กู้เยี่ยนเฉิงกับถังหลีเดินออกจากหมู่บ้านไปได้ไม่นาน ชายฉกรรจ์สิบคนก็บุกเข้าไปที่บ้านของเขาและเริ่มทุบทำลายข้าวของ
“ทำลายบ้านหลังนี้เสีย อย่าให้เหลือของที่ใช้ได้แม้แต่ชิ้นเดียว!”
“พวกเ้าเป็ใคร? เข้ามาที่บ้านของข้าได้อย่างไร” กู้หนานที่นอนอยู่บนเตียงถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะชายฉกรรจ์ทั้งสิบคนบุกเข้ามาในบ้านของเราเร็วมาก แต่จะให้เขาลงจากเตียงก็ลงไม่ไหว เขานอนป่วยมาหลายปี แต่่สองสามวันนี้ที่เขาดูมีเรี่ยวแรงเพราะไม่อยากให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านมารู้สึกลำบากใจที่ต้องมาดูแลพ่อสามีที่ล้มป่วย
“เข้ามาได้อย่างไรรึ?” ชายชุดดำที่เป็หัวหน้าหัวเราะ “ใครใช้ให้ลูกชายของเ้าไปยุ่งเื่ของคนอื่นกันเล่า อยู่ดีไม่ว่าดีไปทำให้คนเขาเสียเงินไปเป็แสนตำลึง มาทุบบ้านพวกเ้าแค่นี้มันยังน้อยไป”
ลูกสมุนอีกเก้าคนที่เหลือยังไล่ทุบข้าวของในบ้านจนไม่เหลือชิ้นดี สุดท้ายก็มีชายคนหนึ่งตรงไปที่แท่นเก็บอัฐิ บนแท่นนั้นมีโถบรรจุอัฐิของท่านพ่อ ท่านแม่ และภรรยาของกู้หนานวางไว้ รวมถึงปิ่นเงินที่เขาเคยมอบให้มู่เหยาก็วางอยู่บนนั้นด้วย เมื่อเห็นว่าชายชุดดำกำลังจะทุบทำลายชั้นวางอัฐิ กู้หนานก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายวิ่งไปขวางไว้ แต่มือของชายชุดดำก็เหวี่ยงไม้ออกมาในจังหวะเดียวกัน ในเมื่อยั้งไม่ทัน ชายชุดดำก็ฟาดไม้ออกไปเต็มแรงเสียเลย
ศีรษะของกู้หนานถูกตีเข้าอย่างจัง และก่อนที่จะสิ้นใจ กู้หนานก็คลานไปกอดโถบรรจุอัฐิเ่าั้ไว้ในอ้อมกอด และมืออีกข้างหนึ่งก็ถือปิ่นเงินที่หักเป็สองท่อนเอาไว้ ‘ลูกชาย พ่อต้องไปอยู่กับท่านปู่ ท่านย่า และท่านแม่ของเ้าแล้ว ต่อไปนี้พ่อขอให้เ้าดูแลตัวเองให้ดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อขออย่าให้เ้าแก้แค้นให้พ่อ คนเลวพวกนี้มันไม่ใช่คน เ้าจงรักษาชีวิตเอาไว้ พ่อถึงจะตายตาหลับ’
“หัวหน้า! ข้าไม่ได้ตั้งใจจะตีเขาให้ตายนะขอรับ” ลิ่วจื่อทิ้งไม้ในมือลงอย่างหวาดกลัว วันนี้เป็วันแรกที่เขาได้รับมอบหมายให้ออกมาปฏิบัติงานนอกสถานที่ ไม่คิดว่าวันแรกเขาก็พลั้งมือฆ่าคนไปเสียแล้ว
“จะมัวมายืนบื้ออยู่ทำไม รีบเอาศพไปวางไว้บนเตียงสิ” หลงเป่าะโสั่ง “พวกเ้าทั้งแปดคนไปสำรวจโดยรอบว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือไม่ หากไม่มีก็ให้รีบกลับมา เราจะเผาที่นี่เพื่อทำลายหลักฐาน”
บ้านของกู้หนานตั้งอยู่ไกลจากบ้านหลังอื่น อีกทั้งเขานอนป่วยอยู่บนเตียงมาหลายปี จึงมีข่าวลือเกิดขึ้นบ่อยครั้งว่ากู้หนานเป็โรคติดต่อ ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าเดินผ่านมาทางนี้มากนัก
ไม่นานชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นก็กลับมารวมตัวกันแล้วเริ่มจุดไฟเผาบ้านก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันหลบหนี มีเพียงลิ่วจื่อที่คอยหันหลังกลับมามองเปลวไฟที่โหมไหม้นั้นทั้งน้ำตา ‘ท่านลุง ท่านอภัยให้ข้าด้วยนะขอรับ ที่ข้าต้องมาทำร้ายท่านกับกลุ่มอันธพาลเพราะข้ามีเหตุจำเป็ หลังจากนี้ข้าจะหมั่นทำบุญไปให้ท่านบ่อยๆ นะขอรับ’
“ทำไมพวกเ้าไม่พาท่านลุงกู้มาด้วยเล่า” ถังซานถามน้องสาว “ปล่อยให้คนป่วยอยู่บ้านคนเดียวมันไม่ดีหรอกนะ”
“ข้าชวนแล้วเ้าค่ะ แต่ท่านพ่อไม่มา”
“แล้วเ้าได้บอกเื่ที่เ้าจะเปิดโรงงานแล้วอยากให้ท่านลุงกู้ย้ายมาอยู่กับเราหรือไม่เล่า”
“บอกแล้วเ้าค่ะ” ถังหลียิ้มกับพี่ชาย “ท่านพ่อตกลงแล้ว”
“ดีๆ แล้วเ้าเล่า สองสามวันนี้เป็อย่างไร สบายดีใช่หรือไม่”
ถังหลีรู้ว่าตนเองคงหน้าแดงแล้ว นางจึงก้มหน้าหลบ จะให้นางตอบออกไปได้อย่างไรว่าสามวันนี้นางไม่ได้ปรนนิบัติพ่อสามีด้วยซ้ำ เพราะนางมัวแต่ยุ่งอยู่กับการเอาอกเอาใจสามี “ก็ดีเ้าค่ะ”
“ก็ดีอย่างนั้นหรือ?” ถังซานไม่เข้าใจ เขาหันไปถามน้องเขย “หลีเอ๋อหมายความว่าอย่างไร”
กู้เยี่ยนเฉิงมองไปที่ภรรยาแล้วยิ้มก่อนที่จะแก้ตัวแทน “ที่บ้านของข้าอยู่กันแบบเรียบง่าย ท่านพ่อก็ไม่ได้จุกจิกจู้จี้เช่นพ่อสามีบ้านอื่น อาหลีจึงไม่ได้รับความลำบากใจใดๆ ขอรับ”
“ตอบเท่านี้ก็เข้าใจได้แล้ว ยังมาบอกว่าก็ดี ใครมันจะไปเข้าใจ” ถังซานหันไปตำหนิน้องสาว
เซียงเหลียนมองดูสามีแสนซื่อบื้อของตัวเองก็ได้แต่ส่ายหน้า ท่าทางของน้องสาวชัดเจนขนาดนี้ ทำไมเขาถึงดูไม่ออกกัน “พวกเ้าอย่าไปสนใจพี่ใหญ่ของเ้าเลย ไปเถอะ...พี่สะใภ้ทำอาหารไว้รอต้อนรับพวกเ้าแล้ว แม้จะรสชาติไม่ดีเท่าที่หลีเอ๋อทำ แต่รับรองว่าพวกเ้าจะต้องชอบแน่นอน”
บนโต๊ะอาหารมีอาหารจานเนื้ออยู่หลายจาน ทั้งเนื้อหมูที่ไปซื้อมาจากตลาดและยังมีเนื้อกระต่ายที่ถังซานขึ้นเขาไปดักมาโดยเฉพาะ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็ไปอย่างมีความสุข จนเมื่อทานอาหารเสร็จ ทั้งสี่คนจึงเดินไปที่บ้านท่านลุงใหญ่ไช่พร้อมกัน
