บทที่ 9 คัมภีร์หมุนเวียนปราณไร้ลักษณ์
ในโถงประชุมาุโที่เงียบสงัดและมืดมิดราวกับถูกปกคลุมด้วยผ้าม่านราตรีอันหนาทึบ เฉาหลินหยวนนั่งลงบนเก้าอี้หัวโต๊ะที่เป็ตำแหน่งของประมุขตระกูลอย่างเชื่องช้า ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์แผ่กลิ่นอายพลังลมปราณออกมาเบา ๆ ทำให้อากาศรอบกายอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย
ราวกับแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณที่สาดส่องทะลุผ่านเมฆหมอกหนาทึบ โคมไฟทองสัมฤทธิ์ที่ห้อยจากเพดานแผ่แสงสลัวจาง ๆ ส่องกระทบใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติของเขา ทำให้ดวงตาใสกระจ่างดุจหยกแก้วเปล่งประกายลึกล้ำยิ่งขึ้น
เขานั่งนิ่ง มือวางพักบนที่พักแขนเก้าอี้ไม้สนโบราณที่แกะสลักลายัคู่เคียงกันอย่างวิจิตรบรรจง ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงแผนการอันยิ่งใหญ่ที่จะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินของตระกูลเฉาให้กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม เพื่อเป็การตอบให้เ้าของร่างเดิมและชีวิตในอนาคตของเขาด้วย
เพียงชั่วพริบตาเดียว เสียงเครื่องจักรกลเ็าดังขึ้นในห้วงจิติญญาของเขา ราวกับเสียงฟ้าผ่าที่ดังก้องเฉพาะในสมองของเขาเท่านั้น
[ติ้ง! ลงทุนสำเร็จ กำลังมอบผลกำไรคืนสนอง์]
[ได้รับโอสถหลอมชีพจรลมปราณระดับสาม 20 ขวด]
[ได้รับโอสถทะลวงจินตันระดับห้า 3 ขวด]
[ได้รับอาวุธวิเศษระดับสูง 3 ชิ้น]
[ได้รับเคล็ดวิชาวรยุทธระดับดารา 1 เล่ม]
เฉาหลินหยวนนั่งนิ่ง ดวงตาเปล่งประกายแห่งความตื่นเต้นที่ยากจะปกปิด เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่อบอุ่นแต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ แค่เคล็ดวิชาวรยุทธระดับดาราเพียงเล่มเดียว แม้แต่ในอาณาจักรเทียนเหอที่กว้างใหญ่ไพศาลเช่นนี้ก็แทบไม่มีใคร สิ่งนี้นับเป็ของล้ำค่าที่สามารถพลิกชะตาตระกูลได้ทั้งตระกูล
โอสถทะลวงจินตันระดับห้าก็เช่นกัน ด้วยความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนและพลังกลั่นกรองที่สมบูรณ์แบบอย่างไร้มลทิน มันสามารถช่วยผู้ฝึกตนระดับหนิงม่ายขั้นเก้า่ปลายหรือครึ่งก้าวจินตันทะลวงสู่ของเขตจินตันได้อย่างราบรื่นยิ่ง และลดความเสี่ยงจากการปะทุปราณิญญาลงเกือบแปดส่วน ด้วยทรัพยากรเช่นนี้ การบ่มเพาะเสาหลักในตระกูลอย่างผู้าุโใหญ่เฉาเสวียนเหิงที่มีชีวิตมานับหลายร้อยปีและติดอยู่ที่หนิงม่ายขั้นเก้า่ปลายมานานนับสิบปี จะสามารถทะลวงสู่ขอบเขตจินตันได้ในไม่ช้า นั่นหมายถึงตระกูลเฉาจะมียอดฝีมือจินตันถึงสองคน แบ่งเบาภาระของเขาในการคุ้มครองตระกูลได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
