#วันจันทร์สีชมพู 14
ฉันตื่นอีกที่เช้าของวันถัดมา คุณหมอวางสายตอนไหนก็ไม่รู้ แต่มีข้อความส่งเข้ามาตอนห้าทุ่มครึ่งบอกว่าตอนเที่ยงจะเข้ามารับไปทานข้าว พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็รีบออกจากบ้านเพราะจากบ้านไปที่บริษัทก็ไกลอยู่นิดหน่อยแต่ที่แย่คือรถจะติดมาก ๆ ระหว่างรถติดไฟแดงคุณหมอก็โทรเข้ามาอย่างกับรู้เวลา
“ค่ะ” ฉันรับสายคุณหมอ โดยที่สายตายังจับจ้องไปยังท้องถนน
(ไปทำงานหรือยัง)
“ออกมาแล้วค่ะ แต่รถติด พี่กลับดึกไหมเมื่อคืน”
(สี่ทุ่มได้ครับ ถึงห้องก็อาบน้ำแล้วค่อยวางสายหนู ทานมื้อเช้าหรือยัง)
“ยังเลยค่ะ รีบออกมาก่อน”
(เดี๋ยวพี่แวะเอามื้อเช้าเข้าไปให้)
“ไม่เป็ไร ค่อยเจอตอนเที่ยงก็ได้ค่ะ จะได้ไม่วนไปมา”
(งั้นเดี๋ยวพี่โทรสั่งให้แล้วกัน พี่พาเ้าหญิงมาอยู่ที่ห้องแล้วนะ เมื่อคืนไม่ยอมนอนเลยคงไม่ชินห้อง)
“ฮื่อ คิดถึงน้อง ถ้าไม่ไหวพี่เอามาให้หนูที่บ้านนะคะ”
(ครับ ตั้งใจขับรถล่ะ พี่ก็กำลังจะออกจากห้องแล้ว มีเคสตอนเช้าสองเคส เจอกันตอนเที่ยงนะ)
“เจอกันค่ะ”
(คิดถึงนะครับ ถึงแล้วบอกพี่ด้วยนะ รักหนูนะคะ)
“รักพี่เหมือนกันค่ะ เจอกันนะ”
แต่ความสุขที่ทำให้หัวใจฉันเต้นตึกตักเป็อันต้องหายไปเมื่อมาถึงห้องทำงาน พี่กั้งบอกว่ามีงานด่วนเข้ามาเป็เอกสารที่ต้องใช้ในตอนบ่ายนี้ นั่นหมายถึงฉันต้องตรวจและเช็คทุกอย่างให้รอบคอบก่อนจะเซ็นอนุมัติ
“คุณมันเดย์รับของว่างไหมคะ?” พี่กั้งเดินเข้ามาถามพร้อมกับรอยยิ้มอย่างเคย
“ขอช็อกโกแลตเย็นไม่ใส่ไซรัปก็ได้ค่ะ”
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พี่กั้งส่งยิ้มให้อีกครั้งก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป ส่วนฉันก็เริ่มนั่งเคลียงานบนโต๊ะ ทั้งที่มั่นใจว่าเคลียงานไปแล้วเมื่อวันศุกร์แต่ทำไมพอวันนี้งานถึงได้เพิ่มเยอะก็ไม่รู้ รอสักพักใหญ่พี่กั้งก็กลับเข้ามาพร้อมกับเครื่องดื่ม
“มื้อเที่ยงเราทานอะไรกันดีคะคุณมันเดย์” เป็อีกครั้งที่พี่กั้งเข้ามาในห้องทำงานและถามเสียงหวาน
“มันเดย์มีนัดกับแฟนแล้วค่ะพี่ เดี๋ยวแฟนหนูจะมารับตอนเที่ยง...”
