3 วันถัดมา
บริเวณด้านหน้าจวนจ้าว เกวียณขนเสบียงและข้าวของสำหรับสองเดือนที่ถูกเตรียมอย่างดีโดยพ่อบ้านหนิงอัน กว่า 2 เกวียณ มีเพียงสำหรับขนของเท่านั้น ไม่มีรถม้า การเดินทางไปครั้งนี้ค่อนข้างลำบากนัก นอกจากทหารสองพันนายที่เดินเท้า สำหรับแม่ทัพ เยี่ยนฝางและผู้ช่วยของเขาก็ขี่ม้าแทนเพื่อความสะดวก วันนี้หญิงสาวแต่งกายด้วยอาภรณ์ดูทะมัดทะแมง ดั่งเช่นจอมยุทธหญิงก็มิปราน ผมห่างม้ายาวถูกมัดด้วยผ้าสีแดงยิ่งเสริมให้นางดูปราดเปรียวมากขึ้น มิได้เหมือนสตรีนุ่มนิ่มเลยแม้แต่น้อย ถึงอย่างไรการเดินทางไปครั้งนี้ส่วนใหญ่ก็มีแต่เหล่าบุรุษ หญิงสาวเองก็อยากทำตัวกลมกลืน
"เ้ารักษาตัวด้วย"
เข่อซินเอ่ยกับหญิงสาวขณะที่เดินมาส่งสหาย
"ไปกันได้แล้ว"
เสียงเข้มเอ่ยสั่งเมื่อเห็นว่าคนมาครบแล้ว ชายหนุ่มะโขึ้นหลังม้าหน้าขบวน เยี่ยนฝางเองก็เช่นกัน ถึงนางจะไม่มีวรยุทธสูงส่ง แต่ทักษะการขี่ม้าธรรมดาเช่นนี้ สำนักศึกษาย่อมมีการฝึกสอนมาอย่างดี ขบวนเดินทางมาถึงประตูทางออกเมืองหลวง ก็พบเข้ากับขบวนทหารมารออยู่ก่อนแล้ว
"คารวะท่านแม่ทัพ"
เสียงเหล่าทหารเอ่ยขึ้นพร้อมกันด้วยท่าทีเคารพ ดวงตาคมกวาดตามองเหล่าทหารกล้าเพื่อตรวจดูความเรียบร้อย
"การเดินทางไปเมืองหย่าฝู๋ครั้งนี้กระทันหันนัก ยังมีชีวิตอีกมากมายที่รอพวกเ้าไปช่วยเหลือ จงดูแลและรักษาตนเองให้ดี จะช่วยเหลือผู้อื่นตนเองต้องพร้อมเสียก่อน ออกเดินทางได้"
จ้าวเทียนหยางะโสั่งเสียงเข้ม ทุกคนตอบรับคำชายหนุ่มก่อนจะออกเดินทาง เยี่ยนฝางควบม้าอยู่ด้านหลังชายหนุ่ม มองแผ่นหลังกว้างที่ขยับตามจังหวะขึ้นลงเมื่อม้าวิ่ง เส้นผมตำสลวยของเขาพริ้มไปมา ลมเย็นประทะเข้าที่ร่างใหญ่ หญิงสาวที่อยู่ด้านหลังได้กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเขา จนเผลอสูดดมเข้าเต็มปอดอย่างเคลิบเคลิ้ม
"ไม่คิดว่าเ้าก็มาด้วย"
เสียงหนึ่งดังขึ้นหลังหญิงสาวทำให้นางมองบนโดยปฏิกิริยา เพราะเสียงที่คุ้นเคยนั้นคือ ลู่ป๋อเหวิน สหายของหญิงสาวที่สำนักศึกษา อีกทั้งยังเป็ถึงบุตรชายของหัวหน้ากรมโยธา เรียกว่าสนิทกันมานับหลายปีอีกด้วย
"ข้าก็มิคิดว่าคุณชายไร้ประโยชน์เช่นเ้าจะมาด้วย"
หญิงสาวเอ่ยตอบไปด้วยท่าทีสนิทสนม
"นี่....คุณหนูเยี่ยนฝาง พอข้าเห็นรายชื่อคนที่จะไปครั้งนี้จากท่านพ่อ ไม่รู้ว่าเป็เช่นไรจู๋ๆร่างกายของข้า ก็รู็สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที อยากที่จะใช้ความรู้และความสามารถที่ร่ำเรียนมาจากอาจารย์หลายปี ช่วยเหลือชาวบ้าน ผดุงซึ่งความผาสุขและรักษาอุดมสมบรูณ์ของธรรมชาติไว้"
ชายหนุ่มไม่เอ่ยเปล่าแต่ยังควบม้ามาประชิดหญิงสาวอีกด้วย
"เช่นนั้นก่อนอื่นเ้าก็อยู่ห่างๆข้าไว้ มิเช่นนั้นเกรงว่าเ้าจะพาชีวิตตนเองไปไม่ถึงเมืองหย่าฝู๋เสียมากกว่า"
เยี่ยนฝางเอ่ยอย่างเหน็บแหนบพร้อมควบม้าออกจากชายหนุ่มไปใกล้จ้าวเทียนหยางทันที
"เ้า!"
