ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงนาฬิกาปลุกดิจิทัลข้างหัวเตียงดังขึ้นอย่างไร้ความปรานี ทิวาปัดมือที่หนักอึ้งราวกับมีหินถ่วงไปมาอย่างสะเปะสะปะ หวังจะให้เสียงที่น่ารำคาญนั้นเงียบไป แต่เขากลับคว้าได้เพียงอากาศธาตุ
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
"แม่งเอ๊ย..."
เขาพยายามเค้นเสียงด่าออกมา แต่มันกลับกลายเป็เพียงเสียงแหบพร่าที่แทบไม่ได้ยิน ลำคอของเขาเจ็บแสบราวกับมีใครเอากระดาษทรายมาขัด
ทิวาลืมตาขึ้น... หรืออย่างน้อยก็พยายาม... เปลือกตาของเขารู้สึกหนักอึ้งจนแทบจะยกไม่ขึ้น ภาพเพดานห้องสี่เหลี่ยมที่คุ้นเคยพร่ามัวไปหมด ร่างกายปวดร้าวไปทุกส่วน โดยเฉพาะตรงแก้มและต้นคอที่โดนกระแทกเมื่อคืนก่อน
นี่มัน... อาการป่วยชัดๆ
หลังจากเหตุการณ์ในซอยมืดเมื่อคืนก่อน ภาคินก็เดินมาส่งพวกเขาทั้งสามคนจนถึงหน้าหอพักของไอ้ทดและไอ้ปาล์ม ก่อนจะเดินตามมาส่งเขาเป็คนสุดท้ายจนถึงหน้าหอของเขา... โดยไม่มีใครพูดอะไรกันอีกเลย
ทิวากลับถึงห้องด้วยความรู้สึกสับสนมึนงง เขาทั้งโกรธตัวเองที่อ่อนแอ ทั้งหวาดระแวงในตัวตนของภาคิน และ... ทั้งสับสนกับความรู้สึก 'ปลอดภัย' บ้าๆ นั่น
เขามัวแต่ครุ่นคิดถึงเื่นั้นจนไม่ได้สนใจร่างกายตัวเองที่เริ่มประท้วง แถมยังดันทุรังนั่งปั่นโปรเจกต์ต่อจนถึงเช้า...
และผลลัพธ์ก็คือ... เขาน็อคสนิท
"น้ำ..."
เขารู้สึกคอแห้งผาก ้าน้ำเย็นๆ สักแก้ว แต่ร่างกายกลับไม่ขยับตามสั่ง เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนอนแช่อยู่ในเตาอบ ทั้งร้อน ทั้งอึดอัด เหงื่อเม็ดโป้งๆ ผุดซึมออกมาตามไรผมจนชื้นแฉะไปหมด
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ทิวาขมวดคิ้ว "ใคร..."
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะยังคงดังต่อเนื่อง ไม่ดังมาก แต่เป็จังหวะที่สม่ำเสมอและหนักแน่น
"ไอ้ปาล์มเหรอ... กู... กูไม่ไปเรียน... บอกอาจารย์ด้วย..." เขาพยายามะโ แต่เสียงที่ออกมาก็ยังคงแหบแห้ง
ก๊อก... ก๊อก...
ดูเหมือนคนข้างนอกจะไม่ได้ยิน
"บอกว่า... ไม่ไปไงวะ... น่ารำคาญ..."
เขาพยายามดันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่โลกทั้งใบกลับหมุนคว้างจนเขาทรุดฮวบลงไปนอนบนหมอนตามเดิม
แกร๊ก...
เสียงลูกบิดประตูถูกปลดล็อค...
ทิวาเบิกตากว้าง... ได้ยังไง... เขาล็อคห้องแล้ว...
แอ๊ดดดด...
บานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ ร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อเห็นสภาพของเ้าของห้องที่นอนซมอยู่บนเตียง
แสงสว่างจากโถงทางเดินด้านนอกส่องย้อนจนเห็นใบหน้าไม่ชัด แต่โครงร่างที่คุ้นตา... และรัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจางๆ นั้น...
"คุณ..." ทิวาเค้นเสียงเรียกออกมาด้วยความใ "ภาคิน..."
ภาคินในชุดนักศึกษาเรียบร้อยกริบก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมสะอาดๆ อันเป็เอกลักษณ์ของเขาปะทะเข้ากับกลิ่นอับชื้นในห้องของทิวา เขาปิดประตูลงช้าๆ ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
"คุณ... เข้ามาได้ไง..." ทิวาถามเสียงสั่น นี่มันหอพักชายที่มีระบบคีย์การ์ดนะเว้ย!
