บทที่4
ชนวนเหตุ
ทิพากรกับสุภาพิชญ์พยายามตามมิสเตอร์เจมส์และคเณศมาอย่างระมัดระวังไม่ให้เป้าหมายรู้ตัว แต่ตึกที่กำลังใกล้จะถล่มค่อนข้างจะเดินลำบากเนื่องจากโครงสร้างเริ่มเอียง ตัวอาคารก็ทรุดทั้งคู่ต้องคอยเดินหลบสิ่งกีดขวางที่ล่วงลงมาอย่างโคมไประย้าหรือแม้แต่เพดานก็ใกล้จะพังลงมาทุกที
แต่เป้าหมายกลับถูกบอดี้การ์ดของคเณศนำทางไปได้อย่างชำนาญเหมือนเคยฝึกซ้อมรับมือมาโดยเฉพาะ ส่วนผู้ติดตามของมิสเตอร์เจมส์ก็ปกป้องกายผู้เป็นายไม่ห่างยากที่จะเข้าถึงตัว แต่สำหรับทิพากรและสุภาพิชญ์มีอุปสรรคที่ใหญ่หลวงกว่านั้นซึ่งก็คือชุดที่หญิงสาวสวมอยู่มันค่อนข้างจะเป็ภาระ เวลาเดินก็ลำบากต้องคอยช่วยหอบชายกระโปรงวิ่งตามอย่างทุลักทุเล
ตุ๊บ!
เพล้ง!
"ระวัง!"
"ว๊าย!"
"คุณไม่เป็ไรนะ"
"ฉันไม่เป็ไร แค่ชุดมันเกะกะนิดหน่อย"จู่ๆ หลอดไปจากเพดานก็ตกลงมากระทันหัน แต่ทิพากรดึงร่างของสุภาพิชญ์หลบเข้ามาในอ้อมกอดได้ทันทำให้รอดพ้นจากอันตรายมาได้อย่างหวุดหวิด ทิพากรประคองให้หญิงสาวยืนตรงแล้วให้เธอเกาะผนังทางเดินเอาไว้
ทิพากรนั่งคุกเข่าต่อหน้าสุภาพิชญ์ถกกระโปรงชีฟองขนนกของเธอขึ้นสูงเหนือเข่า จนเห็นขาเรียวยาวเนียนสวยสมกับเป็เรียวขาของนางแบบมืออาชีพที่เธอคอยเฝ้าทะนุถนอมมาเป็อย่างดี หากนักแสดงมีใบหน้าเป็ชีวิตนางแบบเองก็มีร่างกายและสรีระเป็ชีวิตเหมือนกัน แน่นอนว่าเธอต้องดูแลตัวเองให้สวยและหุ่นดีอยู่เสมอ
"คุณจะทำอะไร"
"ยืนนิ่งๆสักแปป ขาสวยๆของคุณจะได้ไม่มีแผล"
"นี่คุณชมว่าขาฉันสวยเหรอ"ทิพากรสะดุ้งเพราะดันพูดสิ่งที่ตัวเองคิดในใจออกมาซะได้ มันไม่ต่างอะไรกับการขุดหลุมฝังตัวเองเลยแต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะกลบเกลื่อนแล้วเลี่ยงตอบคำถามของหญิงสาว
"ผมบอกให้คุณยืนอยู่นิ่งๆไง"
"อยู่ๆก็มาถกกระโปรง ใครมันจะยืนเฉยได้เล่า"
"ผมกำลังช่วยคุณอยู่นะ"
"ช่วยดูขาอ่อนฉันน่ะเหรอ ไอ้คนโรคจิต"
"ปากแบบนี้ทิ้งให้เพดานทับตายดีไหม"
"ปากเสีย"
"ถ้าไม่อยากตายก็ยืนเฉยๆ"ทิพากรหยิบเศษกระจกแตกละเอียนใกล้ขึ้นมา แล้วลงมือเฉือนกระโปรงของสุภาพิชญ์ออกไปเกินครึ่งก่อนจะโยนทิ้งอย่างไร้ความปรานี จากชุดเดินแบบเครื่องเพชรราคาแพงบัดนี้เป็เพียงแค่เกาะอกกระโปรงสั้นเหนือเข่าไม่ต่างอะไรกับชุดเที่ยวผับบาร์กลางคืนเลยสักนิด
"คะ...คุณรู้ไหมว่าชุดนี้ราคาเท่าไหร่!"
"จะเท่าไหร่ก็ชั่งแต่ถ้าไม่ตัดมันทิ้งเราตายคู่แน่"ทิพากรจับมือสุภาพิชญ์เดินตามอย่างไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต เธอยอมรับว่าการตัดกระโปรงทิ้งไปนั้นเป็ความคิดที่ดีเพราะมันทำให้เธอเดินง่ายขึ้นกว่าเมื่อกี้หลายเท่า แต่ก็อดเสียดายไม่ได้เพราะได้ยินสไตลิสต์คุยกันว่าชุดที่เธอใช้ใส่เดินปิดงานราคาไม่ต่ำกว่าเจ็ดหลัก ถ้าเอาไปขายคงจะได้หลายบาท
เพล้ง!
เสียงข้าวของตกดังระงมพร้อมๆกับตึกที่กำลังจะถล่มลงมา มิสเตอร์เจมส์และคเณศกดลิฟต์ลงไปที่ชั้นล่าง ทิพากรและสุภาพิชญ์พยายามไล่ตามแต่ก็ไม่ทันในเมื่อลิฟต์ดังกล่าวถูกปิดประตูไปแล้ว ทิพากรจึงรีบดึงสุภาพิชญ์เข้าไปในลิฟต์อีกตัวที่อยู่ข้างๆกัน เธอดูหวาดกลัวไม่ใช่น้อยเพราะตึกใกล้จะพังลงมาแต่ก็ยังฝืนเข้ามาในลิฟต์คงได้แต่ภาวนาว่าให้ถึงชั้นล่างอย่างปลอดภัย
ติ๊ง!
คลืดดด~
ประตูลิฟต์ค่อยๆเลื่อนเปิดแต่จุดหมายปลายทางกลับไม่ใช่ล๊อบบี้ชั้นแรกอย่างที่เข้าใจ แต่มันคือลานจอดรถชั้นใต้ดินทิพากรเดินออกมาดูลาดเลาข้างนอกโดยให้สุภาพิชญ์คอยระวังหลังให้ ลิฟต์อีกตัวที่มาถึงก่อนหน้านี้คนข้างในคงจะยังไปได้ไม่ไกลจึงต้องคอยระวังไม่ให้มีคนเห็น
ทิพากรให้สุภาพิชญ์เดินตามหลังเขาหากเกิดเื่ร้ายขึ้นมาจริงๆจะได้ให้เธอรีบหนีไปทันที หญิงสาวเผลอจับชายเสื้อของทิพากรอย่างลืมตัวเพราะความกลัวในใจมันกำลังร้องเรียกหาที่พักพิง บางทีส่วนลึกใจจิตใจของเธอก็มั่นใจว่าชายหนุ่มตรงหน้านั้นสามารถคุ้มครองดูแลเธอได้
"สินค้าของผมเรียบร้อยดีใช่ไหมมิสเตอร์คเณศ"
"แน่นอนครับมิสเตอร์เจมส์ ทุกอย่างที่คุณ้าผมได้เตรียมไว้ให้หมดแล้ว"ทิพากรรีบดึงสุภาพิชญ์มาหลบอยู่ข้างรถยนตร์สีแดง เนื่องจากเห็นเป้าหมายที่กำลังตามอยู่ยืนคุยกันหน้ารถตู้สีดำห่างออกไปประมาณสองถึงสามคันได้ โดยมีชายชุดดำคอยสอดส่องดูแลบริเวณโดยรอบไม่ให้คนนอกมาได้ยินเ้านายของตนเจรจาธุรกิจ สุภาพิชญ์เสียการทรงตัวเพราะจู่ๆก็ลูกลากให้มาแอบข้างรถกระทันหันทำให้ชนกับแผงอกกว้างที่คุ้นเคยโดยไม่ได้ตั้งใจ
สุภาพิชญ์พยายามผลักทิพากรออกเนื่องจากกลิ่นกายของเขามันทำให้เธอเกือบจะเสียความเป็ตัวเองไปแบบเมื่อคราวที่แล้ว หญิงสาวทำงานร่วมกับนายแบบหุ่นดีมาหลายคนแต่ไม่เคยมีสักครั้งที่จะทำให้เธอเสียศูนย์ได้ขนาดนี้ ทุกครั้งที่อยู่ใกล้กับทิพากรมันทำให้เธอใจเต้นและคิดฟุ้งซ่านไม่หยุดจึงต้องเซฟร่างกายให้ปลอดภัยไว้ก่อน
"ปล่อยฉัน"
" ชวู่!เดี๋ยวก็ตายกันหมดหรอก"
"คุณก็ปล่อยก่อนสิ ฉันหายใจไม่ออก"สุภาพิชญ์ซ่อนใบหน้าร้อนผ่าวไว้ที่อกของทิพากร หญิงสาวรู้สึกเหมือนคนเป็ไข้แต่เธอก็ต้องทำเป็ว่าหายใจไม่ออกเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าตัวเองนั้นเสียอาการกับเขามากแค่ไหน
"เยี่ยม!งั้นเราจะรออะไรอยู่ล่ะ รีบไปกันเถอะผมอยากเห็นสินค้าจะแย่แล้ว"
"คุณยังใจร้อนไม่เปลี่ยนเลยนะครับมิสเตอร์เจมส์"
"แน่นอน!เพราะสินค้าคราวนี้จะทำกำไรให้ผมอย่างมหาศาล"
"ยังไงก็อย่าลืมข้อตกลงของเราแล้วกันนะครับ"
"แน่นอนมิสเตอร์คเณศเตรียมรอรับส่วนแบ่งและอำนาจอย่างที่คุณ้าได้เลย"
"ขอบคุณครับ"ทั้งคู่จับมือแสดงความเป็พันธมิตรและหุ่นส่วนในเวลาเดียวกัน ที่ต่างฝ่ายก็ทำหน้าที่ของตนได้อย่างลุล่วงปราศจากปัญหาและมารผจญ คราวนี้ธุรกิจค้าอัญมณีของเขาจะต้องขยายฐานที่ตั้งไปยุโรปได้แน่ๆ
"ว่าแต่คราวนี้ไม่เล่นแรงไปหน่อยรึไง พลาดขึ้นมาเราอาจตายกันทั้งคู่"
"คุณไม่ต้องห่วงเื่ความปลอดภัยหรอกครับมิสเตอร์เจมส์เพราะตอนนี้เราก็เปรียบเสมือนหุ้นส่วนกันแล้ว ปราบใดที่คุณยังพักอยู่ที่ประเทศไทยผมขอรับรองว่าจะดูแลความปลอดภัยให้คุณเป็อย่างดี อีกอย่างตอนนี้พวกตำรวจเริ่มสงสัยเกี่ยวกับการทำธุรกิจร่วมของเราแล้ว จะทำอะไรต้องระวังตัว"
"แล้วแผนการครั้งนี้ไม่ยิ่งทำให้สงสัยขึ้นรึไง"
"ไม่หรอกครับ ผมตั้งใจว่าเราจะอาศัย่ชุลมุนนี้เคลื่อนไหวกัน"
"ทำไมคุณไม่เก็บพวกมันซะให้รู้แล้วรู้รอด ปล่อยให้เป็เสี้ยนหนามเราอยู่ทำไม"
"ถ้าเราทำแบบนั้นพวกตำรวจก็จะยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เวลาจะทำอะไรก็คงจะถูกเพ่งเล็งแน่ๆ"
"ถ้างั้นจะใช้วิธีไหนก็เื่ของคุณ แต่สินค้าผมจะต้องเรียบร้อยไม่เช่นนั้นข้อแลกเปลี่ยนถือเป็โมฆะ"
"รับรองว่าสินค้าของท่านจะไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแน่นอนครับ"มิสเตอร์เจมส์และคเณศหัวเราะกันอย่างสนุกสนานก่อนจะก้าวขึ้นรถตู้สีดำไป ชายชุดดำหลายคนคอยสอดส่องดูแลผู้เป็เ้านายเมื่อเห็นว่าทางสะดวกปลอดภัยแล้วจึงเตรียมจะมาขึ้นรถอีกคันที่จอดไว้เพื่อตามไปดูแล เมื่อเห็นว่าเป้าหมายขึ้นรถหมดแล้วทิพากรจึงยอมปล่อยให้สุภาพิชญ์เป็อิสระ
"คุณอยู่ตรงนี้ก่อนนะแล้วก็ก้มหัวลงด้วย"สุภาพิชญ์พยักหน้ารับ ทิพากรค่อยๆเดินลัดเลาะไปที่รถของพวกชายชุดดำจากนั้นก็ติดเครื่องส่งสัญญาณขนาดจิ๋วไว้ที่ตัวรถ แล้วรีบวิ่งกลับมาหาสุภาพิชญ์อย่างระมัดระวังพอรถเริ่มขับออกไปเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาดูว่าตัวส่งสัญญาณนั้นเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือดีแล้วรึยัง พอเห็นว่าสามารถใช้งานได้ปกติรอยยิ้มเ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
"เยี่ยม"
"เมื่อกี้อาคเณศกับมิสเตอร์เจมส์พูดถึงสินค้า คุณว่ามันคืออะไร"
"อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เื่ดี เพราะคนดีเขาไม่สั่งเก็บคนด้วยกันเืเย็นแบบนี้"
"มันจะเกี่ยวกับของที่เราได้ยินที่พิพิธภัณฑ์รึป่าว"
"มีความเป็ไปได้ว่าจะเกี่ยวกัน แต่ผมอยากหาหลักฐานให้มากกว่านี้ก่อนจะกล่าวหาใครมั่วๆ"
"แล้วคุณจะหาหลักฐานมาจากที่ไหน"ทิพากรยกยิ้มมุมปากเ้าเล่ห์ เขาดูGPSในโทรศัพท์มือถือแล้วมั่นใจว่าสิ่งนี้จะพาไปหาหลักฐานที่้าได้แน่ๆ
"นั่นอะไร"
"โทรศัพท์ไง รึว่าคุณไม่รู้จักโทรศัพท์มือถือ?"
