บทที่ 34
มือสังหารยามราตรี
ซูฉีถอยหลังจนติดประตู ดวงตาของนางมองไปด้านหน้า แววตาที่เต็มไปด้วยความวิตก กลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนพวดเข้ามาจากทางหน้าต่าง
พวกมันมีประมาณห้าถึงหกคน เป็นชายฉกรรจ์ร่างกายกำยำ เข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้โดยที่แสดงเจตนาที่ไม่ค่อยดีอย่างชัดเจน
ถ้าเกิดว่าคนพวกนี้เป็นคนดีจริงๆ พวกมันคงจะไม่บุกเข้ามาในช่วงยามวิกาลแบบนี้ ซูฉีกุมมือลี่ถังบ่าวรับใช้ของตนเองแน่น
พวกคนพวกนั้นกำลังก้าวเข้ามา หญิงสาวสองคนกำลังโดนพวกมันตอนจนจนมุม ซูฉียกมือของนางขึ้น “ เดี๋ยวก่อนพวกเจ้าต้องการอันใด ถ้าอยากได้ข้าวของแล้วก็ออกไปให้หมดเลย! ”
พวกมันแสดงรอยยิ้มมองมาที่หญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า “ สิ่งที่เขาต้องการคือชีวิตของเจ้า ”
พวกมันพูดขึ้นมาแววตาของพวกมันมองตรงมาที่นาง ชัดเจนแล้วว่าเป้าหมายของพวกมันคือนางอย่างไม่ต้องสงสัย
ซูฉีมองพวกมันอยู่สักพัก หลังจากที่มองอยู่สักพัก จึงมองเห็นว่าพวกมันนั้นมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับมือสังหารก่อนหน้านี้
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายหรือว่าส่วนต่างๆของร่างกายล้วนแล้วคล้ายกันทั้งหมด มีเพียงแค่พวกมันไม่ได้ปิดหน้าเอาไว้เพียงแค่นั้น
‘ เจ้าคนพวกนี้หรือว่ามือสังหารพวกนั้น? มือสังหารพวกนั้นไม่ได้ตั้งใจจะสังหารแม่ทัพหวงงั้นเหรอ! ’
นางรู้แล้วมือสังหารพวกนั้นเป้าหมายของมันไม่ใช่แม่ทัพหวงอย่างที่นางคิดเอาไว้ การที่พวกมันบุกมาที่สถานที่แห่งนี้เป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าพวกมันมีเป้าหมายคือนาง
ซูฉีตั้งสติแม้ว่าตอนนี้พวกมันกำลังจะตรงเข้ามาทำร้ายนาง แต่นางก็ประคองสติของตนเอาไว้ได้เอ่ยถามพวกมันกลับไป “ เดี๋ยวก่อน!!! พวกเจ้าจะทำร้ายข้าด้วยเหตุอันใดกัน พวกเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ”
มือสังหารพวกนั้นแสดงรอยยิ้ม พวกมันไม่ได้ฟังที่นางพูดเลยแม้แต่น้อยเท้าของพวกมันยังคงก้าวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ซูฉีมองเห็นว่าพวกมันไม่ฟังนางเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวตัดสินใจนางใช้มือของตนผลักดันประตูด้านหลังเปิดออกไป “ ลี่ถังวิ่ง!!! ”
หนึ่งนายหนึ่งบ่าวจุงมือกันวิ่งออกจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว ทั้งสองวิ่งอยู่บนถนนที่มืดมิดเพื่อหนีมือสังหารพวกนั้นที่กำลังไล่ตาม