ภาคินไม่ตอบคำถามนั้น เขากวาดสายตามองสภาพห้องที่รกเละเทะไปด้วยเศษกระดาษร่างโปรเจกต์ ถุงขนมที่กินทิ้งไว้ และแก้วกาแฟที่ว่างเปล่า ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ใบหน้าแดงก่ำและชื้นเหงื่อของทิวา
“มึงป่วย”
เขาพูดออกมาเรียบๆ ไม่ใช่คำถาม แต่เป็การยืนยันข้อเท็จจริง
"เื่ของผม... คุณออกไป" ทิวาพยายามทำเสียงแข็ง แต่เรี่ยวแรงที่ไม่มีเลยทำให้มันฟังดูเหมือนลูกแมวขู่มากกว่า
ภาคินเมินคำไล่นั้นโดยสิ้นเชิง เขาวางถุงพลาสติกสีขาวสะอาดตาที่ถือมาด้วยลงบนโต๊ะเขียนหนังสือตัวเล็กๆ ก่อนจะเดินตรงเข้ามาที่เตียง
ทิวาสะดุ้งเฮือก พยายามถดตัวหนีโดยอัตโนมัติ "อย่าเข้ามานะ! ผมบอกให้ออกไป!"
ร่างสูงหยุดชะงักห่างจากเตียงประมาณหนึ่งก้าว สายตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่เขา... นิ่ง... และลึกจนอ่านไม่ออก
“กลัวกู?”
“ปะ... เปล่า!” ทิวาสวนกลับทันควัน “แต่... แต่นี่มันห้องผม คุณไม่มีสิทธิ์บุกรุกเข้ามานะ!”
“กูเคาะแล้ว มึงไม่เปิด”
“ผมก็บอกว่าผมไม่สบายไง! คุณไม่ควร...”
ยังไม่ทันที่ทิวาจะได้โวยวายจบประโยค ภาคินก็ก้าวเข้ามาประชิดเตียงในชั่วพริบตา ก่อนที่มือหนาข้างหนึ่งจะยื่นออกมา...
ทิวาหลับตาปี๋ตามสัญชาตญาณ...
แปะ...
ความเย็น...
ความเย็นสบายที่แผ่ออกมาจากหลังมือหนาที่วางทาบลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อของเขา...
ทิวาลืมตาโพลงด้วยความตกตะลึง
นี่เป็... ััแรก... ที่ไม่ใช่การต่อสู้...
มือของภาคินไม่ได้หยาบกร้านอย่างที่เขาคิด... ตรงกันข้าม... มันเรียบ แต่แฝงไปด้วยความแข็งแรง และที่สำคัญ... มันเย็น... เย็นจนทำให้ความร้อนรุ่มในหัวของเขาทุเลาลงไปวูบหนึ่ง
“...ตัวร้อนจัด” ภาคินพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะชักมือกลับไป
ทิวายังคงนิ่งอึ้ง... หัวใจเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ แต่เขาไม่แน่ใจว่าเพราะพิษไข้... หรือเพราะััเมื่อครู่
“นะ... นั่นมัน... หน้าผากผม” เขาพูดตะกุกตะกัก
“ก็เออ” ภาคินตอบสั้นๆ ก่อนจะหันไปค้นอะไรบางอย่างในถุงพลาสติกที่เขาวางไว้
“คุณ... คุณจะทำอะไร”
ภาคินหยิบเทอร์โมมิเตอร์แบบดิจิทัลออกมาจากกล่อง "วัดไข้ อ้าปาก"
“ไม่! ผมวัดเองได้!” ทิวาปฏิเสธเสียงแข็ง
ภาคินไม่พูดอะไรต่อ เขาแค่จ้องหน้าทิวาด้วยสายตาเรียบนิ่ง... สายตาแบบเดียวกับที่ใช้หยุดพวกนักเลงเมื่อคืน... แต่มันไม่มีความอำมหิตเจือปนอยู่เลย... มีเพียงความเด็ดขาดที่บอกว่า 'ห้ามปฏิเสธ'
ทิวากลืนน้ำลายฝืดๆ... บ้าเอ๊ย... ทำไมเขาต้องยอมแพ้สายตาบ้านี่ทุกทีวะ...