“อ๋อ งั้นพี่ขอออกไปทานข้าวนอกนะคะ จะไปลองร้านใหม่”
“ได้เลยค่ะ ถ้ามีอะไรด่วนบอกพี่เลยนะคะ”
“ขอบคุณค่ะพี่กั้ง” เกือบเที่ยงตรงคุณหมอเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น ในมือของคนตัวสูงถือถุงขนมที่คุ้นตาเข้ามาใกล้ก่อนจะวางลงบนโต๊ะกระจกตรงโซนรับแขก
“พี่ซื้อขนมมาให้ด้วยนะครับ เผื่อหนูหิว”
“ขอบคุณค่ะ พี่นั่งรอก่อนนะ หนูขอเวลาสิบนาทีเล่มนี้เล่มสุดท้ายแล้วค่ะ” ฉันบอกอีกฝ่าย เมื่อคุณหมอนั่งรอที่โซฟาฉันก็กลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อทันที ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ เราสองคนเดินออกจากบริษัทท่ามกลางสายตาอยากรู้ของใครหลาย ๆ คน วันนี้เรานั่งรถคุณหมอเพื่อไปทานมื้อเที่ยง เป็อาหารอีสานแซบ ๆ มียำด้วยนะฉันดูรีวิวมา อยากทานมาก ทีแรกก็ลังเลว่าจะชวนไหมกลัวคุณหมอทานไม่ได้แต่ยังดีที่มีอาหารตามสั่งด้วยเลยกล้าที่จะชวนเขา ฉันน่ะไม่ชอบเข้าร้านอาหารหรู ๆ หรอก อร่อยแต่ไม่อิ่ม ฉันชอบเน้นปริมาณมากกว่า
“ตรงหน้าเลี้ยวซ้ายนะคะ”
“ครับ ใกล้บ้านพี่เลยอ่ะ” คุณหมอบอก
“จริงเหรอ? พี่อยู่แถวนี้เหรอ?”
“ใช่ครับถัดไปสองซอย แต่มีพี่ชายพี่อยู่น่ะ พ่อกับแม่ส่วนมากอยู่เหนือกัน”
“พี่ไปเหนือบ่อยไหม”
“ก็ไปบ้างครับเวลาว่างแต่หลัง ๆ มาไม่ค่อยได้ไป ต้องเข้าประชุมแทนพ่อน่ะที่โรงพยาบาล” คุณหมอเลี้ยวรถจอดหน้าร้านพอดี
“โรงพยาบาล?”
“ครับ ของครอบครัวน่ะ”
“ว้าว น่าตื่นเต้น” ฉันทำหน้าตาใ ตาโตมองคุณหมอ อีกฝ่ายหัวเราะเสียงเบายกมือลูบผมฉันไปมาด้วยความเอ็นดู
“เกินไปแล้วครับ ปะทานข้าวกัน”
“ไปกัน ๆ วันนี้พี่พิงค์เลี้ยง”
“ครับ ๆ พี่พิงค์เลี้ยงเองครับ” มือใหญ่ยกขึ้นบังแสงแดดให้ยามที่เราเดินเข้าร้าน แน่นอนว่าร้านที่เรามามีโซนที่ติดเครื่องปรับอากาศ ฉันชอบทานอาหารแบบนี้แต่บางทีเพราะอากาศร้อน ๆ ก็ทำให้ฉันหมดความอร่อย เวลามีเหงื่อออกเยอะ ๆ มันจะคันและมีผดผื่นขึ้นตามตัวฉันไม่ชอบมาก ๆ เลย
“รับอะไรดีคะ” พนักงานเดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้ม ฉันส่งยิ้มตอบกลับไปและเริ่มสั่งอาหารที่นั่งคิดมาตลอดทาง
“ส้มตำค่ะ ไก่ย่าง ตำกุ้งสด น้ำตกไม่เผ็ด แล้วก็ข้าวหมูทอดกระเทียมค่ะ”
“เครื่องดื่มรับเป็อะไรดีคะ”
“น้ำเปล่าสองครับ แล้วก็น้ำตะไคร้หนึ่ง” ฉันมองคุณหมองอน ๆ เมื่อเขาสั่งเครื่องดื่มแทนไปแล้วเรียบร้อย ครั้งนี้เขาไม่ยอมง้อด้วยเพราะอะไรน่ะเหรอ
“ตามใจให้สั่งของเผ็ดแล้วครับ ดังนั้นงดน้ำอัดลม”
“จ้า” เถียงไม่ออกเลยถูกดุมาแบบนี้ เขาน่ะยอมตามใจนะแต่ไม่ใช่ทุกเื่ ซึ่งมันก็ดีมาก ๆ ในความรู้สึกฉัน เพราะฉันอยากให้เขาตามใจแต่ไม่ใช่ตามใจหมดจนไม่ห้ามหรือดุ ที่เขาเป็แบบนี้ฉันชอบมาก ๆ เลยล่ะ
“เราสั่งหมูทอดกระเทียมให้คุณด้วยนะ”
“ขอบคุณครับ”
“ตอนเย็นพี่จะมารับนะครับ เดี๋ยวไปส่งที่บ้าน...”