บนถนนยามราตรีที่เต็มไปด้วยความเงียบสงัด สตรีทั้งสองจับมือกันแน่นวิ่งไปด้านหน้าบนถนนที่เต็มไปด้วยความเงียบสงัดและไร้ซึ่งแสงสว่าง
เสียงฝีเท้าดังขึ้นท่ามกลางความมืดพวกนางพยายามวิ่งอย่างสุดกำลัง ซูฉีคิดว่าอย่างน้อยก็วิ่งไปถึงย่านที่มีผู้คนเยอะเยอะในตอนนั้นก็คงจะทำให้พวกมันนั้นหยุดมือของตนเอง
แต่ว่าถนนที่มีคนถัดออกไปถึงสี่เส้น วิ่งท่ามกลางความมืดแบบนี้พวกนางไม่รู้ว่าพวกนางจะวิ่งไปถึงก่อนหรือพวกมันจะไล่ตามมาก่อน
เสียงฝีเท้าด้านหลังไล่ตามมา มือสังหารเคลื่อนที่ในความมืดกลุ่มคนที่สวมใส่ชุดดำมีร่างกายกำยำแข็งแรง พวกมันเคลื่อนไหวได้ราวกับเป็นหมาป่าตัวใหญ่
อย่างไรเสียสติทั้งสองก็เป็นสตรีธรรมดาธรรมดา พวกนางมีร่างกายเป็นเหมือนสตรี จะสามารถวิ่งหนีบุรุษที่ถูกฝึกฝนมาเพื่อการไล่ฆ่าได้อย่างไรกันเล่า
ซูฉียิ่งวิ่งนางยิ่งเหนื่อยลี่ถังที่อยู่ข้างกายเองก็เช่นเดียวกัน เม็ดเหงื่อปรากฏบนใบหน้า ลมหายใจที่เริ่มหายใจแรงหัวจ่ายภายในอกข้างซ้ายที่เต้นรัวราวกับจะระเบิดออกมา
เพียงแต่ว่าสัญชาตญาณภายในร่างกายไม่สามารถสั่งให้หยุดได้ ทั้งสองรู้ดีถ้าเกิดว่าขาของทั้งสองหยุดลง พวกนางทั้งสองคงจะต้องตายด้วยคมดาบของมือสังหารพวกนั้นอย่างแน่นอน
‘ นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมมือสังหารพวกนั้นต้องการสังหารข้า ถ้าเกิดว่าเขาสามารถใช้พลังวิญญาณต่อสู้ได้แล้วก็ ’
ผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณที่มีพลังอยู่ภายในร่างกาย เป็นผู้วิเศษที่สามารถใช้มันในการต่อสู้ได้ เพียงแต่ว่าน่าเสียดาย
นางเพิ่งได้รับพลังนี้มาแถมยังฝึกฝนมันไปเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ในยามนี้ใช้มันได้เพียงแค่การสร้างของเล็กๆน้อยๆหรือการเคลื่อนย้ายของชิ้นเล็กๆเท่านั้น
นางไม่สามารถใช้มันในการต่อสู้ได้ถ้าไม่เช่นนั้นนางคงจะสามารถเอาชนะพวกมือสังหารพวกนั้นได้อย่างสบายสบาย
ในตอนนี้ทำได้เพียงแค่การวิ่งหนีพวกมันเท่านั้นวิ่งอย่างเต็มกำลังถ้าขาทั้งสองข้างของพวกนางหยุดลงพวกนางจะต้องโดนมันสังหาร
วิ่งไปถึงถนนสองเส้น สาวเท้าวิ่งอย่างเต็มกำลังยานที่ผู้คนอยู่อาศัยพวกเขาล้วนแล้วเข้านอนกันแล้ว
ผู้คนภายในเมืองแห่งนี้ส่วนใหญ่มักจะเข้านอนตั้งแต่ในช่วงยามหัวค่ำมีเพียงแค่ถนนบางเส้นเท่านั้นที่ยังมีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา
ในขณะที่กำลังวิ่งอยู่ลี่ถัง ร่างกายของนางเริ่มไม่ไหวขาเริ่มวิ่งต่อไม่ได้ เท้าที่ควรจะก้าวออกไปไม่สามารถก้าวออกสุดท้ายแล้วนางล้มลงในที่สุด
ตู้บ!!! ร่างของลี่ถังล้มลง ซูฉีที่จับร่างของบ่าวคนสนิทอยู่ก็โดนแรงดึงทำให้นางนั้นร่วงลงไปกับพื้นอีกคน ตู้บ!!!
