นับว่าเป็ครั้งแรกในชีวิตของฉันที่ได้ทำอะไรแบบนี้รวมไปถึงการเช่าอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเอาไว้ นี่แหละนะเงินถึงทุกอย่างก็จบ เมื่อฉันได้รับกุญแจห้องเป็ที่เรียบร้อยแล้วนั้นคุณป้าก็เดินหายเข้าไปในสำนักงานทันทีจึงทำพื้นที่บริเวณนี้เหลือเพียงแค่ฉันกับผู้ชายที่ฉันพึ่งจะแต่งตั้งให้เขาเป็พี่ชายเพียงไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
“^^” ฉันส่งยิ้มให้กับคนที่รูปร่างสูงกว่าราวสิบห้าเิเ นั่นหมายถึงฉันสูงร้อยหกสิบห้าเขาน่าจะสูงประมาณร้อยเจ็ดสิบปลาย ๆ จากรูปร่างภายนอก เสื้อผ้า หน้า ผม ดูดีไปหมดในส่วนของนิสัยค่อยมาลุ้นกัน
“—0—” หากฉันเดาไม่ผิดคาดว่าเขายังคงจะงุนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“สวัสดี..” ฉันเอ่ยคำทักทายเมื่อคนตรงหน้าเอาแต่มองฉันด้วยแววตาสงสัย
“เธอ.. เธอเป็ใคร?”
“ฉันชื่อลดา” ถามมาก็ตอบไปตามความเป็จริง
“ฉันหมายถึง.. ทำไมเธอถึงบอกป้าว่าฉันเป็พี่ชายของเธอ” คำถามช่างไร้เดียงสาซะเหลือเกิน
"ไม่เห็นต้องถาม ก็นายมีเงินแต่ไม่พอที่จะจ่ายค่าของไม่ใช่เหรอ? ส่วนฉันมีเงินก็จ่ายไปก็เท่านั้นเอง อีกอย่างเวลานี้ก็มืดแล้วด้วย รถนายก็ไม่มีแล้วจะไปหาที่พักได้จากที่ไหนอีก คำตอบแค่นี้พอใจหรือยัง อ้อ! เงินที่นายมีอยู่เก็บไว้ให้ดีล่ะไม่ต้องคืนฉันหรอกเผื่อนาย้าใช้ในยามจำเป็ ฉันว่าเราขึ้นห้องกันเถอะ วู้วววว.." ฉันพูดจับมืออีกข้างดึงแขนเขาราวกับเป็คนสนิท ฉันทำแบบนั้นก็เพื่อที่เราจะได้ขนของเข้าห้องกัน แต่คนตัวสูงกว่ากลับยืนอยู่ที่เดิมหนำซ้ำยังรั้งแขนเอาไว้จนฉันต้องหยุดหันไปถาม
“มีอะไรหรือเปล่า?”
“ฉันไม่มีวันพักกับเธอแน่” สีหน้าท่าทางดูจริงจัง
“ทำไม”
“เธอไม่น่าไว้ใจ”
“กลัวฉันจะปล้ำนายหรือไง?”
“ก็ไม่แน่ ฉันออกจะหน้าตาดี” ใครจะไปคิดว่าคำพูดเหล่านี้จะหลุดออกมาจากผู้ชายที่ดูเป็สุภาพบุรุษ
“>0<” คนอะไร หลงตัวเองชะมัด
ฉันเพิ่งรู้ว่ามนุษย์เพศชายสามารถหลงตัวเองได้ถึงขนาดนี้เชียวเหรอ ฉันไม่คิดที่จะเถียงหรือปฏิเสธใด ๆ ก็เขาทั้งหล่อ ดูดีอย่างที่พูดจริง ๆ แต่สถานการณ์แบบนี้ยังจะมัวแต่มาชมตัวเองและกลัวคนที่พยายามช่วยเหลือ คนอย่างลดาคิดบวกแค่ไหนก็รับไม่ได้จริง ๆ
“เหอะ.. ตามใจ ถ้างั้นคืนนี้นายก็นอนข้างถนนไปก่อนก็แล้วกัน ชิ..” ความเป็ผู้หญิงของฉันแสดงตัวตนออกมา ฉันสะบัดหน้าราวกับไม่สนใจก่อนจะเดินไปยังห้องพักโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองและแล้วขณะที่ฉันกำลังจะเปิดประตูห้องนั้นก็มีเสียงของเขาดังขึ้นฉันจึงจำใจต้องหันไปมอง