“มากันแล้วหรือ? ข้ากำลังจะไปหาพวกเ้าอยู่พอดี” ถังไช่มองถังหลีและกู้เยี่ยนเฉิงสลับกัน ‘เด็กสองคนนี้คงปรับตัวเข้าหากันได้แล้วกระมัง เฮ้อ...โล่งอกไปที ต่อไปนี้เ้าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นแล้วนะหลีเอ๋อ’
“ข้าต้องขออภัยที่มาพบท่านลุงช้าไปเ้าค่ะ” ถังหลีบอก
“ไม่ช้าๆ แต่เ้าอย่าหาว่าลุงใหญ่ใจร้อนเลยนะ ข้าอยากรู้เื่ที่เ้าบอกว่าจะหารายได้ให้ชาวบ้านถังเจี่ยของเรามากกว่า เ้าเล่ารายละเอียดให้ข้าฟังได้หรือไม่” ถังไช่หันไปบอกลูกชาย “หย่งเจ๋อ เ้ามานั่งคอยจดบันทึกให้พ่อที”
ถังหย่งเจ๋อยืนมองถังหลีอยู่นานแล้ว ในใจของเขาเวลานี้มันเ็ปมาก เขาชอบนางแต่ก็ไม่อาจรับนางมาอยู่ข้างกายได้ ยิ่งได้เห็นนางกับสามีมองสบตากันด้วยความรัก เขาก็รู้สึกขมขื่นอย่างบอกไม่ถูก “ขอรับท่านพ่อ”
ถังหลีเห็นสายตาที่ถังหย่งเจ๋อมองมาที่ตนเองก็เข้าใจ แต่นางไม่ใช่เ้าของร่างเดิม นางไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา อีกอย่างคนที่เขาชอบก็คือเ้าของร่างเดิม เพราะฉะนั้นนางไม่จำเป็ต้องเก็บเอาความรู้สึกของเขามาใส่ใจ ส่วนเขาจะคิดอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับนาง เพราะความรักของนางมอบให้สามีเพียงคนเดียว
กู้เยี่ยนเฉิงก็มองสายตาของถังหย่งเจ๋อออกเช่นกัน แต่ภรรยาไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้ชายคนนี้ ดังนั้นเขาก็ไม่จำเป็ต้องไปทำท่าทางหึงหวง เพราะทำอย่างนั้นมันเท่ากับว่าเขาไม่ไว้ใจภรรยา
“ข้าอยากทำสวนผักและอยากเปิดโรงงานทำกิมจิเ้าค่ะ”
“กิมจิ? อะไรคือกิมจิ?” ถังไช่หันไปถามลูกชาย “เ้ารู้จักหรือไม่หย่งเจ๋อ”
“ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนขอรับท่านพ่อ” ถังหย่งเจ๋อปรับสีหน้าแล้วหันไปถามถังหลี “กิมจิที่เ้าพูดถึงคืออะไรหรือหลีเอ๋อ”
“กิมจิก็คือผักดองสูตรพิเศษของข้าเองเ้าค่ะ” ถังหลีเปิดไหผักดองออก “ท่านลุง พี่หย่งเจ๋อ พวกท่านลองชิมผักดองของข้าดูเ้าค่ะ ข้าทำไว้สองอย่างคือกิมจิผักกาดขาวกับกิมจิแตงกวา”
ถังไช่กับถังหย่งเจ๋อชิมกิมจิผักกาดขาวกับกิมจิแตงกวาไปหลายคำ รสชาติของผักดองอร่อยอย่าบอกใคร ไม่เหมือนผักดองทั่วไปที่พวกเขาเคยกิน หากไม่มีรสเปรี้ยวก็จะมีแต่รสเค็ม
“ผักดองของเ้าอร่อยมาก” แม้จะพอใจในรสชาติ แต่ถังไช่ก็พูดอย่างกังวล “แต่ผักดองจะขายได้จริงหรือ เ้าก็รู้ว่าทุกบ้านล้วนทำผักดองเก็บไว้กินเอง”
“ท่านลุงใหญ่คงเคยได้ยินชื่อหอเฟิ่งไหลใช่หรือไม่เ้าคะ”