"รู้จักย่ะ ฉันหมายถึงGPSที่คุณดูอยู่ต่างหาก"
"ผมว่าเรารีบไปกันเถอะก่อนที่ตึกจะถล่มลงมา"ทิพากรเลี่ยงคำตอบเพราะเขารู้ว่าคนอย่างสุภาพิชญ์ต้องถามเซ้าซี้ไม่เลิกแน่จึงใช้หลักจิตวิทยาเบี่ยงเบนความสนใจ เธอเองก็เห็นด้วยที่ให้รีบออกจากที่นี่เพราะนอกจากจะอันตรายแล้วคงได้โดนฝังทั้งเป็
ทั้งคู่วิ่งขึ้นมาบนพื้นดินก็เห็นว่าตึกที่ใช้จัดงานเริ่มมีไฟลุกไหม้เนื่องจากส่วนที่ะเิไปนั้น เป็ห้องครัวที่เชื่อมต่อกับห้องเก็บรักษาแก๊สจึงเกิดการลุกไหม้ง่าย ตัวอาคารเสียหายหนักรถดับเพลิงพยายามเร่งฉีดน้ำเพื่อควบคุมสถานการณ์ บางคนวิ่งหนีตายอลม่านบ้างก็ได้รับาเ็เล็กน้อยถึงสาหัสแต่มีอาสากู้ภัยและรถพยาบาลช่วยกันรักษาเบื้องต้นอยู่ ทิพากรรีบวิ่งไปหาสืบสินธุ์ที่กำลังช่วยประคองคนเจ็บออกมาจากตึกเพื่อขอความช่วยเหลือ
"ไอ้ธาร!"
"ไอ้เวหาทำไมแกถึงมายืนหัวโด่ตรงนี้ได้วะ"
"เื่มันยาวไว้กลับมาแล้วจะเล่าให้ฟัง"
"จะไปไหน"
"ฉันแอบติดเครื่องสงสัญญาณไว้ที่รถลูกน้องคุณคเณศ เพราะงั้นขอยืมมอเตอร์ไซด์หน่อยดิ"
"ยังจะตามไปอีกเหรอวะ"
"พวกมันพูดถึงการส่งสินค้าถ้าเดาไม่ผิดมันต้องเกี่ยวกับที่ฉันบังเอิญไปได้ยินที่พิพิธภัณฑ์แน่"
"ฉันว่าแกรอกำลังเสริมจากพวกไอ้เพลิงก่อนดีกว่า บุกเดี่ยวเดี๋ยวก็จบไม่สวยหรอก"
"ถึงตอนนั้นพวกมันคงส่งของเสร็จกลับบ้านนอนหมดแล้ว"
"แต่นี่มันเสี่ยงเกินไปถ้าถูกหลอกให้ไปติดกับดักจะว่ายังไง"
"ถึงตอนนั้นก็ไปช่วยฉันด้วยแล้วกัน"
"แกเนี่ยนะบทจะไม่ฟังก็ไม่ฟังจริงๆ"สืบสินธ์ุเบื่อที่จะพูดรั้งเพื่อนหัวดื้อของตัวเองเต็มทีแล้ว จึงล้วงกุญแจมอเตอร์ไซค์คู่ใจออกมาจากกระเป๋ากางเกง ส่งให้ทิพากรพร้อมแอบกระซิบอีกฝ่ายว่าใต้เบาะรถของเขามีปืนอยู่สามารถหยิบใช้ได้เลยไม่ต้องเกรงใจ
"ฉันขอไปด้วย"
"ไม่ได้"
"เราร่วมเป็ร่วมตายมาขนาดนี้แล้วนะจะมาทิ้งกันกลางคันได้ยังไง"
"นี่คุณไม่เข้าใจสถาณการณ์เหรอเหนือฟ้า ตอนนี้ไม่ใช่การวิ่งเล่นไล่จับโจรอีกต่อไปแล้วแต่มันคือการก่อการร้าย เมื่อกี้ที่ยอมให้ตามผมมาก็เพราะไม่มีทางเลือกแต่ตอนนี้คุณต้องอยู่กับไอ้ธารที่นี่"ทิพากรรีบวิ่งไปที่มอเตอร์ไซค์ของสืบสินธ์ุที่จอดอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไขเบาะรถแล้วหยิบปืนพกขึ้นมาเน็บไว้ที่เอวด้านหลังพร้อมทั้งดึงชายเสื้อขึ้นมาคลุมไว้
ทิพากรสวมหมวกกันน็อคแล้วเสียบกุญแจเตรียมสตาร์ทรถขับตามเป้าหมาย แต่สุภาพิชญ์ก็ไม่ลดละความพยายามเธอวิ่งไปดักหน้ารถของทิพากรที่กำลังจะขับออกไปทันที
"ฉันเองก็อยากทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้ อยากปกป้องสมบัติของชาติเหมือนกันกับคุณ"สืบสินธ์ุดูจะใที่สุภาพิชญ์รู้เื่การค้าอัญมณีเถื่อน เมื่อกี้ถ้าจำไม่ผิดทิพากรบอกว่าทั้งคู่แค่ไปได้ยินมิสเตอร์เจมส์และคเณศคุยกันถึงเื่สินค้าเท่านั้น ไม่ได้หลุดปากพูดคำว่าอัญมณีแต่อย่างใดแล้วทำไมเธอถึงได้รู้เื่นี้ได้
"เมื่อกี้พวกมันพูดถึงเื่ฆ่าคนหน้าตาเฉยคุณไม่กลัวรึไง"
"คนเราเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียว ถ้าการเสียสละของฉันสามารถทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติได้ก็ยอม"
ทิพากรขบกรามแน่นเขาเกลียดคนที่เห็นชีวิตตัวเองเป็เื่เล็กน้อยที่สุด ที่เขาและเพื่อนอีก4คนทำอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อให้ประชาชนอย่างเธอสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและปลอดภัย แต่เธอที่เกิดมามีพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็ครอบครัว ชื่อเสียง หรือฐานะทางสังคมกลับทิ้งขว้างชีวิตตัวเองแล้วพูดว่าจะตายก็ได้ไม่แคร์อย่างนั้นหรือ
"ถอยไปซะไม่งั้นผมชนคุณแน่"
"เอาสิ จะชนก็เชิญยังไงฉันก็ไม่หลบ"ทิพากรบิดเครื่องยนต์เสียงดังสนั่นเพื่อข่มขวัญสุภาพิชญ์ให้หลีกทางให้ แต่เธอก็ยังยืนมองเขาด้วยสายตาเด็ดเดี่ยวแล้วไม่ยอมเปิดทางแต่โดยดี
"ไอ้เวหาคุณเหนือฟ้า ผมว่าเราใจเย็นๆกันก่อนดีกว่าไหมครับ"
"คุณธารก็บอกเพื่อนตัวเองสิคะว่าให้ฉันไปด้วย รับรองว่าจะไม่เป็ภาระอย่างแน่นอน"
"แต่เื่นี้ผมเห็นด้วยกับไอ้เวหานะครับ มันอันตรายคุณอย่าไปเลย"
"ถ้าคุณธารจะห้ามฉันก็ถอยไปเลยค่ะ เพราะยังไงฉันก็จะไปกับเขาให้ได้"
บรื้นๆ บรึ้นนนน~
"เฮ้ยไอ้เวหา!"ทิพากรขับรถพุ่งเข้าหาสุภาพิชญ์เต็มเหนี่ยว เธอยืนจ้องตาเขาอย่างไม่คิดหลบหลีกแต่ก่อนที่จะถึงตัวทิพากรก็เลี้ยวหัวรถผ่านร่างสุภาพิชญ์ไปอย่างฉิวเฉียดแล้วเร่งเครื่องตามเป้าหมายไปในทันที
คนโดนทิ้งกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเืแม้ว่าคนอื่นจะมองว่าเธอบ้าชอบหาเื่ใส่ตัวรึเป็ภาระอะไรก็ชั่ง แต่ความรักที่เธอมีให้กับอัญมณีทุกชิ้นมันคือเื่จริง เครื่องประดับแสนสวยทุกอย่างที่เปิดขายในแบรนด์Supaphitล้วนแต่หามาด้วยตัวเองก็ไม่แปลกที่เธอจะหลงไหลมันและอยากปกป้องขนาดนี้
"ฉันไม่ยอมแพ้หรอก"
"เฮ้!นั่นคุณจะไปไหน"สุภาพิชญ์รีบวิ่งเข้าไปในฝูงชนเห็นว่าแม่ พี่สาวและยุภาวดียังปลอดภัยดีไร้ซึ่งบาดเผล แต่ทั้งสามคนดูจะใมากที่สุภาพิชญ์มีสภาพแบบนี้ กระโปรงขาดหลุดลุ่ยรองเท้าส้นสูงหักครึ่งผมเผ้ารุงรังเหมือนไม่ได้หวีหรือทำความสะอาดมานานเต็มที
"แม่คะ!"
