแออยู่ด้วย"
ตาฉีที่พูดขึ้นมองดูร่างกายของหลานที่ผอมจนจะเห็นกระดูก
"ค่ะงั้นหนูไปอาบน้ำก่อนนะคะ"
เฉินเฟยอวี้เดินไปที่ห้องนอนแล้วก็เอาเสื้อผ้าเพื่อที่จะไปอาบน้ำ น้ำที่ใช้อาบคือน้ำที่ตักขึ้นมาจากบ่อ โดยจะมีบ่อกลางบ้านซึ่งจะมีน้ำจำนวนมากให้เอาขึ้นมา ใช้ได้อาบน้ำซัดผ้าได้ เฉินเฟยอวี้ตักน้ำขึ้นมาจากบ่อแล้วก็นำไปต้มหม้อ เมือต้มน้ำเสร็จก็นำมาอาบอากาศเริ่มเย็นแล้ว เมือเธออาบน้ำเสร็จก็เดินเข้ามาภายในห้อง ซึ่งก็มีผ้าห่มผืนใหม่ที่มีความหนามากกว่าผืนที่ใช้เมื่อคือมาก วางอยู่บนเตียง เธอคิดว่าคุณยายฉีหน้าจะพึ่งนำมาวางไว้ ตอนเธอไปอาบน้ำ เธอเอามือจับดูมันเป็ผ้านุ่มมากใช้หุ่มต้องอุ่นมากแน่ ผ้าห่มแบบนี้ค่อนข้างมีราคาสูงแน่นอน แล้วเฉินเฟยอวี้ก็ขึ้นไปบนเตียงแล้วเอาผ้าห่ม มาห่มตัวเอง มันอุ่นมากๆกว่าตอนที่เธออยู่บ้านตระกลูเฉนเสียอีก เธออยู่ที่นั่นไม่ต่างจากคนใช้ หรือว่าคนใช้อาจจะอยู่ดีกว่าเธอด้วยซ้ำเธออยู่ห้องเล็กๆไม่มีเตียงไม่มีผ้าห่มดีๆแบบนี้ต้องขอบคุณตาฉีกับยายฉีที่เอาเธอมาอยู่ด้วยจริงๆ หลังจากนั้น เฉินเฟยอวี้ก็หลับเข้าสู่ห้วงนิทรา
เฉินเฟยอวี้ที่รู้สึกตื่นในตอนเช้า ในโลกที่แล้ว เธอเคยเป็หมอ เธอต้องตื่นเช้าเพื่อที่จะตรวจคนไข้เป็ประจำ เธอลุกพับผ้าแล้วเดินออกไปข้างนอก เธอก็เห็นท้องฟ้ายังมืดอยู่ เธอเข้าไปในห้องครัวหุงข้าวและทำอาหาร สองสามอย่างเอาไว้ เธอไปเปิดดูในไหมีเนื้อแห้งที่เป็เนื้อหมู เนื้อไก่และเนื้อวัวอีกตั้งหลายชั่ง ที่เป็แบบเดียวกันโดยมีกระดาษห่ออยู่ เธอจะเอามันออกมาทำอาหารตอนเช้า หลังจากที่เธอทำอาหารเสร็จแล้วเธอก็เดินไปกวาดลานหน้าบ้านที่มีใบไม้เต็มลานเนื่องจาก คุณตาฉีกับคุณยายฉีไม่ได้อยู่บ้านเป็เวลานานใบไม้และเศษฝุ่นเต็มหน้าบ้านไปหมด เฉินเฟยอวี้ที่กำลังกวาดหน้าบ้านอยู่ ตาฉีตื่นเดินออกมา เห็นหลานสาวกวาดหน้าบ้านอยู่ก็ใ
"ทำไมหลานตื่นเช้าอย่างนี้ล่ะลูก"
"หนูตื่นตามธรรมชาตินะคะ คุณตาปกติหนูก็ตื่นประมาณนี้ หนูเลยชินแล้วละค่ะ"
"ให้ต่อไปนี้หลานไม่ต้องตื่นเช้าลุกขึ้นมาทำงานแล้วนะ งานพวกนี้ไม่ต้องทำก็ได้เดียวตาทำเอง"
"ก็ได้ค่ะ หนูทำอาหารเสร็จแล้วนะคะ ให้หนูยกไปที่โต๊ะเลยไหมค่ะ"
"หลานนี่จริงๆเลยรีบอะไรขนาดนั้น"
"คุณตาคะวันนี้จะไปสวนหรือเปล่าคะ"
"ไปสิๆแต่อีกนานนู่นแหละเผื่อทำอะไรเสร็จ ยายแก่ยังนอนห่มผ้าอยู่เลยอีกนานกว่าจะตื่น"