“จะไม่เป็ไรเหรอ พี่จะเหนื่อยนะ มันไกลด้วย”
“งั้นคืนนี้ไปนอนกับพี่ โทรบอกม๊าหน่อยครับ”
“ฮะ? เดี๋ยวสิ ยังไม่ได้พูดอะไรเลย อย่ามาโมเมค่ะ”
“เอาน่า ขอม๊าก่อนเร็วว่าคืนนี้ไปค้างกับพี่”
“ขืนบอกไปแบบนั้นป๊าได้รูดก้านมะยมแน่ ๆ เอาไว้ว่าง ๆ ค่อยไปเที่ยวกันก็ได้นี่คะ วันนี้ขอกลับไปนอนบ้านนะ”
“เฮ้อ แบบนั้นก็ได้ครับ แต่วันนี้พี่จะมารับตอนเย็นและพาไปทานข้าวก่อนถึงจะพาไปส่งที่บ้านตกลงไหม”
“ตกลงค่ะ”
“น่ารัก เดี๋ยวตอนเย็นจะตามใจ พาไปทานทุกอย่างที่อยากทาน”
“หมูกระทะ?”
“ได้ครับ พี่จะพาไป”
“ชวนเพื่อนด้วยได้ไหมคะ อยากให้พี่เจอเพื่อนด้วย” คุณหมอยังไม่เคยเจอขนุนเลย อยากให้พวกเขาได้ทำความรู้จักกันมากกว่านี้แต่ก็ไม่รู้เพื่อนจะว่างกันไหม คุณหมอตักอาหารมาใส่จานให้เป็การบังคับกลาย ๆ ว่าต้องทานให้เยอะกว่านี้
“ได้ครับ แต่ตอนนี้หนูทานก่อน อาหารเย็นหมดแล้ว”
“ได้ค่ะ” ไม่ลืมส่งยิ้มให้กับอีกฝ่าย ยิ่งนานวันฉันยิ่งรู้ตัวว่าฉันเองเริ่มรักเขามาขึ้นกว่าเดิมในทุก ๆ วัน วันนี้รักเท่านี้ พรุ่งนี้ต้องรักมากกว่านี้แน่ ๆ เพราะเขาขยันทำตัวน่ารักและทำให้ฉันเขินได้ตลอดเวลา
“แก้มแดง”
“ร้อน” ฉันตอบเลี่ยง ๆ คุณหมอหัวเราะอย่างเอ็นดูเมื่อจับได้ว่าฉันเขินเขา ก็เป็แบบนี้อ่ะจะไม่ให้เขินได้ยังไงกัน
“่สิ้นเดือนหนูว่างไหม?”
“ยังบอกตอนนี้ไม่ได้ค่ะ ไม่รู้จะมีงานด่วนอะไรหรือเปล่า ทำไมเหรอคะ?”
“พี่จะชวนไปบ้าน อยากให้ไปด้วยกัน”
“อือ งั้นเดี๋ยวหนูบอกอีกทีนะคะ”
มื้อเที่ยงเราทานเสร็จคุณหมอก็พากลับมาส่งที่ทำที่งานส่วนเขาเข้าไปดูโรงพยาบาล เมื่อขึ้นห้องทำงานมาก็เจอกล่องใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำงาน บนกล่องเป็ชื่อฉัน แต่ฉันไม่ได้สั่งของอะไรมาเลยไม่มั่นใจว่าเป็ของมาจากที่ไหนจึงถ่ายรูปและส่งไปถามครอบครัวว่าส่งอะไรมาให้ไหมรวมถึงส่งไปถามเพื่อน ๆ ด้วย แต่ก็ได้รับคำตอบเหมือนกันหมดว่าไม่ได้ส่งอะไรมา ซันเดย์โทรกลับเข้ามาบอกว่าอย่าเพิ่งเปิดกล่องเดี๋ยวซันจะลงมาเปิดให้ ฉันนั่งรอจนพี่ชายมาถึง ท่าทางรีบร้อนของซันทำให้ฉันยิ้มอ้อนนำไปก่อน กลัวพี่จะดุที่หยิบจับของแปลกแบบนั้น
“รู้หรือยังใครเป็คนเอามาให้”
“ยังเลยค่ะ เลขาก็ไม่รู้หนูถามแล้ว”
“เดี๋ยวพี่เปิดเอง” พี่ซันหยิบคัตเตอร์มากรีดตามรอยเทปกาวบนกล่อง เมื่อเปิดออกมาก็สิ่งของภายในกล่องทำเอาฉันใอยู่ไม่น้อย มันเป็รูปที่ฉันกับคุณหมอไปทานข้าวด้วยกันที่ร้านอาหารเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน และเป็รูปห้องนอนฉัน...