"เหนือฟ้าลูกไปอยู่ไหนมา รู้ไหมว่าแม่กับพี่เป็ห่วงมากแค่ไหน"
"ฟ้าหนีออกมาจากประตูหลังค่ะ ทั้งสามคนไม่เป็อะไรนะ"
"พวกเราปลอดภัยดีเพราะผู้ชายคนนั้นเขาบอกตลอดว่าต้องรับมือกับสถานการณ์ยังไง"สุดารัตน์หันไปส่งยิ้มให้สืบสินธ์ุยิ่งทำให้สุภาพิชญ์เริ่มสงสัยในตัวเพื่อนรักสองคนนี้ขึ้นไปอีก ถึงแม้จะพึ่งเจอกันแต่ทั้งทิพากรและสืบสินธ์ุไม่มีทีท่าว่าจะกลัวเหตุก่อการร้ายเลยสักนิด แต่กับแบ่งกันทำหน้าที่รับมืออย่างรวดเร็วเหมือนเคยฝึกมา แต่ตอนนี้เธอต้องเก็บเื่สงสัยไว้ในใจก่อนแล้วรีบตามทิพากรไปให้ทัน
"พี่ยุเอากระเป๋าฟ้าออกมาด้วยไหมคะ"
"เอามาคะคุณสุภาพิชญ์"ยุภาวดียื่นกระเป๋าถือหนังสีดำแบรนด์ดังราคาแพงคืนให้สุภาพิชญ์ เธอรีบล้วงกุญแจรถออกมาแล้ววิ่งไปที่รถยนตร์ของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกลทันที
"ลูกจะไปไหน"
"ฟ้ามีธุระด่วนต้องรีบไปคะแม่ แม่กลับพร้อมพี่ฝันได้เลยนะคะไม่ต้องเป็ห่วง"
"นี่คุณจะตามไอ้เวหาไปเหรอ"สิบสินธ์ุรีบวิ่งเขามาแทรกวงสนทนาของสุภาพิชญ์และครอบครัว เธอมีสีหน้าและแววตาที่มุ่งมั่นบ่งบอกว่าต่อให้เขานอนพาดถนนเพื่อห้ามเธอก็ไม่มีทางสำเร็จ
"เพื่อนคุณไม่ให้ฉันไปด้วย เพราะฉะนั้นฉันจะไปเอง"
"ผมบอกคุณหลายครั้งแล้วนะว่ามันอันตรายจะเอาตัวเองไปเสี่ยงทำไมรอมันอยู่ที่นี่แหละ ขับตามไปตอนนี้ก็ไม่ทันหรอกคงไปไกลแล้ว"
"คุณรอได้แต่ฉันรอไม่ได้ ต่อให้ขับไปไกลแค่ไหนฉันก็จะไป"
"ที่เป็เดือดเป็ร้อนขนาดนี้เพราะคุณชอบไอ้เวหาเหรอ?"สุภาพิชญ์นิ่งค้างกลางอากาศในขณะที่กำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ เธอมีสีหน้าแววตาใเพราะคำว่าชอบทิพากรไม่ได้อยู่ในหัวของเธอเลยสักนิดเพียงแค่จะตามไปดูว่าสิ่งที่เธอคิดไม่ได้เป็ความจริง คเณศเพื่อนรักของพ่อเธอไม่ได้เป็คนขายชาติอย่างที่เข้าใจ แต่ทำไมคำว่าชอบกลับทำให้รู้สึกใจเต้นแรงแบบนี้
"ใครคือเวหา?"สุพิชชาทำหน้าส่งสัยไม่ต่างอะไรกับสุดารัตน์และยุภาวดี สุภาพิชญ์รู้สึกเขินอายแต่ก็ต้องทำนิ่งเก๊กขรึมไม่ตีตนไปก่อนไข้จะได้ไม่เป็ที่น่าสงสัย
"ไม่มีอะไรคะพี่ฝัน คุณธารเขาคงเข้าใจอะไรผิด"
"ถ้าคุณไม่ได้คิดอะไรกับเพื่อนผมก็ได้โปรดรออยู่ที่นี่เถอะ"สืบสินธ์ุเดินหันหลังกลับมาช่วยหน่วยงานอื่นทำงานต่อ เพราะถึงเขาจะไม่ห้ามก็ยังมีครอบครัวของเธอคอยปรามอยู่ดี สืบสินธ์ุไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนหัวดื้ออย่างสุภาพิชญ์มาก่อน ทั้งไม่กลัวตายและก็ใจกล้าบ้าบิ่นกว่าผู้ชายอย่างเขาซะอีก
บรื้นๆบรื้นนนนน~
"เฮ้ย!"หันหลังเดินกลับมาเพียงสามเก้าก็ได้ยินเสียงสตาร์ทรถเร่งเครื่องยนต์ พอหันกลับไปมองก็ไม่ทันเสียแล้วสุภาพิชญ์ได้ขับรถตามทิพากรไปอย่างรวดเร็วส่วนครอบครัวเธอก็ได้แต่ยืนมองอย่างเป็ห่วง ไม่รู้ว่าหญิงสาวใช้วิธีไหนในการหลอกล่อสุดารัตน์และสุพิชชาให้ปล่อยเธอไปแต่นั่นมันคือการปล่อยให้สุภาพิชญ์ไปตายชัดๆ ทิพากรได้ฆ่าเขาแน่ที่ปล่อยเธอไปแบบนี้ ปัดโถ่เว้ย!
