ตอนที่ 10 ลักลอบข้ามเขตแดน
“ก้นมหาสมุทรเลยหรอ แล้วเราจะไปได้ยังไง เมื่อพวกเราอยู่กลางเกาะแบบนี้”
อสูรวารีน้อยถามหนิงหนิงอย่างสงสัย เพราะตอนที่เขาะโลงมาจากริมน้ำตกหนีเ้าอสูรนกปีศาจ มันเป็แค่ลำธารใต้น้ำตกไม่กว้างใหญ่นัก จนไม่น่าจะเชื่อมไปถึงมหาสมุทร
“ไปได้สิ..ข้าเป็ภูตอสูรระดับสี่เื่แค่นี้เื่เล็ก..ท่านรู้หรือไม่ว่าดินแดนอสูรน้ำจืด เป็ดินแดนที่มีน้ำบาดาลขนาดใหญ่ไหลทะลัก ขึ้นกลางยอดเขาบนเกาะแห่งนี้แล้วล้นขยาย เป็เส้นสายเหมือนกับรากไม้ชอนไช ไปทั่วเกาะไหลลงสู่มหาสมุทร
และที่พวกเรากบดานอยู่นี่..ที่แท้ความจริงเป็ธารน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ ที่มีูเาล้อมรอบอยู่ในเขตแดนของอสูรวารีน้ำจืด และลึกลงไปด้านล่างสามารถเชื่อมต่อกันกับมหาสมุทรได้ ซึ่งถ้าไม่มีดวงจิต แก่นแท้ระดับสี่ขึ้นไปไม่สามารถ ทนแรงกดดันลอดเข้าไปในอุโมงค์ถึงก้นใต้มหาสมุทร"
หญิงสาวพูดขณะลุกขึ้นยืนพร้อมกับอุ้มนายน้อยไว้ในอ้อมแขน
“แต่ข้ายังไม่บรรลุถึงระดับสี่ จะลงไปได้ยังไงหนิงหนิงข้าไม่ตายก่อนหรอ”
หญิงสาวยิ้มให้กับชายหนุ่ม
“นายน้อยท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็ภูตอสูร ข้าไม่มีร่างกายมีเพียงพลังงานิญญา ดังนั้นข้าจึงสามารถนำท่านเข้ามา เก็บไว้ในดวงจิตได้อย่างสบาย ยิ่งกว่าห้องพักสุดหรูซะอีก”
วาบ!!
หนิงหนิงพูดพร้อมวางกริชเพชรลงยืนบนพื้นแล้วกลายร่าง จากสาวสวยทรงสะบึมเป็พญางูสาวเกล็ดสีน้ำเงิน หัวมีหงอนสีแดงฉาน
“เดี๋ยวก่อนขอถามอะไรแป๊บ ที่นั่นเป็เขตแดนของอสูรคราเคนด้วยใช่ไหม ”
หญิงสาวแลบลิ้นแดงแปร๊ด ผงกหัวพูดกับนายน้อย
“อสูรคราเคนนั้นรึ..ร่างกายมันเหมือนปลาหมึกั์นั่นแหละ ระดับพลังก็ประมาณระดับสาม ซึ่งข้าก็พอจะสู้ไหว มันอาศัยในเขตูเาไฟใต้ทะเลลึก..คาถาเรียกไฟลาวาก็จะอยู่ในบริเวณแถวนั้น
ซึ่งสมัยก่อนอสูรที่มีระดับสี่ขึ้นไป จะบันทึกวิธีเรียกไฟลาวา พวกเขาเคยอาศัยอยู่ในเขตนี้ โชคดีอาจจะพบศิลาบันทึกคาถาซ่อนไว้ตัวสัตว์อสูร หรือในกล่องสมบัติของเหล่าภูตอสูรระดับสี่”
หญิงสาวพูดขณะมองชายหนุ่ม
“อะไรนะ..มีกล่องสมบัติด้วยหรอ ไปๆ .. และเราต้องหาคาถาเรียกไฟลาวา มาเป็เชื้อเพลิงเพื่อปรุงอาหารให้ข้าด้วย คราวนี้แหละเราจะมีอาหารสุกๆ กินกันพูดแล้วข้านึกหิวซะแล้ว..”
