เพลิงสีทองร้อนแรงปานไฟนรกโลมเลียผิวกายจนแทบสลาย นนท์ถึงกับแปลกใจ
" นี่คงเข้าสู่เขตกลางของหุบเขาเพลิงมรณะแล้วสิ " นนท์ยกมือปาดเหงื่อที่หลั่งรินออกมา
" ช่างร้อนแรงจริง " นนท์กวาดตามองยังเปลวเพลิงสีทอง
เปลวเพลิงสีทองปกคลุมทั่ว ความร้อนแรงของมันทำเอาห้วงมิติถูกแผดเผาจนมอดดับ อีกทั้งผืนพสุธายังแยกแตกระแหง
เสมือนเปลวเพลิงผลาญนรกก็มิปาน ความร้อนแรงโหมกระพือออกมาเป็ระลอก
นนท์ก้าวเท้าออกไปอย่างเชื่องช้าแต่ละก้าวที่ใช้ออกไปนั้น ดุจดั่งก้าวเท้าผ่านค่ายกลทดสอบที่เคยผ่านมา เปลวเพลิงสีทองแผดเผาพลังกายจนเหือดแห้ง
ความร้อนแรงของเปลวเพลิงถั่งโถมเข้าสู่กายแกร่งอย่างมิมีหยุดยั้ง ทั้งยังแผดเผาผิวกายจนปริแตก
หยาดเหงื่อและหยดเืหลั่งรินสอดผสานกลายเป็หนึ่ง หยดลงยังมิทันถึงพื้นกลับถูกเปลวเพลิงผลาญเผาจนหมดสิ้นในทันใด
ทุกก้าวที่ััลงสู่พื้นนั้น พลันบังเกิดกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาจากฝ่าเท้า นนท์ฝืนกายเดินต่อไปอย่างยากลำบาก
" นี่มันเป็เพลิงอะไร ทำไมจึงวิปริตถึงเพียงนี้ " นนท์พึมพำ ทั้งยังหอบหายใจอย่างหนัก
" หรือจะลองใช้เพลิงนภาต้าน " นนท์ครุ่นคิด แล้ววาดมือเรียกเพลิงนภาครอบร่างของตนไว้
" ครืน " เปลวเพลิงสีฟ้าห่อหุ้มร่างของนนท์ในทันใด
" ฟู่ว " นนท์ถึงกับเป่าปาก แล้วกลืนน้ำปรานสรรพสิ่งในทันใด
" ไปต่อ " นนท์ก้าวเท้าออกต่อ พลางกวาดตามองหาแก่นของเพลิงสีทอง
" อสูรเพลิงมันเฝ้าแก่นเพลิงสีทองไว้ " นนท์พึมพำ
นนท์เร่งทะยานร่างเข้าไปอย่างรวดเร็ว
" กรร " อสูรเพลิงกระโจนออกมาจากถ้ำ ร่างสูงไหญ่ราวสามสิบจั้งจับจ้องมองยังร่างเล็กจ้อยของนนท์
" ไอ้มนุษย์ เ้าเป็มนุษย์เพียงผู้เดียวที่เข้ามายังที่แห่งนี้ได้ ข้าแปลกใจยิ่งนัก " มันยืนกอดอกมองยังร่างของนนท์
" เปรี้ยง " ลูกไฟใหญ่ราวสิบจั้งพุ่งเข้าหานนท์อย่างรวดเร็ว
" เวรเอ๊ย " นนท์เหยียดกายถอยหลัง ผสากฎเกณฑ์หงษ์เหมันต์์ แล้วฟาดฝ่ามือเข้าต้านในทันที
" ตูม " ปรานร้อนเย็นปะทะกัน เสียงะเิดังกึกก้องทั่วหุบเขา
" อั่ก " นนท์กระอักเืเก่าออกมาอย่างมากมาย พลางกลืนน้ำปรานสรรพสิ่ง
" เปรี้ยง " นนท์ผสานกฎเกณฑ์แห่งพลัง กฎเกณฑ์พสุธา และกฎเกณฑ์หงษ์เหมันต์์ นนท์เหวี่ยงหมัดภูผาเข้าใส่อสูรเพลิง