ติ๊ดๆ ติ๊ด!
ตืดดดด~ตืดดด~
แกร๊ก!
'ฮัลโหล'
"พวกแกถึงไหนแล้ววะ ขับรถมาจากดาวอังคารรึไงทำไมช้าแบบนี้"
'ถ้าอยากให้ไวๆก็ช่วยโทรมานัดล่วงหน้าด้วยครับ โรงแรมที่แกส่งโลเคชั่นมาไม่ได้อยู่ใกล้ๆเลยนะเว้ย'
"งั้นพวกแกไม่ต้องมาหาฉันแล้ว รีบเปิดGPSตามไอ้เวหาไปเลย"
'เกิดอะไรขึ้นพวกแกสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกันเหรอ'
"เดี๋ยวอธิบายให้ฟังตอนนี้รีบไปก่อน"
'เออๆ'
ติ๊ด!
สืบสินธ์ุกดปิดโทรศัพท์มือถือแล้วได้แต่ภาวนาว่าให้ชนาธิป พสุธา และธีระตามไปสบทบกับทิพากรให้ทัน อย่างน้อยก็ไปช่วยคุ้มครองให้สุภาพิชญ์ปลอดภัยก็ยังดี
ทิพากรขับมอเตอร์ไซค์ตามGPSที่แอบไปติดตั้งไว้กับรถของลูกน้องคเณศอย่างระมัดระวัง โดยทิ้งระยะห่างไม่ให้เป้าหมายสงสัยจนมาถึงโกดังร้างแห่งหนึ่งแถวท่าเรือที่ถูกทิ้งว่างไปนาน รถตู้สีดำเข้าไปจอดหน้าประตูโกดังพร้อมรถของผู้ติดตามขับตามมาอารักขา
ทิพากรแอบซุ่มดูหลังตู้คอนเทนเนอร์ั์ห่างจากเป้าหมายเพียงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามิสเตอร์เจมส์และคเณศเดินเข้าไปด้านในจึงแอบจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ที่ลับตา ไม่ลืมหยิบอุปกรณ์ทุ้นแรงอย่างปืนพกใต้เบาะของสืบสินธ์ุเหน็บเอวไปด้วย
"นี่มันก็ได้เวลานัดมาตั้งนานแล้ว ไหนล่ะสินค้าของผม"
"ใจเย็นๆสิครับมิสเตอร์เจมส์ ตอนอยู่บนรถลูกน้องผมโทรมาบอกว่าได้สินค้าที่คุณ้าแล้ว ช่วยอดใจรอสักแปปเถอะครับ"
"อย่าให้นานนักล่ะมิสเตอร์คเณศทุกวินาทีของผมเป็เงินเป็ทอง"
"รับรองว่าคุ้มค่ากับที่ตั้งตารอแน่นอนครับ"มิสเตอร์เจมส์ดูท่าทางจะไม่พอใจเพราะดันเลือกที่ส่งมอบของในโกดังร้างอับชื้น ร้อนก็ร้อนเหม็นก็เหม็นแต่คเณศบอกว่าหากนัดส่งมอบกันที่อื่นก็จะกลายเป็จุดสนใจเพราะเห็นทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันจึงต้องหาที่ลับตาคนเพื่อไม่ให้คนภายนอกเพ่งเล็ง
ทิพากรแอบย่องเข้ามาตามมุมลับตาโดยใช้เสาร์และตู้คอนเทนเนอร์เก่าเป็ที่หลบภัย ซุ่มดูมิสเตอร์เจมส์และคเณศอย่างเงียบๆ ไม่นานก็มีรถตู้สีขาวเข้ามาจอดที่หน้าโกดังอีกคันทิพากรจึงต้องวิ่งไปหาที่ซ่อนใหม่เพื่อปิดบังตัวเอง
ลูกน้องคเณศเดินลงมาจากรถพร้อมกับถือกระเป๋าหนังสีดำราคาแพงมามอบให้แก่ผู้เป็นายของตน คเณศรับกระเป๋าเอกสารมาแล้วเปิดดูของข้างในก่อนหันไปให้มิสเตอร์เจมส์ได้ดูด้วย
"Wow! it's so beautiful"
"ผมบอกแล้วว่าสินค้าล็อตนี้คุ้มค่ากับความเสี่ยงและการรอคอยแน่นอน"ทิพากรใช้กล้องส่องทางไกลที่เอาติดตัวมาด้วยส่องดูสินค้าบนมือคเณศ ก็พบว่ามันคืออัญมณีคุ้นหน้าค่าตาเขาเคยเห็นมาก่อนแน่ๆและก็มั่นใจด้วยว่ามันเคยอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อัญมณีแห่งชาติ ก็หมายความว่าทั้งคู่ร่วมมือกันปล้นอัญมณีจริงๆ
"คราวนี้คุณทำให้ผมประทับใจจริงๆมิสเตอร์คเณศ สินค้าคราวนี้จะต้องทำกำไรให้อย่างมหาศาลแน่ๆ"
"แน่นอนว่าคุณจะไม่เสียใจหากร่วมมือกับผม ครั้งต่อไปอัญมณีที่คุณจะได้ก็จะมีราคาและความบริสุทธิ์มากขึ้น"
"ฮ่าๆชั่งเป็หุ้นส่วนที่พิเศษจริงๆ"มิสเตอร์เจมส์ตบไหล่คเณศอย่างพอใจแล้วคิดว่าตนตัดสินใจไม่ผิดที่ลองเสี่ยงร่วมลงทุนกับคเณศ หากนำอัญมณีพวกนี้กลับไปประมูลที่บ้านเกิดล่ะก็ไม่อยากจะนึกเลยว่ากำไรที่ได้มันจะมากมายขนาดไหน ยิ่งอัญมณีพวกนี้มาจากประเทศไทยด้วยแล้วซึ่งขึ้นชื่อเื่ความสมบูรณ์ของทรัพยากรผู้ดีอังกฤษคนไหนบ้างล่ะจะไม่สนใจแถมยิ่งหายากรับรองว่างานประมูลคราวหน้าได้มันส์กันแน่
ทิพากรขบกรามดังกรอดๆและกำหมัดอย่างเคียดแค้นที่คนในชาติหากินกับสมบัติของชาติซะเอง ไม่น่าเชื่อว่าคนรวยระดับท่านคเณศ ฤทธากุล ยัง้าเงินทองทรัพย์สมบัติอะไรอีกหรือ เท่าที่มีอยู่ก็ไม่รู้ว่าชาตินี้จะใช้หมดรึป่าวทำไมต้องมาหากินกับประเทศชาติของตนด้วย อย่างที่โบราณว่าคนโลภต่อให้มีมากแค่ไหนก็ยังเป็โลภอยู่ดี
"เฮ้ย!ใครน่ะ!"ทิพากรรีบวิ่งหนีไปนอกโกดังอย่างรวดเร็ว เพราะลูกน้องคเณศที่เดินตรวจตราอยู่ผ่านมาพอดีบวกกับเขาไม่ทันระวังตัวปล่อยให้ความโกรธครอบงำจนประสาทััที่ได้รับฝึกและขัดเกลามาด้อยลง จึงไม่ได้ยินเสียงหรือแอะใจเลยว่ามีคนกำลังเข้ามา
ปั้ง!