กริชเพชรร้องอย่างดีใจ เขาจึงตัดสินใจไม่รั้งรอที่จะไปค้นหาคาถากับหนิงหนิง เผื่อพบเห็นอะไรดีๆ ที่ซ่อนอยู่ในมหาสมุทรกริชเพชร
“คริๆ ..ไปหาคาถาไฟลาวามาเป็เชื้อเพลิงทำอาหาร นายน้อยอย่าบอกใครนะ มันเป็เื่ตลกสิ้นดี แต่ถ้าท่านไม่กินของดิบวิชานี้ก็จำเป็สำหรับท่านมากๆ มันเป็คาถาเดียวที่อยู่ในเขตแดนวารีทั้งหกเขต ที่จะสามารถเรียกไฟลาวาขึ้นมา เพื่อทำลายล้างศัตรูหรือไม่ก็ปรุงอาหารสุกๆ ของท่าน
ถ้าเป็พวกคาถาไฟประลัยกัลป์ ของดินแดนอสูรอัคคี กับคาถาไฟนรกของดินแดนอสูรพฤกษา ต้องเดินทางข้ามเขตแดนไปไกลมากๆ ซึ่งระดับกายอสูรของท่านตอนนี้ คงจะไปตายมากกว่าไม่ทันถึงเขตแดนทั้งสองนั่นหรอก แม้มีข้าอยู่ด้วยก็ตาม เพราะที่นั่นเหล่าอสูรระดับสี่มีเกลื่อนกลาด ยิ่งกว่าเสี่ยวเอ้อในโรงเตี๊ยม
ง่ายที่สุดคือดำดิ่งลงไปใต้ท้องสมุทรเพื่อไปหาคาถาเรียกไฟลาวาง่ายสุดสำหรับท่าน แต่มันก็เป็การลักลอบข้ามเขตแดนนะ ที่นั่นมันไม่ใช่เขตแดนของพวกเรามันอยู่ในกลางทะเลเขตแดนอสูรวารีใต้สมุทร
มีอะไรค่อยคุยกันระหว่างเดินทางก็ได้เมื่อท่านอยู่ในห้องดวงจิตของข้า เราสามารถสื่อสารกันได้อย่างสบาย”
วูบ!!
ภูตอสูรงูสาวอ้าปาก ลูกบอลดวงจิตแก่นแท้ของนางก็ลอยขึ้นออกเป็สีเขียวสดใสสว่างจ้า มันดูดกริชเพชรเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มรู้สึกร่างกายของเขาถูกหล่อหลอม ย่อส่วนลงอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ตัวเขาเข้าไปอยู่ในดวงจิตของนางอย่างรวดเร็ว
วาบ!!