โอสถหลอมชีพจรลมปราณระดับสามอีกยี่สิบขวดนั้นแตกต่างจากโอสถชำระชีพจรปราณอย่างสิ้นเชิง โอสถชำระชีพจรปราณเหมาะสำหรับการชำระล้างสิ่งเจือปนในเส้นลมปราณ ทำให้การไหลเวียนพลังปราณราบรื่นยิ่งขึ้น เหมาะกับผู้ฝึกตนระดับเลี่ยนชี่และจู้จี้ตอนต้น แต่โอสถหลอมชีพจรลมปราณระดับสามกลับเป็โอสถที่ช่วยหลอมรวมและขยายเส้นลมปราณให้กว้างใหญ่และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ฝึกตนระดับจู้จี้ขั้นกลาง่ปลายถึงระดับหนิงม่ายตอนต้น เพราะในขั้นเหล่านี้ เส้นลมปราณจะเริ่มขยายตัวเพื่อรองรับปราณิญญาที่หนาแน่นยิ่งขึ้น การใช้โอสถนี้จะช่วยให้การทะลวงขั้นราบรื่น ลดความเ็ปจากการขยายเส้นลมปราณ และเพิ่มความมั่นคงของรากฐาน ทำให้โอกาสทะลวงขั้นสูงขึ้นอย่างมาก หากแจกจ่ายให้ลูกหลานในตระกูลที่มีพร์สูง การพัฒนาของตระกูลจะพุ่งทะยานราวกับัทะยานฟ้าในเวลาไม่นาน
ส่วนอาวุธวิเศษระดับสูงสามชิ้นนั้นก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว ในอาณาจักรเทียนเหอ อาวุธวิเศษระดับสูงถือเป็สมบัติล้ำค่าที่ตระกูลใหญ่ต่างแย่งชิงกัน อย่างเกราะพิทักษ์กายาที่เขาให้เฉาิไป ก็เป็สมบัติอารักษ์ประจำตัวของประมุขตระกูลเฉาหลายรุ่นมาก่อน สามารถปกป้องการโจมตีจากผู้ฝึกตนระดับจินตันขั้นต้นได้หนึ่งครั้ง นับว่าล้ำค่ายิ่งนักในยามวิกฤต และอาวุธอีกสามชิ้นที่ได้รับกลับมาจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้าุโหรือลูกหลานที่โดดเด่นได้อย่างมหาศาล
แต่สิ่งที่ทำให้เฉาหลินหยวนตื่นเต้นที่สุดคือเคล็ดวิชาวรยุทธระดับดาราเพียง การลงทุนเพียงเล็กน้อยแต่กลับได้กำไรมหาศาลเช่นนี้ช่างคุ้มค่ายิ่งนัก ระบบกลไกคืนสนอง์นี้ราวกับกำลังท้าทายกฎ์เอง
อัตราผลตอบแทนที่สูงลิ่วเช่นนี้ หากเขาใช้อย่างชาญฉลาด ตระกูลเฉาจะกลายเป็มหาอำนาจที่ไม่มีใครกล้าล่วงเกินในเวลาไม่นาน
ในฐานะประมุขตระกูลที่เป็เ้าของระบบแล้ว การพัฒนาตระกูลสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด หากเขาแข็งแกร่งเพียงคนเดียวก็อาจปกป้องตระกูลได้ชั่วคราว แต่หากตระกูลทั้งหมดแข็งแกร่งขึ้น จะไม่มีใครกล้ารังแกอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็เพียงซวงเอ๋อร์ที่ถูกมองว่าเป็เพศที่ต่ำต้อยในสายตาของผู้คนในมหาพิภพแห่งนี้ หากอ่อนแอ แม้แต่คนธรรมดาก็อาจดูแคลนเขาได้ แต่หากแข็งแกร่งพอ พลังปราณที่พลิกฟ้าทลายปฐี ใครเล่าจะกล้าพูดจาดูิ่
หากจะท่องมหาพิภพ สำรวจยุทธภพ โลกกว้างไพศาลที่เต็มไปด้วยวาสนาและอันตรายเช่นนี้ อย่างน้อยต้องมีพลังที่มากพอที่จะทำให้ผู้ฝึกตนหลายคนไม่กล้าล่วงเกินเขาและตระกูลเฉา เขาเคยเป็เพียงคนป่วยติดเตียงในโลกเก่า ที่ชีวิตเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานและความไร้พลัง แต่ในชาตินี้ เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองหรือตระกูลต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นอีก