มู่ป๋อเหวินอุทานออกมาเสียงดังด้วยความไม่พอใจ นางก็ยังเป็นางเช่นเคย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ดีว่านางเป็คนเช่นไร จากคราแรกที่เขาตกหลุ่มรักนางเพราะรูปโฉมที่งดงาม แต่พอได้อยู่ใกล้นางนานวันเข้า ไม่ว่าจะนิสียที่ดื้อรั้น ความสามรถ และอีกทั้งนางยังเป็คนดีเอามากๆ ทำให้เขายิ่งหลงรักนางเข้าไปใหญ่ ผู้อื่นในสำนักรู้หมดว่าเขาชอบนาง คงมีเพียงนางที่ไม่เคยรู้เื่อันใดเลย ฉลาดเสียทุกอย่างแต่กลับเื่ความรักเหตุใดถึงดูเขาไม่ออกกัน
"ท่านแม่ทัพ เราใช้เวลาเดินทางกี่วันหรือเ้าคะ"
หญิงสาวเอ่ยถามชายหนุ่มที่ยังคงมีท่าทีนิ่งเฉย และใบหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาอย่างที่เคยทำเป็ประจำ แต่นางกลับไม่ได้รับคำตอบใดตอบกลับมา ยิ่งทำให้นางใจแป๋ว อุสาได้ติดตามเขาและเข้าใกล้เขาในรอบสิบปีแล้วแท้ๆ จะอยู่ในจวนหรือตอนนี้ก็คงไม่ต่างกันสินะ
"ใช้เวลาเดินทางประมาณสามวัน"
เป็ซีอัน ผู้ช่วยของเขาเอ่ยตอบหญิงสาวแทน ผู้ช่วยของชายหนุ่มมีทั้งหมดห้าคน นอกจากจื่อห่าวแล้ว ซีอันเป็ผู้ช่วยสตรีเพียงคนเดียว นางมีพี่ชายที่ชื่อซีชวนที่เป็ผู้ช่วยด้วยเช่นกัน อีกสองคนคือ ห่าวอู๋และหยุนไฉ
"อ่อ เ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยตอบรับก่อนที่จะส่งยิ้มกลับไปให้นาง ผู้ช่วยของชายหนุ่มนางเคยเห็นและมักคุ้นหน้าเป็อย่างดี เพราะเข้าออกจวนจ้าวตลอด มีเพียงจื่อหาวที่พักอาศัยอยู่ในจวน ส่วนคนอื่นๆน่าจะค่อยช่วยเื่ต่างๆอยู่ในกรมทหาร ดวงตางามมองซีอันที่นั่งอยู่บนหลังม้า ร่างกายของนางสูงโปร่ง รูปร่างสมส่วน อีกทั้งใบหน้ายังงดงามอีกด้วย เื่วรยุทธเองก็คงไม่แพ้ผู้ใดมิเช่นนั้นจะได้เป็ผู้ช่วยคนสนิทอีกคนของจ้าวเทียนหยางได้เช่นไรกัน ยามควบม้าอยู่ข้างท่านแม่ทัพแล้วชั่งเหมาะสมกันยิ่งนัก เยี่ยนฝางก้มมองตนเองที่นอกจากความงามแล้วก็คงไม่มีอันใดเทียบได้เลยด้วยซ้ำ พอคิดได้เช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"วันนี้ พักค้างคืนที่นี่"