เหมือนอสูรน้อยนั่งอยู่บนแท่นศิลาสีเขียวสดใส รอบๆ ตัวเย็นสบายหายใจโปร่งโล่ง เหมือนอยู่ในห้องปรับอากาศชั้นดี ตาของเขามองเห็นสิ่งรอบด้านเหมือนกับว่าตัวเอง นั่งอยู่ในเรือดำน้ำขนาดใหญ่เป็กัปตันแหวกว่ายอยู่ในอุโมงค์น้ำลึก มันค่อยๆ ดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ แสงสว่างสีสดใสพุ่งจ้า
เข้าไปในลำน้ำเหมือนสปอตไลต์ขนาดใหญ่ คาดว่าเป็ดวงตาของหนิงหนิงที่ใช้ส่องนำทาง ในลำน้ำลึกความรวดเร็วของการเดินทาง ที่มีหนิงหนิงนำไป เหมือนนั่งเครื่องบินเจ็ทก็ไม่ปานไม่ถึงครึ่งก้านธูปที่ถูกจุดไหว้เ้า ก็โผล่พรวดออกสู่ทะเลกว้างใหญ่ สีเขียวครามใสปกคลุมไปทั่วทิศ
กริชเพชรหันกลับไปมองทางออกมันเป็ช่องเล็กๆ ที่มีน้ำสีเขียวมรกตดันออกมาตรงช่องหินด้านล่างสุดของอุโมงค์ใต้สมุทร เมื่อหันกลับไปอีกทีก็เห็น สัตว์รูปร่างประหลาดใหญ่น้อยกระจัดกระจายอยู่ทั่วท้องน้ำ นางงูสีน้ำเงินเลื้อยออกไปอย่างว่องไว มองตรงไปข้างหน้าไกลๆ เห็นลาวาูเาไฟใต้มหาสมุทรแดงฉาน
“นั่นเขตูเาไฟนายน้อยเห็นหรือไม่นายน้อยมีควันลาวาพุ่งขึ้นมากระทบน้ำทะเลเดือดปุดๆ ”
ไอความร้อนของน้ำที่เดือดส่งผ่านไปรอบบริเวณจนกฤชเพชรััได้
“ผิวพื้นใต้มหาสมุทร ที่นี่เป็แหล่งอาศัยของพวกคราเคนเดี๋ยวเราจะไปหามัน ต้องค้นหาตัวใหญ่ๆ เพราะอสูรขนาดนี้จะกลืนกินของวิเศษไปเยอะ พวกนี้มันชอบแอบลอบโจมตี อสูรพวกที่ไม่มีคาถาสำหรับทำลายหนังที่หนาของมัน จะถูกโจมตีฆ่าเอาง่ายๆ แม้ว่าจะมีระดับกายอสูรที่สูงกว่า
คราเคนอาศัยอยู่ที่นี่ได้ ต้องมีหนังหนามากๆ เพราะต้องทนความร้อนจากเถ้าถ่านลาวา พวกมันกินอสูรกำมะถันขนาดเล็กเป็อาหาร ในเถ้าถ่านลาวารอบๆ ปล่องูเาไฟใต้มหาสมุทรแห่งนี้ มันทนความร้อนแต่ก็มีสิ่งไม่บริสุทธิ์เจือปนไม่เหมาะต่อการกิน เพื่อพัฒนากายอสูร จึงเรียกพวกมันว่า อสูรกำมะถันดังนั้นพวกคราเคน แม้มีรูปกายใหญ่โต
หลังจากกินอสูรเล็กๆ เหล่านี้เข้าไปชั่วนาตาปี แต่ไม่สามารถกลายร่างข้ามระดับสี่ขึ้นมาได้ จึงทำให้พวกมันเป็สัตว์อสูรระดับต่ำ แทบจะไม่มีความคิดมันเป็อสูรขนาดมโหฬาร ที่ปราศจากปัญญา
อาศัยอยู่ในใต้มหาสมุทรจากการที่มันกินไม่เลือก จึงทำให้ลำตัวมีขนาดใหญ่โต จึงเป็เป้าหมายของพวกอสูรระดับสูงมาล่าเพื่อค้นหาสมบัติที่คราเคนพวกนี้กลืนกินเข้าไป จากอสูรที่ล่ามันแล้วเสียท่าถูกพวกมันรุมสังหาร พอดีข้ามีคาถาน้ำใบมีดมรณะ คราเคนเหล่านี้จึงเป็ขนมหวานสำหรับข้า เราจะฆ่ามันหาคาถาเรียกไฟลาวาสักตัว ในเขตปล่องูเาไฟใต้สมุทรตรงนั้น”
หนิงหนิงนางงูสาวอธิบาย ให้เขื่อนเพชรฟังอย่างละเอียด
“โอเค..เอาตามนั้นท่านพาข้าไปเอาคาถาที่ท่านว่ากัน ข้าอยากเรียนเพราะยังไง เราก็ต้องดำรงชีวิตอยู่ด้วยการกินเนื้อที่สุก...”