"เปลี่ยนใจแล้วเหรอ" สภาพของเขาและฉันในเวลานี้ก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่
"ก็.." เขาอึกอักและดูเก้ ๆ กัง ๆ พลางเอามือเกาหัวตัวเอง การแสดงออกของเขาทำให้ฉันรับรู้ได้ว่าเขาไม่มีทางเลือก คนหลงตัวเองเมื่อกี้มันหายไปไหนแล้วนะ
"ฮ่า ๆ" อยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ
“เข้ามาในห้องเถอะ อากาศข้างนอกมันเริ่มจะเย็นแล้ว” ฉันเอ่ยพลางแสดงสีหน้าจริงจังก่อนที่เราทั้งสองคนจะก้าวเข้ามาในห้อง ภายในอพาร์ตเมนต์แม้ราคาค่อนข้างถูกแต่ก็ไม่ได้ดูแย่จนเกินไป เฟอร์นิเจอร์กึ่งเก่ากึ่งใหม่ เตียงขนาดหกฟุตที่ถูกปูด้วยผ้าปูที่นอนสีฟ้าอ่อน หมอนสองใบและผ้าห่มผืนใหญ่สีเดียวกันคลุมเอาไว้ โทนห้องสีขาวทำให้ดูสว่าง คงไม่สามารถเปรียบห้องนี้กับห้องนอนของฉันได้ ป่านนี้ที่บ้านคงให้คนออกตามหาฉันให้วุ่นกันไปหมดหรือว่าฉันเข้าข้างตัวเองมากเกินไปบางทีการหายตัวออกจากบ้านในครั้งนี้ใครบางคนอาจจะดีใจมากก็เป็ไปได้
“นายชื่ออะไรเหรอ” ฉันหันไปถามคนที่นั่งอยู่บนโซฟาสีครีม
“ซิน”
“แล้วนายมาทำอะไรที่นี่” ฉันเอ่ยถามพลางหย่อนก้นลงนั่งตรงข้ามกับเขาพร้อมจ้องไปยังใบหน้าคมเข้ม
“มาหาห้องพัก”
“......”
“ฉันรู้ว่านายมาหาห้องพัก แต่ที่ฉันถามหมายถึงนายมาเที่ยว มาตามหาญาติ หรือมาทำอะไร ถามจริงนายแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจหรือ้าทำให้ฉันปวดหัวกันแน่"
“ฉันหนีออกจากบ้านมา”
“หะ.. จริงดิ งั้นก็เหมือนกับฉันเลย”
“เฮ้ย! นี่เธอหนีออกจากบ้านเหรอ?” เขาเอ่ยพูดพลางเด้งตัวจากโซฟาพร้อมกับจ้องมองฉันด้วยสีหน้าจริงจัง เขาคงคิดไม่ถึงสินะว่าผู้หญิงอย่างฉันจะกล้าทำเื่อะไรแบบนี้
“ไม่ต้องทำท่าทางใขนาดนั้นก็ได้ ใช่.. นายฟังไม่ผิดหรอก ฉันหนีออกจากบ้าน แล้วนายล่ะ? ทำไมถึงหนีออกจากบ้านมา”
“ก็ไม่ได้มีอะไรมากแค่รู้สึกเบื่อ ไม่มีอะไรทำ”
"เหตุผลแค่เบื่อเนี่ยนะมันไม่ดีเอาซะเลย ไม่เหมือนกับฉัน”
“ฮึ ไหนลองว่ามาสิ อยากรู้จริง ๆ ว่าเหตุผลของเธอจะดีกว่าฉันสักแค่ไหน” ความอยากรู้อยากเห็นปรากฏบนใบหน้าของเขา
“ฉันหนีออกจากบ้านมาก็เพราะอยากหาความหมายของชีวิต ฉันอยากมีเพื่อน มีความรัก อยากเห็นโลกภายนอกที่ใคร ๆ ก็บอกว่ามันแสนจะกว้างใหญ่ นายอาจฟังดูประหลาด แต่สำหรับผู้หญิงอย่างฉันที่เห็นแต่บ้านของตัวเองกับโรงพยาบาลจนกลายเป็กิจกรรมในแต่ละวัน และที่หนีออกมาได้นี่ก็ถือว่าฉันประสบความสำเร็จตามเป้าหมายแล้วอีกขั้นหนึ่ง”