เสียงเข้มเอ่ยสั่งหลังจากที่ตลอดการเดินทางเขาไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเลย แสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าเมื่อเข้าสู่่ต้นยามโหย่ว หากช้ากว่านี้เกรงว่าจะตั้งกระโจมไม่ทันเสียแล้ว คนที่มาก็มีจำนวนมากเสียด้วย ทุกคนที่ได้ยินเช่นนั้นก็แยกย้ายกันไปทำตามคำสั่งทันที ร่างใหญ่ควบม้าออกไปหลังจากสั่งการเสร็จ
"นั้นท่านแม่ทัพไปไหนหรือเ้าคะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยถามจื่อห่าวพร้อมมองจ้าวเทียนหยางที่ควบม้าออกไป
"คงไปลาดตระเวนแถวนี้เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยหน่ะ เ้าอย่างได้สงสัย มาช่วยข้าจัดที่นอนให้ท่านแม่ทัพดีกว่า"
จื่อห่าวไม่พูดเปล่าแต่ยังหยัดเครื่องนอนใส่มือหญิงสาว และเดินนำเข้าไปในกระโจมที่ทหารตั้งไว้ให้แล้ว ดวงตาสวยมองตามหลังแผ่นหลังใหญ่ที่ควบม้าออกไป ใบหน้าของเขามีท่าทีจริงจังตลอดเวลา แต่นั้นกลับทำให้เขามีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก พอเห็นเขาเช่นนั้นแล้ว รู้สึกว่าจ้าวเทียนหยางท่านนี้ดูเหมือนจะไกลเกินเอื้อมจริงๆ หากเช่นนั้นคงต้องบังคับใจตนเองให้เหลือเพียงแค่ความเคารพ เขาเป็เพียงแค่ผู้มีพระคุณ และเลื่อมใสในความสามารถเขาเท่านั้น
"ใช่! เยี่ยนฝางต่อไปนี้เ้าอย่าได้คิดอันใดเกินเลยท่านแม่ทัพเด็ดขาด ถึงแม้ว่า......ไม่ๆไม่มีข้อแม้ เขาเป็ใคร เ้าเป็ใคร หักห้ามใจตนเองเอาไว้" หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจ พลางยกมือกำแน่นอย่างให้กำลังใจตนเอง แต่ขณะนั้นกลับมีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาพร้อมทำท่าพินิจใบหน้าของหญิงสาวที่แสดงออกอย่างจริงจัง
"เยี่ยนฝาง เ้าไม่สบายหรือว่าเ้าบ้าไปแล้วกัน"
ป๋อเหวินไม่เอ่ยเปล่า แต่ฝ่ามือใหญ่ยังอังหน้าฝากของหญิงสาวอีกด้วย คิ้มงามขบวดกันเป็ปมพร้อมเพ่งสายตาดุส่งไปให้ชายหนุ่มทันที มือเรียวยกปัดฝ่ามือใหญ่ออกจากหน้าผากเนียน
"ไปให้พ้นข้า"
หญิงสาวเอ่ยพลางเดินเข้าประโจมไปทันที ชายหนุ่มมองตามหลังบางก่อนที่จะยิ้มร่าออกมาที่กวนนางได้สำเร็จ
.......
