บทที่ 15 หัวใจทำงานหนัก (รีไรท์)
“ทานหมดนี่ คงได้ท้องแตกจริง ๆ แน่” หญิงสาวเอ่ยบ่นในใจกับตัวเอง ก่อนจะหยิบหมั่นโถวที่มีสีเหลืองซึ่งคาดว่าอาจจะเป็เพราะผสมฟักทอง สิ่งแรกที่ได้คือกลิ่นหอมของฟักทองที่ลอยเตะจมูก เมื่อกัดเข้าปากไปเพียงคำเดียว ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างขึ้นในทันที เมื่อััแรกที่ได้คือความนุ่มของแป้งที่แทบจะไม่ต้องออกแรงเคี้ยว อีกทั้งรสชาติหวานกำลังดีไม่ทำให้เลี่ยนและสามารถทานได้เรื่อย ๆ กว่าจะรู้ตัวก็ทานไปแล้วเกือบครึ่งก้อน
ต้าเหวินโหร่วมองหญิงสาวด้วยสายตาที่อ่อนแสงลง ริมฝีปากหยักยิ้มขึ้นอย่างไม่คลายเพียงแค่เห็นว่าอีกฝ่ายนั้นชื่นชอบหมั่นโถวนี้มากเพียงใด
“รสชาติเป็อย่างไรบ้าง”
“อร่อย อึก อร่อยมากเลย”
“ทานช้า ๆ สิไป๋ฮวา ไม่มีใครแย่งคุณหรอก” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ สายตาที่มองหญิงสาวตรงหน้านั้นเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน และความรู้สึกที่มีต่อเธออย่างบริสุทธิ์
ทั้งสองคนมีท่าทีที่ดีต่อกันมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งยังมีความรู้สึกที่แปรเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไร้ซึ่งความอึดอัดที่มีต่อกันเหมือนดั่งเช่นในครั้งแรก ทว่าคนทั้งสองกลับไม่ได้รับรู้เลยว่าในตอนนี้สามารถพูดคุยกันได้ปกติโดยไม่มีความรู้สึกผิดต่อกันอีกแล้ว
“ผมขอเข้าไปในครัวของคุณอีกครั้งนะ น้ำดื่มคุณวางเอาไว้ตรงไหนเหรอ”
“อยู่ติดกับประตูในถังสีฟ้าน่ะ”
ครั้นในตอนที่ชายหนุ่มกำลังหมุนตัว หมายจะเดินไปยังในครัวเพื่อเอาน้ำมาให้หญิงสาวนั้น กลับหยุดชะงักฝ่าเท้าที่กำลังก้าวเกินลงเพียงแค่นั้น เนื่องจากเห็นผลไม้หลากหลายชนิดที่วางเรียงรายกันอยู่ในถุงบนโต๊ะไม้มีราคา
“มะ เมื่อวาน เพื่อนจากมหาวิทยาลัยมาเยี่ยม เลยซื้อผลไม้พวกนี้ติดไม้ติดมือมาฝาก” หลิวไป๋ฮวาเอ่ยออกไปด้วยความรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าสายตาที่ต้าเหวินโหร่วมองของพวกนั้นคล้ายจะมีประกายของความเ็ปพาดผ่านดวงตาคู่นี้
หลิวไป๋ฮวาไม่รู้ว่าเหตุใดต้าเหวินโหร่วถึงมีสีหน้าและสายตาเช่นนั้น…สายตาที่พานให้เธอรู้สึกเ็ปได้ถึงขนาดนี้ คล้ายกับว่าทุกความรู้สึกของเขาส่งผ่านมายังเธอโดยตรง
“...คุณอยากทานหรือเปล่า ผมจะปอกให้” ต้าเหวินโหร่วเอ่ยออกไปตามความคิด ภาพเมื่อวานที่ชายหนุ่มเห็นคือหลิวไป๋ฮวาที่กำลังทานผลไม้ที่ชายผู้นั้นปอกให้ด้วยท่าทีมีความสุข เขาเองก็อยากจะทำเช่นนั้นบ้าง
ไม่ปฏิเสธเลยว่าเขารู้สึกอิจฉาชายผู้นั้นอยู่ไม่น้อย ที่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ให้หลิวไป๋ฮวาได้โดยไม่ต้องเอ่ยถาม หรือแม้แต่เข้าออกบ้านโดยไม่ต้องขออนุญาตกัน
หญิงสาวช้อนตาขึ้นมองอีกฝ่ายในทันทีที่เขาเอ่ยเช่นนั้น ก่อนจะลากสายตาไปยังถุงผลไม้มากมายที่วางเอาไว้ที่เดิมั้แ่เมื่อวานโดยที่เธอยังไม่ได้หยิบจับ หรือแม้แต่จะเปิดดูว่ามีอะไรบ้าง ขณะที่ริมฝีปากเล็กนี้ก็ยังคงเคี้ยวหมั่นโถวที่ต้าเหวินโหร่วหยิบมาให้ตุ้ย ๆ ราวกับกระต่ายตัวน้อย
อึก
เธอกลืนสิ่งที่เคี้ยวอยู่นานลงคอ มองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลังเล ต้าเหวินโหร่วเอ่ยถามมาเช่นนั้น แล้วเธอควรจะให้คำตอบอีกฝ่ายไปอย่างไรโดยที่ไม่ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเข้าใจผิดไป หรือก่อให้เกิดความอึดอัดขึ้นมาระหว่างเราสองคนอีก
“คุณ…อยากทานหรือเปล่า” หญิงสาวเอ่ยถามออกไปด้วยความไม่มั่นใจเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยเองก็ฉายชัดความกังวลออกมา
“ผมจะเอาไปปอกให้ อย่างน้อยร่างกายก็จะได้ความสดชื่นจากผลไม้พวกนี้บ้าง”
“ถ้าคุณไม่ทาน…ฉันก็ไม่ทานนะ!”