"เกิดอะไรขึ้นวะ"
"มีคนลอบเข้ามาครับนาย"
"แล้วพวกแกจะยืนโง่กันอยู่ทำไม! รีบไปฆ่ามันสิโว้ยถ้าหนีออกไปได้ล่ะก็พวกเราจะซวยกันหมด!"
"ครับ!"คเณศออกคำสั่งลูกน้องอย่างหัวเสียแล้วรีบพามิสเตอร์เจมส์ขึ้นรถกลับโรงแรมทันที โดยการแยกรถเป็สองคันเพื่อไม่ให้มีคนเห็นว่าทั้งคู่มาด้วยกัน แต่ก่อนกลับคเณศได้สั่งให้ลูกน้องของเขาที่เหลือฆ่าผู้บุกลุกให้ได้ถ้าทิพากรหนีไปคนที่ตายจะเป็ลูกน้องของคเณศซะเอง
ปั้งๆ!
"เฮ้ย!หยุดนะเว้ย"
"หยุดก็ตายดิวะ"ทิพากรวิ่งหลบลูกน้องคเณศประมาณเจ็ดแปดคนเข้าไปข้างตู้คอนเทนเนอร์ แล้วหยิบพืนพกของสืบสินธ์ุออกมาตรวจเช็คลูกะุเพื่อคิดคำนวนว่าจะใช้อย่างไรให้เป็ประโยชน์ที่สุด เนื่องจากอีกฝ่ายมีปืนเยอะกว่าตนหลายเท่าถ้ายิ่งมั่วๆะุคงหมดก่อนแน่
"เต็มแม็ก"ทิพากรอมยิ้มแล้วขอบคุณสืบสินธ์ุในใจแม้ว่าเพื่อนคนนี้จะชอบกวนประสาทไปบ้างแต่ก็เป็ผู้สนับสนุนที่ดี
ปั้งๆ
อีกฝ่ายเริ่มเดินบีบเข้ามาพร้อมกับยิ่งขู่ทิพากรด้วย เขาจึงตัดสินใจยิงออกไปเพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้อย่างน้อยๆก็ให้อีกฝ่ายคิดว่าเขาก็มีปืนอยู่ แน่นอนว่าลูกน้องของคเณศต้องเดินช้าลงเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
ปั้งๆ
"เฮ้ย!ไม่ต้องกลัว มันแค่คนเดียวกับปืนกระบอกเดียว พวกเรามีกันตั้งหลายคนฆ่ามันให้ได้ไม่อย่างนั้นนายเอาตายแน่"ดูท่าว่าคำพูดปลุกใจของลูกน้องคเณศจะทำให้พวกพ้องมีแรงใจฮึดเพราะไม่อยากโดนผู้เป็นายฆ่า ทิพากรจึงตัดสินใจพยายามวิ่งกลับไปที่มอเตอร์ไซค์ให้ได้มากที่สุด ถ้าสู้ตัวต่อตัวจริงๆแน่นอนว่าเขาเสียเปรียบที่จำนวนคนไม่โดนยิงตายก็โดนกระทืบตาย
ปั้งๆ
เขายิงปืนขู่ลูกน้องคเณศแล้ววิ่งหลบวิถีกระสุดของฝ่ายตรงข้ามไปด้วย แต่ที่จอดมอเตอร์ไซค์ค่อนข้างอยู่ห่างออกไปไกลเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เป้าหมายจับได้ แต่กลายเป็ว่าเขาต้องวิ่งหนีตายนานกว่าเดิมเนี่ยสิ
"มันออกมาแล้วไปโว้ย!"
ปั้งๆ
"ชิ!จะตามกลับบ้านเลยรึไงวะ"ไม่ทันจะถึงรถมอเตอร์ไซด์ก็ต้องหลบหาที่กำบังก่อน เพราะะุที่อีกฝ่ายสาดใส่มันจำนวนเยอะซะจนที่ต่อให้วิ่งเร็วแค่ไหนก็ต้องโดนบ้าง ทิพากรจึงหลบเพื่อคิดหาวิธีไปที่รถมอเตอร์ไซค์ให้ได้
บรื้นนน~
เอี๊ยดดดด~
จู่ๆก็มีรถสปอร์ตคันหรูสีเงินขับเข้ามาจอดกลางวงลูกะุ ทิพากรใจนตาเหลือกเมื่อเห็นว่าคนขับเป็สุภาพิชญ์ที่ตนสั่งให้อยู่รอกับสืบสินธุ์ ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะขับรถมาจอดกลางดงกระสุดปืนฆ่าตัวตายแบบนี้
ปั้งๆ
เพล้ง!
เสียงกระจกรถแตกละเอียดสุภาพิชญ์ใส่เกียร์เดินหน้าเต็มที่แล้วเหยียบคันเร่งจนมิดพุ่งเข้าใส่ลูกน้องของคเณศอย่างรวดเร็วจนกลายเป็ผึ้งแตกรัง เมื่อศัตรูกระจายเธอก็รีบเหยียบคันเร่งถอยหลังมายังจุดที่ทิพากรแอบอยู่
"คุณมาได้ยังไง!"
"ขึ้นมาแล้วค่อยถาม รึว่าจะรอให้โดนยิงตายก่อนแล้วค่อยไปถามต่อในนรกดี"ทิพากรเห็นด้วยกับสุภาพิชญ์เขารีบยิงขู่ลูกน้องของคเณศแล้วเปิดประตูอีกฝั่งเข้าไปนั่งประจำที่ สุภาพิชญ์เปลี่ยนเกียร์แล้วเตรียมหมุนรถกลับแต่ไม่ว่าจะเร่งเครื่องเท่าไหร่รถสปอร์ตคู่ใจก็ไม่มีการตอบสนองใดๆทั้งสิ้น
"รีบไปสิคุณ!"
ปั้งๆ
"ก็รีบอยู่! แต่รถไม่ยอมขยับเลย!"ทิพากรเห็นความผิดปกติจึงมองไปที่หน้าจอน้ำมันปรากฏว่าเข็มมาตกอยู่ที่ขีดEซึ่งแปลว่าน้ำมันหมด เขาเลื่อนกระจกรถลงแล้วก้มดูถังน้ำมันข้างรถเห็นว่ามีรอยะุอยู่หลายรูเจาะถังน้ำมันรั่วออกมาเต็มพื้น ที่คงเป็สาเหตุที่รถของสุภาพิชญ์ไรการตอบสนอง
ปั้ง!
"กรี๊ด!"