“เคยได้ยินสิ หอเฟิ่งไหลเป็ภัตตาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดของแคว้นเรา แต่น่าเสียดายที่หอเฟิ่งไหลที่อำเภอเสียนหู่ของเราปิดตัวไปแล้ว”
“ข้าเจรจาการค้ากับคุณชายเฟิ่งไว้ว่าข้าจะทำกิมจิส่งขายให้เขาเ้าค่ะ เพราะตอนนี้คุณชายเฟิ่งกำลังจะเปิดร้านขายหมูกระทะกับร้านชาบู กิมจิสองชนิดนี้จะส่งให้ร้านอาหารที่กำลังจะเปิดใหม่ของเขาเ้าค่ะ”
“เ้าไปเจรจาการค้ากับคุณชายเฟิ่ง และคุณชายเฟิ่งก็ตอบตกลงที่จะรับซื้อกิมจิจากเ้าอย่างนั้นหรือ” ถังไช่ทำสีหน้าใและไม่อยากเชื่อ “เ้า...เ้าไม่ได้โกหกข้ากระมัง”
“เื่แบบนี้ข้าจะโกหกท่านไปทำไมเ้าคะ” ถังหลียิ้ม “แต่ก่อนอื่นข้าอยากซื้อที่ดินเพื่อเตรียมพื้นที่ไว้สำหรับทำสวนผักและสร้างโรงงาน ท่านลุงพอจะช่วยข้าจัดการเื่นี้ได้หรือไม่เ้าคะ”
“ที่ดินที่อยู่ติดกับบ้านของเ้าสามารถขยายออกไปได้อีก แต่คงเพียงพอให้เ้าทำสวนผักเท่านั้น สำหรับพื้นที่ทำโรงงานคงต้องเป็พื้นที่อีกฟากหนึ่งของหมู่บ้าน เอ่อ...มันค่อนข้างอยู่ใกล้กับบ้านของบิดาและมารดาเลี้ยงของเ้าสักหน่อย”
ถังหลีทำสีหน้าลำบากใจ หากสร้างโรงงานอยู่ใกล้กับบ้านของบิดา นางก็ไม่รู้ว่าครอบครัวนั้นจะเล่นเล่ห์อะไรกับโรงงานของนางอีก เพราะอุตสาหกรรมอาหารจะต้องคำนึงถึงเื่ความสะอาดและความปลอดภัยมากที่สุด
กู้เยี่ยนเฉิงเสนอ “ทำไมเ้าไม่เอาที่ดินที่จะเอาไว้ทำสวนผักไปสร้างโรงงานแทน ส่วนสวนผัก เ้าก็ขายเมล็ดพันธุ์ผักให้ชาวบ้าน จากนั้นเ้าก็รับซื้อผักที่ชาวบ้านปลูก ทำอย่างนี้นอกจากจะแก้ไขปัญหาที่ดินและเ้าไม่จำเป็ต้องจ้างคนมาดูแลสวนแล้ว ยังช่วยให้คนแก่และเด็กที่อยู่บ้านว่างๆ สามารถหารายได้เข้าบ้านเพิ่มได้อีกทางหนึ่ง”
ถังหย่งเจ๋ออดที่จะเงยหน้ามองกู้เยี่ยนเฉิงไม่ได้ เมื่อครู่เขาก็พยายามคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาช่วยนาง แต่ไม่คิดว่ากู้เยี่ยนเฉิงจะคิดวิธีดีๆ ออกมาได้ก่อนเขา
“พี่หย่งเจ๋อ ท่านมีความเห็นอื่นจะแนะนำเพิ่มเติมหรือไม่ขอรับ” กู้เยี่ยนเฉิงถาม
“ความคิดของเ้าดีมากแล้ว ข้าไม่มีความเห็นเพิ่มเติม” ถังหย่งเจ๋อยิ้มตอบ
“พวกเ้าสองคนรู้จักกันมาก่อนหรือ?” ถังไช่ถาม
กู้เยี่ยนเฉิงพูด “ปีที่แล้วพี่หย่งเจ๋อเป็บัณฑิตเพียงคนเดียวของสำนักศึกษาเหวินชางของเราที่สอบผ่านซิ่วไฉ บัณฑิตในสำนักไม่มีใครไม่รู้จักเขาขอรับท่านลุง ข้าเห็นแล้วยังอิจฉาเลยขอรับ”
ถังไช่ยิ้มแก้มแทบปริ “เป็เช่นนี้เองหรือ?”
“น้องชายกล่าวเกินไปแล้ว ปีนี้เ้าก็จะสอบผ่านซิ่วไฉอีกคน เผลอๆ เ้าอาจจะสอบได้เป็อันดับที่หนึ่ง ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่เพื่อนร่วมสำนัก คนทั่วทั้งอำเภอก็อาจจะจำเ้าได้ทั้งหมด” ถังหย่งเจ๋อยิ้มตอบ แม้เขาจะอิจฉาที่กู้เยี่ยนเฉิงได้แต่งงานกับถังหลี ในเมื่อเขาไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เขาก็จะเก็บความรู้สึกของเขาไว้ในส่วนลึกของหัวใจ แต่เขาจะไม่มีทางเข้าไปแทรกกลางระหว่างความรักของคนทั้งสองแน่นอน
“นอกเื่กันไปไกล เอาล่ะ...เื่ซื้อที่ดินข้าจะให้หย่งเจ๋อไปจัดการให้ ส่วนข้าจะไปเรียกชาวบ้านมาประชุมเื่การขายเมล็ดพันธุ์ผัก แล้วเื่สร้างโรงงานเ้าจะว่าอย่างไร” ถังไช่ถาม
“ข้าให้เยี่ยนเฉิงวาดแบบโรงงานมาแล้ว แต่ข้าคงต้องรบกวนให้ท่านลุงช่วยดูแลเื่นี้ให้ด้วยเ้าค่ะ เพราะข้าเป็สตรี คงไม่มีใครเชื่อฟังคำสั่งของข้า พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ก็ยังไม่มีประสบการณ์ในการคุมงาน ส่วนเยี่ยนเฉิงก็ยังต้องไปเรียนทุกวัน” ถังหลีบอก
“เื่นี้มันจะไปยากอะไร ข้าจะจัดการให้เ้าเอง แล้วคนงานเล่าเ้าจะให้ค่าแรงพวกเขาเท่าไหร่”
“โรงงานยิ่งสร้างเสร็จเร็วยิ่งดี ท่านลุงหาคนมามากเท่าไหร่ข้าก็ยินดีจ่ายค่าแรงทั้งหมดเ้าค่ะ ค่าแรงต่อวันคือสามสิบเหวิน อาหารเช้าจะมีซาลาเปาหมูสองลูกกับน้ำเต้าหู้หนึ่งถ้วย ส่วนมื้อกลางวันจะเป็ข้าวสวยและกับข้าวสองอย่างเ้าค่ะ”
“ให้ค่าแรงวันละสามสิบเหวินแล้วยังเลี้ยงอาหารสองมื้ออีกหรือ? มันจะไม่สิ้นเปลืองไปหน่อยหรือหลีเอ๋อ”
“โรงงานแห่งนี้ไม่ใช่ของข้าคนเดียว แต่เป็ข้ากับคุณชายเฟิ่งลงทุนร่วมกันเ้าค่ะ เพราะฉะนั้นท่านลุงไม่จำเป็ต้องกังวลเื่เงินที่จะจ่ายออกไป เพียงแต่ท่านลุงอาจจะต้องกำชับชาวบ้านให้ทำงานดีๆ และอย่าให้มีใครมาก่อกวน ไม่เช่นนั้นหากคุณชายเฟิ่งไม่พอใจ เขาอาจจะย้ายไปสร้างโรงงานที่หมู่บ้านอื่นก็ได้เ้าค่ะ” ถังหลียกชื่อของเฟิ่งเฮ่าขึ้นมาอ้าง เอาไว้นางค่อยเขียนจดหมายไปบอกเขาทีหลัง
ถังไช่ตบหน้าอกตนเองอย่างมั่นใจ “เื่นั้นเ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะจัดการเื่นี้ให้ดีที่สุด และจะย้ำกับทุกคนว่าโรงงานแห่งนี้เป็โรงงานของคุณชายเฟิ่ง”
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อเ้าคะ มีคนจากหมู่บ้านกู้เจี่ยมาขอพบหลีเอ๋อกับน้องเขยเ้าค่ะ” ถังมู่เจียววิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น
“เ้าลูกคนนี้ เหตุใดไม่สำรวมเอาเสียเลย ไม่เห็นหรือว่าพ่อกำลังพูดธุระกันอยู่” ถังไช่กำลังจะดุลูกสาว
“ท่านพ่ออย่าเพิ่งดุข้าเลยเ้าค่ะ” ถังมู่เจียวหันไปพูดกับกู้เยี่ยนเฉิง “เพื่อนบ้านของเ้ามาบอกว่าบ้านของเ้าไฟไหม้ และท่านลุงกู้ก็ติดอยู่ในกองเพลิงนั้น”