ตอนที่สามสิบเอ็ด ไม่ใช่หงสาจอมราชันย์
จากประสบการณ์การทำงานและการมาพบกับผู้คนในยุคนี้ทำให้ผมคิดว่ากล่าวถึงที่สุดหงสาจอมราชันย์ที่พยายามสร้างภาพว่าทุกคนฉลาดคิดตามเหตุผลนั้นขี้โม้หรือวิชาการมากไปจนไม่คำนวณตามความเป็จริง
ทายาทของจิ๋นซีฮ่องเต้ไหนเลยจะเป็คนไร้ความสามารถได้?
ในการที่เื่ของหงสาจอมราชันย์กล่าวว่าทำไมคนฉลาดอย่างจิ๋นซีถึงไม่ทำเื่ผิดพลาด
แต่ทว่าหากเราพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขริงๆเราจะพบว่ามันเลวไหลทั้งเพ
เพราะทายาทที่จิ๋นซีวางเอาไว้น่ะ
โดนยาพิษฆ่าตัวตายไปั้แ่แรกแล้วโว๊ย
เพราะทายาทที่ชาญฉลาด ทรงคุณธรรมขออภัยโทษให้กับพวกบัณฑิตต่างๆผู้คนรักใคร่จนจิ๋นซีเนรเทศน์ไปชายแดนและเรียกตัวกลับมาเมื่อเสียชีวิตน่ะ
โดนปลอมราชโองการจนต้องดื่มสุราพิษเสียชีวิต
ทายาทที่ขันทีตั้งน่ะอาจจะมีคุณสมบัติผ่านระดับหนึ่งตามมาตรฐานของจิ๋นซีและหวังที่จะให้เป็ไปตามนั้น
แต่ไม่ได้แปลว่าลูกน้องอย่างหลี่ซือหรือขันที่อย่างจ้าวเกาจะเห็นด้วยกับการแต่งตั้งนั้น
ดังนั้นผมคิดว่ามันไร้สาระสิ้นดีที่จะคิดว่าในโลกที่ยุ่งเหยิงเช่นนี้แม้แต่คนฉลาดอย่างจิ๋นซีจะวางแผนได้ทุกอย่าง
ในเมื่อแผนการที่วางไว้มันพังไม่เป็ท่าก็เห็นๆกันอยู่
ถ้าวางแผนถูกต้องจะยอมให้เสียแผ่นดินฉินไปหรือ?
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ก็บอกเราแล้วว่ามันไม่ได้ผล
มันบอกว่าทุกคนรักษาผลประโยชน์แต่เหนืออื่นใดอาจจะทำตามอารมณ์ของตนเองมากกว่าการใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาอย่างมีสติ
การที่เราคิดว่าคนมีอำนาจมีตำแหน่งเป็อ๋องเป็โหวแล้วจะมีสติปัญญาหรือความสามารถเก่งกาจเนหือคนทั่วไปนั้นผิดมหันต์
อย่างตั๋งโต๊ะก็ทำอะไรตามอารมณ์มากกว่าที่คิด
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรหลายคนชอบพยายามเอาแนวความคิดยุคใหม่มาจับที่ทำราวกับว่าทุกคนเป็หุ่นยนต์แต่ที่แท้จริงแล้วอารมณ์ของคนนั้นคือจุดที่ใหญ่หลวงที่สุดที่ควบคุมทุกคนได้
อย่างคนเราในตอนปรกติอยู่ในสังคมมนุษย์
เราหาเหตุผลมาอิบายไม่ได้ว่าทำไมเราต้องฆ่าคนที่ไม่เคยมีความแค้นต่อกันมาก่อนเป็หมื่นเป็แสน
แต่อีกทางเราก็ต้องหาเหตุผลมาอธิบายว่าทำไมเราที่เป้นเ้าหน้าที่ของรัฐอย่างทหารหรือตำรวจสามารถใช้ความรุนแรงต่อคนในรัฐได้
พวกสายศาสนาอาจจะเชื่อเวรกรรมอย่างตั๋งโต๊ะ
แต่ผมก้าวข้ามแิล้าหลังอย่างนั้นไปเพราผมยึดมั่นผลประโยชน์สูงสุดของมวลชน
ขอเพียงยึดผลประโยชน์สูงสุดของมวลชนเอาไว้ผมจะไม่หลงทางเป็อันขาดนี่คือสิ่งที่ผมแตกต่างจากพวกเขา
ดังนั้นเมื่อได้จังหวะผมต้องเล่นงานที่คนไม่ใช่เล่นงานที่กฎหมาย
เพราะนี่ไม่ใช่โลกของกฎหมายแต่คือโลกของคน
“ดังนั้นเพื่อไม่ให้ิญญาร้ายเล่นงานคนรอบข้างท่านพ่อพวกท่านสละแรงงานสิ่งของคนละนิดเถอะเพื่อช่วยสร้างกุศลให้คนรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านพ่อและครอบครัวพวกเราทุกคนสืบไป”
“นายน้อยกล่าวถูกต้องแล้ว”
“ขอเพียงนายน้อย้าพวกเรายอมช่วยแรงงานคนข้าทาสบริวารขอเพียงกล่าวมาคำเดียวพวกเราให้ได้ทั้งนั้น”
ขุนพลทหารแต่ละคนกล่าวชมเชยผมต่างๆมากมาย
แม้แต่ลิยูก็กล่าววาจาที่ดีงามเสริมบรรยากาศให้กับผู้คนปลดภาระให้พวกพ้อง
โดยเขาพยายามจะให้พวกนายทหารนั้นบริจาคเป็แรงงานคนแทนแต่เงินทองไม่กระเซ็นออกจากกระเป๋า
ทำให้ได้รับการชื่นชมจากพวกทหารที่ได้รับทองคำไปแล้วจะแทบไม่ปล่อยจากมือพยายามลูบคลำอยู่ตลอดเวลา
ว่านี่คือยุคสมัย ศักดินาล้าหลังที่ผู้คนอดอยากยากแค้น
ว่าจิงเคอนั้นไปลอบสังหารจิ๋นซีก็เพราะได้ทานเนื้อหมักน้ำผึ้งและท่อนแขนของนางงามและทองคำเอามาปาเล่นนั้นเอง
ชีวิตคนราคาถูกมากๆ
พวกขุนพลทหารจึงยินยอมให้แรงงานคนข้าทาสเสียยิ่งกว่าจะจ่ายทองคำผุดผ่องออกไปจากจวน
การเอาทาสแรงงานไปนั้นจะสบายกว่า ราคาถูกกว่า
เพราะในยุคสมัยนี้
มีการขายตนเอง บิดาขายบุตร ภริยาจับคนมาต้มกินอยู่เต็มไปหมด