“แล้ว…บ้านที่เ้าจะให้ทำนั้นเป็อย่างไร” เฟยฉีจ้องมองเด็กน้อยด้วยสายตาที่เป็ประกาย ราวกับกำลังดีใจกับอะไรบางประการอยู่
“หลังคาที่ทำจากลำไผ่เ้าค่ะ ผ่าไม้ไผ่ออกเป็ครึ่งซีก นำแกนในออก แล้วมาวางเรียงกันคว่ำหงายๆ สลับๆ กัน แล้วหนีบด้วยลำไผ่ที่เล็กกว่า ส่วนเื่ผนังใช้ผนังทำแบบเดิมไปก่อนก็ได้เ้าคะ เพราะยังไงข้าก็จะเสนอให้ทำบ้านดิน่ฤดูหิมะละลายอยู่แล้ว”
“เพื่อประหยัดเวลาอย่างนั้นหรือ?”
“เ้าคะ เพราะว่าพวกเราจะต้องทำบ้านทั้งสามสิบหลังให้เสร็จภายในหนึ่งเดือน ถ้าช้ากว่านั้น ข้าเกรงว่าหิมะจะละลายเสียก่อน แล้วพวกเราจะไม่มีบ้านอยู่กัน”
“เอางั้นก็ได้ ข้างคงต้องให้เ้าวาดบ้านที่เ้าอยากให้ทำสักหน่อย”
“ได้เลยเ้าคะ”
หนิงเอ๋อร์วาดรูปแบบง่ายๆ และลายละเอียดหลังคา ก่อนจะลาเฟยฉีแล้วออกมากับตงหยาง
“หนิงเอ๋อร์ เ้าเหนื่อยหรือไม่?”
“เล็กน้อยเ้าคะท่านพ่อ แต่ลูกอยากไปดูรอบๆ แล้วเ้าคะ”
ตงหยางพาหนิงเอ๋อร์ขี่คอเดินไปรอบๆ หมู่บ้านก่อน นางค่อยๆ มองไปรอบเพื่อหาพืชผักที่ตนน่าจะรู้จักไปเรื่อย ๆ ไม่นานตงหยางก็ได้พาข้ามแม่น้ำด้านหน้าบ้านพัก ไปยังฝั่งที่เป็พื้นที่ราบ ที่นา และเชิงเขา
“ท่านพ่อเ้าคะ เราไม่หาปลามากินกันหรือเ้าคะ?”
“จับปลาตอนนี้นะเหรอ? พ่อว่าเราคงจะจับไม่ได้กระมัง”
“เหตุใดหรือเ้าคะ?”
“เพราะน้ำใต้น้ำแข็งมันค่อนข้างเย็น พวกเราจะทุบน้ำแข็งลงไปจับปลาไม่ได้ไงลูก”
“แล้วพวกเราไม่มีเบ็ดตกปลาหรือเ้าคะ?”
“…”
“…”
เกิดความเงียบระหว่างสองพ่อลูกด้วยอย่างงงงวย ตงหยางไม่เข้าใจว่าสิ่งใดคือเบ็ดตกปลา ส่วนหนิงเอ๋อร์กลับมองตอบกลับไปที่บิดาว่าเหตุใดจึงไม่ตอบนาง
“หรือว่าท่านพ่อไม่รู้จักเบ็ดตกปลา”
“แล้วเบ็ดตกปลาคือสิ่งใดหรือลูกพ่อ?”
“สงสัยเื่นี้ต้องคุยกันอีกยาว ลูกว่าเรากลับไปคุยกันที่บ้านเถอะเ้าคะ”
อาจจะต้องทำความเข้าใจกันใหม่ ว่าบางความรู้ก็ไม่ได้ถ่ายทอดกันมา แต่ขนาดหน้าไม้ยังมีเลย…หรือบางทีคนกลุ่มนี้อาจจะไม่รู้จักกับดักหรือเหยื่อล่อเลยก็เป็ได้ ในหัวน้อยๆ ของหนิงเอ๋อร์คิดแบบนั้น
เมื่อเดินไปสักพัก หางตาของหนิงเอ๋อร์ก็พลันไปเจอเข้ากับพืชต้นหนึ่ง ที่มีใบที่แสนคุ้นเคย สมัยที่พาเหล่าลูกบุญธรรมช่วยกันปลูกและเก็บเกี่ยว ขอให้มันเป็เช่นนั้น
“ท่านพ่อ ท่านพ่อเ้าคะ ปล่อยลูกลงหน่อยเ้าค่ะ”
“มีอะไรหรือลูกพ่อ?”
“ท่านพ่อๆ ขอยืมมีดหน่อยเ้าคะ”
“ให้พ่อทำให้ดีกว่านะลูก เดี๋ยวจะบาดมือเอา”
“เช่นนั้นท่านพ่อ โกยหิมะตรงนี้ แล้วค่อยๆ เปิดหน้าดินของต้นไม้ต้นนี้…เบาๆ นะเ้าคะ”
“ได้ๆ เดี๋ยวพ่อทำให้”
แซะๆ
ตงหยางตามใจหนิงเอ๋อร์ที่กำลังนั่งลุ้นทุกการกระทำของตน ค่อยๆ แซะดินที่อยู่ใต้หิมะที่หนาวเย็น เปิดหน้าดินที่มีลักษณะแข็งและแตกออกมา ค่อยๆ โกยดินออก ปัดดินออก จนกระทั่งเห็นบางอย่างที่เป็ก้อนแข็งสีเหลืองนวลราวกับก้อนหิน
“เย่!!!!! ใช่จริงๆ ด้วยท่านพ่อ”
“ระวังด้วยหนิงเอ๋อร์ เดี๋ยวหกล้ม”
เด็กสาวตัวน้อยะโโลดเต้นอยู่ข้างๆ ราวกับเห็นสมบัติที่อยู่ในดิน และเป็ไปตามที่เธอคิด
“ไม่รอท่านพ่อแล้ว ดึงแล้วน้าาาา”
“เดี๋ยวก่อนสิลูก…เอ้ย!”
หนิงเอ๋อร์ดึงลำต้นขึ้นอย่างแรง เศษดินกระจุยกระจายไปรอบๆ กระเด็นเปื้อนในหน้าน้อยที่กำลังมีความสุข ส่วนต้นพืชนั้นก็หลุดออกมาทั้งราก และสิ่งคล้ายก้อนหินก็ติดออกมาอย่างมากมาย
“ท่านพ่อ สิ่งนี้คือมันฝรั่งเ้าคะ กลับบ้านไปเรียกคนมาเยอะๆ กันเถอะเ้าคะ”
“เดี๋ยวก่อนสิลูก รอพ่อเก็บเ้าพวกนี้ไปให้หัวหน้าก่อนนะ”
“ไปกันๆ”
เด็กน้อยร้องอย่างมีความสุข ตงหยางก้มเก็บมันฝรั่งและต้นของมัน ก่อนจะยิ้มให้ลูกสาวอย่างช่วยไม่ได้
(-)
“เ้าสิ่งนี้กินได้อย่างนั้นหรือ?” เฟยฉีถามหนิงเอ๋อร์อย่างใ และสงสัย
“เ้าคะ สิ่งนี้เรียกว่ามันฝรั่ง หัวมันชนิดหนึ่งเ้าคะลุงเฟย”
“หัวมัน…อย่างนั้นหรือ?”
“…” หนิงเอ๋อร์มองเฟยฉีอย่างสงสัย อย่าบอกนะว่าคนที่นี่ไม่รู้จักหัวมันน่ะ
“แล้วเ้าสิ่งนี้…กินอย่างไรหรือ?”
“ข้าคิดว่า ตอนนี้เราน่าจะทำได้แค่นึ่งเ้าคะท่านลุงเฟย”
“นึ่ง?”
“เป็การอบโดยใช้ไอน้ำทำให้มันสุกเ้าคะ เพราะถ้าต้มเลยจะไม่อร่อย แล้วอีกอย่าง พวกเรามีแค่เกลือที่ใช้ปรุงรสใช่ไหมเ้าคะ”
“ถ้าอย่างนั้น เรามาดูวิธีการนึ่งกันก่อนแล้วกัน”
“แต่มีข้อควรระวังนะเ้าคะ เพราะถ้ามันแตกหน่อมันจะมีพิษ เื่นี้…ที่ข้าบอกเผื่อว่าข้าจะลืมบอกท่านในครั้งต่อไป”
“งั้นก็ต้องระวังสินะ”
“งั้นเราไปหาวิธีนึ่งกันก่อนเถอะเ้าคะ”
“นั่นสินะ เดี๋ยวให้ป้าของเ้าจุดเตาไฟที่หน้าบ้านแล้วกัน เผื่อคนอื่นๆ จะมาดูด้วย”
“ได้เ้าคะ เดี๋ยวข้าจะกลับมานะเ้าคะ”
หนิงเอ๋อร์เดินกลับออกมากับตงหยาง และเข้าไปในบ้านเพื่อให้หลี่จินช่วยหาอุปกรณ์
“หนิงเอ๋อร์ เ้าหาสิ่งใดอยู่”
“ท่านแม่เ้าคะ เครื่องครัวเรามีแค่นี้หรือเ้าคะ”
“ก็ใช้เพียงต้มน้ำ กับต้มข้าวต้ม ก็มีเท่านี้แหละหนิงเอ๋อร์”
ผู้เป็แม่ตอบมาด้วยท่าทีสงสัย ว่าทำไมต้องใช้อุปกรณ์เสียมากมาย
ภายในบ้านมีหม้อดินเผาเพียงสองใบ คือหม้อเล็กขนาดที่ต้มข้าวได้สามถ้วยพอดี กับหม้อใบใหญ่ที่ใช้ต้มน้ำไว้ดื่มกิน หรือทำความสะอาดร่างกาย ซึ่งยังไม่รวมฝา กับเหล่าถ้วยชามที่มีพอดีคน
“งั้น…ท่านแม่พอจะมีผ้ากับเชือกที่ไม่ใช้สักผืนไหมเ้าคะ? เอาแค่ขนาดที่รัดบนหม้อใบใหญ่ได้”
“ก็มีอยู่หรอกนะ”
เมื่อหลี่จินหาผ้าให้ หนิงเอ๋อร์ก็ให้ผู้เป็พ่อยกทั้งหม้อและผ้าพร้อมเชือก เดินไปที่เตาไฟที่เฟยฉีเตรียมไว้ให้
“เด็กน้อย ไหนๆ ทำให้ลุงดูหน่อยสิ”
“เริ่มเลยนะเ้าคะ” “ท่านพ่อเอาน้ำใส่หม้อ ไม่ต้องมากนะเ้าคะ” หนิงเอ๋อร์ทำทีว่าจะทำเอง แต่ก็หันไปบอกผู้เป็พ่อให้ทำเสียอย่างนั้น
“แล้วทำสิ่งใดต่อหรือหนิงเอ๋อร์?” ตงหยางถามต่อเมื่อตนใส่น้ำเสร็จแล้ว
“เอาผ้าปิดที่ฝาหม้อ แล้วรัดด้วยเชือกเ้าค่ะ”
ตงหยางก็ทำตามที่ลูกสาวของตนบอกอย่างรวดเร็ว ในใจของหนิงเอ๋อร์คิดว่า ผู้เป็พ่อช่างทำงานคล่องแคล่วเสียจริง
“เสร็จแล้ว ท่านพ่อเอาไปตั้งไฟนะเ้าคะ”
“แค่นี้นะหรือ?”