“พี่ซัน ห้องนอนหนู”
“บ้าเอ้ย! มันเป็ใครวะ”
“พี่ มันเข้าห้องไปได้”
“ไม่เป็ไร ๆ มันจะไม่มีวันได้เข้าใกล้หนูพี่สัญญา” พี่ซันรวบฉันเข้าไปกอดจนแน่น แต่มือที่ยกกอดตอบพี่ชายกลับสั่นระริกอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งที่ระบบความปลอดภัยที่คอนโดมีดีมากแต่ก็ยังเข้าห้องฉันไปได้ นั่นหมายความว่า
“พี่ซัน เขาเข้าไปในคอนโดได้เขาพักอยู่ที่นั่นหรือเปล่า”
“น่าคิดแฮะ แต่เดี๋ยวพี่ปรึกษาเฮียกับเธิร์สก่อน ่นี้อย่าอยู่คนเดียว”
“ค่ะ”
“เย็นนี้กลับพร้อมพี่หรือแฟนมารับ” นั่นไง ถามแบบนี้อีกแล้ว
“ฟะ แฟนมารับค่ะ”
“ดี ชวนทานข้าวด้วยนะจะได้คุยเื่นี้กัน”
“ค่ะ”
“พี่ไม่ได้จะดุ เราโตแล้วมีแฟนก็ไม่แปลก แต่ทำอะไรต้องคิดเยอะ ๆ ไม่ว่ายังไงพี่ก็อยู่ข้างเราอยู่แล้ว”
“ขอบคุณนะคะ”
“ครับ ก็เราเป็น้องพี่นี่นา อ้อ โทรศัพท์เครื่องนั้นน่ะเฮียไชน์บอกว่ามีข้อความส่งมาด้วย เฮียให้คนไว้ใจตามให้อยู่ คิดว่าเย็นนี้คงเล่า เอาละ ทำงาน กล่องนี้พี่จะเอาไปเอง”
แม้จะได้รับคำปลอบโยนจากพี่ชายแต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิดเดียว ความกลัวมันยังอยู่ในใจลึก ๆ ยิ่งวันนี้ยิ่งมั่นใจว่าคนที่ทำเป็คนใกล้ตัวแน่ ๆ ่บ่ายฉันทำงานไม่ค่อยรู้เื่มากนัก เพราะในหัวเอาแต่คิดถึงเื่ราวที่ต้องเจอ เมื่อถึงเวลาเลิกงานฉันรอคุณหมอมารับเขาโทรมาบอกว่าอาจจะช้าสักสามสิบนาที เลขาอย่างพี่กั้งก็ใจดีนั่งรอเป็เพื่อนจนกว่าคุณหมอจะมา
“คุณมันเดย์เปลี่ยนเบอร์เหรอคะเนี่ย”
“ใช่ค่ะพี่ อ้อ พี่กั้งคะเดี๋ยว่สิ้นเดือนหนูจะลางานสักสามวันนะถ้ามีงานด่วนรีบเอามาให้เคลียก่อนวันหยุดนะคะ”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่เคลียให้ ว่าแต่จะไปเที่ยวที่ไหนคะเนี่ย”
“ยังไม่รู้เลยค่ะ เดี๋ยวจะเริ่มหาที่เที่ยวแล้ว”
“ดีแล้วค่ะพักผ่อนบ้างทำงานเหนื่อยมาทั้งปีแล้ว” พี่กั้งส่งยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะหุบยิ้มลงมองประตูห้องที่ถูกเปิดออกเข้ามา ร่างสูงของคุณหมอเดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีสงสัย
“เอ่อ ผมมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับ”
“ไม่ค่ะ กลับกันเลยไหม”
“ได้ครับ ขอบคุณที่อยู่เป็เพื่อนมันเดย์นะครับ” ท้ายประโยคคุณหมอเอ่ยขอบคุณพี่กั้งอย่างเป็มิตร
“ด้วยความยินดีค่ะ”
=====
หลังจากนี้อาจจะหายไปสักพักนะคะ ขอเวลาก่อนนะ แล้วจะรีบกลับมา