" ครืน " ปรานเหมันต์แผ่กระจายออกทั่ว อุณหภูมิโดยรอบลดลงอย่างรวดเร็ว ปรานเหมันต์รูปรอยหมัดใหญ่ราวยี่สิบจั้งพุ่งเข้าอสูรเพลิง
" ไอ้มนุษย์ชั่ว " อสูรเพลิงพลันตื่นกลัว
เพราะหากอุณหภูมิลดลงเช่นนี้ ความแข็งแกร่งของเพลิงที่มันใช้นั้นก็ลดลงตามไปด้วย
" เปรี้ยง " อสูรเพลิงะเิพลังสรรพสิ่งในร่างฟาดฝ่ามือเพลิงเข้าปะทะในทันที
" ตูม " แรงะเิของสองปรานกวัดกวาดทุกสิ่งจนราบพนาสูญ ทั้งยังสร้างหลุมลึกนับพันจั้งขึ้น
" ถุด " นนท์บ้วนเืทิ้งเร่งกลืนน้ำสรรพสิ่งเพื่อฟื้นฟูพลัง กวาดตามองยังจุดการต่อสู้เมื่อครู่
" ปลิวมาถึงร้อยลี้เชียว " นนท์พึมพำ
" เปรี้ยง " นนท์ะเิพลังสรรพสิ่งในร่าง ฟาดฝ่ามือเหมันต์ไปยังร่างใหญ่ที่กระโจนเข้าหา
ฝ่ามือเหมันต์ผสานสาระพัดกฎเกณฑ์พุ่งเข้าหาร่างใหญ่ ปรานเหมันต์แผ่กระจายครอบคลุมทั่วทั้งบริเวณในทันที
ความหนาวเย็นแทรกตัวเข้าแทนที่ความร้อนแรงของเปลวเพลิงสีทอง
" ไอ้มนุษย์ชั่ว " ร่างใหญ่ถึงกับสะท้านเมื่ออักขระเต๋าวิวัฒนเหมันต์แทรกตัวเข้าสู่ร่าง
" อ้าก " เสียงร่ำร้องคร่ำครวญดังขึ้น พร้อมทั้งร่างใหญ่ร่วงลงที่พื้นในทันที
อสูรเพลิงหยัดกายลุกยืน จดจ้องยังฝ่ามือเหมันต์ที่ลอยเข้าหา พร้อมยกสองแขนไข้วกัน
" ตูม " ร่างใหญ่เหยียดถอยหลังราวสิบก้าว พลางยกยิ้ม
" นับว่าเ้าก็มีดีอยู่บ้าง แต่ก็อย่างว่า เมื่อถึงเวลาตายก็ต้องตาย " อสูรเพลิงสะบัดมือเรียกขวานอัคคีออกมา
" ครืน " แรงกดดันแผ่กระจายออกกว้าง ปราสังหารพุ่งทะลวงร่างของนนท์หลายเส้นสาย ร่างของนนท์ถึงกัลปลัวออกไป
" อั่ก " นนท์ถึงกับทรุดตัวคุกเข่าลงที่พื้น คายเืออกมามากมาย
" เ้าถึงกับใช้ยอดศาสตารวุธระดับมหาเทพ " นนท์เอ่ยขึ้น
" ไอ้สัตว์หน้าขน " นนท์เรียกเสื้อเกราะสีทองออกมา
" เสื้อเกราะของเ้าช่างวิเศษนัก น่าจะสร้างขึ้นจากเกล็ดัเป็แน่ " สายตาของอสูรเพลิงจับจ้องยังเสื้อเกราะของสีทอง
" ข้าขอบใจเ้าที่เ้านั้น นำเสื้อเกราะที่แสนวิเศษมาให้ข้า ข้าจะปราณีให้เ้าตายอย่างมิทรมาน " อสูรร่างใหญ่แสยะยิ้มตวัดขวานหมายบั่นหัวของนนท์ให้ขาดออกจากร่าง
" เคร๊ง " นนท์ตวัดขวานสองคมอัสนีบาตเข้าต้าน พลันร่างของทั้งสองเหยียดถอยหลัง