"คุณมานี่"
"จะไปไหน"
"เร็วๆเถอะน่า"ทิพากรลงจากรถแล้วรีบลากให้สุภาพิชญ์ตามมาด้วย ทั้งคู่ต้องออกจากรถให้เร็วที่สุดเพราะน้ำมันกำลังทำปฏิกิริยากับลูกะุปืนที่สาดเข้ามาหากเกิดประกายไปเพียงเล็กน้อยได้โดนย่างสดทั้งคันแน่
ปั้ง!
ตู้ม!
"กรี๊ด!"
"วิ่ง!"เพราะเสียงะเิเมื่อครู่ทำให้ทิพากรและสุภาพิชญ์ถูกแรงอัดดันไปติดตู้คอนเทนเนอร์ แต่เพราะทิพากรใช้ตัวเองบังให้สุภาพิชญ์จึงไม่เป็อะไรมากแค่หูอื้อเท่านั้น
ทิพากรจึงฉวยโอกาสนี้พาสุภาพิชญ์วิ่งหนีเข้าไปซ่อนในตู้คอนเทนเนอร์อันใหญ่โดยมีร่างหนายิงคุ้มกันหลังให้ เมื่อทั้งคู่มายังที่ซ่อนได้สำเร็จลูกะุที่สืบสินธ์ุเตรียมไว้ให้ก็หมดกระบอกเสียแล้ว เป็เพียงปืนกระบอกเปล่าแค่ใช้ขว้างหัวหมาก็ยังไม่ตายเลย
"เวหาคุณถูกยิง"สุภาพิชญ์จับแขนทิพากรที่มีเืไหลเป็ทางยาวขึ้นมาดู แขนที่ใช้โอบกอดปกป้องเธอบัดนี้มีเืไหลเป็ทางยาวพร้อมกับมีลูกะุฝังในอยู่
"คุณมาที่นี่ทำไม"
"ห้ามเืก่อนนะ"
"ผมถามว่าคุณมาที่นี่ทำไม!"สุภาพิชญ์สะดุ้งทันทีเมื่อน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความอ่อนโยนของเขากลับเปลี่ยนเป็เกรี้ยวกราดและโกรธเคืองที่เธอขับรถตามมาช่วย
"ฉันแค่อยากมาช่วย"
"มาช่วยรึมาเป็ภาระกันแน่ถ้าโดนยิงตายขึ้นมาจะทำยังไง!"
"ฉันว่านายอย่าพึ่งด่าดีกว่า รีบหาวิธีออกจากที่นี่กันก่อนเถอะ"
"ฉันจะทำยังไงกับเธอดีหะ! บอกให้อยู่กับไอ้ธารแล้วยังขับรถมาตายอีกจะบ้ารึไง!"สรรพนามคุณกับผมเปลี่ยนไปเป็ฉันกับเธอทันที เพราะทิพากรรู้สึกอารมณ์เสียที่สุภาพิชญ์ไม่ยอมทำตามที่เขาบอกพอโดนด่าแบบนั้นเธอเองก็รู้สึกโกรธขึ้นมาเพราะอุตส่าห์เสี่ยงตายมาช่วยแล้วเขาตอบกลับความหวังดีของเธอแบบนี้เหรอ
"ฉันไม่ได้บ้า! ที่มาก็เพราะความตั้งใจถ้าการที่ฉันมาช่วยแล้วจะเป็ภาระให้นายขนาดนั้น ก็ขอโทษด้วย" สุภาพิชญ์รู้สึกหน่วงที่หัวใจไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แค่เพราะอีกฝ่ายปฏิเสธความหวังดีของเธอก็ว่าแย่แล้วคราวนี้มาด่าว่าบ้ากลับทำให้เธอรู้สึกเสียใจขึ้นไปอีก
ทิพากรเหมือนจะรู้สึกตัวว่าตนเองว่าสุภาพิชญ์แรงเกินไป อย่างน้อยเธอก็ยอมเสี่ยงชีวิตมาช่วย แต่จะให้ง้อตอนนี้มันก็ไม่ใช่เวลาเพราะต้องหาทางหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ซะก่อน
ปั้งๆ
"อีก!"สุภาพิชญ์ปิดหูเพราะเสียงปืนทำให้เธอกลัว ทิพากรพยายามเค้นความคิดดีๆออกมาไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่มีทางยอมตายที่นี่อย่างเด็ดขาด ลูกน้องของคเณศเห็นว่าทั้งคู่เงียบไปแล้วจึงแบ่งกันอ้อมไปดักหน้าและดักหลังตู้คอนเทนเนอร์ แน่นอนว่าทิพากรรู้ดีแต่ทางที่ดีที่สุดตอนนี้ไม่ใช่การหนีแต่คือสู้ต่างหาก เพราะถ้าวิ่งหนีคงไม่พ้นโดนยิงตายแต่ถ้าพูดต่อรองกับมันได้ก็มีสิทธิ์รอด
"จับตัวได้แล้ว"สุภาพิชญ์ใที่จู่ๆผู้ชายหน้ากลัวก็ถือเปิดเดินมาจ่อเธอกับทิพากรทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทิพากรใช้ตัวเองบังสุภาพิชญ์เอาไว้โดยที่แขนก็ยังมีเลืดไหลไม่หยุด สุภาพิชญ์ดึงเสื้อของทิพากรเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวและก็เป็ห่วงแขนของเขาด้วยเพราะมันคงเจ็บน่าดู
"วางปืนซะ"ทิพากรปล่อยปืนที่ไม่มีลูกะุลงที่พื้นลูกน้องคเณศคนนึงก็รีบวิ่งมาเก็บไปอย่างรวดเร็ว
"ผมว่าเราค่อยๆคุยกันดีกว่าไหมพี่ชาย"
"ไม่คุยเว้ย! เ้านายฉันบอกว่าให้ฆ่าแกซะ!"
"เื่เล็กน้อยแค่นี้จะฆ่าจะแกงกันจริงๆเหรอครับ"
"ใครใช้ให้แกมาแอบฟังเองล่ะวะ บอกมาซะใครส่งมา!"
"ไม่มีหรอกพี่ ผมไม่ใช่พิซซ่านะส่งเสิ่งอะไรกัน"สุภาพิชญ์หยิกเอวทิพากรไปหนึ่งทีหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังมัวเล่นอยู่ได้
"ถ้าแกไม่ยอมบอกก็ตายมันทั้งอย่างนี้แหละ!"ทิพากรเตะขาขึ้นสูงจนรองเท้าลอยขึ้นฟ้าเหมือนลูกฟุตบอลเพื่อเบียงเบนความสนใจจากนั้นก็เข้าต่อสู้กับพวกที่อยู่ด้านหน้าส่วนด้านหลังก็มีพวกชนาธิป พสุธา ธีระเข้ามาสมทบ ตอนนี้จากแปดลุมสองกลายเป็สี่ลุมแปดไปเสียแล้ว ใช้เวลาไม่นานลูกน้องของคเณศก็ล่วงลงไปกองอยู่ที่พื้นอย่างหมดสภาพ
"มาช้าจังวะฉันเกือบโดนเป่าแล้วรู้ไหม"
"เอาน่าหัวกับตัวก็ยังอยู่ครบ ดีแล้วไม่ใช่เหรอ"ทิพากรเค้นยิ้มเขารู้ั้แ่ที่พาสุภาพิชญ์เข้ามาแอบข้างตู้คอนเทนเนอร์แล้วว่าพวกชนาธิปมา เพราะทิพากรจำเสียงรถได้แต่เพราะเสียงปืนดังสนั่นทำให้ฝ่ายศัตรูไม่ทันเอะใจ แต่เนื่องจากได้รับการฝึกฝนมาแน่นอนว่าต้องฝึกการใช้ประสาทััของร่างกายทุกส่วนให้ดีด้วยจึงจะสามารถปฏิบัติภารกิจได้
"สรุปว่านี่มันเื่อะไร"
"ถึงคอนโดแล้วจะเล่าให้ฟัง"
"งั้นผู้หญิงโคตรสวยคนนี้ล่ะเป็ใคร"พสุธาหันไปมองสุภาพิชญ์ที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่ ทิพากรรถอดเสื้อนอกออกแล้วเดินไปคลุมไหล่ให้หญิงสาวเธอหลบสายตาของทิพากรเดาว่าคงยังไม่หายเคืองที่ถูกเขาดุไปเมื่อก่อนหน้านี้แน่ๆ
"ก็แค่คนบ้าวิ่งมาหาที่ตาย"
"นี่นายถ้ารู้ว่ามาช่วยแล้วจะปากดีขนาดนี้ ปล่อยให้ตายไปเลยซะก็ดี"
"ถ้าฉันตายมันจะดีจริงๆเหรอ"สุภาพิชญ์รู้สึกเขินอายกับคำพูดของทิพากร หญิงสาวที่โกรธจนไม่อยากมองหน้าเมื่อครู่กับจ้องสายตาหวานของชายหนุ่มตรงหน้าไม่ห่าง หน้าเธอเริ่มมีสีแดงระเรื่อจนไม่สามารถซ่อนเก็บไว้ได้
"เธอเป็ไข้เหรอ ทำไมหน้าแดง?"
"บทจะโง่ก็โง่วะ"พสุธาแซวเพื่อนรักสุภาพิชญ์พึ่งจะรู้ตัวว่าตนเองนั้นเสียอาการกับเขาอีกแล้วจึงรีบหันหลังหนีทันที เธอสร้างรอยยิ้มให้ชายหนุ่มทั้ง4คนไม่น้อยโดยเฉพาะทิพากรที่รู้สึกว่าสุภาพิชญ์นั้นน่ารักดี
"ไอ้เวหาแกถูกยิงนี่หว่า"
"ไกลหัวใจเยอะ"
"จะใกล้รึไกลแกก็วินิจฉัยแทนหมออย่างฉันไม่ได้ เอามาดูดิ"ธีระแสดงศักยภาพความเป็หมอโดยการตรวจแผลที่ทิพากรถูกยิงทันที ปากบอกไม่เจ็บแต่พอโดนธีระบีบแขนก็ทำหน้ายู่ร้องครวญออกมา
"ไหนบอกไกลหัวใจไงวะ"
"ก็แกบีบทำไมล่ะ แผลถูกยิงนะเว้ยไม่ใช่ตุ่มมดกันที่จะบีบแล้วไม่เจ็บ"
"แล้วทำอวดเก่ง"
"เธอว่าไงนะ"สุภาพิชญ์รีบปิดปากตัวเองอย่างลืมตัวที่เผลอพูดในสิ่งที่คิดออกมา
"มีะุฝังอยู่ข้างในแต่ถ้าแกยังยืนพูดได้ก็คงจะไม่ลึกมาก ดูจากแผลแล้วไม่น่าโดนเส้นเืใหญ่แต่ก็ต้องรีบผ่าออก"
"งั้นเรารีบกลับกันเถอะ ไอ้ธารกับท่านรออยู่"ทิพากรเข้าใจความหมายของคำว่าท่านเป็อย่างดี ชนาธิปเมื่อเห็นว่าทุกอย่างโอเคแล้วจึงชวนทุกคนให้ออกไปจากที่นี่ดีกว่า เพราะก่อนหน้านี้สืบสินธ์ุได้โทรมาบอกว่าท่านพลเอกสิรภพรู้เื่ค้าอัญมณีข้ามชาติแล้วจึงอยากให้ทิพากรรีบกลับไปรายงานเื่นี้ด่วน
"ฉันจะให้ไอ้เพลิงกับไอ้คชาไปส่งเธอที่บ้าน แล้วก็อย่าลืมกินยาพาราดักไข้ไว้ด้วย คืนนี้เธออาจจะไม่สบาย"
"แกรู้ได้ไงวะไอ้เวหา เป็หมอเหมือนไอ้เธียรเหรอ?"
"อย่ายุ่งสักเื่ได้ไหมไอ้คชา"
"เื่ของเพื่อนคืองานของเรา"สุภาพิชญ์รู้สึกเขินเมื่อถูกพสุธาแซวไหนจะคำพูดของทิพากรที่ดูเป็ห่วงเธออีก ทำไมอีกฝ่ายถึงชอบทำให้เธอเสียอาการนักนะ
"แล้วนายล่ะ"
"ฉันจะไปกับไอ้เธียร หวังว่าคราวหน้าคงไม่เห็นเธอขี่รถฝ่าะุหรือแอบไปพิสูจน์หลักฐานมั่วซั่วอีกนะ"
"นี่นายจะหาเื่ฉันจริงๆใช่ไหม พูดกัดกันอยู่ได้"ทิพากรหัวเราะจริงๆแล้วหมายถึงเขาไม่อยากเจอสุภาพิชญ์ในสถานที่อันตรายโดยการหลบะุหรือะเิเหมือนครั้งนี้ แต่อยากเจอในสถานที่ปกติเหมือนคนทั่วไปมากกว่า
"ทำใจเถอะครับ เพราะผู้ชายกลุ่มเราแสดงออกทางคำพูดไม่เป็"
"แล้วแสดงออกทางอะไรวะไอ้เพลิง"
"ก็ทางตบจูบไอ้ว้าาา~"
"ฮิ้ววว~"ทิพากรวิ่งไล่เตะชนาธิปและพสุธาอย่างลืมตัวว่าตนนั้นเจ็บแผลอยู่ สุภาพิชญ์ก็อดขำไม่ได้แต่เธอก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าวมากกว่าที่โดนเพื่อนอีกฝ่ายแซวแบบนั้น
"ขอโทษด้วยที่เพื่อนผมพูดจาไม่ให้เกียรติคุณ"
"ไม่เป็ไรค่ะคุณธาร ฉันเข้าใจ"
"เข้าใจว่าอะไรเหรอครับ"
"เราใจว่าพวกผู้ชายก็คงพูดกันประมาณนี้"
"อ้อ ผมก็นึกว่าคุณเข้าใจเื่ที่ไอ้เวหาถูกใจคุณเข้าแล้วซะอีก"สุภาพิชญ์ตาโตเพราะเพื่อนของทิพากรคนนี้แม้จะเงียบแลดูมีเหตุผลแต่ก็พูดจาคมบาดลึกทำเอาคนฟังอย่างเธอรู้สึกหวิวอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าโชคดีรึโชคร้ายถึงได้มารู้จักผู้ชายกลุ่มนี้กันแน่