ในดินแดนตงหยางหรืออาณาจักรตงหยาง มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล เมืองที่ลู่ซืออยู่เป็เมืองขนาดกลาง ๆ แต่เป็เส้นทางผ่านของผู้คนที่เดินทางผ่าน ไม่จะไปเดินทางออกทะเล เข้าป่าใหญ่ ล้วนแต่ต้องผ่านเมืองผิงหยวนแห่งนี้ อากาศของเมืองนี้ ทิศเหนือมีป่าหิมะ หิมะปกคลุมเกือบทั้งปี ทิศตะวันออกติดชายฝั่งทะเล และทิศตะวันตกติดเขตป่าดิบโบราณ ส่วนทิศใต้ ติดเมืองอื่นในเขตอาณาจักร
ไม่ไกลจากเมืองผิงหยวน มีสำนักโบราณตั้งอยู่ คือ สำนักเทพ์ ผู้คนในอาณาจักรและนอกอาณาจักรมากมาย ต่างใฝ่ฝันที่จะเข้าสำนัก ที่สำนักแห่งนี้ เปิดเข้ารับการคัดเลือกใน่ใบไม้ผลิของทุกปี ผู้คนนับหมื่นเข้ามาสอบคัดเลือก แต่มีเพียงหนึ่งพันที่จะได้รับการคัดเลือก สำนักเทพ์กินพื้นที่ขนาดใหญ่ มีความโดดเด่นสามด้าน คือ ดาบ กระบี่ และพลอง ผู้ที่จะเข้าเรียนสามารถเลือกเรียนได้ขึ้นอยู่กับความ้า
ว่ากันว่า ในเขตสำนักเทพ์ มีิญญายุทธ์ระดับเซียนอยู่ หากแต่ไม่เคยมีใครได้พบเห็นมาก่อน สำนักนี้เป็สำนักเก่าแก่ สืบทอดมานับหมื่นปี ส่วนตัวสำนัก ว่ากันว่า เป็สถานที่ใช้ฝึกยอดแต่โบราณา ก่อนที่จะมีเมือง แต่ไม่มีใครรู้ว่า นานแค่ไหนแล้ว
ณ บ้านตระกูลจง
ในปีนี้ จงหมาน จงซื่อ จงฮวา และลู่ซือจะเข้าทดสอบที่สำนัก สำนักเทพ์กำหนดให้เข้าคัดเลือกได้ั้แ่อายุห้าปี ในปีนี้จงหมานและจงซื่อ พวกเ้าอายุเก้าปีแล้วทั้งคู่ สองปีทีแล้วเ้าพลาด ปีนี้เ้าต้องเตียมให้พร้อมกว่าเดิม หาไม่แล้วพวกเ้าจะหมดโอกาสแล้ว
"ท่านแม่ ใน่สองปีที่ผ่านมา มีเด็กที่มีความแข็งแกร่งจำนวนมากเข้ามากกว่าทุกปี แม้แต่เ้าสำนักเทพ์เอง ก็เอ่ยปากถึงความสามารถของพวกเขาเ่าั้ ทำให้เด็กทั่วไปเข้าสำนักได้น้อย"
"แต่ข้าเชื่อว่า ด้วยความสามารถของลูกข้าทั้งสอง จงหมานและจงซื่อ ในปีนี้พวกเขาสองคน จะเข้าสำนักได้อย่างแน่นอน" าุโใหญ่กล่าวแก้ตัวให้บุตรชายทั้งสอง
"อืม ... ทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน ถ้าไม่ได้ก็มาดูแลกิจการของตระกูลก็แล้วกัน"
"ส่วนจงฮวา เ้าจะครบหกปีแล้ว ลู่ซือเ้าก็จะเจ็ดขวบแล้ว จงฮวาข้าไม่ห่วงนางมากนัก นางมีพื้นฐานปราณที่แข็งแกร่งกว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน ความฉลาดเฉลียวและไหวพริบถือว่าเยี่ยมยอด วิชาตระกูลจงที่ได้ถ่ายทอดไป ก็แข็งแกร่ง ไม่น่าจะมีปัญหา"
"คนที่ข้ากังวลที่สุดในยามนี้ คือ ลู่ซือ เ้าไม่เคยได้รับการถ่ายทอดปราณยุทธ์ใด ๆ ของตระกูล แม้เ้าจะเห็นการฝึก แต่ก็ไม่ได้รับรู้เคล็ดวิชาใด ๆ ก็ด้วยข้อกำหนดที่เข้มงวด และถึงแม้ข้าจะถ่ายทอดความรู้ของข้าทั้งหมด แต่ข้าเองก็ยังคงกังวลอยู่ว่าเ้าจะผ่านการคัดเลือกหรือไม่"
"พลังยุทธ์ของข้า แม้จะไม่อ่อนด้อย แต่ด้วยฐานวิชาตระกูลจงนั้น แข็งแกร่งกว่ามากนัก นั่นทำให้เ้าออกจะเสียเปรียบคนอื่นอยู่"
