เช้าวันใหม่ในสุดสัปดาห์ของการทำงาน ที่ใครหลายๆ คนต่างออกไปทำงานอย่างมีความสุขทว่าใบหน้าหวานของอรปรีดาในยามนี้กลับดูเศร้าหมองจนเห็นได้ชัด
หลังกฤษณะกลับไปไร่องุ่นก็มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นระหว่างเธอกับภูวิทย์ ทั้งๆ ที่ได้ทำงานร่วมกันทุกวันแต่ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาจะไม่คืบหน้าไปไหนเลยบางครั้งเธอก็รู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับการที่ต้องวิ่งไล่ตามความรักเช่นนี้
“แฟ้มงานของวันนี้ทั้งหมดค่ะ”อรปรีดาวางแฟ้มเอกสารเอาไว้บนโต๊ะทำงาน เท้าเรียวสวยถอยหลังเดินออกจากห้องไปเงียบๆแต่ไม่ทันที่มือบางจะได้คว้าลูกบิดประตูก็ต้องชะงักลงเมื่อเสียงเข้มดังมาจากด้านหลัง
“คุณต้องการอะไรกันแน่ถึงพยายามเข้ามาตีสนิทกับผม” ถึงไม่เอ่ยชื่อ แต่อรปรีดาก็รู้ดีว่าเขาพูดอยู่กับใครเพราะในห้องมีกันอยู่สองคนเท่านั้น
“รึว่าคุณจะชอบผม”ใบหน้าหวานหันขวับมีแววตื่นตระหนก
“ถ้าเป็นอย่างงั้นจริงคุณตัดใจซะเถอะมันไม่สำเร็จหรอก เพราะผมไม่ชอบแย่งคนรักของเพื่อน”
“..........”เรียวปากอวบอิ่มเม้มแน่นข่มความเจ็บปวดเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเห็นแล้วค่อยเอ่ยถามในสิ่งที่เธอไม่เข้าใจ
“คุณพูดเรื่องอะไรกันคะ คนรักของเพื่อนรึว่าคุณภูจะหมายถึงคุณเต” อรปรีดาถามอย่างกังขากับประโยคในตอนท้าย
“คุณก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว อย่ามาทำเป็นไขสือไปหน่อยเลยผมไม่หลงกลง่ายๆ หรอก” ภูวิทย์มองดวงหน้าใสซื่ออย่างเดือดพล่าน
“อรเนี่ยนะรักคุณเต”ทาบมือเข้าหาตัวเอง...นัยน์ตาสวยมีแววเจ็บช้ำให้เห็น
“รึคุณจะบอกว่าไม่ใช่” น้ำเสียงและแววตาของคนพูดบ่งบอกว่าเขาไม่มีทางเชื่อเธอแน่ๆ
“ค่ะ อรไม่ได้รักหรือชอบคุณเตเลยคุณภูจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่” อรปรีดาบอกตามที่ใจรู้สึก“อีกอย่าง...การที่อรจะรักใคร ชอบใคร มันคือสิทธิ์ของอรไม่ใช่หรอคะ คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่ง”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วอรขอตัวนะคะ”
เขาไม่รู้หรอกว่าเวลานี้ภายในใจเธอรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหนมือบางคว้าลูกบิดประตูหวังออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด
...ทว่า...
“คุณไม่ยอมรับก็ช่าง ยังไงมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมอยู่แล้ว” เธอเม้มริมฝีปากแน่นหันไปเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง
“ค่ะมันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณภูเพราะฉะนั้นไม่ต้องมาสนใจอรหรอกค่ะ”
ใช่สิ!!คุณภูไม่จำเป็นต้องมาสนใจอรก็ได้ ในเมื่อไม่ได้คิดอะไรกับอรสงสัยมีแต่อรนี่แหละที่บ้าคิดไปเอง หันหน้าหนีด้วยความเจ็บปวดเท้าเรียวสวยพาตัวเองเดินออกจากห้องไปทันที โดยที่อีกคนได้แต่นั่งนิ่งพลางขบกรามแน่นอย่างไม่สบอารมณ์
‘มันไม่เกี่ยวกับผมอย่างงั้นหรอ’
ทั้งๆ ที่เธอพูดถูกแต่เขากลับไม่ชอบใจทำไมถึงไม่ยอมพูดออกมาเลยนะว่ารักไอ้เตและกำลังคบหากับมันอยู่ รึอยากจะปั่นหัวผู้ชายเล่นดูท่าคงจะเป็นเขาด้วยซินะที่หลงติดกับใบหน้าใสซื่อของเธอแถมยังพูดออกมาได้หน้าตาเฉยว่าไม่ได้รักหรือชอบไอ้เตช่างไม่ละอายใจตัวเองบ้างเสียเลย
หลังเดินออกมาจากห้องทำงานของภูวิทย์อรปรีดาก็พาตัวเองกลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน ไม่มีหยดน้ำตาไหลออกมาให้เห็นมีเพียงนัยน์ตาสวยแดงระเรื่อราวกับอดกลั้นและใจดวงน้อยปวดร้าวมากขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น
รึว่าเธอจะคาดหวังสูงเกินไปกันนะคาดหวังให้ผู้ชายที่หลงรักตอบรับความรู้สึกของตัวเอง จนมองข้ามความจริงบางอย่างไปความจริงที่ว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอเลยกระทั่งความจริงนั้นคอยตอกย้ำใจเธอในทุกๆ วัน
ร่างกายเบาหวิวราวกับจะหยุดหายใจหากแต่ความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามายังหัวใจ ทำให้รับรู้ว่าหัวใจยังคงเต้นอยู่เหมือนเดิม
“เป็นอะไรไปครับคุณอร”
ต้นน้ำ ผู้ถือหุ้นกว่าสิบเปอร์เซ็นต์ซึ่งใหญ่รองมาจากท่านประธานอย่างกฤษณะที่มีหุ้นอยู่ในมือกว่าครึ่งของหุ้นส่วนทั้งหมดส่วนที่เหลือได้แบ่งออกไปตามสัดส่วน เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่ตนหมายปองนั่งหน้าเศร้าดวงตาแดงจนเห็นได้ชัด จึงเดินเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง
“คุณต้น”อรปรีดาเรียกชื่อคนตรงหน้าด้วยความตกใจแต่พอปรับอารมณ์ได้เธอก็ยิ้มให้กับเขาเหมือนทุกๆ ครั้ง
“ตาแดงเชียวเป็นอะไรไปรึเปล่าครับ”สีหน้าต้นน้ำดูเป็นกังวล ห่วงใย จนอรปรีดารู้สึกซาบซึ้งใจ ทำไมนะทำไมเธอถึงไม่ชอบผู้ชายคนนี้กัน ทั้งๆ ที่เขาใจดี อบอุ่นมากถึงเพียงนี้
แต่เธอกลับไม่สามารถยอมรับความรู้สึกของเขาได้ ถ้าหากเธอชอบคนคนนี้อาจจะดีกว่านี้ก็เป็นได้....ถึงจะคิดเช่นนั้นหากเสียงหัวใจที่เต้นอยู่กลับเรียกร้องหาใครบางคนมากว่า
“เปล่าหรอกค่ะพอดีเมื่อกี้แมลงเข้าตา อรเลยเผลอไปขยี้” เธอบอก แต่คำตอบของหญิงสาวหาได้ทำให้ต้นน้ำเชื่อสนิทใจแต่เขาเลือกที่จะเงียบเก็บเอาความสงสัยไว้เพียงเท่านี้ ยิ้มตอบรับเธอแทน
“งั้นหรอครับถ้าอย่างงั้นระวังหน่อยนะครับ”
อรปรีดายิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิด “ค่ะแล้วอรจะระวังให้มากขึ้น ขอบคุณมากนะคะ...เอ่อ!!แล้วนี่ คุณต้นมีธุระอะไรรึเปล่า วันนี้ไม่มีประชุมนี่คะ”
ใบหน้าหล่อของต้นน้ำปรากฏรอยยิ้ม“ไม่มีอะไรหรอกครับ เพียงแค่คิดถึงรอยยิ้มสดใสของคุณอรเท่านั้นเอง”
มองใบหน้าหวานอย่างสื่อความหมายเธอรู้ดีว่าต้นน้ำคิดเช่นไร ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้คิดรังเกียจอะไรเขาเลยกลับดีใจด้วยซ้ำที่มีคนดีๆ อย่างต้นน้ำเป็นเพื่อน
และเพราะคำว่าเพื่อนนี่แหละทำให้พูดคุยกับเขาได้ปกติ ต้นน้ำเองก็รู้ดีว่าอรปรีดาไม่ได้คิดอะไรกับเขานอกจากคำว่าเพื่อนเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังไม่ลดละความพยายามโดยเด็ดขาด
“เที่ยงนี้คุณอรมีนัดกับใครที่ไหนรึเปล่าครับผมว่าจะชวนไปกินมื้อเที่ยงด้วยกัน” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างสุภาพ
“ไม่มีหรอกค่ะตอนเที่ยงอรว่างอยู่ยิ่งได้กินข้าวฟรีด้วยแล้วอรไม่ปฏิเสธหรอก”
ฟังหญิงสาวบอกต้นน้ำยิ้มรับอย่างปิดเผย “แน่นอน งานนี้ผมเลี้ยงไม่อั้นเลยครับ ไม่ว่าคุณอรอยากจะกินอะไรเดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”
บรรยากาศรอบตัวราวกับคู่รักทำให้คนที่เดินออกมาจากห้องทำงานถึงกับขบกรามแน่น นี่ถ้าเขาไม่ออกมาก็คงจะไม่เห็นใช่ไหมแบบนี้สินะถึงบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกับไอ้เต เพราะมีเป้าหมายอยู่อีกคนนี่เอง
ตอนแรกกะว่าจะออกมาดูเธอเสียหน่อย ดูท่าตอนนี้คงไม่จำเป็นแล้วเปล่าประโยชน์ที่เขาจะเป็นห่วงเธอ
“งั้นอรขอเก็บของก่อนนะคะ”
“ครับตามสบายเลย”ชายหนุ่มบอกอย่างสุภาพพร้อมกับส่งยิ้มให้กับหญิงสาว ใช้เวลาราวๆ สามนาทีหลังจากที่อรปรีดาเก็บเอกสารเข้าที่เสร็จ พร้อมกับสะพายกระเป๋าใบสวย
ใบหน้าหวานก็หันไปส่งยิ้มให้กับอีกคนที่ยืนรออยู่ ก่อนจะชักชวนกันออกไปโดยมีต้นน้ำคอยอำนวยความสะดวกให้ และภาพที่ทั้งคู่เดินออกไปด้วยกันนั่นเองส่งผลให้อีกคนที่ยืนดูอยู่เงียบๆ ถึงกับเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับเข้าห้องด้วยความหงุดหงิดขึ้นมาติดหมัดทันที