เขายอมอ้าปากแต่โดยดีอย่างจำใจ ภาคินสอดปลายเทอร์โมมิเตอร์เข้ามาใต้ลิ้นของเขาอย่างนุ่มนวลจนน่าประหลาด
ความเงียบเข้าครอบงำ มีเพียงเสียงนาฬิกาปลุกที่ทิวายังปิดไม่ได้ดัง ติ๊ด...ติ๊ด... อยู่เป็ระยะ ภาคินเอื้อมมือไปกดปิดมันอย่างง่ายดาย
ทิวานอนมองอีกฝ่ายที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่... แสงจากหน้าต่างส่องให้เห็นใบหน้าด้านข้างที่คมคาย... จมูกโด่งเป็สัน... ริมฝีปากที่มักจะเม้มเป็เส้นตรง... และดวงตาที่จ้องมองไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย
ปี๊บ! ปี๊บ!
เสียงเทอร์โมมิเตอร์ดังขึ้น ภาคินดึงมันออกไปดู
“สามสิบเก้าจุดหก” เขาสบถเบาๆ ในลำคอ “โง่ฉิบหาย”
“คุณด่าผมเหรอ!” ทิวาแหวกลับไปทันที
“มึงปล่อยให้ตัวเองป่วยขนาดนี้ได้ยังไง” ภาคินถามเสียงดุขึ้นเล็กน้อย “เมื่อคืนกูเห็นมึงเดินยังไหวอยู่เลย”
“ก็... ก็ผม... ปั่นโปรเจกต์...” ทิวาตอบเสียงอ่อยลง
ภาคินถอนหายใจยาว “ลุกไหวไหม”
“ลุก... ลุกทำไม”
“กินข้าวก่อน แล้วค่อยกินยา”
พูดจบ ภาคินก็เดินไปหยิบของอีกอย่างออกมาจากถุง... มันคือกล่องข้าวต้มร้อนๆ ที่ยังมีควันกรุ่นๆ ลอยออกมา
“ผม... ผมไม่หิว”
“มึงต้องกิน” ภาคินพูดเสียงเด็ดขาด เขาเดินกลับมาที่เตียง วางกล่องข้าวต้มไว้ที่โต๊ะข้างๆ ก่อนจะ... ยื่นมือมาสอดใต้แผ่นหลังที่ชุ่มเหงื่อของทิวา
“เฮ้ย! จะทำอะไร!” ทิวาร้องลั่น พยายามดิ้นรน
“อยู่นิ่งๆ!” ภาคินดุกลับ “กูจะช่วยมึงลุกนั่ง มึงจะนอนกินให้มันสำลักตายรึไง”
ทิวาตัวแข็งทื่อ... วงแขนแข็งแรงของภาคินช้อนแผ่นหลังเขาขึ้นมาอย่างง่ายดายราวกับเขามีน้ำหนักตัวเท่าปุยนุ่น เขาถูกจัดท่าให้นั่งพิงกับหัวเตียง โดยมีหมอนที่ภาคินตบๆ ให้เข้าที่รองรับอยู่
กลิ่น... กลิ่นตัวสะอาดๆ ของภาคินโชยเข้ามาในจมูก... มันเป็กลิ่นที่ทำให้เขารู้สึกมึนงงกว่าพิษไข้เสียอีก
ภาคินเปิดฝากล่องข้าวต้ม กลิ่นหอมของข้าวต้มหมูสับใส่ขิงซอยลอยฟุ้งไปทั่วห้อง
“กินซะ” เขายื่นช้อนให้
ทิวาจ้องช้อนสลับกับใบหน้าเรียบนิ่งของอีกฝ่าย มือของเขาสั่นน้อยๆ จนแทบจะถือช้อนไม่ไหว
“ผม... มือสั่น” เขายอมรับออกมาอย่างอับอาย
ภาคินมองมือที่สั่นระริกของทิวาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเป็ครั้งที่สอง
“น่ารำคาญจริง”
เขาบ่น... แต่สิ่งที่เขาทำกลับตรงกันข้าม
ภาคินชักช้อนกลับไป... ตักข้าวต้มขึ้นมาพอดีคำ... ก่อนจะ... เป่ามันเบาๆ ให้ไอความร้อนจางลง...
ฟู่... ฟู่...
ทิวาเบิกตากว้าง... อ้าปากค้าง... สมองของเขาหยุดทำงานไปชั่วขณะ
นี่มัน... นี่มัน...
“อ้าปาก” ภาคินสั่งเสียงเรียบ พลางยื่นช้อนที่เป่าแล้วมาจ่อที่ริมฝีปากของทิวา
“...”
“จะกินดีๆ หรือจะให้กูกรอก”
“...”