"ข้อดีของเ้าคือ ฉลาด มีไหวพริบ และมีสมาธิสูง เรียนรู้ได้ไว เข้าใจธรรมชาติของสรรพสิ่ง ทำให้นี่เป็ข้อได้เปรียบของเ้า" จงเป่าพูดกับลู่ซือต่อหน้าคนในตระกูลจง
"ท่านย่า ทำไมท่านต้องห่วงมันด้วย มันจะได้หรือไม่ได้ก็ไม่เกี่ยวกับตระกูลเรา มันเป็เพียงคนนอกที่เข้ามาอาศัยอยู่กับเราเท่านั้นเอง" จงหมานพูดออกมาด้วยความอิจฉาและไม่ชอบหน้าลู่ซือเหมือนเช่นเคย
"จริงด้วยท่านย่า ข้าไม่เห็นท่านสอนข้า ถ่ายทอดวิทยายุทธ์ให้ข้าเลย ทรัพยาการของท่านก็แบ่งไปให้ลู่ซือมาตลอด" จงซื่อกล่าวสนับสนุนตาม
"พวกเ้าก็เสมือนเป็พี่น้องกัน ทำไมถึงได้จงเกลียนจงชังกันนัก ั้แ่เล็ก ข้าไม่เคยเห็นเ้าห่วงใยลู่ซือเลยแม้แต่น้อย เอาแต่หาเื่ตลอด ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ" จงเป่าหันไปมองหน้าาุโหลักผู้เป็พ่อของจงหมานและจงซื่อ พร้อมส่ายหน้าด้วยความเบื่อหน่ายและผิดหวัง
"เอาละ พวกเ้าไปได้แล้ว ลู่ซือเ้าไปพบข้าที่ห้อง" จงเป่าและลู่ซือเดินตามกันไป ท่ามกลางสายตาอิจฉาและเกลียดชังของจงหมานและจงซื่อ ส่วนคนอื่น ๆ แม้จะไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจมากมาย
"ข้าไปด้วยได้ไหม ท่านย่า ข้าอยากฟังด้วย" จงฮวาเดินตามมาถาม นางเป็คนเดียวที่ห่วงใยลู่ซือมาตลอด ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร นางก็จะปกป้องโดยไม่สนใจว่าใครเป็ใคร
จงเป่าไม่ได้กล่าวอะไร เพียงแต่พยักหน้าและเดินตามกันเข้าไปในห้อง
"ลู่ซือ จงฮวา เ้าสองคนรักใครกันก็ดีแล้ว ย่าก็สบายใจ ตัวเ้าจงฮวา ข้าไม่ห่วง เพราะเ้าเป็สายเืตระกูลจง าุโสามก็เป็บิดาเ้า ย่อมไม่มีใครเอารัดเอาเปรียบเ้า"
"ส่วนเ้า แม้ข้าจะพยายามปกป้องเ้า ก็ทำได้ในฐานะย่าที่เลี้ยงดูเ้า ข้าไม่อาจให้สิทธิ์พิเศษใด ๆ ของตระกูลแก่เ้าได้ เพราะมันจะไม่ยุติธรรม และเป็การผิดกฏบรรพชนแต่โบราณนานมา ข้าทำไม่ได้ เ้ารู้ใช่ไหม"
"ข้ารู้ว่าเ้าถูกรังแกหลายครั้ง แม้เ้าจะมีรากฐานพลังที่แข็งแกร่งจากวิชาของข้า แต่มันยังไม่เพียงพอ เ้าอาจจะล้มจงหมานได้ในเดือนก่อน แต่ในโลกภายนอก มีคนเก่งอีกมากมาย เ้าอย่าทะนงตนเองไป"
"ข้าอายุเก้าสิบแล้ว ข้าไม่รู้จะอยู่ดูแลเ้าได้แค่ไหน แม้ใจข้าจะห่วงใยเ้าเพียงใด ข้าก็ทำได้เพียงแต่ส่งเสริมให้เ้ายืนหยัดได้ด้วยตัวเ้าเองมากที่สุด สิ่งที่ข้าจะบอกอีกอย่าง ในวันหน้า เมื่อเ้าเติบใหญ่ เ้ากลับไปที่ป่าาอีกครั้ง เ้าอาจจะได้พบเบาะแสตัวเ้าเองก็ได้ ข้าพยายามหลายครั้งแล้ว แต่ก็หาเบาะแสเกี่ยวกับตัวเ้าไม่ได้ แต่ข้าเชื่อว่า ด้วยตัวตนของเ้า หากเ้าไปที่นั่น เ้าน่าจะรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเ้าและความเป็มาของเ้า"
"ข้าจะรอดูความสำเร็จของลูกหลานตระกูลจง และความสำเร็จของเ้าด้วยนะลู่ซือ" จงเป่าพรั่งพรูความรู้สึกห่วงใยต่อลู่ซืออย่างมากมาย พร้อมโอบกอดหลานทั้งสองด้วยความรัก
