" โชคดีจัง... ที่ยังไม่ตาย เพราะภาพสุดท้ายที่จะได้เห็นคือชั้นเองคนที่ฆ่าเเก "
รอยยิ้มละมุนหล่อเหลากลับกลายเป็ร้ายกาจเย็นเยียบราวกับประติมากรรมน้ำเเข็ง ชายหนุ่มนุ่มนวลคนก่อนหน้าคล้ายเป็เพียงภาพมายาประกอบขึ้นจากหมอกควัน
" คุณหนู ' เด่น ' ไอ้นี่มันกล้าทำร้ายเหล่าปุกปุยเเสนน่ารักได้ลงคอ ส่งให้ข้าน้อยเป็ผู้จัดการปลิดลมหายใจสุดท้ายของมันนะขอรับ "
เ้า ' สมัม ' หมาใหญ่สีมืดดวงตาเเดงก่ำเต็มไปด้วยเเรงเเค้น จุดที่มันยืนอยู่ปรากฏร่องรอยขีดข่วนเต็มพื้นจากอุ้งเท้าขนาดกำปั้นตะกุยกรีดกางกรงเล็บ ปากยาวครางเสียงต่ำเเยกเขี้ยวขาวขู่เข็ญเตรียมพุ่งกระโจนไปซ้ำขย่ำร่างโชกเืที่นั่งนิ่งพิงผนังบ้านไม่เคลื่อนไหว เเต่เมื่อเ้านายผู้เป็เ้าชีวิตไม่กล่าวอะไรลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ย่อมคิดได้ต้องทำตาม
เ้าเด่นหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มที่สลัดทิ้งคราบพนักงานออฟฟิศมาใช้ชีวิตโดดเดี่ยวโอบกอดขุนเขาได้เพียงสองวันสองคืน ใบหน้าเปื้อนโลหิตซีดเทาริมฝีปากเริ่มม่วงคล้ำ เเววตาที่เคยอ่อนโยนสิ้นประกายหมองหม่นมองเลื่อนลอยไร้จุดหมาย ลมหายใจเเผ่วเบาขาดห้วงอาการ ' ร่อเเร่ ' ใกล้คืน ' บ้านเก่า ' เต็มที ร่างราดโลหิตปรากฏาแมากมายเกินคณานับ เเต่จุดสาหัสฉกรรจ์ชี้เป็ชี้ตายคงเป็ลำคอขาวที่ฉีกเปิดเหวอะหวะ นอกนั้นเป็ร่องรอยน้อยใหญ่ที่ถูกคลุมทับด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ขาดรุ่งริ่งไม่มีชิ้นดี
" สมัมกำจัดไอ้เชื้อชั่วนี่ซะ เพราะพวกมัน ' พ่อ ' ชั้นถึงต้องลงเอยเเบบนั้น "
เเววตาอาฆาตรุนเเรงยิ่งมองยิ่งเหม็นขี้หน้าไม่สบอารมณ์ ภายในใจแอบครุ่นคิดอยากหยิบยื่นยื้อชีวิตเพื่อลงทัณฑ์ทรมานให้สาเเก่ใจกับทุกสิ่งที่ตระกูลของมันได้สร้างไว้"
คุณหนูโปรดวางใจ ข้าน้อยจะทำให้ดวงิญญามันทุกข์ทรมานจนต้องก้มกราบอ้อนวอนร้องขอเเต่ความตาย "
" เดี๋ยว... "
สุ้มเสียงกว้างใหญ่ดั่งผืนนภาเก่าเเก่แฝงความอิดโรยอ่อนเเออยู่หลายส่วนราวกับใกล้ถึงวาระสุดท้ายอายุขัยกำลังหมดสิ้นล่องลอยมาตามสายลม
" ทะ... ท่านเดวิด! "
ทั้งเ้านายลูกน้องต่างหันมองสบตา ร่างกายชะงักนิ่งจิตใจหวาดหวั่นิญญาในส่วนลึกสั่นสะท้าน ท่ามกลางกลิ่นคาวโลหิตตลบอบอวนกลับเกิดเื่ราวประหลาดไม่คาดคิด ทั้งคู่ต่างก้มหน้าก้มตาคุกเข่าเคารพให้กับมวลอากาศว่างเปล่า
" พวกเ้า... ลุกขึ้นได้... อ่า... อือ... "
ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเ้าเด่นที่เกลี้ยงเกลาราวกับหยกสลัก ค่อย ๆ เหี่ยวย่นทิ้งตัวย้วยลงมาเเปรเปลี่ยนเป็หน้าดำคล้ำครึ่งซีกที่เเก่ชราเต็มไปด้วยแผ่นฝ้าเเละกระเเดด เเววตาที่เคยสดใสเปี่ยมพลังชีวิตกลับกลายเป็มืดมิดเเต่ลึกล้ำราวกับข้ามผ่านสังสารวัฏมาชั่วกัปชั่วกัลป์...
" รถของเ้านั่นจริงด้วย ' 611 targa ' รุ่นลิมิเต็ดหลังคาอ่อน ฝากระโปรงผลิตจาก ' เคฟล่าร์คาร์บอน ' น้ำหนักโครตจะเบาหวิว "
เเว่วเสียงกระซิบกระซาบของเ้าเฉลิมดังขึ้นจากอีกฝั่งตรงข้ามตัวบ้าน สองศรีพี่น้องที่ประพฤติตนดั่งจอมโจรนอกรีตพรางตัวกลมกลืนเป็หนึ่งเดียวกับดงข้าวโพดที่เเน่นขนัด ใบหน้าผลุบ ๆ โผล่ ๆ ระเเวดระวังตื่นตัวส่วนร่างกายนอนราบกับพื้นดินมอมเเมมสกปรก
" พี่เหลิมตามชั้นมาทางนี้ มันมีอยู่มุมหนึ่งมีช่องว่างให้เรามองเห็นเหตุการณ์บนบ้านได้ "
ด้วยความใคร่รู้ที่อัดแน่นพลุ่งพล่านในเเผ่นอกเ้าไฝไม่รอช้ามันใช้ปลายเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งย่องเหยียบยอดหญ้า จุดหมายทางด้านซ้ายตรงไปท้ายบ้านผ่านเเม่ตะเคียนใหญ่ยืนต้นทะมึนสูง เเต่ไม่วายเ้าคนนำกลับวกไปยังรถสปอร์ตคันงามอย่างอดใจไม่ไหวพลางใช้มือเข้าลูบไล้ปาดถูเรือนร่างโค้งมนไล่ตามสรีระลู่ลมที่ออกเเบบได้เเสบสันเเสนยั่วยวนเร้าอารมณ์
หมับ!
" ไอ้โง่ไฝ! อย่าเเม้เเต่จะคิด คันนี้มีระบบกันขโมยสุดล้ำเเถมกล้องบันทึกภาพอัตโนมัติรอบคันระดับโครตละเอียดยิบ ก่อนที่จะรู้ความจริงเดี๋ยวโดนมันจับได้หรอก "
เ้าหนุ่มรุ่นน้องหน้าเจื่อนมือที่ยื่นเข้าใกล้ต้องหยุดค้างเพราะถูกมือใหญ่กำยำของอีกคนที่เดินตามมาคว้าจับห้ามได้ทัน ถึงเเม้สุดท้ายทั้งสองจะไปปรากฏตัวอีกครั้งหลังตะเคียนใหญ่ได้สำเร็จ เเต่ก็อดไม่ได้ที่สายตาโหยหาอยากได้อยากมีจะถูกสะกดล่อลวงจากเ้า ' กบ ' สีดำเงางามให้เหลียวหันไปพินิจมองอีกหลายครั้งหลายครา เเต่พวกมันหารู้ไม่ว่าแผนการซุ่มซ่อนสอดเเนมที่ครุ่นคิดมาเสียดิบดี บัดนี้ทั้งหมดได้ตกอยู่ในครรลองสายตาของเ้านกน้อยตัวหนึ่ง
ขบวนการนักสืบจำเป็ย่องมาตรงร่องรอยของเเสงไฟที่สาดส่องลอดช่องมาจากร่องไม้กระดาน ขนาดช่องว่างเล็กเเคบเเต่ยาวพอเหมาะพอดีกับคนสองคน เเต่ยังไม่ทันได้เเอบมองดั่งใจหวังกระเเสกลิ่นคาวเืหอมหวลโชยกระทบปลายจมูกจนย่นกระตุก...
" สายเเล้ว ๆ พี่ไปก่อนนะจ๊ะ ' มี่เอ๋อร์ ' จ๋า "
ข้างหลังผ้าม่านสีชมพูผืนบางปักลายเเมลงปอโผบินปรากฏร่างหนึ่งยืนบดบังเส้นทางเเสง ท่าทีรีบเร่งสวมคลุมอาภรณ์ดั่งกลัวใครจะมาเเอบรู้เห็นถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่เพิ่งเสร็จสิ้น
" ทดเวลาาเ็ให้เค้าหน่อยนะ พี่จะรีบไปไหนทั้งขาวทั้งอวบเเบบนี้อดใจไหวหรือจ๊ะ "
สำเนียงออดอ้อนออเซาะไพเราะหวานซึ้งชวนให้วาบหวามเจือจางความกระฟัดกระเฟียดเล็กน้อยของหญิงสาวดั่งงัวเงียราวเพิ่งตื่นจากฝันอันหอมหวาน เ้าหล่อนกล่าวพลางยกเรียวขาขาวเนียนผุดผ่องจนผ้าห่มคลุมกายเลื่อนหล่นข้างลำตัว อวดร่างน้อยน่าถนอมอวบอิ่มทุกส่วนสัดสู้กับเเสงไฟขับดันเเสงเงาเด่นชัดน่าหลงไหลลิ้มลอง
" ไม่ได้ ๆ เ้า ' นกเน่า ' น่าตายเอาเเต่ใจนั่นรอพี่อยู่ "
ถึงแม้ถ้อยคำเร่งรีบจะเร่งรัดบอกกล่าวรีบไปไม่ใยดี เเต่รูปปากทรงกระจับเเต่งเเต้มสีน้ำทะเลยั่วเย้าของเ้าหล่อนกลับเหยียดยิ้มดั่งรู้เห็นถึงสายตาลามกที่มองผ่านผ้าม่านกำลังสอดส่องลวนลามตามเรือนร่างโค้งเว้ากลมมนของตนเองที่มีผ้าห่มขนสัตว์ผืนน้อยปกปิดเพียงส่วนลับที่สงวนไว้
ลำธารสายเล็กสายน้ำไหลเอื่อยใสสะอาดบรรเลงทำนองไพเราะดั่งบทเพลง ' กระยาหงัน ' ร้อยเรียงขับกล่อมให้เเก่ทุกลมหายใจยามนิทราราตรี ข้างกันมีต้นข้าวโพดต้นสูงลำต้นชลูดตั้งตรงเเต่ไร้ฝักอวบเเน่นที่เเยกออกตามกิ่งก้านเเตกต่างจากต้นข้างเคียงที่รายล้อมอยู่
ต้นข้าวโพดที่สะดุดตานี้กลับมีสีทองอร่ามสะท้อนเเสงจันทร์ดูโดดเด่นยิ่งนักท่ามกลางความมืดมิด ลำต้นมีลวดลายอักขระโบราณกระเพื่อมเเวววาว ปลายยอดสุดมีฝักใหญ่สีทองหนึ่งเดียวราวกับกะสวยทอผ้าทองคำ มันสั่นไหวเล็กน้อยสั่งการให้ลำต้นโน้มโค้งลงมาเหมือนกำลังจะนำฝักเดี่ยวนั้นให้จุ่มจูบกับสายน้ำ เเต่ก่อนที่จะััถึงเปลือกบางที่ห่อหุ้มฝักเริ่มคลี่คลายออกทีละชั้นก่อนที่มันจะหย่อนบางสิ่งลงมากระทบบนผิวน้ำอย่างเเผ่วเบา
" ไม่รู้หล่ะ เเต่ ' เบบี๋ ' ต้องรีบกลับมานะจ๊ะ "
" ใจพี่อยู่ที่นี้เเล้วจะให้ไปไหนจ๊ะเเม่จ๋า ถึงต่อให้ตายกี่ชาติก็ขาดเธอไม่ได้ กะ กะ กะ กะ กะ "
รูปร่างของเ้าสิ่งนั้นกลับเป็โครงกระดูกมนุษย์ขนาดเล็กจิ๋วเทียบเท่ากล่องไม้ขีด ภายใต้ผ้าคลุมสกปรกซอมซ่อทั้งปะทั้งขาดเป็รูโหว่ในโพรงเบ้าตาของหัวกระโหลกไร้ก้อนสมองที่ว่างเปล่าปรากฏดวงไฟสีเขียวเข้มลี้ลับรัศมีลุกโชนวาบไหว
เ้าสิ่งลึกลับมากรักไม่สมกับตัวที่เล็กกระจิ๋วหลิวของมันเเม้เพียงนิด สองมือกระดูกขาวโพลนยกไขว้กอดอกเเน่นนั่งอยู่บนโลงไม้เเกะลวดลายประณีตเก่าเเก่ขนาดใหญ่กว่าตัวมันเล็กน้อยกำลังไหลล่องไปตามลำน้ำ
" เริ่มเเล้วซินะ "
ล่องมาได้ซักระยะพฤกษาแมกไม้ที่รายล้อมสุดลูกหูลูกตาเริ่มเเห้งเหี่ยวเปลี่ยนสีสัน เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดคำนวนจนจิตใจที่ว่างเปล่าเหมือนหลุดลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว