ซุ่ยซุ่ยลืมตาขึ้นมา ก็เห็นดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แม้แต่หลังคาก็ไม่มีช่างยากจนน่าสงสารเสียจริง หากหัวขโมยเข้ามาคงต้องถอนหายใจด้วยความเวทนา จนเหลือเกิน จนจริง ๆ ...
เทพวาจาสิทธิ์ตัวน้อยผู้เกิดมาพร้อมพร์ ถึงกับตกตะลึงในความยากจนของบ้านตนเอง วาจาสิทธิ์นั้นเกิดมาพร้อมพร์ ั้แ่โบราณกาลคือผู้เป็ที่รักของเจตจำนงแห่ง์ ได้รับความเมตตาและคำอวยพรจากเจตจำนงแห่ง์ สามารถทำนายอนาคต มีวาจาประกาศิต ทั้งยังนำโชคลาภและขับไล่เคราะห์ร้าย คำอวยพรของวาจาสิทธิ์นั้นถือว่าฝืนลิขิตฟ้าอย่างยิ่ง
ตามตำนานกล่าวว่า หากได้รับความโปรดปรานเพียงเศษเสี้ยวจากวาจาสิทธิ์ ก็สามารถพลิกชะตาชีวิตก้าวสู่จุดสูงสุดได้ นับประสาอะไรกับยามที่วาจาสิทธิ์กลายร่างเป็มนุษย์เล่า
เมื่อเห็นว่าบ้านมีเพียงผนังสี่ด้านที่ว่างเปล่า ซุ่ยซุ่ยตัวน้อยก็เม้มริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ "เข้าไป..." สิ้นเสียงเพียงพึมพำเบา ๆ ร่างของเด็กหญิงก็หายวับไปในทันที ราวกับไม่เคยปรากฏตัวอยู่ที่นั่นมาก่อน
เมื่อกลับมาเหยียบลงบนพื้นดินที่อ่อนนุ่มและชุ่มชื้น เด็กน้อยวัยสามขวบครึ่งก็ฉีกยิ้มกว้าง "โชคดีที่มิติวาจาสิทธิ์ของข้าตามมาด้วย..." ในฐานะวาจาสิทธิ์ นางย่อมมีสาวกนับไม่ถ้วน ผู้ที่ศรัทธาในตัวนางนั้นมีมากมายมหาศาล เครื่องบรรณาการที่เหล่าสาวกถวายให้นาง บัดนี้กองเต็มพื้นที่มิติไปหมดแล้ว
เ้าตัวเล็กยิ้มจนตาปิด เมื่อครั้งที่ยังเป็วาจาสิทธิ์ เครื่องบรรณาการเหล่านี้ทำได้เพียงแค่มองแต่กินไม่ได้ มองจนน้ำลายไหลเป็ทางยาว แต่ตอนนี้... เ้าตัวเล็กเท้าสะเอว ดวงตากลมโตเป็ประกายพลางเงยหน้าหัวเราะร่า
หัวเราะไปหัวเราะมา ทันใดนั้น... ตุ้บ! นางยืนไม่มั่นคงจนก้นจ้ำเบ้า ซุ่ยซุ่ยตัวน้อยที่กำลังทำท่าทางโอหังรีบลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว ลอบมองรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง พร้อมกับลูบแก้มที่ปวดจากการหัวเราะ โชคดีที่ไม่มีใครเห็น มิเช่นนั้นหน้าตาของวาจาสิทธิ์อย่างนางจะเอาไปไว้ที่ไหน!!!?
เฮ้อ เทพวาจาสิทธิ์วัยสามขวบครึ่ง เดินยังไม่คล่องเลย เด็กหญิงตัวเล็กหยิบน้ำตาลสองกำมือใส่กระเป๋า และอมไว้ในปากหนึ่งเม็ดจนแก้มป่องเหมือนหนูแฮมสเตอร์ตัวน้อย
หวานจริง ๆ หวานจนดวงตาของนางโค้งมนเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว
พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็ปรากฏตัวอยู่บนเตียงเก่า ๆ ทันทีที่ปรากฏตัว เสียงเอี๊ยดก็ดังขึ้น ประตูที่ลมโกรกถูกใครบางคนผลักเปิดออก
"ซุ่ยซุ่ย เ้าฟื้นแล้วหรือ? เตียเตียกับพวกท่านพี่ไปที่บ้านเก่าตระกูลเหยียน หิวหรือไม่? ให้พี่รองอุ้มนะ..." เด็กหนุ่มที่ผอมแห้งเห็นน้องสาวฟื้นขึ้นมา ดวงตาก็เป็ประกายขึ้นมาทันที
"ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะไม่ยอมให้ท่านย่าขายซุ่ยซุ่ยหรอก" พี่รองอุ้มนางพลางลูบปอยผมที่ชี้โด่เด่บนศีรษะน้องสาวและปลอบโยนอย่างช้า ๆ
ั้แ่น้องสาวกลายเป็คนปัญญาอ่อน นางก็ทนรับการกระตุ้นไม่ได้แม้แต่นิดเดียว แต่ว่า... ในตอนนี้เด็กหญิงตัวน้อยลืมตาขึ้นด้วยดวงตาใสกระจ่าง นางส่งยิ้มกว้างให้พี่รองทั้งที่ยังงัวเงีย
"ขอบคุณพี่รองที่ปกป้องซุ่ยซุ่ยนะเ้าคะ... ซุ่ยซุ่ยจะพาพี่รองไปมีชีวิตที่ดีด้วยกัน!" เ้าตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พร้อมกับโอบรอบคอพี่รองอย่างสนิทสนม เหยียนเอ้อร์เกอสะดุ้งโหยง น้องสาวพูดจารู้เื่ ความขุ่นมัวในดวงตาหายไปสิ้น นี่มัน...
"น้องสาว เ้าหายป่วยแล้ว!! เ้าเรียกข้าว่าท่านพี่ได้แล้วหรือ?" เหยียนเอ้อร์เกอใจนะโตัวลอย เดิมทีน้องสาวไม่ได้ปัญญาอ่อน แต่ตอนอายุสามขวบไปดูโคมไฟที่ตำบลแล้วหลงทาง หลังจากหาตัวเจอ นางก็กลายเป็คนปัญญาอ่อน
ตอนนั้นศีรษะเต็มไปด้วยเื ทั้งยังดูเหม่อลอย ราวกับถูกทำให้ใจนขวัญหนีดีฝ่อ ที่ลำคอยังมีรอยแดงเป็วง ราวกับเคยถูกใครบางคนบีบคอ
หลินซื่อตั้งใจจะขอเงินจากยายเฒ่าเพื่อจ้างหมอ แต่สุดท้ายกลับถูกด่าว่าว่างจนเกินเหตุ และถูกปล่อยให้หิวโหยอยู่หนึ่งวันเต็ม ๆ จึงทำได้เพียงปล่อยให้เื่เงียบหายไป
"เตียเตียกับท่านแม่รู้ต้องดีใจแน่ ตอนนี้ท่านพ่อท่านแม่ไปขอเสบียงที่บ้านเก่าตระกูลเหยียน รอพวกท่านกลับมาจะต้มของกินให้ซุ่ยซุ่ยนะ เด็กดีซุ่ยซุ่ย เรียกพี่รองอีกครั้งสิ?" เหยียนเอ้อร์เกอเห็นน้องสาวซบอยู่ในอ้อมกอดอย่างสนิทสนม จึงอดไม่ได้ที่จะหอมแก้มหนึ่งที
ในดวงตาที่เปี่ยมด้วยความยินดีมีหยาดน้ำตาคลอ ทันใดนั้นเขาก็มองน้องสาวอย่างระมัดระวัง "น้องสาว เ้าอย่าโกรธนะ พี่... พี่แค่ดีใจเกินไป" พี่รองผู้ซื่อบื้อคนนี้ใจนมือเท้าอ่อนแรง ไม่กล้าอุ้มซุ่ยซุ่ยต่อ ก่อนที่ซุ่ยซุ่ยจะปัญญาอ่อน นางเป็คนที่รักความสะอาดมาก
เด็กหญิงตัวน้อยกะพริบตา ขนตายาวงอนราวกับพัดเล่มเล็กสองอัน ซุ่ยซุ่ยตัวน้อยหอมพี่รองหนึ่งที จนน้ำลายเลอะเต็มหน้าเขา จากนั้นก็ะโเสียงดังอย่างจริงจังว่า "พี่ล้อววว!"
ทันใดนั้น ใบหน้าเล็ก ๆ ก็บึ้งตึง วาจาสิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่แต่กลับพูดไม่ชัด! เ้าตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงน่ารักว่า "ซุ่ยซุ่ยไม่รังเกียจ ซุ่ยซุ่ยชอบพี่รอง พี่รองปกป้องซุ่ยซุ่ย เป็ท่านพี่ที่ดีที่สุดในโลกเลย..." ดวงตาของเด็กหญิงตัวน้อยเป็ประกายเจิดจ้า ต่อจากนี้ไป คนในครอบครัวนี้ นางจะเป็ผู้ปกป้องเอง!!!
วาจาสิทธิ์เกิดมาพร้อมพร์ สามารถกลายร่างเป็มนุษย์ได้ ช่างเป็โชคดีเพียงใด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีครอบครัวที่เห็นนางเป็ดั่งสมบัติล้ำค่า
ในนิยายต้นฉบับ การที่ซุ่ยซุ่ยปัญญาอ่อน พวกเขาต้องตายกันหมด ในนิยายท่านพี่สามเพื่อช่วยนางไม่ให้นางถูกขาย จึงเอาหัวชนกำแพงตายที่บ้านตระกูลหลี่ ชาวบ้านที่ใกับเื่นี้จึงได้ช่วยซุ่ยซุ่ยกลับมา
ระหว่างทางที่อพยพหนีภัย พี่รองสละอาหารให้น้องสาว ส่วนตนเองกลับต้องกินดินกินรากไม้ จนสุดท้ายท้องบวมเป่งราวกับคนท้อง และขาดใจตายในที่สุด
แล้วท่านพี่ใหญ่เล่า พี่ใหญ่เฉลียวฉลาดมาั้แ่เด็ก เป็ผู้ที่มีแววในการสอบจอหงวนอย่างยิ่ง แต่เพื่อปกป้องนาง กลับถูกคนหักข้อมือทั้งสองข้างอย่างโเี้ ซุ่ยซุ่ยตัวน้อยนึกถึงเื่ทั้งหมดนี้ ก็อดไม่ได้ที่น้ำตาจะคลอเบ้า
ท่านพี่ของนางชะตาชีวิตแย่เกินไป ราวกับถูกใครบางคนตัดพลังโชคชะตา จึงต้องพบกับความโชคร้ายอยู่ตลอดเวลา เมื่อนึกถึงตัวละครที่เป็ที่รักและมีโชคลาภล้นเหลือในนิยาย ซุ่ยซุ่ยก็รู้สึกไม่ได้รับความเป็ธรรมแทนครอบครัวอย่างยิ่ง พลังโชคชะตาทั้งหมดของบ้านตระกูลเหยียน ถูกนางคนนั้นแย่งชิงไป!
ครั้งนี้ นางจะเตะพล็อตเื่บ้า ๆ ทิ้งให้หมด ปล่อยให้พล็อตเื่เดิมที่เฮงซวยนั่นไปลงนรกเสียเถอะ พลังโชคชะตาอะไรนั่น นางจะแย่งกลับคืนมาให้หมด!
"ไม่ร้องนะ ไม่ร้องนะ ซุ่ยซุ่ยคนดี ไม่ร้องนะมีพี่รองอยู่นี่ทั้งคน ใช่ ๆ เ้าปกป้องพี่ได้ เ้าต้องปกป้องพี่ได้แน่ ๆ " พี่รองรีบเช็ดน้ำตาให้นางอย่างลนลาน เห็นน้องสาวร้องไห้แล้วใจเขาก็เ็ป
น้องสาวผู้น่ารักคนนี้ พูดจายังไม่ชัดเลย แต่กลับอยากปกป้องเขา น้องสาวตัวน้อยนุ่นนิ่มน่ารักแบบนี้ ช่างแตกต่างจากเ้าน้องชายตัวแสบโดยสิ้นเชิง เ้าน้องชายตัวแสบเอาแต่แข่งกันว่าใครตดเหม็นกว่ากัน!
เหยียนหลางรินน้ำหนึ่งชามให้น้องสาว ชามใบใหญ่มีรอยบิ่น เขาจึงใช้มือปิดด้านที่บิ่นไว้อย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าจะบาดปากน้องสาว
แต่ซุ่ยซุ่ยดื่มเพียงอึกเดียวก็ส่งคืนให้ท่านพี่ ซุ่ยซุ่ยอาศัยจังหวะที่ท่านพี่ไม่ทันสังเกต ใส่น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ลงไปในน้ำ น้ำตาลสามารถช่วยเพิ่มพลังงานได้ ด้วยทรัพยากรในมิตินั้นนางจะไม่มีวันปล่อยให้ท่านพี่ต้องอดตายเด็ดขาด!
"น้ำที่ซุ่ยซุ่ยป้อนหวานจังเลย!" พี่รองดีใจมาก คิดเพียงว่าตนเองมีน้องสาวที่แสนหวาน แม้แต่น้ำที่ดื่มก็ยังหวาน ซุ่ยซุ่ยหรี่ตาหัวเราะคิกคัก ท่านพี่บื้อเอ๊ย!
เหยียนหลางเห็นว่าเตียเตียกับท่านแม่ยังไม่กลับบ้าน จึงแบกน้องสาวออกจากบ้าน แสงยามเย็นโอบล้อม ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว มองดูแล้ว พรุ่งนี้แดดคงจะแรง
"เฮ้อ พรุ่งนี้แดดแรงอีกแล้ว หรือว่า์จะตัดทางรอดของทุกคนจริง ๆ ?" พี่รองพึมพำเบา ๆ แต่เด็กหญิงตัวน้อยที่ซบอยู่บนไหล่เขากลับมีดวงตาเป็ประกายเจิดจ้า
"ท่านพี่อยากให้ฝนตกไหมเ้าคะ?" ซุ่ยซุ่ยซบอยู่บนหลังพี่ชาย รู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน นางไม่เคยััถึงความรักที่แท้จริงของมนุษย์ เมื่อได้รับมาในตอนนี้ จึงยิ่งเห็นคุณค่าและทะนุถนอมเป็พิเศษ
"อยากสิ ในแคว้นต้าเยวี่ยนี้ ใครบ้างไม่อยากให้ฝนตก? ดินแตกระแหง พืชผลแทบจะแห้งตายหมด หมู่บ้านเรายังถือว่าดีที่พอทนมาได้จนถึงตอนนี้ ข้างนอกนั่นมีคนจำนวนมากกลายเป็โจรป่า ฆ่าฟันปล้นชิงทำความชั่วสารพัด" น้ำเสียงทุ้มต่ำของเหยียนหลางภายใต้แสงจันทร์ดูหนักอึ้งเป็พิเศษ
ซุ่ยซุ่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเด็กหญิงตัวน้อยที่ซบอยู่บนหลังพี่ชาย กำลังยื่นมือเล็ก ๆ ขาวเนียนละเอียดออกมาแล้วกำหมัดแน่น ครั้งนี้ ใครก็อย่าหวังจะมาฆ่าล้างหมู่บ้าน!
ในนิยายต้นฉบับ หมู่บ้านจะถูกฆ่าล้างในอีกสามวันข้างหน้า ทั้งหมู่บ้านนองเืราวกับสายน้ำถูกปกคลุมด้วยสีเื ไฟกองใหญ่เผาผลาญหมู่บ้านจนราบคาบ แต่เนื่องจากหมู่บ้านตั้งอยู่ในที่ห่างไกล กว่าจะมีคนมาพบก็ผ่านไปหลายวันแล้ว
แม้คนบ้านตระกูลเหยียนจะรอดชีวิตมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ แต่เหล่าท่านพี่กลับได้รับาเ็สาหัสจากการปกป้องนางในครั้งนั้น หลินซื่อยิ่งได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนั้นจนล้มป่วย และเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในเวลาต่อมา
การเปลี่ยนพล็อตเื่ จะเริ่มจากไฟกองใหญ่ที่ทำลายทั้งหมู่บ้านนั่นแหละ เมื่อนึกถึงหลินซื่อที่คอยดูแลทะนุถนอมนางมาั้แ่เด็ก ซุ่ยซุ่ยตัวน้อยจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายนางอีกเด็ดขาด