" เ้าคิดว่า เ้าจะสามารถสังหารข้าได้อย่างง่ายดายรึ " นนท์ยกยิ้ม
" ครืน " ท้องนภาพลันวิปริตในทันใด วายุอัสนีคลั่งโหมกระหน่ำทั่วท้องนภาอย่างบ้าคลั่ง สายอัสนีนับพันหมื่นเส้นฟาดผ่าทั่ว
" เปรี้ยงๆๆๆๆ ๆ ๆ ๆ " นนท์เหวี่ยงขวานสองคมอัสนีบาตส่งสายอัสนีทั้งแปดออกไป
" ครืน " สายอัสนีทั้งแปดพุ่งทะยานเข้าชนวายุอัสนีคลั่ง
" ตูม " วายุอัสนีคลั่งโกรธาเคียดแค้น ฟาดผ่าสายอัสนีเหมันต์พันหมื่นเส้นลงมา
" เปรี้ยง " สายอัสนีเหมันต์พุ่งเข้าหาร่างั์ในทันที
" ไอ้เลว " อสูรร่างใหญ่ ะเิพลังสรรพสิ่งในร่างตวัดขวานอัคคีเข้าต้าน ลูกไฟจาากขวานอัคคีพุ่งเข้าปะทะสายอัสนีเหมันต์
" ตูม " ร่างของมันเหยียดถอยหลังไปหลายก้าว
" พลั่ก " อย่างมิทันระวังสายอัสนีเหมันต์เส้นที่แปดทะลวงเข้ากลางอกของร่างใหญ่จนเป็รู
" อั่ก " ร่างใหญ่ถึงกับปลิวออกไปไกล นนท์ทะยานร่างตามไปในทันที ตวัดขวานสองคมอัสนีบาตเข้าใส่ร่างใหญ่ที่ยังมิทันตั้งตัว
" เปรี้ยง " สายอัสนีเหมันต์พุ่งเข้าหาร่างใหญ่อย่างรวดเร็ว
" ไอ้สาระเลว " อสูรเพลิงตวัดขวานอัคคีเข้าต้าน
" ตูม " ร่างของทั้งสองต่างปลิวออกไป
" หี ข้าชื่นชมในตัวเ้าเสียจริง นอกจากเ้าจะมิวิ่งหนีเฉกเช่นมนุษย์ทั่วไปยามพบเห็นข้า เ้ากลับกระโจนเข้าใส่อย่างมิกลัวตาย " นนท์ยกยิ้ม
" นั่นคือข้า หากข้าสู้เ้ามิได้ข้าก็เพียงหนีไป แต่หากว่าข้าสู้ได้ ข้าก็จะสู้จนถึงที่สุด " อสูรเพลิงพยักหน้า
" แท้จริงแล้วกายของเ้านั้นพิเศษยิ่งนัก เป็กายที่ข้ามิคยพบเห็น แต่ก็น่าเสียดายที่เ้านั้นจะต้องจบชีวิตลงที่นี่ " อสูรคลั่งหลับตา
" โฮก " กิเลนเพลิงร่างั์ราวห้าร้อยลี้พลันปรากฎขึ้น เปลวเพลิงแผ่กระจายทั่วร่างั์สีขาว
" นั่นมันดวงจิตเทวะกิเลนเพลิงของผู้ใด "
" ดวงจิตเทวะดวงนี้ช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก "
" ข้าว่าภายในเขตกลางคงเป็การปะทะของสองยอดยุทธเป็แน่ "
เหล่ายอดยุทธทั้งหลายที่เข้าเสาะหาสมุนไพร ต่างจับจ้องมองยังกิเลนเพลิงร่างั์
" เ้าคิดว่าเ้ามีดวงจิตเทวะตนเดียวรึ " นนท์พลันหลับตา
" โฮก " สุรเสียงกู้่ก้องร้องคำรามทั่วทั้งแดนจักรพรรดิ์ ร่างเงามักรทองใหญ่ั์ราวพันลี้ปรากฎขึ้น ดวงตาสีทองมองิ่ยังกิเลนเพลิง
