“เสิ่นเยี่ยรายงานว่านางเปลี่ยนไปหลังจากถูกรุมทำร้าย” ฉินมู่หยาง
การรายงานขององครักษ์คู่ใจทำเขาหดหู่ไปหลายวันไม่น่าเชื่อว่าคุณหนูที่เรียบร้อยและอ่อนโยนอย่างหลี่ลี่เฟินกับเจียงถงเอ๋อจะร้ายกาจและไม่เกรงกลัวความผิดได้ขนาดนี้
“อาจมีผลต่อสมองของนาง” โจวจื่อหยวน
“นางอาจจะไม่ใช่หยวนเข่อชิงคนเดิม” ฉินมู่หยาง
“เช่นนั้นเจ้าจะทำอย่างไร” โจวจื่อหยวน
“หากนางมาดีก็ไม่เป็นไรแต่หากร้ายนักก็ฆ่าทิ้งเสีย” ฉินมู่หยาง
“ห้ามเจ้าฆ่านาง” โจวจื่อหยวน
“ทำไมหรือว่าเจ้า” ฉินมู่หยาง
“เจ้าไม่มีสามัญสำนึกที่นางเป็นอย่างนี้ก็เพราะเจ้ายังจะคิดฆ่านางได้อย่างไร” โจวจื่อหยวน
“เอาเรื่องจริง” ฉินมู่หยาง
“เห้อ เจ้าดูแบบร่างพวกนี้สิจะมีใครคิดได้ขนาดนี้กว่าจะหาคนที่มีความสามารถอย่างนี้อีกคนไม่แน่ว่าข้าตายไปแล้วก็ยังหาไม่ได้” โจวจื่อหยวน
“นั่นก็จริงอย่างที่เจ้าว่า” ฉินมู่หยางมองแบบที่หยวนเข่อชิงทิ้งเอาไว้พร้อมทั้งอาวุธที่นางทิ้งเอาไว้มันละเอียดและมีความเป็นไปได้มากที่จะมีอานุภาพเหนือปืนของชาวโพ้นทะเล
เพราะเขาลองใช้หน้าไม้ของนางแล้วมันได้ผลดีเกินคาด
ที่เขาบอกว่าจะฆ่านางเพราะอยากทดสอบเพื่อนหมอนี่บอกว่าตัวเองไม่มีความรักแต่ดูเหมือนว่าเขาห่วงใยนาง
หากห่วงใยในฐานะมิตรศิษย์อาจารย์คงไม่เป็นไรแต่หากคิดแบบชู้สาวเขาคงยอมไม่ได้นางได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาเรื่องนี้จึงยอมไม่ได้
โจวจื่อหยวนเองก็เข้าใจดีเขาจึงพยายามระวังใจของตนเองหากไม่เห็นหน้ากันมันง่ายมากที่จะไม่มีความรู้สึกต้องห้ามแต่วันนี้เมื่อเจอนางแม้นางจะไม่ให้ความสนิทสนมเป็นพิเศษแต่นางก็ทำขนมมาให้เขา
เขาอยากคิดเข้าข้างตัวเองแต่เมื่อมองหน้าเพื่อนที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาอย่างไรเสียเจ้าบ้านี่ก็สำคัญกว่า
ส่วนคนที่เป็นหัวข้อสนทนาก็เดินไปสั่งวัตถุดิบเพื่อทำสินค้าส่งกองทัพของมู่อ๋อง
“ดูเหมือนไทเฮาใกล้จะกลับมาแล้วนะเจ้าคะ” ลู่จื่อ
“อืม” หยวนเข่อชิง
หากกลับมาแล้วต่างคนต่างอยู่ก็ดีไปแต่ถ้ายังจะมาหาเรื่องนางคราวนี้คงไม่ใช่แค่ไปสวดมนต์แล้ว
“นายหญิงขอรับ” อู่เตี๋ย
“อ้าวท่านอู่มีอะไรหรือ” หยวนเข่อชิงที่กำลังรอลู่จื่อจ่ายเงินอยู่
“ข้ามีของอยากให้ท่านดู” อู่เตี๋ย
“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ข้าจะไปดูที่โรงตีเหล็ก” หยวนเข่อชิง
“มีอีกเรื่องขอรับ” อู่เตี๋ย
“อะไรหรือ” หยวนเข่อชิง
“เสี่ยวหยูถึงวัยเข้าเรียนตอนนี้สำนักศึกษากำลังเปิดรับสมัครอยู่แต่ว่าข้าไม่มีคนรับรองเอ่อ” อู่เตี๋ย