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณยายก็แก่แล้ว ให้ท่านพักผ่อนเถอะค่ะ หนูตักน้ำไว้แล้วนะคะคุณตาไปล้างหน้าก่อนรอคุณยายตื่นค่อยมากินข้าวพร้อมกัน"
"อะไรนะหลานตักน้ำขึ้นมาแล้วหรอ หลานระวังด้วยนะ ถ้าตกบ่ไปจะทำยังไงละ"
"ก็หนูอยากช่วยดูแลคุณตาคุณยายนิค่ะ"
เนื่องด้วยบ่อที่มีความลึกมากพอสมควร ถ้าคนตกลงไปมีหวังตายคาบ่อแน่นอน พอเฉินเฟยอวี้กวาดลานบ้านเสร็จ เฉินเฟยอวี้ก็เปิดประตูออกไปก็เจอผู้คนมากมายที่กำลังเตรียมตัว ที่จะไปทำไร่ทำนาแต่คิดว่าหน้าจะไม่ใช่ เพราะ่นี้กำลังเข้าหน้าหนาวคงจะไปเก็บฟืนและไปล่าสัตว์ที่ป่า ไว้มาใช้ก่อไฟยามหน้าหนาวและใช้เป็อาหารกินยามหน้าหนาว
เฉินเฟยอวี้ยืนอยู่หน้าบ้านก็เห็นก็เห็นคุณยายจูเดินตรงมาทางเธอ
"อ้าวคุณยายจูไปไหนหรอคะ"
"ยายกำลังจะไปสวนน่ะ แล้วนี่เราจะไปไหนออกมาทำอะไรที่หน้าบ้านละ"
"หนูกวาดบ้านเสร็จแล้ว หนูก็เลยออกมาเดินดูนอกบ้านนะคะ"
"งั้นยายจูขอตัวก่อนนะ"
"ค่ะคุณยายจู"
หลังจากที่คุณยายจูเดินไป ก็มีผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ60กว่าๆได้เดินมาทางเฉินเฟยอวี้
"อ้าวนางหนู"
"คะคุณตามีอะไรหรือป่าว"
เฉินเฟยอวี้ที่ใไม่รู้จักแล้วยังมาทักเธออีก คุณตาคนนี้อาจจะมาหาคุณตาฉีหรือคุณยายฉีก็ได้
"คุณตามาหาคุณตาหรือคะ"
"ใช่ๆ ฉันเอาหมูป่ามาฝากนะเมื่อวานฉันไปล่าสัตว์ได้หมูป่ามา 2 ตัวตัวนึงขายอีกตัวนึง อีกตัวก็ชำแหละแบ่งกันกิน ข้าได้ยินข่าวว่าตาฉีกลับมาจากปักกิ่ง จากการไปเยี่ยมลูกสาว ก็เลยเอามาฝากนะ"
"ค่ะ คุณตาอยู่ในบ้านคุณตาเข้าไปเลยนะคะ"
"แล้วหนูเป็ใครล่ะ"
"หนูชื่อเฉินเฟยอวี้ค่ะเป็ลูกของแม่ฉีฟางหรู "
"เป็ลูกของฟางหรูเองรึ"
"ใช้แล้วค่ะคุณตา"
"งั้นฉันเข้าไปหาตาเธอก่อนนะ"
เฉินเฟยอวี้ ที่มองหลังคุณตาคนนั้นเข้าไปในบ้าน ก็ได้แต่คิดในหัวแม่เธอนี่ยังไงกันนะ เอาอกเอาใจแม่สามีอย่างดี แต่กับพ่อแม่ตัวเองไม่เคยกลับมาเยี่ยมบ้านด้วยซ้ำ เป็ลูกภาษาอะไรเนี่ย แต่เฉินเฟยอวี้ก็พอจะเข้าใจนะวัฒนธรรมการแต่งออกไปแล้วไม่เกี่ยวข้องกับบ้านเดิมแต่มันก็ไม่ใช่เื่ไหม ที่ตัวเองจะลืมบ้านตัวเอง ลืมพ่อลืมแม่ มีแต่ตาฉีกับยายฉีที่เข้าไปเยี่ยมลูกเยี่ยมหลานคงที่ปักกิ่งตลอด ด้วยความที่คิดถึง แต่ลูกสาวตัวเองกลับไม่คิดถึงตัวเองเลยด้วยซ้ำ