พวกนางล้มลงเมื่อหันกลับไปมองด้านหลังมือสังหารชุดดำพวกนั้นวิ่งเข้ามาประชิดแล้ว
ใบหน้าของซูฉีเปลี่ยนสี ‘ แย่แล้วถ้าเกิดไม่ทำอะไรละก็ต้องตายอยู่ที่สถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน? ’
นางรู้ได้ในทันทีในยามนี้ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่างพวกนางทั้งสองจะต้องตายอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ นิ่งไปสักพักในช่วงวินาทีความเป็นความตายผู้คนกล่าวว่ามนุษย์นั้นมีเวลาคิดมากกว่าผู้อื่น
ซูฉีสัมผัสว่ารอบร่างกายนั้นหยุดนิ่ง ความคิดของนางถูกแรงขึ้นจนถึงขีดสุด ‘ ทำอย่างไรดี!!! คิดสิๆๆๆๆ ’
ดาบเหล็กถูกง้างขึ้นเหนือศรีษะ มันกำลังจะตวัดลงมาเพื่อปิดชีพพวกนางทั้งสอง แต่ในขณะที่ดาบเหล็กนั้นกำลังจะพุ่งตรงมาท่ามกลางความมืดที่เงียบสงัดเสียงฝีเท้าหนึ่งดังขึ้น
มือสังหารพวกนั้นที่กำลังจะลงมือพวกมันพากันหันไปมอง หลังจากที่พวกมันหันไปมองแล้วใบหน้าของพวกมันเปลี่ยนสีราวกับว่าพวกเห็นว่าบางอย่าง
ซูฉีหยุดนิ่งนางหันไปมองทิศทางที่พวกมือสังหารพวกนั้นมองอยู่ หลังจากหันไปมองจึงพบเห็นว่าผู้ที่ปรากฏกายออกมาท่ามกลางความมืดคือบุรุษที่สวมใส่ชุดขนสัตว์สีดำ
แสงจันทร์ทาด้านบนสาดส่องกระทบใบหน้าเผยเห็นใบหน้าอันหล่อเหล่ารูปลักษณ์ราวกับแกะสลัก แววตาคมกริบ แฝงเร้นความดุดันคิ้วเรียวยาวดุจกระบี่ริมฝีปากหนาเล็กน้อย
คนผู้นี้คือหวงเจียวลู่ แม่ทัพหนุ่มปรากฏกายขึ้นโดยที่ตนนั้นสวมใส่ชุดขนสัตว์สีดำ เขาปรากฏกายออกมาต่อหน้าพวกมือสังหารทำให้พวกมันหยุดนิ่ง
มือสังหารพวกนี้พวกมันพากันนิ่งสนิทไม่มีผู้ใดกล้าเปิดปากเลยแม้แต่น้อย การปรากฎกายของแม่ทัพหนุ่มทำให้พื้นที่ที่เงียบอยู่แล้วยิ่งเงียบลงไปอีก
คนพวกนี้รู้ดีแม่ทัพหนุ่มผู้นี้เก่งกาจขนาดไหน สหายของพวกมันก่อนหน้านี้ก็ล้วนแล้วโดนสังหารตายทั้งหมดด้วยมือของมัน
หวงเจียวลู่ยกกระบี่ของตนขึ้นมา กระบี่สีเงินมีขนาดใหญ่กว่ากระบี่ธรรมดาทั่วไป “ พวกเจ้ารู้หรือไม่สำหรับพวกมือสังหารที่รับงานน่าจะพูดต่อๆกันไปนิ ว่าพวกมือสังหารส่วนใหญ่ไม่ควรรับทำงานการลอบสังหารภายในเขตการดูแลของข้า ”
ทันทีที่พูดออกมาแบบนั้นมือสังหารพวกนั้นผงะถอยหลังไป พวกมันพากันไปตั้งหลักอยู่ด้านหลัง อาวุธภายในมือของพวกมันยกขึ้นมาเตรียมรับมือกับแม่ทัพหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า
ในหมู่ของพวกมือสังหารรับจ้างล้วนรู้ดี พวกมันรับงานในการลอบสังหารทุกที่แต่ยกเว้นในสถานที่ที่มีกองทัพเกราะดำ
หวงเจียวลู่พุ่งตรงออกไปอย่างรวดเร็วกระบี่สีเงินภายในมือเสียบทะลุร่างของหนึ่งในมือสังหารอย่างง่ายดาย ฉึก!!!!
เลือดสีแดงสดกระเซ็นออกมาติดหน้าของซูฉี ภาพของแม่ทัพเหี้ยมโหดไร้ความปรานีปรากฏอยู่ด้านหน้า นางตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความสับสนหลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะ
เสียงกระบี่ตั้งขึ้นอย่างต่อเนื่องร่างของบุรุษที่เข้าฟาดฟันกันด้วยกระบี่ตราตรึงอยู่ตรงหน้าของนางราวกับอยู่คนละโลก
จบบท