เฉาหลินหยวนครุ่นคิดอย่างรอบคอบถึงเคล็ดวิชาวรยุทธระดับดาราที่ได้รับมา เขาเป็ผู้มีรากิญญาคู่เสริมสมดุลระหว่างไฟและไม้ที่ไม่ด้อยไปกว่ารากิญญาเดี่ยวเลยแม้แต่น้อย
รากิญญาไฟให้พลังโจมตีที่รุนแรงดุจเพลิงทลายฟ้า ส่วนรากิญญาไม้ให้พลังฟื้นฟูและความยืดหยุ่นที่แข็งแกร่งราวรากไม้โบราณที่ฝังลึกในแผ่นดิน เคล็ดวิชาฝ่ามือเพลิงทลายฟ้าระดับพิภพที่เขาให้เฉาิไปก็นับว่าเหมาะสมกับรากิญญาไฟของเด็กหนุ่มไม่ต่างจากตัวเขาเองมากนัก แต่สำหรับเคล็ดวิชาระดับดารา เขาต้องเลือกอย่างระมัดระวังเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตระกูล
ด้วยความทรงจำจากร่างเดิมและประสบการณ์ในโลกเก่า เฉาหลินหยวนรู้ดีว่าการบ่มเพาะในตระกูลเฉาเดิมใช้เพียงเคล็ดวิชาบ่มเพาะลมปราณระดับกลางขั้นสูงเท่านั้น ซึ่งเพียงพอสำหรับการทะลวงถึงหนิงม่ายแต่ยากที่จะก้าวสู่จินตันและสูงกว่านั้น
แต่หากเปลี่ยนมาใช้คัมภีร์บ่มเพาะระดับดารา ความเร็วในการบ่มเพาะจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า อย่าว่าแต่ระดับจินตันเลย แม้แต่ระดับหยวนอิงที่สามารถหลอมรวมิญญากับร่างกายให้กลายเป็หนึ่งเดียวก็เป็เพียงเื่ของเวลาเท่านั้น ผู้ฝึกตนระดับหยวนอิงสามารถหลอมสร้างิญญาและโจตตีทางดวงจิตได้ แม้กายเนื้อจะถูกทำลายขอเพียงหลงเหลือดวงิญญาไว้ ผู้ฝึกตนขั้นหยวนอิงก็จะไม่มีวันตายได้ง่าย ๆ
เฉาหลินหยวนใช้เวลาหลายชั่วยามในการคัดเลือกข้อดีและข้อเสียของเคล็ดวิชาที่ระบบมี ในที่สุดเขาก็เลือก 'คัมภีร์หมุนเวียนปราณไร้ลักษณ์' ระดับดารา คัมภีร์นี้เป็เคล็ดวิชาบ่มเพาะลมปราณที่ไร้รูปแบบ ไม่ยึดติดกับธาตุใดธาตุหนึ่ง ลมปราณที่หมุนเวียนจะบริสุทธิ์และยืดหยุ่นราวกับสายน้ำที่พลิ้วไหว สามารถปรับเข้ากับรากิญญาทุกชนิดได้โดยไม่ขัดแย้ง
อนาคตหากลูกหลาน้าฝึกเคล็ดวิชาบ่มเพาะรากิญญาเฉพาะตัว ก็จะไม่เกิดการปะทะกัน ทำให้การทะลวงขั้นราบรื่นและรวดเร็วยิ่งขึ้น คัมภีร์นี้เหมาะสำหรับการเป็เคล็ดวิชาหลักของตระกูล เพราะสามารถแจกจ่ายให้ทุกคนฝึกได้โดยไม่เลือกปฏิบัติ
คัมภีร์หมุนเวียนปราณไร้ลักษณ์ นับเป็เคล็ดวิชาบ่มเพาะระดับดาราขั้นสูงสุดที่พิศดารยิ่ง หากบ่มเพาะไปสู่ขั้นสุดท้ายเคล็ดวิชานี้กลายเป็ คัมภีร์เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิได้เพราะมันมิได้จำกัดอยู่ที่รากิญญา ธาตุ หรือสายพลังใด หากแต่ยึด “การหมุนเวียน” เป็แก่นแท้ ตัวคัมภีร์แบ่งออกเป็ห้าระดับใหญ่ แต่ละระดับมิใช่เพียงเพิ่มพลังปราณ หากยังเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกาย ลมปราณ และความเข้าใจต่อฟ้าดินของผู้ฝึกตนอย่างสิ้นเชิง
