ตอนที่ 3 อรุณสวัสดิ์ รินอารี 1
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
สิ้นเสียงเคาะประตูห้องก็เปิดออกคุณนวลหงส์เป็คนแรกที่ก้าวเข้ามาก่อน พร้อมด้วยคุณนันทิศ คุณพนิตนันท์และชายหนุ่มที่ชื่อนาราภัทร์
“บุญเรือมยายรินฟื้นแล้วเหรอ” ทันทีที่เข้ามาในห้องคุณนวลหงส์รีบถามบุญเรือมเพื่อความแน่ใจแต่เมื่อหันไปทางรินอารีที่นอนนิ่งโดยปราศจากสายระโยงระยางตามตัวก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาและเมื่อมองเห็นพยาบาลสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ จึงเปลี่ยนไปถามพยาบาลโดยที่บุญเรือมยังไม่ทันได้ตอบ
“ยายรินฟื้นแล้วเหรอคะ คุณพยาบาล”
“ค่ะ แต่ก็เพิ่งหลับไป”พยาบาลหันไปยิ้มให้รินอารีที่ยังหลับอยู่ “หลังจากที่อ้อนคุณหมอให้ถอดสายตรวจวัดสัญญาณเกือบทุกอย่างได้สำเร็จคะ”
“แล้ว ยายรินจะเป็อะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ” พยาบาลยิ้ม“เราตรวจร่างกายของคุณรินอารีสองรอบแล้วค่ะ”
คุณนวลหงส์กับคนอื่น ๆที่มาด้วยเริ่มยิ้มและสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คุณนันทิศค่อย ๆ เดินเบา ๆมายืนข้าง ๆ ของหลานสาวแต่ก็ยังไม่กล้าที่จะเอามือลูบศีรษะคนที่กำลังนอนพักผ่อนเบาๆ อย่างที่ใจคิดจึงได้แต่ยิ้มกับหลานสาวเมื่อได้ยินพยาบาลพูดเื่อ้อนคุณหมอให้ถอดสายวัดต่างๆ ออกได้สำเร็จเพราะนั่นคือลักษณะเด่นของหลานสาวที่รัก
“ไม่เป็ไรแล้วนะ หนูรินของป้าลุง”
“คุณพยาบาลครับ”นาราภัทรพูดกับพยาบาลโดยลดน้ำเสียงให้เบากว่าปกติ “อย่างนี้ก็แสดงว่าน้องรินก็ใกล้จะกลับบ้านได้แล้วสิครับ”
“ถ้าเป็เื่กลับบ้านเราต้องขอเวลาและตรวจร่างกายของคุณรินอารีให้ละเอียดอีกทีก่อนนะคะยังให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ค่ะ”
“...”
เมื่อรินอารีเริ่มขยับตัวเปลี่ยนอริยาบถการนอนหลับที่ไร้สายต่อพ่วงคล้ายบ่วงพันธนาการอย่างสบายตัวทุกคนในห้องต่างเข้าใจเป็อันเดียวโดยที่พยาบาลสาวไม่ต้องแนะนำด้วยคำพูดใด ๆพวกเขารู้ได้ทันทีว่ารินอารี้าพักผ่อน
นาราภัทรคุณพนิตนันท์ขอตัวกลับเพราะนาราภัทร์ต้องเตรียมตัวเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศส่วนคุณนวลหงส์กับคุณพนิตนันท์ยืนยันที่จะค้างคืนที่โรงพยาบาล
แม้จะค้างคืนที่ห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลแต่ห้องหับระดับห้องพิเศษของที่นั่นไม่ต่างจากคอนโดหรูหราที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครันและแบ่งออกเป็สองส่วน
รินอารียังคงหลับสบายภายใต้การดูแลของพยาบาลที่ผลัดเปลี่ยนกันมาตลอดทั้งคืนส่วนบุญเรือมกับนกแกก็ได้โซฟาเป็เตียงเพราะคุณนวลหงส์กับคุณนันทิศเป็เ้าของพื้นที่ทั้งหมดในอีกส่วนหนึ่งของห้อง...