ชายหนุ่มรู้สึกว่าแม้ว่ากินของสุกจะพัฒนาขึ้นช้า แต่ยังไงเขาก็ต้องกินเพื่อการพัฒนากายอสูร ให้มีความแข็งแกร่งอยู่ในโลกใบนี้ให้ได้
เพราะเห็นแล้วว่าผู้อ่อนแอ ย่อมเสียเปรียบผู้ที่เข้มแข็ง เหมือนพวกไข่ใบน้อยๆ ถูกเ้าอสูรนกปีศาจมันกัดกินอย่างป่าเถื่อนไร้เหตุผล
ชายหนุ่มคาดหวังว่าจะมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ กริชเพชรต้องพยายามทำให้ตัวเองมีความแข็งแกร่งขึ้น เผื่อจะมีชีวิตดำรงอยู่ให้ได้ มันไม่ใช่เื่ง่ายเลย แม้ว่ามีของวิเศษเป็ภูตระดับที่สี่ ก็ไม่สามารถจะเปิดเผยได้มีอสูรทุกที่ทุกแห่ง พร้อมที่จะสังหารตนฆ่ากินเป็อาหาร แล้วยึดภูติญญาอสูรวิเศษไป
"หลังจากเสร็จกิจครั้งนี้แล้ว ข้าคงจะต้องใช้พลังไปมากโขขึ้นไปดินแดนของพวกเราแล้ว หนิงหนิงคงจะต้องจำศีลเป็เวลานานพอสมควร"
จนกว่าท่านจะเติมเต็มเืเนื้ออสูรให้ข้าใหม่อีกครั้ง ซึ่งกายอสูรของท่านตอนนี้ก็คงจะหาได้อาหารยากเย็น กว่าจะปลดปล่อยข้าออกมาได้อีก...”
กริชเพชรเมื่อได้ยินนางพูดแบบนั้นรู้สึกหนักใจพอสมควร เพราะเขายังมีกายอสูรที่ต่ำชั้นสุดๆ ขืนร่อนเร่ไปตัวคนเดียวมีหวัง โดนพวกคาบไปรับประทานเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว
“ก็เอาอย่างนี้.ิิก็กินมันสมองของไอ้นกตัวนั้นสิ ท่านจะได้อยู่ได้อีกนานไม่ดีหรอ...”
ชายหนุ่มนึกถึงเื่ที่เธอเก็บมันสมองอันน่าสะอิดสะเอียน ของเ้าอสูรนกปีศาจตัวนั้นแล้วขนลุกขึ้นทั้งตัวอีกครั้ง
“คงไม่ได้หรอกนายน้อยรู้หรือเปล่าว่ามันเป็ของหายาก ถึงแม้ว่าเ้านกร้ายตัวนี้จะอยู่ในระดับที่สอง แต่ทรัพยากรในเขตที่เราอาศัยอยู่ มีสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์วารีน้ำจืดมีน้อยมาก ข้าต้องเก็บไว้ให้ท่าน เลื่อนระดับ...”