“จริงด้วยให้เสี่ยวเหยาเรียนด้วยเดี๋ยวข้าออกค่าใช้จ่ายให้เองแล้วต้องเปิดรับสมัครเมื่อไหร่” หยวนเข่อชิง
“อาทิตย์หน้าขอรับ” อู่เตี๋ย
“ได้สิเดี๋ยวข้าจะไปด้วยอย่าลืมซื้อชุดดีๆ สักสองสามชุดให้ทั้งสองด้วย” หยวนเข่อชิงยื่นถุงเงินให้
“ไม่เป็นไรขอรับข้าพอมีเงินเดือนที่ท่านให้มากพอขอรับ” อู่เตี๋ย
“ท่านเข้าใจผิดแล้วเงินนี้ข้าไม่ได้ให้ท่านข้าให้ท่านช่วยไปซื้อชุดให้เสี่ยวเหยากับเสี่ยวหยูต่างหากซื้อให้สมฐานะของข้าหากไม่พอก็มาเบิกเพิ่มได้” หยวนเข่อชิง
การที่พ่อแม่ใส่ใจลูกถือเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือตอนเด็กที่เธอยังดูแลตัวเองได้ไม่ดีอย่างน้อยสามีภรรยาคู่นั้นก็ส่งคนมาดูแลและส่งครูมาด้วย
ทั้งที่รู้ว่านางอาจจะตายวันตายพรุ่งก็ยังอุตส่าห์หาครูมาให้เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกมองว่าใจดำเกินไป
“คุณหนูท่านใจดีมากกว่าแต่ก่อนนะเจ้าคะ” ลู่จื่อ
“เจ้าอยากเรียนด้วยไหมล่ะ” หยวนเข่อชิง
“หากข้าเรียนแล้วใครจะดูแลคุณหนูล่ะเจ้าคะ” ลู่จื่อ
“เช่นนั้นข้าจะสอนเจ้าเองไม่ต้องห่วงข้ารวยแล้วก็มีเวลาว่างให้เจ้าเสมอ” หยวนเข่อชิง
ถึงตอนนี้ลู่จื่ออยากกอดเจ้านายที่สุดนางรักและเคารพคุณหนูของนางมากยิ่งหลังจากฟื้นคุณหนูก็ยิ่งดีกับนางไม่เคยทำโทษนางอีกเลย
สำหรับนางคุณหนูคือความอบอุ่นเดียวที่นางมีตั้งแต่ถูกพ่อแม่ขายมาเป็นทาสนางไม่เคยพบพวกเขาอีกเลยและชีวิตของทาสนั้นต่ำกว่าสุนัขเสียอีก
ใครอยากจะด่าอยากจะฆ่าก็ได้ทั้งนั้นนางนับว่าโชคดีมากที่วันนั้นคุณหนูช่วยนางจากฮูหยินรองที่ไม่ถูกกันไม่อย่างนั้นป่านนี้นางคงไปเฝ้าเง็กเซียนนานแล้ว
“คนเราหากมีความสุขก็ต้องยิ้มไม่ใช่ร้องไห้” หยวนเข่อชิงเช็ดน้ำตาให้สาวใช้
“ข้ามีความสุขมากเกินไปแล้วเจ้าค่ะแต่ว่าคุณหนูบ่าวขอบังอาจถาม” ลู่จื่อ
“ถามเรื่อง” หยวนเข่อชิง
“ท่านไม่มีความสุขหรือเจ้าคะ” ลู่จื่อ
“ก็ไม่ได้ทุกข์อะไรนะถามทำไม"หยวนเข่อชิง
“หากท่านมีความสุขทำไมท่านไม่ยิ้มล่ะเจ้าคะ” ลู่จื่อ
“นั่นสิคงเป็นเพราะข้าขี้เกียจยิ้มล่ะมั้ง” หยวนเข่อชิงบีบจมูกลู่จื่อ
แล้วนางก็ยิ้มออกมาเต็มใบหน้านางมีความสุขเพราะมีคนห่วงใยนางเมื่อรู้อย่างนั้นก็ยิ้มหวานออกมา
“คุณหนูยิ้มแล้ว” แม่นมสีถึงกับร้องไห้ออกมา
เพราะนางกังวลใจเรื่องที่หยวนเข่อชิงไม่ยิ้มมานานมากจนคิดว่านางอาจจะป่วยไข้แล้วไม่ยอมบอกใคร
“แม่นมดีใจไม่ควรร้องไห้นะ” หยวนเข่อชิงยิ่งยิ้มกว้างมากขึ้น
จริงด้วยตั้งแต่เข้ามาในโลกนี้นางเป็นที่รักและมีตัวตนมีคนห่วงใยนางอยู่ไม่ใช่หรือเมื่อคิดได้ดังนั้นก็ขอบคุณชะตาชีวิตที่ทำให้นางได้มีโอกาสเรียนรู้ชีวิตในแง่มุมอื่น
เมื่อหยวนเข่อชิงยิ้มนกก็บินตกลงมาเพราะเผลอมองนางโดยไม่เห็นว่ามีต้นไม้อยู่ข้างหน้า แม้แต่ปลายังโดดขึ้นมาจากสระเพราะอยากยลโฉมนาง
นางงามขนาดนั้นงามขนาดที่ดอกไม้ผลิบานตามรอยยิ้มของนางหยวนเข่อชิงวันนี้ตอนนี้มีความสุขที่สุด แต่ว่าก็รู้ตัวดีว่าอย่างไรเสียก็ต้องระวังตัวอยู่ดี
มีคนไม่ชอบขี้หน้านางมากเกินไปมีคนอยากให้นางตายอย่างน้อยห้าคนและคนที่นางมีคดีพิพาทอีกหนึ่งคนและเป็นคนที่น่าจะรับมือยากที่สุด
เทพสงครามไร้ใจผู้นั้นอยากรู้จริงๆ ว่าถ้าเขากลับมาแล้วจะทำอย่างไร
และแล้ววันที่ขบวนทัพของมู่อ๋องก็กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ทั่วทั้งเมืองแซ่ซ้องสรรเสริญชายารองทั้งสองและอนุทั้งสี่ต่างไปรอรับที่หน้าประตูเมือง
“หยวนเข่อชิงอยู่ไหน” ฮ่องเต้
“นางไม่ได้มาพ่ะย่ะค่ะ” หลีกงกงปาดเหงื่อ
เพราะนางส่งคนมาแจ้งว่าจะไม่มาเข้าร่วม
“ทำไม” ฮ่องเต้
“เอ่อ” หลีกงกง
“ตอบมา!” ฮ่องเต้ทรงกริ้ว
คุณหนูหยวนผู้นี้ชักจะเอาใหญ่แล้ว
“ทรงพระทัยเย็นไว้ก่อนเพคะ” ฮองเฮาปลอบฮ่องเต้
“พอกันทั้งคู่ไอ้เด็กตัวเหม็นนั่นก็เหมือนกันกลับมาตั้งนานแล้วก็ไม่ยอมบอกใครหากไม่ให้จื่อหยวนไปตามมันจะโผล่หัวมามั้ย” ฮ่องเต้
ทรงกริ้วเพราะดูเหมือนสองสามีภรรยาคู่นี้จะไม่เห็นหัวเขาสักคนเสด็จแม่ก็เล่นแง่ไปคนหนึ่งแล้วเขาที่เป็นคนกลางต้องมารับมือระหว่างแม่กับน้องก็ปวดหัวมากพอแล้ว
มาครั้งนี้ยังจะมีน้องสะใภ้ตัวแสบอีกคนหากไม่เห็นว่านางมีความสามารถจะจับกักบริเวณนางเสียให้เข็ดแต่คิดไปคิดมาก็เข้าทางปีศาจจิ้งจอกเจ้าเล่ห์กันพอดี
ขนาดเขาสั่งให้ไปเปิดประตูที่ขังนางไว้นางก็ยังปิดประตูไม้ให้ใครเข้าไปยุ่งอยู่ดี
“ถวายบังคมฝ่าบาท” ฉินมู่หยาง
“ท่านแม่ทัพยินดีที่ท่านกลับมาพร้อมชัยชนะต้าฉินของต้อนรับท่าน” ฮ่องเต้
เขามองดูเจ้าน้องชายตัวดีบัดนี้หนวดเคราเต็มหน้าแถมเป็นหนวดปลอมเพื่อพรางหน้าให้เห็นว่าเพิ่งกลับจากการรบมาจริงๆ
“ขอรายงานด้วยบารมีฝ่าบาทบัดนี้โจรทะเลทรายที่คอยเข้ามาปล้นสะดมชาวบ้านบัดนี้ถูกปราบปรามเรียบร้อยแล้วไม่สามารถก่อการได้อีกต่อไป” ฉินมู่หยาง
เมื่อกล่าวเสร็จผู้คนก็โห่ร้องยินดี
“ลุกขึ้นเถิด” ฮ่องเต้
“เสด็จพี่” ฉินมู่หยาง
เขากวาดตามองหาคน
“นางไม่มา” ฮ่องเต้
“เพราะเหตุใด” ฉินมู่หยาง
“นางบอกเพราะสถานะของเจ้ากับนางยังคลุมเครือ” ฮ่องเต้
_______
น้องหัดยิ้มละนะ แต่จะว่าไปสองผัวเมียนี่น่าจะศีลเสมอกัน