รุ่งเช้ากับแสงตะวันอันอบอุ่นของต้นเดือนมกราคมนั่นอาจเป็เพราะความหนาวเย็นของฤดูหนาวในพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศไทยทำให้แสงตะวันในวันที่ฟ้าโปร่งโล่งตอนเช้าอบอุ่น
รินอารียังคงหลับสบายภายใต้ผ้าห่มโดยมีพยาบาลสาวนั่งเฝ้าตลอดทั้งคืนบุญเรือมกับนกแกตื่นนอนแล้วก็ช่วยกันจัดแจงข้าวของเครื่องแต่งกายให้คุณนันทิศกับคุณนวลหงส์เสร็จเรียบร้อยก็มานั่งตรงโซฟาตัวเดิมและก็เป็เวลาเดิมที่นกแกต้องไปเปิดหน้าต่างในตอนเช้าเช่นนี้
“คุณพยาบาลคะเราเปิดหน้าต่างได้ไหมคะ” บุญเรือมเอ่ยถาม
“ได้ค่ะ” พยาบาลยิ้ม
“หนูใช่ไหมค่ะ”นกแกเป็ฝ่ายเอ่ยถามบุญเรือมด้วยสีหน้าที่ไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก
“แล้วแกคิดว่าต้องเป็ใครละนังนกแก”
ครืด...
เสียงบานเลื่อนหน้าต่างบานเดิมเปิดออกพร้อมกับนกแกที่หันหน้ามาทางคุณหนูรินอารีท่าทีแปลก ๆ ของนกแกทำให้พยาบาลสาวสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามแต่อย่างไรมีเพียงบุญเรือมที่นั่งทำตาโตมองดูนกแกอย่างไม่พอใจซึ่งเ้าตัวก็รู้ตัวดี
สายลมเหมือนรู้ว่านี่เป็หน้าที่ของมันจึงรีบมุ่งตรงไปหาร่างของรินอารีในทันทีพร้อมกับกลิ่นอายของน้ำค้างและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้เช่นเคย พยาบาลสาววางหนังสือทีอ่านลงไว้ข้าง ๆแล้วหันไปที่หน้าต่างสูดเอาอากาศบริสุทธิ์พร้อมด้วยกลิ่นหอมจาง ๆ
ทันทีที่สายลมเข้าถึงร่างของรินอารีหล่อนเริ่มขยับตัวงัวเงียก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ แล้วหันหน้าไปทางหน้าต่างที่เปิดโล่งไว้เป็ช่องลมสายลมอีกระลอกพัดผ่านเข้ามาอีกครั้งคราวนี้สายลมมุ่งตรงเข้าโลมลูบใบหน้าของรินอารีอย่างตั้งใจราวกับแสดงความยินดีที่ได้เห็นหล่อนตื่นจากความฝันอันแสนยาวนานรินอารีเองรู้สึกเหมือนกับว่าสายลมนั่นได้นำพาเอาคำพูดของใครคนหนึ่งฝากมาถึงตัวเองและเป็คำพูดของชายหนุ่มเช่นเคย...
“อรุณสวัสดิ์ เ้าหญิงรินอา”
มันเป็เสียงเดียวกับเสียงที่พยายามเรียกหล่อนให้ตื่นขึ้นจากความฝันอันยาวนานตลอดเวลาที่นอนพักฟื้นอยู่ที่แห่งนี้ที่ที่ทำให้หล่อนหลับฝันอยู่แต่ในวังวนแห่งความมืดมิดคล้ายชั่วนิรันดร์แต่บัดนี้เสียงเรียกนั้นเหมือนจะเป็ฝ่ายเอาชนะ
“ตื่นแล้วเหรอคะ คุณรินอารี” พยาบาลสาวยิ้มทักทาย“เป็ยังไงบ้างคะ ยังปวดหัวอยู่ไหม ขอวัดความดันนิดหนึ่งนะคะ”
พยาบาลสาว กดสัญญาณที่หัวเตียงพร้อมกับนำอุปกรณ์ตรวจวัดรินอารีทันทีที่หล่อนตื่นและไม่กี่นาทีนายแพทย์อีกคนก็เข้ามากับพยาบาลสาวอีกคนนายแพทย์ตรวจวัดร่างกายของรินอารีอย่างละเอียดอีกครั้งโดยมีคุณนันทิศ คุณนวลหงส์บุญเรือมและนกแกเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ
เมื่อตรวจเช็คร่างกายในเบื้องต้นเป็ที่เรียบร้อยยังไมทันที่คุณนันทิศจะเอ่ยถามอาการของรินอารีนายแพทย์ก็เป็ฝ่ายเอ่ยปากขึ้นเสียก่อน
“เดี๋ยวต้องให้คนเจ็บไปตรวจด้วยเครื่องสแกนอีกทีนะครับ”
“ทำไมละคะ” คุณนวลหงส์แทรกขึ้น“ก่อนหน้านั้นก็ตรวจไปแล้วนี่คะ”
“ทางเรา้าตรวจเช็กให้ละเอียดเพื่อความแน่ใจนะครับ”
“แน่ใจเื่อะไรคะ”คุณนวลหงส์เริ่มสีหน้าไม่ค่อยดี
“คุณแม่ ป้าลุง”น้ำเสียงของรินอารียังกระท่อนกระแท่น
“รินลูกแม่” คุณนวลหงส์ยิ้มกว้าง
“ว่ายังไงหลานรินของป้าลุง”คุณนันทิศเผยรอยยิ้มอิ่มใจไม่แพ้น้องสาว
“ใครจะเป็คนไปส่งรินขึ้นเครื่องคะรินต้องไปที่มหาลัยนะคะวันนี้” รินอารียังงัวเงีย “ผลสอบของรินออกหรือยังคะเห็นคุณหมอบอกว่ารินหลับไปตั้งสองอาทิตย์ ป่านนี้ผลสอบของรินคงจะออกมาแล้วปวดหัวขนาดนี้รินจะขึ้นเครื่องไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“...”
คุณนวลหงส์นิ่งเงียบตกตะลึงกับคำพูดของบุตรสาวเมื่อครู่ขณะที่คุณนันทิศหันหน้าไปมองนายแพทย์ บุญเรือมอ้าปากค้างยกมือขึ้นทาบอกนกแกยืนนิ่งตัวเกร็ง
“ถ้าผลออกแล้วรินสอบผ่านลุงป้าอย่าลืมสัญญาที่ไว้ให้กับรินอารีคนนี้นะคะ”รินอารีเริ่มมีน้ำเสียงแจ่มใสขึ้น
“สัญญาอะไรเหรอจ๊ะ” คุณนันทิศพยายามสะกดกลั้นทำเสียงให้เป็ปกติ
“ก็สัญญาว่าจะให้รินอารีคนนี้ไปเที่ยวที่ไหนก็ได้รวมถึงต่างประเทศเป็เวลาหนึ่งเดือนโดยไม่ต้องทำงานไงคะรินจำแม่นนะคะ”
“อ้อ... ได้สิจ๊ะหลานรักของป้าลุง”
คุณนันทิศพูดจบหันมามองหน้าน้องสาวด้วยความกังวล...