เมืื่อผู้เป็พ่อวางหม้อลงบนเตา หนิงเอ๋อร์ก็หยิบมันฝรั่งหย่อนลงผ้า ตัวผ้าค่อยๆ หย่อนลงไป แต่ก็ไม่ให้น้ำหนักมากเกินไปจนจุ่มน้ำ หรือทำให้ผ้าตึงจนหลุดจากเชือก แล้วปิดฝาหม้อดินเผาลง
“ใส่ได้น้อยไปหน่อย แต่เดี๋ยวค่อยให้ท่านพ่อทำซึ้งไม้ไผ่ทีหลังแล้วกัน” หนิงเอ่อร์พลางวางแผนให้ผู้เป็พ่อทำสิ่งต่อไปเสียแล้ว
“เสร็จแล้วหรือสาวน้อย” เฟยฉีถามกลับเพราะสงสัย
“เสร็จแล้วเ้าคะ รอแค่มันฝรั่งสุกได้ที่เท่านั้นเ้าคะท่านลุง”
“เมื่อมันไม่ได้ต้มในน้ำก็สุกได้สินะ”
“เพราะถ้าต้ม มันจะทำให้มันฝรั่งจืดและเละเ้าคะ ถ้านึ่งรสชาติจะเข้มข้นกว่า แล้วท่านลุงพอจะมีเกลือให้ข้ายืมบ้างหรือไม่เ้าคะ”
“ไม่ต้องยืมหรอก เดี๋ยวไปเอาที่กองกลางมาสักหน่อย ทุกคนจะได้ลองชิมบ้าง”
เมื่อหนิงเอ๋อร์มองไปรอบๆ ก็ได้พบกับชาวบ้านที่มารอดูการนึ่งแบบชั่วคราวของหนิงเอ๋อร์อย่างจดจ่อ แต่ใจความสำคัญคือ นี่คือแหล่งอาหารที่ถูกค้นพบแหล่งใหม่ แล้วแหล่งอาหารนี้จะพาทุกคนให้รอดชีวิตจนกว่าจะพ้นฤดูหนาว
“เอ…ท่านลุงท่านป้ามากันเยอะเลย น่าจะทำกันหลายรอบนะเ้าคะ แล้วก็เวลานี้…”
“นั่นสิ ข้าว่าระหว่างที่เ้ากำลังนึ่งมันฝรั่งอยู่ ให้พ่อเ้าพาผู้ชายที่เหลือไปช่วยกันขุด แล้วขนมาที่นี่กันเถอะ ส่วนพวกผู้หญิงก็ช่วยๆ กันนึ่งรอกลุ่มผู้ชายทำงานเสร็จแล้วกัน” เฟยฉีพูดพลางสั่งงานแบบง่ายๆ สบายๆ
“ขอรับท่านหัวหน้า” ตงหยางรับคำก่อนจะหยิบต้นมันฝรั่งที่หยิบติดมือมา แล้วกลับไปเอาจอบเสียมที่บ้าน ส่วนผู้ชายที่เหลือก็หันกลับไปบ้านเพื่อเตรียมอุปกรณ์และเดินตามตงหยางไป
“พวกๆ ท่านลุง ท่านอา เขาไม่สงสัยข้าบ้างหรือเ้าคะท่านลุง?” หนิงเอ๋อร์ถามเฟยฉีอย่างงงงวย
“เ้ายังไม่รู้ตัวหรือ?”
“รู้ตัวอะไรหรือเ้าคะ?”
“เมื่อคืน เป็คืนแรกที่พวกเขานอนหลับสบาย”
“…?”
“และพวกเขาก็เชื่อเหลือเกินว่าเ้าได้คุยกับท่านปู่ใจดีมาจริงๆ”
“เอ๋?”
เฟยฉียิ้มกว้างให้สาวน้อยอย่างขี้เล่น แต่หนิงเอ๋อร์กลับเหงื่อไหลในอากาศหนาว เพราะหากเื่ที่แต่งขึ้นมา เป็สาเหตุที่ชาวบ้านจะตั้งให้ตนเป็ผู้วิเศษในอนาคต มันจะต้องเป็เื่ลำบากใจแน่ๆ