หลิวไป๋ฮวาเอ่ยโพล่งออกไปเสียงดัง สีหน้าของต้าเหวินโหร่วดูไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่ แตกต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
“แค่นี้ก็อิ่มแล้ว” หมั่นโถวในมือเล็กถูกวางลงในถุงเช่นเดิม
“หมั่นโถวที่แม่คุณทำอร่อยสมคำร่ำลือจริง ๆ นะ” เธอเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงสดใส ทำให้ต้าเหวินโหร่วที่ได้ยินเช่นนั้นคลี่ยิ้มออกมาอย่างนึกดีใจที่อีกฝ่ายชื่นชอบฝีมือการทำหมั่นโถวของแม่ตน
“อึก แค่ก ๆ ๆ” หลิวไป๋ฮวาไอโขลกออกมาเสียงดัง เมื่อตนนั้นหยิบหมั่นโถวขึ้นมากัดอีกครั้งเพื่อยืนยันในคำพูด ทว่าเธอเผลอกัดคำใหญ่มากเกินไปจนก้อนแป้งหมั่นโถวติดคอกระทั่งสำลักออกมาเช่นนี้
ต้าเหวินโหร่วที่เห็นเช่นนั้นก็รีบปรี่เข้ามาหาเธอด้วยความว่องไว พยายามยามลูบแผ่นหลังเล็กด้วยความแ่เบา กระทั่งหลิวไป๋ฮวาอาการดีขึ้นจึงได้ส่งน้ำให้อีกฝ่ายดื่ม
คนทั้งสองไม่รู้ตัวเลยว่าระยะห่างระหว่างกันนั้น ค่อย ๆ ลดน้อยลงทีละนิดจนกระทั่งที่พวกเขาสามารถััได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารินรดปลายจมูกของกันและกัน ต้าเหวินโหร่วลดสายตาลงมองริมฝีปากอวบอิ่ม ที่บัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ
พลันเกิดความคิดเพียงชั่ววูบขึ้นมา หากเขาจะใช้ริมฝีปากแตะลงไปบนกลีบปากคู่นี้ ััเธอเท่าที่ใจเขา้านั้นจะเป็เช่นไร คิดได้เช่นนั้น ใบหน้าคมคายก็ค่อย ๆ กดต่ำลงไปอีกครั้ง กระทั่งปลายจมูกเชิดรั้นและปลายจมูกโด่งคมแตะัักันด้วยความแ่เบา ราวกับสายลมพัดผ่าน
เปลือกตาสีชมพูอ่อนราวกับสีของกลีบดอกเถาฮวา ค่อย ๆ ปิดลง อย่างพร้อมใจที่จะรับััที่อีกฝ่ายจะมอบให้ ในขณะที่ั์ตาสีดำสนิทอีกคู่กวาดมองทั่วใบหน้าสวยอีกครั้ง ริมฝีปากหนาหยักยิ้มบางขึ้นมาด้วยความเชื่องช้า ก่อนที่ต้าเหวินโหร่วจะค่อย ๆ ผละกายออกห่างด้วยความระมัดระวัง
ถึงแม้ความ้า และความปรารถนาที่จะััตัวหญิงสาวนั้น ยังคงเต็มเปี่ยม แต่เขาก็ไม่อาจที่จะทำเช่นนั้นได้ เพราะเขารู้ตัวดีเสมอว่าควรจะปฏิบัติตัวเช่นไร และตัวเขาอยู่ในสถานะไหนสำหรับหลิวไป๋
ฮวา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่พยายามถีบตัวส่งตัวเองขึ้นไปให้อยู่ในสถานะที่เทียบเท่ากับเธอ
ต้าเหวินโหร่วในตอนนี้พยายามทำทุกอย่างเพื่อลบคำสบประมาทของใครหลายคน เพื่อที่ตัวเขาจะได้มีความเหมาะสมมากพอ และสามารถเปิดเผยความรู้สึกต่อหญิงสาวได้โดยไม่ต้องมีใครมาดูถูกเหยียดหยามเขาได้อีก
ดวงตาคู่คมเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นในยามนี้ทอแสงประกายวาววับ ความรู้สึกที่มีต่อหลิวไป๋ฮวาแน่ชัดแล้วว่ามันมีอยู่เต็มอก ยิ่งเห็นท่าทีที่อีกฝ่าย คล้ายจะพร้อมรับััจากเขา หัวใจที่แข็งแกร่งดุจหินผานี้ก็สั่นคลอนโดยง่าย
“อื้อ” เสียงครางแ่เบาดังขึ้นในลำคอ เมื่อริมฝีปากของเธอััได้ถึงความเย็นจากบางอย่าง อีกทั้งยังดูแข็ง ผิดจากที่เธอคิดไว้ลิบลับ มันควรจะเป็ััอุ่น และให้ความนุ่มหยุ่นจากริมฝีปากสิ
เพียงไม่นานเปลือกตาคู่นี้ค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ต้าเหวินโหร่วอยู่ห่างกันออกไปทั้งยังมองมายังเธอด้วยสายตาที่ไม่สามารถคาดเดาหรืออ่านความคิดนั้นได้ ก่อนที่หญิงสาวจะลดระดับสายตาของตัวเองลง สิ่งที่กำลังััริมฝีปากของเธออยู่ในตอนนี้คือ…แก้วน้ำ