"ท่านย่า ในตระกูลจง ท่านเป็ดุจดั่งแม่แท้ ๆ ของข้า ข้าไม่มีวันลืมพระคุณ ส่วนเ้า จงฮวา เ้าห่วงใยข้ามาตลอด แกล้งข้ามาตลอด ข้าจะไม่ลืมท่านย่าและเ้าโดยเด็ดขาด" ลู่ซือนั่งลงและจับมือจงเป่าพร้อมจงฮวา สายใยของความผูกพันธ์ระหว่างพวกเขามากเกินกว่าจะบรรยาย
"พวกเ้าไปพักผ่อน และเตรียมตัวเถอะ อีกสามเดือนจะต้องเข้าทดสอบแล้ว" จงเป่าลูบหัวหลานทั้งสองก่อนจะปิดประตูห้องเพื่อพักผ่อน
อีกด้านหนึ่งของตระกูลจง ในห้องของาุโหลัก
"จงหมาน จงซื่อ ในปีนี้เ้าจะพลาดไม่ได้แล้วนะ เ้าพลาดมาสองปีแล้ว ถ้าพลาดอีก นอกจากจะเสียโอกาส ข้าเองอาจไม่ได้เป็ผู้นำตระกูลคนต่อไปต่อจากย่าของเ้าอีกด้วย"
"จงฮวามีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง นางอายุหกปี แต่มีความสามารถพร้อม เพลงกระบี่นางในวัยนี้ ถือว่ามีพลังและเฉียบคมมาก เทียบกับพวกเ้าแล้ว ถือว่าห่างไกลกันทีเดียว ดังนั้น เ้าอย่าประมาท"
"เ้าทั้งสองชอบกระบี่ ก็จงหมั่นซ้อมให้มาก มีเวลาอีกเพียงสามเดือน เ้าต้องเพิ่มพูนพลังปราณให้สูงขึ้นกว่านี้ เพื่อตัวเ้าเอง ส่วนไอ้เ้าลู่ซือ ข้าไม่ห่วงว่าจะกระทบอะไรกับเ้า แม้มันจะฉลาดและมีอะไรแปลก ๆ ที่คนอื่นทำไม่ได้ แต่มันยังไม่มีฐานยุทธ์ที่แข็งแกร่งเฉกเช่นพวกเ้าที่ฝึกฝนวิชาตระกูลจงมาตลอด" าุโหลักกำชับบุตรทั้งสอง ด้วยตัวเองก็้าก้าวเป็ผู้นำคนต่อไป อีกทั้งยังห่วงบุตรชายที่จะมาเป็ฐานของตระกูลในอนาคต ความสำเร็จในอนาคตต้องวางแผนั้แ่วันนี้
"ท่านพ่อ แต่ข้าไม่ชอบลู่ซือเลย ถ้าข้าเข้าสำนักได้ ข้าจะเขี่ยมันออกจากตระกูลให้ได้"
"ใช่ท่านพ่อ ข้าก็ไม่ชอบมันเลย"
"ครั้งคราวก่อน ก็ได้หน้าจากเ้าเมือง ที่ไปรักษาเซียนหนิงจนหายไปแล้ว" จงหมาน จงซือ แสดงความเกลียดชังออกมาอีกครั้งโดยไม่ปิดบัง
"อืม หากพวกเ้าเข้าสำนักได้ เ้าอาจจะได้พบกับเซียนหนิง นางเป็ศิษย์ที่ได้รับคัดเลือกในปีก่อน นางทั้งสวยและฉลาด ข้าได้ข่าวว่า มีศิษย์ในสำนักมากมายชอบนาง แต่นางไม่สนใจใครเลย หากพวกเ้าถูกชะตากับนาง ก็อาจจะเป็วาสนาของตระกูลจงต่อไป"
"รู้สึกว่า นางจะอยู่สายกระบี่นะ สายเดียวกับที่เ้าคาดหวังจะเข้านั่นแหละ พวกเ้าต้องเตรียมตัวให้ดี อย่าทะเล่อทะล่าไปทำให้นางรังเกียจซะก่อน พวกเ้าอายุเท่ากัน ใครก็ได้ที่นางถูกใจ ข้าก็พึงพอใจแล้ว"
าุโหลักกระหยิ่มยิ้มย่องในแผนที่วางไว้ให้ลูกชายและตระกูลจงที่ตัวมันเองหมายที่จะขึ้นเป็ผู้นำตระกูลมาหลายปีแล้ว
เพียงแต่พวกมันเองก็ไม่รู้เลยว่า จงเป่าผู้เป็แม่และเป็ย่า ทำไมจะไม่รู้ถึงความ้าของพวกมัน หากแต่อย่างไร พวกมันก็คือลูกและหลานของนาง ความทะเยอทะยานของาุโหลัก ใครบ้างจะไม่รู้ และนางเองเลี้ยงมันมาั้แ่เกิด ทำไมจะไม่รู้เช่นเห็นชาติ เห็นตัวตนของมันกันเล่า ...
"เอาละ สามเดือนเท่านั้น ฝึก ฝึก แล้วก็ฝึก..." าุโหลักตบบ่าลูกชายทั้งสองพร้อมไล่ให้ไปฝึกต่อทันที
วันเวลาผันผ่าน ในที่สุดก็จะครบกำหนดสามเดือน ....