หลิวซือซือลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอคิดก็คือต้นฉบับนิยายที่กำลังปั่นเพื่อส่งให้กับกองบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ที่เธอทำงานด้วยมาหลายปีมันจะส่งทันหรือเปล่าขณะที่พยุงตัวลุกขึ้นก็ต้องอึ้งตะลึงไป
“หืม เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย” หญิงสาวพึมพำเสียงแ่เริ่มรู้สึกว่าร่างกายไร้เรี่ยวแรงและอากาศรอบตัวก็มีกลิ่นไม่พึงประสงค์จนเธอต้องย่นจมูก
สายตาที่เริ่มปรับเข้ากับความสลัวมัวซัวของห้องเล็กแคบจะว่าไปแล้วนี่เรียกว่าห้องเล็กแคบแทบจะไม่ได้เพราะมันเป็เหมือนกับพื้นที่เล็กๆที่มีผ้าผืนบางทั้งเก่าซีดและมีรอยปะนับไม่ถ้วนกั้นเอาไว้แยกเป็สัดส่วนเท่านั้น
“ตื่นได้เสียทีนะน้องเล็ก!” ผู้หญิงร่างผอมบางคนหนึ่งเดินเข้ามาซึ่งเธอกำลังอุ้มทารกน้อยเข้ามาด้วยหนึ่งคน “เสี่ยวเหว่ยไม่ยอมดื่มน้ำต้มข้าวเลยพอดีเลยเธอตื่นแล้วก็เอาเขาเข้าเต้าที” ว่าแล้วก็ยัดเด็กทารกตัวจ้อยเข้าสู่อ้อมแขนของน้องสาวสามี
หลิวซือซือรับทารกตัวน้อยที่กำลังร้องไห้อย่างไม่ลืมหูลืมตามาอย่างไม่ได้ตั้งใจท่าทางการอุ้มของเธอมันเป็ไปโดยธรรมชาติ แต่ความจริงแล้วเธอรู้สึกมึนงงไปหมด ไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่
“เธอนี่นะ!ถึงจะอยากทำร้ายตัวเองแค่ไหนก็ไม่ควรทรมานลูกๆไปด้วยนะ รีบเอานมให้เขากินเร็วเข้า!” เสียงคนพูดเริ่มไม่สบอารมณ์เพราะเื่ของน้องสามีทำให้คนทั้งบ้านต่างก็วุ่นวายไปหมด ทั้งยังต้องคอยเฝ้าหลิวซือซือเอาไว้เพราะกลัวว่าถ้าหล่อนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้วจะคิดสั้นไปะโน้ำหรือไม่ก็อาจจะวิ่งชนกำแพงให้ตัวตายอีกภาระตัวน้อยทั้งสองก็จะตกอยู่กับคนในบ้าน
หลิวซือซือที่นั่งมึนงงอยู่โดยไม่รู้ว่าจะทำอะไรแต่พอก้มลงมองหน้าทารกตัวน้อยก็คล้ายความทรงจำมากมายจะหลั่งไหลเข้ามาสู่สมองของเธอสรุปว่าเธอน่าจะตายแล้วจากโลกเดิมแล้วิญญาก็มาอยู่ในร่างของผู้หญิงคนนี้คนที่ชื่อแซ่เหมือนกันกับเธอ แต่หลิวซือซือคนนี้มีอายุเพียงสิบเก้าปีเท่านั้นส่วนจิติญญาของเธอน่ะเหรออายุไม่น้อยแล้ว
ดังนั้นในเวลาต่อมาการกระทำของเธอก็เป็ไปโดยอัตโนมัติเด็กน้อยพอได้เข้าเต้าก็เงียบเสียงไปในทันที
“ขอบคุณนะคะพี่สะใภ้ใหญ่ที่ช่วยดูแลลูกชายและลูกสาวของฉัน”
พี่สะใภ้ใหญ่มองน้องสาวสามีด้วยสีหน้าจนใจแกมระอาใจคิดอยากจะบ่นอะไรออกไปอีกหลายคำแต่พอเห็นั์ตาเศร้าๆของหลิวซือซือแล้วก็ต้องเก็บคำพูดมากมายลงท้องกลับไป
“ไม่ใช่แค่ฉันหรอกที่ช่วยดูแลพวกเขาน้องสะใภ้คนอื่นๆก็เหนื่อยกับพวกเขาไม่น้อยเหมือนกันเธอเองก็ต้องรีบทำตัวให้แข็งแรงเร็วๆคนอื่นจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาเพราะเื่ของเธอ”
หลิวซือซือก้มหน้ามองลูกชายที่ยามนี้กำลังดูดนมอย่างหิวโหยแม้จะรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งทรวง แต่คำพูดของพี่สะใภ้ใหญ่นั้นมันกระแทกใจของเธอมากกว่า“ฉันเข้าใจแล้วค่ะพี่สะใภ้ใหญ่”
“อืมเข้าใจก็ดีแล้วตอนนี้ไอ้สารเลวคนนั้นก็ไม่อยู่ที่บ้านเราแล้วเธอเองก็ต้องคิดใคร่ครวญให้ดีๆนะว่าจะทำยังไงต่อไป”ว่าแล้วพี่สะใภ้ใหญ่ก็เดินออกไป วันนี้เธอเสียเวลามามากพอแล้วต้องเร่งทำงานที่คั่งค้างให้เสร็จ
หญิงสาวที่กำลังก้มมองลูกชายในสมองของเธอก็ครุ่นคิดไปด้วย
จากความทรงจำก็คือเมื่อต้นปีที่แล้วเธอได้แต่งงานกับยุวปัญญาชนคนหนึ่งเขาก็คือพ่อของลูกแฝดชายหญิงของเธอนั่นเอง
เขาเข้ามาอยู่ในบ้านสกุลหลิวของเธอและได้กลายเป็แรงงานของบ้านที่ขยันขันแข็ง ได้แต้มมากถึงสิบแต้ม ทุกคนล้วนพยักหน้าอย่างพอใจ
แต่การสอบเกาเข่าทำให้เื่ราวทุกอย่างเกิดการพลิกผันก่อนที่จะได้รับจดหมายแจ้งจากทางมหาวิทยาลัยของมณฑลเขาก็ยังคงเป็คนเดิมเป็สามีที่ดีเป็พ่อที่ดีของลูกๆ
คิดตามความทรงจำที่ได้เห็นแล้วหลิวซือซือที่มีชีวิตอยู่มานานเกือบสี่สิบปีผ่านประสบการณ์ชีวิตและพบเห็นผู้คนมามากแล้วก็ต้องส่ายหน้า
ผู้ชายคนนั้นอาศัยหน้าตาท่าทางที่เหมือนกับเป็คนดีคนซื่อหลอกลวงคนทั้งสกุลหลิวโดยไม่มีใครสงสัยแม้แต่นิดเดียว
อาจจะเป็เพราะว่าอีกฝ่ายอยู่หมู่บ้านบนเขาแห่งนี้มานานหลายปีน่าจะเกือบสิบปีเห็นจะได้ที่เขาถูกส่งมาที่ชนบทแห่งนี้
คิดมาถึงตรงนี้แล้วหลิวซือซือผู้ไม่เคยแต่งงานและมีลูกก็ยกยิ้มมุมปากปลายนิ้วสากกร้านของเธอเขี่ยแก้มลูกชายตัวจ้อยอย่างเอ็นดู
“ต่อจากนี้แม่จะเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงตัวใหม่ลูกกับน้องสาวจะต้องมีชีวิตดีนะจ๊ะเสี่ยวเหว่ย”
เหมือนเด็กทารกตัวน้อยอายุสามเดือนจะเข้าใจมือเล็กๆของเขาคว้าหมับเข้าที่ปลายนิ้วชี้ของผู้เป็แม่
หลิวซือซือรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาสำหรับเธอที่เติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่รู้จักว่าพ่อแม่ที่แท้จริงเป็ใครแล้ว พอได้มีลูกเป็ของตัวเองก็ราวกับว่าได้ของขวัญล้ำค่ามาไว้ใน
“มาถึงใน่เวลานี้ก็ดีเหมือนกันต่อไปสถานการณ์ก็จะค่อยๆดีขึ้น”นิยายที่เธอแต่งส่งให้กับสำนักพิมพ์มีหลายเื่ที่เป็แนวทะลุมิติและมันสร้างชื่อเสียงให้เธอไม่น้อยเลยทั้งยังได้รับผลตอบแทนที่สูงอีกด้วย
ได้แต่หวังว่าเธอจะมีแรร์ไอเทมอะไรสักอย่างเพื่อเป็ตัวช่วยให้เธอใช้ชีวิตอยู่ในยุคนี้ได้อย่างไม่ลำบากนะ
“เสี่ยวเหว่ยกินนมอิ่มหรือยังดูสิเด็กคนนี้อดทนมาตั้งนานไม่ร้องไห้แต่พอได้ยินพวกเราพูดว่าเธอรู้สึกตัวตื่นแล้วหล่อนก็ร้องไห้แผดจ้าขึ้นมาเลย”
ผู้พูดนั้นไม่ใช่พี่สะใภ้ใหญ่จากความทรงจำของหลิวซือซือเธอก็คือพี่สะใภ้สามที่ชอบนินทาและเป็คู่ปรับของเ้าของร่างเดิมนั่นเองแต่หลิวซือซือยามนี้ไม่ใช่หลิวซือซือคนก่อนที่จะถือสากับคำพูดหยุมหยิมไร้สาระเหล่านี้
เธอวางลูกชายที่กินนมอิ่มพอดีลงบนที่นอนบางเก่าคร่ำคร่าแล้วก็ยื่นมือออกไปรับลูกสาวมากินนมต่อยังดีที่เธอมีน้ำนมมากพอให้พวกเขาดื่มกินอย่างไม่ขาดสาย
“ตื่นขึ้นมาก็ดีแล้วเธอรู้ไหมว่าการที่เธอหมดสติไปนานถึงห้าวัน ทำให้พวกเราเหล่าสะใภ้เดือดร้อนแค่ไหนตอนนี้ก็เลี้ยงลูกของเธอเองแล้วกัน ฉันกับคนอื่นจะได้ไปทำงานถ้าลูกนอนแล้วก็ออกไปทำงานบ้านด้วย อย่าเอาเปรียบคนอื่นล่ะดีเท่าไหร่แล้วที่พวกเราให้เธออยู่ที่นี่”
หลิวซือซือเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ส่วนมือก็ลูบหลังลูกชายที่เพิ่งกินนมอิ่มไปด้วยเพื่อให้เขาเรอออกมา“ฉันเข้าใจแล้วค่ะพี่สะใภ้สาม พี่กับพี่สะใภ้คนอื่นก็รีบไปทำงานในแปลงนาเถอะค่ะ”
พี่สะใภ้สามถึงกับเหวอไป เมื่อน้องสาวสามีกลับพูดเหมือนคนว่านอนสอนง่ายและไม่โต้เถียงเธอเหมือนเมื่อก่อน “เข้าใจก็ดีแล้ว อ้ออย่าลืมทำอาหารเที่ยงเอาไว้ด้วยนะ ฉันไปล่ะ”
หลิวซือซือได้แต่พยักหน้าไร้คำจะกล่าวกับคนประเภทนี้จริงๆ
หลังจากกินนมอิ่มแล้วสองแฝดก็นอนหลับไปอย่างเหนื่อยอ่อนเพราะพวกเขาใช้พลังงานไปกับการร้องไห้จนเกือบหมดแล้ว
หลิวซือซือจัดการปัดกวาดภายในฉากผ้าผืนบางให้เรียบร้อยกว่าที่เคยเป็แต่ในสายตาของเธอมันก็ไม่ได้ดูดีอะไร ทว่าก็ยังดีกว่าไม่ลงมือจัดการอะไรมองลูกชายลูกสาวที่เพิ่งได้มาหมาดๆอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เดินออกไปด้านนอก
และเธอก็ได้เห็นว่ามีผ้าผืนบางๆแบบของเธออีกหลายผืนที่เหมือนฉากกั้นนี้หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าบ้านดินหลังนี้เล็กมากแต่คนที่อยู่อาศัยรวมกันนั้นมีไม่น้อยเลย
ที่ดีหน่อยเห็นจะเป็เตียงเตาขนาดใหญ่จากความทรงจำมันเป็ที่นอนของพ่อกับแม่ของเธอ และก็สำหรับหลานๆของบ้านด้วยส่วนผู้ใหญ่นั้นก็นอนที่พื้นไป
ตอนนี้มันเป็ฤดูร้อนเธอไม่กังวลหรอกแต่ถ้าเป็ฤดูหนาวล่ะจะทำอย่างไร ไม่หนาวตายกันหรอกเหรอคิดแล้วก็คิดถึงบ้านเดี่ยวหลังเล็กของเธอที่อยู่ชานเมืองปักกิ่งเหลือเกิน
ด้วยความที่บ้านดินของสกุลหลิวนั้นหลังเล็กมากใช้เวลาไม่นานหลิวซือซือก็ปัดกวาดเช็ดถูเสร็จเรียบร้อยจากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อเตรียมทำอาหารเที่ยงสำหรับทุกคนในบ้าน
ตอนนี้ทุกคนน่าจะกำลังเกี่ยวข้าวอยู่ที่แปลงนาของหมู่บ้านสายตาที่เห็นมองออกไปยังพื้นที่ด้านนอก ล้วนเห็นแตู่เามากมายแปลงนาบางแห่งยังเป็ขั้นบันไดและบางแห่งก็อยู่ในที่ราบลุ่มมีแม่น้ำสายเล็กๆไหลผ่าน
“คงต้องหาโอกาสเข้าป่าหาของกินเผื่อเจอของดีเหมือนในนิยายบ้าง”ว่าแล้วก็ลงมือนวดแป้งไม่ขัดสีเพื่อทำหมั่นโถวส่วนอาหารที่เธอคิดจะทำนั้นก็คือไข่คนมะเขือเทศและยำผักป่า
หวังว่าไข่สองฟองนี้จะพอยาไส้ทุกคนที่กำลังหิวโหยคิดๆไปแล้วคนในสกุลหลิวนี้ล้วนดีกับเธอโดยเฉพาะพ่อกับแม่พี่ชายทั้งหลายก็รักเธอเพราะเป็น้องสาวคนเล็กของบ้าน
จะไม่ดีก็ตรงที่พวกเขาแต่งงานมีเมียแล้วนี่แหละก็อย่างว่าเมื่อทุกคนมีครอบครัวก็ต้องให้ความสำคัญกับครอบครัวของตัวเองก่อนเป็อันดับแรกดังนั้นความรักที่เคยได้รับเมื่อก่อนมันจึงค่อยๆลดลงเรื่อยๆ
ไม่นานเธอก็ยกซึ้งขึ้นนึ่งหมั่นโถวมองสภาพแล้วก็ต้องส่ายหน้าเธอเคยกินแต่หมั่นโถวแป้งขาวไหนเลยจะเคยกินหมั่นโถวแป้งไม่ขัดสียังไม่แน่ใจว่าจะกลืนลงหรือเปล่าแต่ก็จำเป็ต้องทำเอาไว้สำหรับทุกคนในบ้าน
แล้วก็ตามมาด้วยการทำไข่คนมะเขือเทศและก็ยำผักป่าไม่นานทุกอย่างก็แล้วเสร็จราไฟเอาไว้แล้วก็เดินออกจากบ้านดินหลังเล็กไปยังสวนด้านหลัง
หลิวซือซือเดินวนอยู่หนึ่งรอบก็ไม่พบกับแตงหวานที่เธอคาดว่าจะมีหญิงสาวได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านอีกครั้ง อัตคัดเหลือเกิน
เมื่อเดินสำรวจรอบๆบ้านจนไม่มีอะไรให้สำรวจและไม่มีอะไรน่าสนใจแล้วเธอก็เดินกลับไปดูลูกชายลูกสาวทั้งสองคน
“ยังไม่ตื่นเลยไม่รู้ว่าได้ฉีดวัคซีนหรือเปล่า” จากความทรงจำของเธอแทบจะไม่มีเื่นี้เลยนั่นเองเพราะทุกอย่างล้วนต้องใช้เงิน อีกอย่างตอนคลอดพวกกเขาเธอก็ไม่ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลยังคงเป็หมอตำแยที่มาช่วยทำคลอดให้ อันตรายเหลือเกินดีแค่ไหนที่รอดมาได้โดยไม่ตายไปเสียก่อน
มันน่าเจ็บใจก็ตรงที่ไอ้สารเลวคนนั้นหลอกให้พ่อแม่ของเธอมอบเงินให้เพื่อใช้ระหว่างการไปสอบรวมถึงตอนที่เขาไปเรียนในเมืองมณฑลบ้านหลิวก็ต้องส่งเงินให้เขาด้วย นับๆดูแล้วรวมกันน่าจะมากถึงสองร้อยหยวนก่อนที่คนสกุลเฉินจะตัดขาดกับเธอ
เงินหนึ่งร้อยหยวนที่เ้าของร่างคนเดิมได้กลับมาหลังจากคนพวกนั้นใช้อ้างเพื่อตัดความสัมพันธ์ยังไม่พอกับความทุ่มเทของคนบ้านหลิวเลย
คิดอะไรวุ่นวายอยู่พักใหญ่ เธอก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในบ้านจึงได้เดินออกไปดู
“พ่อ แม่เหนื่อยไหมคะฉันทำอาหารเที่ยงเอาไว้แล้ว ไปล้างมือก่อนจะได้กินข้าวค่ะ”
พ่อหลิวกับแม่หลิวมองลูกสาวที่ยังคงมีใบหน้าซีดเซียวแล้วก็ได้แต่รีบเข้ามาประคองลูกสาว“ยังไม่หายดีลุกขึ้นมาทำไมกัน พี่สะใภ้ของเธอก็มีตั้งมากมายงานง่ายๆแค่นี้พวกหล่อนต้องให้ลูกสาวของฉันลำบากทำอย่างนั้นเหรอ”แม่หลิวเอ่ยออกมาพร้อมกับส่งสายตาคาดโทษไปทางสะใภ้สาม
แต่มีหรือที่สะใภ้สามจะยอมให้แม่สามีเอาใจน้องสาวสามีต่อไป“คุณแม่คะ ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านล้วนเร่งเก็บเกี่ยว หมู่บ้านสกุลหลิวของพวกเราปีที่แล้วถูกคาดโทษเื่การส่งผลผลิตล่าช้าฉันจะเอาแต่เอ้อระเหยอยู่ที่บ้านได้อย่างไรล่ะคะ น้องสาวได้สติกลับมาแล้วอีกอย่างฉันก็พิจารณาดูแล้วว่าเธอไม่ได้เป็อะไรมาก ก็ควรลุกขึ้นมาช่วยงานบ้านบ้างสิคะ”
“ดีกับผีน่ะสิ ดูสิเสี่ยวซือซือของฉันหน้าซีดถึงเพียงนี้ถ้าลูกสาวฉันเป็อะไรไปเธอระวังตัวให้ดีสะใภ้สาม” แม่หลิวชี้หน้าลูกสะใภ้อย่างโมโหก็รู้อยู่หรอกว่าสะใภ้คนนี้เป็ไม้เบื่อไม้เมากับหลิวซือซือแต่ควรจะมีขอบเขตไม่ใช่เหรอ
“เอาล่ะๆ อย่ามัวเสียเวลาโต้เถียงกันเลยไปกินข้าวกันเถอะจะได้รีบกลับไปทำงานในแปลงนา” พ่อหลิวเอ่ยตัดบทออกมาแต่มือของเขานั้นก็แอบส่งของบางอย่างให้ลูกสาว พร้อมกับชะโงกหน้าเข้ามากระซิบ “เอาไว้กินนะเสี่ยวซือซือ”
หลิวซือซือรับเอาผลไม้ป่าลูกเล็กกำมือหนึ่งมาไว้ในกระเป๋ากางเกงก่อนจะยิ้มอ่อนให้ผู้เป็พ่อของเ้าของร่างเดิม มีพ่อกับแม่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ
จากนั้นคนทั้งหมดก็มานั่งกินข้าวรวมกันที่ห้องโถงเล็กของบ้านสภาพนั้นก็คืออัดแน่นไปหมดเพราะมีทั้งผู้ใหญ่และเด็กๆ
“คนที่ไม่ได้ลงทำงานในแปลงนาควรกินให้น้อยหน่อยนะ” สะใภ้สามของบ้านเอ่ยเปรยขึ้นมาเมื่อเห็นหลิวซือซือใช้ตะเกียบคีบหมั่นโถว
หลิวซือซือมองหมั่นโถวที่ยังคีบค้างอยู่ก่อนจะวางลงที่เดิมเธอเองก็ไม่ได้อยากจะกินมันเหมือนกัน
“พี่สะใภ้สามพูดถูกค่ะ ฉันไม่ได้ทำงานหนักอะไรไม่ควรกินเยอะหรือเอาเปรียบทุกคนฉันขอตัวไปดูลูกก่อนนะคะ” ว่าแล้วเธอก็ลุกขึ้นสีหน้ายังคงเรียบนิ่ง
เมื่อเลิกผ้าม่านเข้ามาในพื้นที่ของตัวเองได้แล้วเธอก็นอนลงข้างๆลูกชายลูกสาวที่กำลังนอนหลับอย่างสบายใจแต่เสียงของผู้เป็แม่ที่กำลังด่าทอพี่สะใภ้สามเธอยังคงได้ยินทุกถ้อยคำมุมปากของหลิวซือซือยกขึ้น อย่างน้อยเธอก็ยังคงมีคนคอยหนุนหลังน่าแปลกจริงๆที่พ่อแม่ของเธอไม่เหมือนกับพ่อแม่ในยุคสมัยนี้พวกท่านรักลูกสาวยิ่งกว่าลูกชายอีก กับพี่สาวใหญ่และพี่สาวรองที่แต่งออกไปแล้วพวกท่านก็รักมากไม่แพ้กับที่รักเธอ
คิดอะไรอยู่ครู่หนึ่งก็ชะโงกหน้าขึ้นมองทารกตัวน้อยในห่อผ้าอ้อมเก่าซีดรอยยิ้มปรากฏขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ขณะนั้นแขนของเธอที่วางอยู่ใกล้ๆพวกเขาก็ััถูกปลายเท้าเล็กทั้งสองคู่พลันนั้นร่างกายของเธอก็เหมือนว่าจะได้รับความเย็นสบายอย่างน่าประหลาด ไม่นานก็ผล็อยหลับไปทั้งที่มีเสียงคนหลายคนถกเถียงกันดังอื้ออึ้งอยู่ด้านนอก
นิยายเื่นี้มีอีบุ๊กเล่ม 1 แล้วไปสอยได้ที่ meb นะค้าา