ภายในกระโจมใหญ่
โต๊ะอาหารตัวใหญ่สำหรับ 7 คน โดยมีจ้าวเทียนหยางนั่งที่หัวโต๊ะ อาหารไม่กี่อย่างที่ทำง่ายๆอยู่ตรงหน้าหญิงสาวส่งกลิ่นหอม เมื่อชายหนุ่มลงมือทานอาหาร ทุกคนก็เริ่มทานอาหารตามเช่นกัน หญิงสาวมองท่าทีของทุกคน ไม่คิดเลยว่า ท่านแม่ทัพผู้สูงส่งเช่นเขาจะร่วมทานอาหารกับผู้ช่วยและลูกน้องเช่นนางอย่างไม่ถือตัว อีกทั้งท่าทีของทุกคนยังเป็ธรรมชาติอีกด้วย ดูแล้วคงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เป็ประจำแน่
"เฮ้อ~~~ ก็ท่านแสนดีเช่นนี้อย่างไรเล่า แล้วข้าจะไม่คิดกับท่านเกินเลยได้เช่นไรกัน" เยี่ยนฝางเอ่ยกับตนเองในใจพลางกัดตะเกียบมองชายหนุ่ม
"ไม่กินข้าวหรือ"
จ้าวเทียนหยางที่ทานข้าวอยู่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ดวงตาคมหันมาทางหญิงสาว เยี่ยนฝางที่ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความใทันที เขาไม่เคยเอ่ยปากกับนางก่อนเลยสักครั้ง นางเองก็รู้สึกประมาทไม่น้อย
"กะ...กินเ้าค่ะ ข้ากิน"
หญิงสาวรนรานคีบข้าวเข้าปาก เหล่าผู้ช่วยอีกห้าคนยิ้มกว้างอย่าเอ็นดูท่าทีของหญิงสาว
"ข้าน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ"
"เปล่าเ้าคะ"
เยี่ยงฝางเอ่ยพลางกันไปสบตากลับชายหนุ่ม ก่อนที่จะหลุ่มตาลงหนีเขาทันที ใบหน้านิ่งๆเช่นนั้น อีกทั้งเวลามองนางทำให้ร่างบางหัวใจเต้นรั่ว นี่เขาจะมีอิทธฺิพลกับนางเกินไปแล้ว
"คืนนี้เ้าก็พักกับซีอันเถอะ"
ถึงแม้ทุกคนจะรู้ว่านางเป็คนในจวนเขา แต่ใบหน้าของหญิงสาวก็ยังเป็อันตรายอยู่ดี เดิมทีในกองทัพที่มีแต่บุรุษเช่นนี้ หากมีสตรีถึงแม้น่าจะไม่งดงามก็ยังเป็ที่สนใจ แล้วนางที่งดงามเสียขนาดนี้ป้องกันไว้ย่อมดีกว่า
"เรียนท่านแม่ทัพ ข้ามีกระโจมที่ป๋อเหวินเตรียมไว้ให้แล้วเ้าค่ะ ไม่รบกวนท่านซีอันพักผ่อน"
เยี่ยนฝางรีบเอ่ยปฏิเสธทันที
"เ้าว่าที่นี่คือที่ใดกัน บุรุษกว่าสองพันนายข้างนอก เ้าว่ามิมีผู้ที่สนใจในตัวเ้าเลยหรือ อย่าดื้อ....ให้มันมากความ"
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง จนหญิงสาวตัวลีบลงไปทันที
"เยี่ยนฝางคืนนี้เ้าก็นอนกับข้าเถิด อย่าได้เกรงใจ"
ซีอันที่นั่งอยู่ใกล้กุมมือเรียวเอาไว้ พลางเอ่ยปากบอกนาง ปกติท่านแม่ทัพสั่งอันใดพวกเขาก็ปฏิบัติตามทุกอย่าง นางพึ่งเจอผู้เป็นายมีท่าทีเช่นนี้เกรว่านางจะกลัวเอา
"เ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางรับคำอย่างว่าง่าย และตักข้าวเข้าปากไปพลางมองชายหนุ่มไปพลาง
……
ดุน้องได้ใจสั่นมากท่านม่ทัพ ไรท์จะไม่ดื้ออออออออ อิอิ????
>.............
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
ยามอู่ คือ 11.00 - 12.59 น.
ยามเว่ย คือ 13.00 - 14.59 น.
ยามเซิน คือ15.00 - 16.59 น.
ยามโหย่ว คือ 17.00 - 18.59 น.
ยามซวี คือ 19.00 - 20.59 น.
ยามห้าย คือ 21.00 - 22.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————