" ครึด " ัทองพ่นลมออกจมูกเป็เชิงดูิ่ต่อกิเลนเพลิง เพียงลมหายใจที่พ่นออกถึงกับทำให้โลกจักรพรรดิ์พลันสั่นไหว
" นั่นดวงจิตเทวะัทองตนนั้นออกมาอีกแล้ว "
" ใช่ เป็ดวงจิตเทวะของยอดยุทธท่านใด "
" น่าเสียดายที่เข้าไปดูใกล้กว่านี้มิได้ "
เหล่ายอดยุทธทั้งหลายต่างส่งเสียงเซ็งแซ่
" มาเถิด " นนท์กวักมือเรียก
" เปรี้ยง " กรงเล็บกิเลนเพลิงพวยพุ่งเข้าหาัทอง
" ครืน " ห้วงมิติพลันบิดเบี้ยวแตกสลาย นนท์ยกยิ้ม
" เปรี้ยง " เสียงกัมปนาทดังสะท้านฟ้าะเืดิน กรงเล็บัทองกรีดกรายฉีกห้วงมิติจนขาดวิ่น
" ครืน " ผินพสุธาพลันร่ำร้องสั่นไหว รอยแยกแตกระหงทั่วยามที่กรงเล็บัเคลื่อนผ่าน
" ตูม " แรงะเิกวัดกวาดทุกสรรพสิ่งในหมื่นลี้ หมอกควันคละคลุ้งทั่วหุบเขาเพลิงมรณะ
" อ้าก " เสียงร่ำร้องคร่ำครวญของอสูรเพลิงดังระงมทั่วหุบเขาเพลิงมรณะ
สายตาของเหลายอดยุทธนับพันหมื่น ต่างจับจ้องยังร่างั์ทั้งสองที่ฟาดกรงเล็บเข้าปะทะกัน
" ช่างเป็การต่อสู้ที่ทรงพลังยิ่งนัก "
" ใช่ แม้นว่าขั้นของดวงจิตเทวะของทั้งสองจะอยู่ที่ขั้นราชันย์จักรพรรดิ์สูงสุด แต่ัทองนั้นกลับแข็งแกร่งกว่า "
" เป็การต่อสู้ที่น่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ "
" ไอ้สาระเลว " ร่างของอสูรเพลิงบังเกิดรอยแผลลึกถึงห้ารอย มันหยัดกายลุกยืน แล้วส่งกายจิตหมายสังหารกายจิตของนนท์
" หึ " นนท์แค่นเสียง คนเล็กร่างทองกระโจนออกมากก้มมองยังเสื้อเกราะตัวใหม่ที่นนท์หลอมให้ และกระบี่เล่มใหม่ ตวัดกระบี่ทีผนึกกายจิตของอสูรเพลิงไว้
" ดี " นนท์ยกยิ้มแล้วเดินเข้าหาร่างของอสูรเพลิง นนท์ส่งปรานชีวิตเข้าฟื้นฟูร่างของอสูรเพลิง
นนท์พยักหน้าให้คนเล็กร่างทอง " ฉับ " คนเล็กร่างทองตวัดกระบี่ตัดคอของกายจิตอสูรเพลิง
" ที่นี้ก็หัวของเ้า " นนท์เรียกกระบี่สีชาดออกมา เงื้อกระบี่ฟันไปยังคอของอสูรเพลิงที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น แล้ววาดมือเก็บหัวและร่างของอสูรเพลิงไว้ นนท์เรียกกายจิตกลับ แล้วเร่งไปยังถ้ำ
" เป็ถ้ำแห่งนี้ " นนท์ยืนอยู่หน้าถ้ำ
แสงสีทองสาดส่องออกมาจากโถงถ้ำ นนท์ก้าวเท้าเดินเข้าไปในถ้ำ ด้วยใจที่เต้นระรัว