ในห้องส่วนตัวของนายแพทย์คุณนันทิศกับคุณนวลหงส์นั่งหน้าเครียดอยู่กับเก้าอี้พร้อมด้วยนายแพทย์เ้าของไข้รินอารีนั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะเมื่อทุกคนพร้อมแล้วก็เป็นายแพทย์เ้าของคนไข้ที่เป็คนพูดขึ้นมาเป็คนแรก
“ก่อนอื่นผมขออนุญาตให้ใครก็ได้นะครับเล่าเื่ของคุณรินอารีให้ผมฟังสักหน่อยเกี่ยวกับเื่ที่คุณรินจำไม่ได้และบางเื่ที่จำได้เพราะผม้าบทสรุปเพื่อเป็การสนับสนุนข้อสันนิษฐานนะครับ”
คุณนวลหงส์เป็คนเล่าเื่ราวทั้งหมดให้นายแพทย์เ้าของคนเจ็บฟังซึ่งก็กินเวลาอยู่สักพักสีหน้าทั้งสามต่างเคร่งเครียดและท้ายสุดนายแพทย์ก็ได้บทสรุป
“ก็อย่างที่ผมได้บอกไว้ั้แ่แรกนะครับว่าคุณรินอารีอาจต้องสูญเสียความทรงจำเพราะสมองของเธอได้รับการกระทบกระเทือน”น้ำเสียงนายแพทย์ราบเรียบ
“แล้วทำไมยายรินถึงยังจำเื่บางเื่ได้ละคะคุณหมอ”คุณนวลหงส์พูดขึ้น
“...” นายแพทย์นิ่งเงียบถอนหายใจ
“มีอะไรก็พูดมาเถอะครับคุณหมอ”คุณนันทิศแทรกขึ้น “พวกเรารับได้”
“มันเป็เพียงแค่ข้อสันนิษฐาน”
“พูดมาเถอะคะ”
“เออ...จากที่คุณนวลหงส์เล่าเื่ราวที่เกี่ยวข้องให้ผมฟังทั้งหมดมันเป็ไปได้ว่าคุณรินอารีเลือกที่จะจดจำแต่เื่ที่ไม่ทำให้ตัวเองเ็ป”
“คะ” คุณนวลหงส์เสียงดัง
“คุณหมอหมายถึงเื่ที่แกไม่อยากจะจำแกก็ไม่มีความทรงจำกับเื่นั้นเลยเหรอครับ”
“อาจจะเป็ไปได้ครับมันเหมือนกับว่าคุณรินกำลังปกป้องตัวเองอยู่นะครับ”
“แล้วอย่างนี้ยายรินจะรื้อฟื้นความทรงจำที่เ็ปของตัวเองขึ้นมาได้ไหมคะ” คุณนวลหงส์แทรกขึ้นอย่างกังวล
“มันก็อาจจะเป็ไปได้ครับหมอก็ให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับเื่นี้ไม่ได้” หมอนิ่งเงียบก่อนพูดต่อ“อาจเป็ไปได้ว่าเมื่อเวลาผ่านไปคุณรินอาจจะจดจำเื่ต่าง ๆ ในอดีตได้จนหมดครับ หรือบางทีคุณรินอาจจะลืมเื่นั้นไปตลอดก็ได้ครับ”
“ถ้าเป็อย่างนั้นได้ก็ดีสิคะถ้าลืมเื่ที่เ็ปได้ตลอดก็ดีนะสิคะ”
“แต่...”
“แต่อะไรเหรอคะคุณหมอ”
“ผมคิดว่าไม่นานคุณรินก็อาจจะจำเื่ราวต่างๆ ได้หมดครับ”
“ทำไมละคะ เมื่อกี้คุณหมอก็ยังบอกว่าไม่ค่อยมั่นใจนี่คะ”
“พอกลับไปบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ผู้คน หรือสิ่งต่าง ๆในชีวิตของคนเรามันก็ต้องทำเชื่อมโยงถึงความทรงจำในอดีตได้อยู่ดีแหละครับ”
“จริงอย่างที่คุณหมอพูด”
คุณนันทิศพูดขึ้นพร้อมกับหันหน้าไปมองน้องสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ในแววตาของเขาเหมือนกำลังขบคิดเื่บางอย่างอยู่ภายใจซึ่งคุณนวลหงส์เองก็รับรู้ได้ถึงความคิดของพี่ชายได้เป็อย่างดีจากความคุ้นเคยมีเพียงนายแพทย์ที่มองหน้าคนนั้นคนนี้ก่อนจะยิ้มให้ทั้งคู่โดยที่ไม่ได้เข้าใจแววตาที่แปลกๆ ของคุณนันทิศ...