ระดับที่หนึ่ง วงจรปราณกำเนิด
ผู้ฝึกตนจะเปิดเส้นลมปราณทั้งร่างให้หมุนเวียนเป็วัฏจักรเดียวกัน ปราณไม่กระจัดกระจาย สามารถบ่มเพาะได้ทุกสภาพแวดล้อม แม้ในดินแดนที่ปราณเบาบางก็ยังฝืนดูดกลืนได้
ระดับที่สอง ปราณไร้ธาตุ
เมื่อการหมุนเวียนสมบูรณ์ ลมปราณจะค่อย ๆ หลุดพ้นจากลักษณะธาตุเดิม ไฟไม่ใช่ไฟ น้ำไม่ใช่น้ำ เป็เพียงพลังปราณบริสุทธิ์ที่สามารถปรับตัวเข้ากับเคล็ดวิชาใดก็ได้ นับเป็เหตุผลที่คัมภีร์นี้ใช้ได้กับทุกรากิญญา
ระดับที่สาม วงล้อ์ภายใน
ปราณจะควบแน่นเป็ “วงล้อหมุนเวียน” ภายในตันเถียน หมุนไม่หยุดแม้ยามหลับใหลหรือาเ็สาหัส ผู้ฝึกตนจะมีพลังในฟื้นฟูสูง ลมปราณไม่ขาดตอน ต่อให้ถูกตัดเส้นปราณชั่วคราวก็สามารถซ่อมแซมตัวเองได้
ระดับที่สี่ ไร้ลักษณ์
ในขั้นนี้ลมปราณจะไม่ถูกจำกัดด้วยรูปแบบอีกต่อไป ผู้ฝึกตนสามารถแปลงปราณให้สอดคล้องกับฟ้าดินชั่วขณะ ยืมพลังรอบกายมาเสริมตนเองราวกับเป็ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
ระดับที่ห้า หมุนเวียนนิรันดร์
หากบรรลุสู่จุดสูงสุดนี้เคล็ดวิชาจะแปรเปลี่ยนเป็ระดับจักรพรรดิ มันเคยถูกบันทึกไว้เพียงตำนานให้เล่าขานเท่านั้น พลังปราณกับชีวิตหลอมรวมเป็หนึ่ง วงจรหมุนเวียนไม่ดับสูญ แม้ร่างกายและดวงิญญาจะเหลือเพียงเศษเสี้ยว แต่หากปราณยังคงอยู่ ผู้ฝึกตนคัมภีร์ขั้นนี้ก็ถูกกล่าวขานว่า “ไม่ขึ้นกับรากิญญาใด ไม่ขึ้นกับอายุขัย และไม่ขึ้นกับชะตาฟ้า!”
เฉาหลินหยวนยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาเริ่มวางแผนในใจว่าจะเริ่มแจกจ่ายทรัพยากรเหล่านี้อย่างไร โอสถทะลวงจินตันหนึ่งขวดให้ผู้าุโใหญ่เพื่อทะลวงขั้นโดยเร็วที่สุด โอสถหลอมชีพจรลมปราณให้เหล่าผู้าุโและลูกหลานที่มีพร์สูงเพื่อเร่งการพัฒนาในส่วนที่ขาดหายไปในอดีต
อาวุธวิเศษให้ผู้าุโที่เป็กำลังหลัก และคัมภีร์หมุนเวียนปราณไร้ลักษณ์จะคัดลอกและแจกจ่ายให้ทุกคนในตระกูลเพื่อเปลี่ยนรากฐานการบ่มเพาะทั้งหมด
เพราะเคล็ดวิชานี้แบ่งออกเป็ห้าส่วน ในส่วนแรกเป็เพียงเคล็ดวิชาบ่มเพาะระดับสูงเท่านั้นนับว่าเป็เื่ดีที่ให้เหล่ารุ่นเยาว์ลูกหลานในตระกูลและเหล่าาุโฝึกฝน
ด้วยระบบกลไกคืนสนอง์นี้ ตระกูลเฉาไม่ใช่เพียงจะฟื้นคืน แต่จะก้าวสู่จุดสูงสุดที่ไม่มีใครเทียบ
ในโถงที่เงียบสงบ เฉาหลินหยวนลุกขึ้นยืนช้า ๆ ดวงตาเปล่งประกายมุ่งมั่น
“ถึงเวลาแล้ว... ที่ตระกูลเฉาจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง”
และในใจของเฉาหลินหยวน ความฝันในยามนี้คือการนำพาตระกูลเฉาไปสู่จุดสูงสุดของมหาพิภพเพื่อตอบแทนเ้าของร่างนี้ที่ให้เขามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง!