^^ “หากเ้าเป็สาวเทื้อ ความสดใหม่คงไม่มีประโยชน์” ยิ้มแล้วเลือกปิ่นลายนกยูงมาใส่กล่องใบเล็กแยกเอาไว้
“คุณหนู” ปลายน้ำเสียงอ่อยๆ คล้ายกับหมดคำจะกล่าว ไม่รู้ว่าคุณหนูคิดเช่นนี้ได้อย่างไร จะว่าไร้ยางอายหรือกล้าเกินสตรีก็กล่าวได้ไม่เต็มปาก เพราะถ้าหากบ่าวเช่นนางต้องเป็สาวเทื้อจริงๆ แล้วคุณหนูเปิดหอนายโลม นางก็คง...ไม่รอด ‘เข้าไปใช้บริการบุรุษรูปงามอย่างไม่ต้องสงสัย’
“มาแล้วๆๆ”
เสียงเรียกขานของผู้มาใหม่ทำให้ทั้งนายทั้งบ่าวต้องหันไปมอง
หวังปิงปิงยิ้มในหน้าเอ่ยทักทายอย่างเป็กันเองกับคนที่นางอยากพบมากที่สุดในวันนี้ “พี่อาฟั่น” ^^ “ข้าเพิ่งคัดได้แค่สองหีบ ไม่ทราบว่าพี่จะรับไปมากน้อยแค่ไหนเ้าคะ”
อาฟั่นในชุดนางกำนัลมองหีบมากกว่าสิบใบตาโต อันที่จริงนาง้าคัดมันทั้งหมดแต่ด้วยเวลาของนางตรงจุดนี้มันมิได้มากมายขนาดนั้น เบี้ยหวัดจากการขายก็อยากได้ นางขมวดคิ้วอย่างหนักใจเพราะคิดไม่ตก “ถ้าคัดทุกหีบจะใช้เวลาเท่าใดนะ” เปรยออกมาเบาๆ
ปิงปิงลอบยิ้มและรู้สึกว่าโชคจะเข้าข้างนางมากทีเดียว ในเมื่อโอกาสมาถึงตามแผน ใยนางต้องรั้งรอ “ที่จริงแล้วหากพี่อยากได้มันทั้งหมดข้าสามารถนำไปส่งให้พี่ได้นะเ้าคะ แต่ต้องหลังจากที่ข้าคัดอันสวยๆ ให้พี่แล้วเสร็จซึ่งคาดว่าน่าจะเป็ยามเซิน” (16.00)
“แต่เราจะเข้าไปส่งด้านหน้า เรามิต้องอ้อมไปไกลหรอกรึเ้าคะคุณหนู อีกอย่างคือทางเข้าออกด้านหน้ามีไว้สำหรับขุนนางหรือแขกต่างบ้านต่างเมืองหรือเปิดในวันงานสำคัญ เราเข้าไปแล้วจะผ่านทหารยามได้หรือเ้าคะ” อาเปากล่าวตามที่นางรู้มา จะมียกเว้นก็แค่ตอนที่นายท่านหวังเข้าวังเท่านั้นล่ะ ‘ซึ่งนั่นเป็กรณีพิเศษ’ มิใช่ขอเข้าไปเพื่อพบนางกำนัล
“นั่นสิ” อาฟั่นหน้ายุ่งเข้าไปอีก
หวังปิงปิงลอบชมสาวใช้ของตนเองที่ช่วยเกริ่นนำให้เื่มันง่ายกว่าเดิม “เช่นนั้นพวกพี่เข้าออกทางใดเ้าคะ” ‘แผนของนางกำลังจะเริ่ม’
“นางกำนัลและคนครัวมักจะเข้าออกทางประตูเล็กท้ายวังน่ะ”
“เช่นนั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่เ้าคะ พี่เอาปิ่นที่ข้าคัดสองหีบเล็กพวกนี้กลับไปก่อนแล้วข้าจะให้อาเปาตามพี่ไปเพื่อดูเส้นทางเข้าออกของพี่ด้านหลังวัง หากมันจะยากเกินไปนักและหากพี่ไม่ว่าอะไรข้าจะขอยืมชุดนางกำนัลของพี่สักสองชุดเพื่อที่ข้าจะได้นำปิ่นที่เหลือไปมอบให้พี่” แอบกระซิบข้างหูอาฟั่น “อันที่จริงข้าแอบชมชอบบุรุษผู้หนึ่งในวังหลวงด้วย ข้าก็อยากจะไปแอบดูคนผู้นั้นเหมือนพี่มาแอบดูพี่หลีปินของข้าไง”
อาฟั่นหน้าตาเลิ่กลั่ก หูแดงตาแดงไปหมด…นางแอบดูหลีปินจริงๆ นั่นล่ะ ยิ่งยามนี้ฝ่ายนั้นหันหน้ามายิ้มใส่ นางถึงกับไปไม่เป็เลยทีเดียว “ได้ๆ” ทำหน้าอายๆ
“เช่นนั้นเรามาช่วยกันตอนนี้เท่าที่พี่มีเวลา หากพี่กลับไปก็ให้อาเปาตามไปด้วย ตกลงนะเ้าคะ”
“อื้ม ตกลง” ^^
อาเปา ‘เยี่ยมจริงๆ คุณหนูของบ่าว’
สองเค่อผ่านไป หวังปิงปิงมองหนึ่งนางกำนัล หนึ่งสาวใช้ของตนเดินตามกันออกจากคลังสินค้าท่าเรือด้วยรอยยิ้ม ^^ นี่แค่เริ่มต้นและยังหวังว่าทุกอย่างคงจะเรียบร้อยโดยไม่มีอุปสรรคขัดขวาง ‘แต่เอ๊ะ?? อุปสรรคขัดขวางกลางทางย่อมมีแน่ นั่นคือสตรีข้างกายบุรุษรูปงามผู้นั้น!!’ “อืมมม จะทำเช่นไรดีหนอ” เปลี่ยนจากตรวจปิ่นปักผมมาเป็นั่งเท้าคาง ทางเลือกของนางคือหนึ่ง เดินตามความรู้สึกโดยไม่สนใจสตรีอื่นใด ให้มองว่าพวกนางเป็เพียงมดปลวก ‘แต่มดปลวกพวกนี้ช่างมีอำนาจมาก’ สองคือหยุดที่จะก้าวต่อ ก่อนจะเสียใจในทุกเื่ ‘ซึ่งเื่มันยังไม่เกิดแต่นางก็ต้องคิดเมื่อเข้าวังไปแล้ว’ “อืมมม หากเป็จุ๊บแจง นางคงสู้ไม่ถอยนั่นเพราะนางงามและมั่นใจ”
“เ้าก็งามและมั่นใจ เหตุใดไม่สู้”
ขวับ!! ปิงปิงมองพี่ใหญ่ราวกับมองเห็นพระเ้า “พี่รู้รึเ้าคะ?” นางหมายถึงเื่ของบุรุษผู้นั้นที่คว้าหัวใจนางติดมือไปด้วยในเวลาอันรวดเร็ว
“ไม่รู้ แต่หากเ้าคิดว่าตนเองงามแล้วไม่สู้ พี่ว่ามันไม่ถูกต้อง”
สาวงามพยักหน้าหงึกหงัก “ลองให้รู้” เื่สตรีอื่นตัดไปก่อน ถ้าไม่ถูกบุรุษผู้นั้นเลือกก็แค่ผิดหวัง “เลือกข้อหนึ่งมันคงมิถึงตาย” แต่จะตายก่อนก็ตรงที่จะลอบวังนี่ล่ะ ความลังเลมีไม่ถึงครึ่งให้นางเปลี่ยนใจ ดังนั้นก็ลองมันไปให้จบๆ “สู้!!”
หวังหลีปินมองท่วงท่ากำมือแล้วชูขึ้นฟ้าของน้องสาว ใบหน้าคมขมวดคิ้ว “อะไรของเ้า”
“ท่าสู้”
“_” ไร้คำจะกล่าวกับสตรีในห้องหอนางนี้
๑-------------------๑ (ขอบคุณภาจากเวปเด็กดีค่ะ)
ยามเซิน (16.30)
สองนายบ่าวในชุดนางกำนัลเดินออกจากร้านเสื้อผ้าสาขาย่อยสกุลหวัง เตร็ดเตร่ในตลาดก่อนจะเดินเข้าวังทางประตูด้านหลังตามเวลาเข้าออกของแม่ครัว พี่อาฟั่นฝากมาบอกว่าทหารยามสองนายชอบทานบะหมี่ที่ร้านโกเหลียงซึ่งทั้งนางและอาเปาเพิ่งแวะไปซื้อมาเมื่อครู่อย่างเตรียมพร้อม หากทหารยามถามพวกนางก็ให้ตอบไปว่าเป็นางกำนัลคนใหม่ พวกเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อให้เดินไปถามหาป้าฟ่างแม่ครัวใหญ่ ซึ่งเป็มารดาของพี่อาฟั่น ความที่ฝากมา ทั้งสองสตรีล้วนทำตาม แต่แล้ว...ยังไม่ทันได้ปริปาก
“เ้าช่างคล้ายอาเปาสาวใช้สกุลหวังยิ่งนัก” ทหารยามนายหนึ่งถามอาเปาเมื่อรับบะหมี่
เ้าของนามทำตัวมีพิรุธลนลาน จะบอกว่านางเปลี่ยนมาอยู่ในวังมันคงไม่ถูกต้อง แต่อะไรคือ ท้วนหูสหายเก่าจึงมาเป็ทหารยามอยู่ตรงนี้!!
ปิงปิงมองคนครัวขนของอีกด้านเข้าไปโดยไม่สนใจพวกนางยกเว้นป้าฟ่างที่รับรู้ทุกเื่ หากมันจะเป็ปัญหามิสู้นางกล่าวไปเลยว่า “ที่จริงแล้วนางคืออาเปาเ้าค่ะ มาจากสกุลหวังจริงแต่ที่ต้องสวมชุดนี้เพียงเพราะ้ามาส่งปิ่นปักผมที่พี่อาฟั่นสั่งไว้” กล่าวเสียงเบา
“แล้วแม่นางคือ” ท้วนหูถามสตรีน่ารักสะกดใจตรงหน้า
“ข้าคือปิงปิง มากับอาเปา” ^^ ยิ้มหวานใส่ทหารผู้หน้าแดงจัด “ข้ากับอาเปาเข้าไปได้ใช่หรือไม่เ้าคะ หากท่านทั้งสองไม่เชื่อก็ถามป้าฟ่างได้เ้าค่ะ” มองไปยังท่านป้าเ้าของนามที่ยังรออยู่พร้อมกับพยักหน้ายืนยัน
“หากเ้ามิได้ไปทำเื่อื่นใดนอกจากส่งของ ข้าก็ไม่ว่าแต่ให้เวลาเพียงสองเค่อ” ทหารท้วนหูแสร้งหันหน้าไปทางอื่นเพื่อหลบเลี่ยงการจ้องใบหน้านวลใสนั้น “แล้วครั้งต่อไปอย่าได้สวมชุดนางกำนัลมาที่นี่อีก”
^^ ปิงปิงเพียงยิ้มแต่มิได้ตอบรับ ก่อนจะเดินตามป้าฟ่างเข้าไปด้านในตามติดด้วยอาเปารั้งท้าย ‘นี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่ เชื่อนางเถอะ’
๑---------------------๑
ห้องพักอาฟั่น
“ทั้งหมดนี่ข้าคิดราคาแค่สองร้อยตำลึงเงิน ที่เหลือคือส่วนแบ่งของพี่” ปิงปิงส่งปิ่นปักผมมากกว่าห้าร้อยชิ้นให้พี่อาฟั่น สายตากลมโตลอบมองออกไปนอกหน้าต่าง นางจำได้ว่าไม่ไกลจากตรงนี้ไปทางทิศตะวันออกคือตำหนักที่ประทับของบุรุษผู้นั้น เหนือสิ่งอื่นใดคือนางต้องรู้เส้นทางเสียก่อนมิใช่ว่าเดินหาไปเรื่อยในอาณาเขตกว้างใหญ่และเสี่ยงที่จะถูกจับได้ “และข้าอยากให้พี่ช่วยข้าหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ”
“ช่วยเื่ใด” นับเบี้ยหวัดของตนเองส่งให้อาเปาแล้วมองสตรีงดงามสมวัยตรงหน้า
“คราวก่อนที่งานประลองยุทธ์เลื่อนขั้นของขุนนางฝ่ายบู๊ ข้าได้พบกับบุรุษรูปงามผู้หนึ่งซึ่งเป็คนของฮ่องเต้” ล้วงผ้าเช็ดหน้าสีครีมออกจากอกเสื้อให้พี่อาฟั่นดูหลักฐาน “ยามนั้นข้าล้มอยู่ข้างทางและได้คนผู้นั้นช่วยเหลือเอาไว้ ข้าจึงอยากนำผ้าผืนนี้ไปคืนบุรุษผู้นั้นด้วยตนเอง” ปดเล็กน้อย
“คนของฝ่าารึ?”
“เ้าค่ะ”
“หากเป็เช่นนั้นอาจจะหายากสักหน่อยแต่ก็มิใช่ว่าจะหามิได้”
***e-book อยู่ในเมพ