“กูให้มึงเลือก”
ทิวาหน้าแดงก่ำ... ไม่รู้เพราะไข้หรือเพราะอาย... เขามองช้อนในมืออีกฝ่าย สลับกับดวงตาคมกริบที่จ้องมาไม่วางตา
บ้าไปแล้ว... บ้าไปแล้วแน่ๆ! นี่คือพี่ภาคิน! ไอ้รุ่นพี่มาเฟียที่ทำหน้านิ่งเป็น้ำแข็งตลอดเวลาเนี่ยนะ! กำลังจะป้อนข้าวต้มเขา!
แต่... ท้องของเขากลับร้องประท้วงขึ้นมาดื้อๆ ...
สุดท้าย... ทิวาก็ยอมอ้าปากรับข้าวต้มช้อนนั้นแต่โดยดี
ความอุ่นร้อนที่พอดีๆ ของข้าวต้มไหลผ่านลำคอที่เจ็บแสบลงไป มันช่วยบรรเทาความเ็ปและสร้างความอบอุ่นให้กระเพาะที่ว่างเปล่าได้เป็อย่างดี
“...”
ภาคินตักคำที่สอง... เป่า... แล้วป้อน
คำแล้ว... คำเล่า...
ทิวานั่งนิ่งเหมือนหุ่นยนต์ ถูกป้อนโดยไม่พูดอะไรสักคำ หัวใจของเขาเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
เขาไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่ายตรงๆ ได้แต่ก้มหน้ามองช้อนข้าวต้มที่ถูกยื่นมาให้เป็ระยะๆ
ผู้ชายคนนี้... คนที่เขาตั้งป้อมเกลียดขี้หน้าั้แ่แรกเห็น... คนที่เขาคิดว่าเป็พวกอันธพาลในคราบคนรวย... คนที่เขาพยายามหนีหน้ามาตลอด...
กำลังนั่งป้อนข้าวต้มเขา... อย่างใจเย็น...
ไม่มีท่าทีรังเกียจ... ไม่มีท่าทีหงุดหงิด... แม้จะบ่นว่า 'น่ารำคาญ' แต่การกระทำกลับอ่อนโยนจนน่าใจหาย
จนกระทั่งข้าวต้มหมดไปเกินครึ่งถ้วย ทิวาก็ส่ายหน้า
“พอแล้ว... อิ่มแล้ว”
ภาคินพยักหน้า เขาวางถ้วยข้าวต้มลง ก่อนจะหยิบยาแก้ไข้และยาแก้อักเสบออกมาจากแผง พร้อมกับขวดน้ำเปล่าที่เขาซื้อติดมือมาด้วย
“กินยา”
ทิวารับยามากินเองแต่โดยดี เขาดื่มน้ำตามไปอึกใหญ่ รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง
“ขะ... ขอบคุณ” เขาพูดเสียงเบาหวิว
ภาคินไม่ตอบรับคำขอบคุณนั้น เขากลับลุกขึ้นยืนแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำแคบๆ ของทิวา
ทิวานั่งงงอยู่บนเตียง "คุณ... เข้าไปทำไม..."
ไม่นาน... ภาคินก็เดินกลับออกมาพร้อมกับกะละมังใบเล็กๆ ที่มีน้ำอยู่ครึ่งหนึ่ง และผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดอยู่บนบ่าของทิวา
หัวใจของทิวากระตุกวูบ...
“อย่านะ!” เขาร้องห้ามทันที “คุณ... คุณจะทำอะไร! ผม... ผมเช็ดตัว... เช็ดเองได้!”
เขาพยายามจะคว้าผ้าขนหนู แต่ภาคินเบี่ยงตัวหลบ
“มึงเหงื่อแตกเต็มตัว ถ้าไม่เช็ดตัวไข้มันก็ไม่ลด”
“ผมทำเองได้! คุณเอากะละมังมานี่!”
“มึงแน่ใจ?” ภาคินเลิกคิ้ว “เมื่อกี้แค่ช้อนมึงยังถือไม่ไหว”
คำพูดนั้นแทงใจดำจนทิวาหน้าแดงก่ำ เถียงไม่ออก
ภาคินเดินมานั่งลงที่ขอบเตียง... ใกล้... ใกล้กว่าเมื่อครู่เสียอีก... เขาจุ่มผ้าขนหนูลงในน้ำ บิดหมาดๆ ก่อนจะยื่นมือมา...
ทิวาสะดุ้ง หลับตาปี๋เมื่อฝ่ามือหนาที่กำผ้าชื้นๆ นั่นกำลังจะแตะลงบนใบหน้า...
ซับ...