นางพูดพร้อมกับแหวกว่ายน้ำทะเล ตรงไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
“นายน้องรู้หรือเปล่าว่าพวกเราแอบเข้ามาในเขตแดน ของอสูรวารีใต้สมุทรถ้าพวกเขาพบเรา รับรองว่าพวกเราไม่เหลือแม้แต่ซาก ดีที่ข้ารู้จักเส้นทางเพราะแอบมาลักทรัพยากรที่นี่บ่อยๆ ก่อนที่ข้าจะตายไม่เช่นนั้น เราไม่สามารถหลบหลีกรอดพ้นสายตาพวกอสูรระดับสี่ ที่มีเกลื่อนกลาดแถวนี้เต็มไปหมด
ถ้าดวงซวยก็อาจจะเจออสูรระดับหกระดับเจ็ด ที่เป็อสูรจำพวกเงือกนั่นหมายความว่า ท่านต้องเป็อาหารมื้อค่ำของพวกมันอย่างไม่ต้องสงสัย นายน้อยรู้หรือไม่ว่าตัวท่านเป็อสูรพันธุ์น้ำจืด ที่มีพลังน้ำสะอาดเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต กินท่านตัวเดียวอยู่ได้เป็ปี ไม่ต้องหาน้ำดื่มพวกเราจึงถือว่าเป็อสูรที่ทรงคุณค่า
มีน้อยยิ่งกว่าน้อยถ้าไม่มีม่านบาเรีย ของจักรพรรดิเขตแดนอสูรวารีน้ำจืด ปกป้องพวกเราไว้ป่านนี้เกาะเล็กๆ ของพวกเราคงจะเป็เกาะร้างไปนานแล้ว”
หญิงสาวพูดพลาง พร้อมกับมุดเข้าใต้โขดหิน ที่มีปะการังสลับซับซ้อนเป็ชั้นๆ ซึ่งช่องทางนี้ดูแล้วเก่าแก่มากๆ เหมือนไม่ค่อยมีใครได้ใช้มัน
“ถ้าอย่างนั้นกษัตริย์ของเขตแดนวารีน้ำจืดก็เก่งนะสิ ถึงสามารถปกป้องดินแดน บนเกาะที่เราอยู่จนถึงทุกวันนี้ได้”
ชายหนุ่มถามขณะตายังจ้องมองปะการัง ที่มีรูปร่างคล้ายเขากวางเกาะรวมตัวกันเป็ผนึก มีช่องรูเล็กๆ พอที่ตัวของหนิงหนิงจะเลื้อยผ่านไปได้ ตอนนี้เธอเหมือนจะดับไฟในดวงตาลง ใช้แต่ความชำนาญมุดตรงไปเรื่อยๆ
“ก็ไม่เชิงหรอกนะกษัตริย์ของเขตแดนอสูรวารีน้ำจืด เป็ผู้ที่มีความสามารถในการรบไม่น่าจะเกินระดับแปด ซึ่งน้อยที่สุดในเจ็ดอาณาจักรเขตแดนวารี
แต่ด้วยท่านเป็เชื้อสายของมหาจักรพรรดิเขตแดนวารี ที่ปกครองทั้งเจ็ดเขตจึงไม่มีอสูรในเขตวารีอื่น เข้าไปล่วงล้ำเพราะเห็นแก่มหาจักรพรรดิผู้เป็ปู่ แต่ถ้าอสูรในเขตแดนวารีน้ำจืดออกมาจากดินแดน นั่นก็เป็เื่ที่ต่างกัน
ไม่มีใครคุ้มครองได้นอกจากใช้พละกำลังของตัวเอง นายน้อยรู้หรือไม่ว่ากว่าข้าจะขึ้นสู่กายอสูรระดับสี่ได้ ต้องแอบออกมาขโมยทรัพยากรของเขตแดนอสูรวารีมหาสมุทร ด้วยความยากลำบากเป็ร้อยปี”
“หึ!!”
กริชเพชรใถึงระยะเวลา ที่นางต้องใช้พากเพียรเลื่อนระดับเป็ร้อยๆ ปี
ถ้าเขาเป็อสูรกระจ้อยร่อยกินแต่เนื้อสุกอีกนานแค่ไหน ถึงจะเลื่อนขั้นสู่ระดับสี่ได้ชาตินี้คงไม่มีหวัง ดีไม่ดีอีกไม่นานก็คงได้เข้าไปอยู่ในท้องอสูรตัวใดตัวหนึ่ง สมองชายหนุ่มเริ่มคิดหาวิธี
……………………………………….............................................................................................................