ความชื้นเย็นสบาย... ััลงบนหน้าผาก...
ภาคินเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้เขาอย่างแ่เบา... เบาจนแทบไม่รู้สึก...
ทิวาค่อยๆ ลืมตาขึ้น...
สิ่งที่เขาเห็นคือใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ... ภาคินกำลังตั้งอกตั้งใจเช็ดหน้าให้เขา... ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองลงมา... ไม่มีแววเ็า... ไม่มีแววกดดัน...
มันมีแต่... ความนิ่ง... ที่แฝงไปด้วยความ... 'ใส่ใจ' ...
ผ้าเย็นๆ ไล้ลงมาตามข้างแก้ม... ผ่านรอยแดงจางๆ ที่โดนชกเมื่อคืนอย่างแ่เบา... ไล้ลงมาที่สันกราม... และลำคอที่ชื้นเหงื่อ...
ทิวากลั้นหายใจ... ตัวแข็งทื่อ...
นี่มัน... ใกล้เกินไปแล้ว...
นี่มัน... อ่อนโยน... เกินไปแล้ว...
"ทำไม..." เขาเค้นเสียงถามออกมาอย่างสุดจะทน
มือของภาคินหยุดชะงักที่ข้างลำคอของเขา...
"ทำไม... ต้องทำแบบนี้" ทิวาเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่ายตรงๆ เป็ครั้งแรกในรอบหลายนาที
และนั่นคือจังหวะที่โลกทั้งใบเหมือนจะหยุดหมุน...
เขาสบเข้ากับดวงตาดำสนิทคู่นั้น... ดวงตาที่ปกติจะเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำ... แต่ตอนนี้... ภายใต้แสงสลัวๆ ในห้องพัก... เขากลับเห็นประกายบางอย่างที่ลึกล้ำ... บางอย่างที่ทั้งดึงดูดและอันตรายในเวลาเดียวกัน
มันเป็สายตาที่จ้องมองมาที่เขา... เหมือนเขาเป็สิ่งเดียวในห้องนี้...
ความร้อนจากพิษไข้... หรือความร้อนจากสายตาคู่นี้... ทิวาไม่แน่ใจอีกต่อไปแล้วว่าอะไรที่ทำให้ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวขึ้นมา
เวลาเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ... มีเพียงเสียงหัวใจของทิวาที่เต้นดัง ตึก...ตัก...ตึก...ตัก... จนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
กำแพงที่เขาสร้างขึ้นอย่างแ่า... กำแพงแห่งความอคติ... ความเกลียดชัง... ความกลัว...
ตอนนี้มันกำลัง... สั่นะเื...
ภาคินจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่สับสนและอ่อนแอของทิวา... ริมฝีปากของเขาเม้มเข้าหากันเล็กน้อย... ก่อนที่เขาจะเป็ฝ่ายละสายตาไปก่อน
"นอนซะ"
เขาพูดเสียงเรียบ... ดึงผ้าขนหนูออก... แล้วลุกขึ้นยืน
ความอบอุ่นและความใกล้ชิดเมื่อครู่หายวับไปในทันที ทิ้งไว้เพียงความเย็นวาบและความสับสนในใจของทิวา
"คุณ... จะกลับแล้วเหรอ" ทิวาถามออกไปโดยไม่รู้ตัว
ภาคินหันมามอง... เขาไม่ตอบ... แต่เดินไปลากเก้าอี้เขียนหนังสือของทิวามาวางไว้ที่มุมห้อง... ในจุดที่สามารถมองเห็นเตียงได้ชัดเจน
แล้วเขาก็นั่งลง... กอดอก... แล้วหลับตาลง...
ทิวาอ้าปากค้าง...
“คุณ... คุณไม่กลับ...?”
“มึงไข้สูง” ภาคินตอบโดยไม่ลืมตา “เดี๋ยวดึกๆ มึงช็อคตาย... กูี้เีมาเก็บศพ”
ปาก... ร้ายกาจเหมือนเดิม...
แต่การกระทำ...
ทิวานอนมองแผ่นหลังกว้างของคนที่นั่งนิ่งอยู่ที่มุมห้อง... ผู้ชายที่บุกรุกเข้ามาในห้องเขา... บังคับป้อนข้าวป้อนยา... เช็ดเนื้อเช็ดตัวเขา... และตอนนี้... ก็นั่งเฝ้าเขา...
กำแพงในใจของทิวา... มันไม่ได้แค่มีรอยร้าว...
แต่มันพังทลายลงมา... ทีละนิด... ทีละนิด...