ตอนที่ 6 รอยกัดของจอมโจร
“หยุดนะ! เ้าคนบ้า”
“…”เด็กที่กำลังจะออกแรงหักคอชะงักกับเสียงเล็กๆ และพอรู้ตัวอีกที ร่างนุ่มๆนั่นก็พุ่งเข้ามารัดคอเขาเรียบร้อยแล้วก่อนปากน้อยๆจะฝังฟันเข้าไปที่แก้มอย่างสุดแรงเกิด เด็กหนุ่มผู้เจอคมดาบคมศาสตรามามากมาย แต่หาได้เจ็บแสบเท่ากับคมฟันน้ำนมในครั้งนี้ไม่ เขารีบปล่อยคอเ้าขยะ แล้วมาดึงร่างเล็กๆออกจากคอตนแต่หมาน้อยตัวนี้ช่างรัดแน่นนัก ดึงแรงก็กลัวจะขาดเป็ท่อน เลยได้แต่ยื้อกันไปมา
“ปล่อยข้า เ้าเด็กโสโครกปล่อยเดียวนี้”
“งั่มๆ” คนกัดมีหรือจะฟังแม้เืเต็มปากก็กัดต่อไม่วาง
“คำผวน!เ้าจะมัวยืนบื้อไปถึงไหน เอามันออกไป” หลังจากยื้ออยู่นานแม่ทัพก็ไม่สามารถหลุดออกจากเขี้ยวเล็กๆนั่นได้ จึงร้องด่าคนที่ยืนเซ่อเอาแต่ยืนทำตาปริบๆ มองดูความวุ่นวายของครอบครัวของนายตนอย่างไม่รู้ว่าจะเอาจังหวะไหนไปช่วยเหลือ นี่เป็ครั้งแรกในฐานะองครักษณ์ข้างกายนายท่านที่คำผวนแสนจะลำบากใจคนหนึ่งคือเ้านายอีกคนก็ลูกเ้านาย เพราะพอเขาจะขยับ ตาวาวๆสีทองคู่นั้นที่เหมือนกับท่านแม่ทัพเปะๆ ก็ข่มขู่ทันทีว่า “ลองเข้ามายุ่งสิจะกัดเข้าให้อีกคน”
“นะนายน้อย หยุดเถอะขอรับเดียวข้าจะให้ขนม”คำผวนร้องบอกข้อเสนอ แต่ก็ไม่อาจไปแตะต้องนายน้อยได้กลัวผิดจังหวะแขนขาเล็กเกิ้น หักมาคงปวดใจแย่
“….เ้าโง่ เ้านกสองหัว …” ด่าองครักษ์เสร็จ ก็หันไปหาเมียเก่าทันที “จะมาเอาลูกของเ้าไปดีๆ หรือให้ข้าจะหักคอมันทิ้ง”
“ทงทง มาหาแม่ลูก ”
อู่หนานรีบเข้าไปอุ้มร่างของลูกชาย ก่อนจะรีบควักกระบอกน้ำออกมาให้ล้างปากที่เต็มไปด้วยคนใจดำนั่นดูเอาเถอะ! แปบเดียวแขนเล็กนี่เริ่มช้ำแล้ว ไม่รู้จักบันยะบันยัง
“บ้วนออกมา…สกปรกคราวหลังอย่าไปกัดใครสุ่มสี่สุ่มห้านะ เืไม่ใช่ของสะอาด เ้าะติดเชื้อโรคบ้วนออกมาให้หมดเลยบ้วนอีก” ขณะที่แม่ลูกสาละวนกับการทำความสะอาดปากคนที่เืไหลอาบแก้ม ปราณสีดำก็พวยพุ่งขึ้นล้อมกายด้วยความเคียดแค้นอยากจะเผาสิ่งสกปรกตรงหน้าให้เป็ผุยผงเช่นกันจนคนข้างกายต้องร้องขอ
“นายท่าน ใจเย็นๆขอรับนายน้อยยังเด็ก”
“ตูม! ”
ะเิปราณมืดพุ่งเข้าใส่คำผวนลูกแล้วลูกเล่าจนชายหนุ่มต้องรีบเผ่นลงจากเขา ไม่งั้นได้ตายจริงๆแน่ นายท่านช่างใจร้ายนักเขาแค่พูดผิดหูนิดเดียวถึงกับจะฆ่าจะแกง แต่ทีของของตน ข่มเหงจนหัวฟูแก้มเลอะเือาบ…ก็ได้แต่ขู่ ช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย
“ลองเดินไปอีกก้าวสิ”
คนที่กำลังจะอาศัยทีเผลอพาลูกหนีต้องรีบหันกลับมายืนจ๋อง รอฟังคำสั่ง จะอะไรนักหนาเ้าเด็กนี่แทนที่จะปล่อยกันไปใยวุ่นวายไม่เลิก
“เอาไป…”คนเือาบแก้มโยนถุงตำลึงไปตรงหน้าเมียเก่า"นี่เป็ตำลึงที่องค์หญิงฟางตงหวี่ ฝากมาให้ นางหวังว่าเ้าจะเอาไปตั้งตัว "
“ไม่ต้อง…ชิท่านแม่เราไปกันเถอะ” ทงทงไม่สนใจถุงตำลึงสกปรกนั่นหรอก รีบปฏิเสธแทนแม่ตนทันทีในใจยังแค้นไม่หายใครอยากจะได้ตำลึงคนบ้ากัน
“จะรับไปดีๆหรือถูกข้ายัดใส่ปาก…”
“ท่านแม่ทัพข้าจะรับมันไปหากท่านสัญญาว่า จะไม่มายุ่งเกี่ยวกับพวกเราอีกไม่ว่าเื่ใดๆก็ตาม” อู่หนานจ้องหน้าอีกฝ่ายเพื่อขอคำมั่น เขาเบื่อหน่ายเต็มทนที่จะอยู่ในวังวนของชีวิตคนอื่น
“เหอะใครอยากจะยุ่งกับขยะเช่นเ้ากัน”
“ใช่ พวกข้าเป็ขยะ เป็ของสกปรกแต่เหตุใดเล่าแม้แต่องค์จักรพรรดิที่เป็นายท่านถึงได้เข้ามายุ่งท่านเองบอกว่าตนเองสูงส่งนัก ใยต้องมาข้องแวะกันอีก ตำลึงบ้าบอพวกนี้ใครร้องขอหน้าท่านข้าก็ไม่ได้อยากจะเห็น หรือคิดว่าข้าโง่นัก ไม่รู้เื่ปราณรักษาไม่รู้เื่เงื่อนไขการแต่งงานบ้าๆนั่น ….”
“….เ้ารู้ ”เด็กหนุ่มอึ้งเพราะไม่คิดว่าคนๆหนึ่งจะเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ ในเวลาไม่นานที่หย่ากันคิดว่าเป็คนโง่ๆทื่อๆ ซะอีก สามปีก็เอาแต่อยู่ในเรือน ไร้ปากไร้เสียง“แล้วไง…เ้ามันไร้ปราณ ก็แค่ขยะไร้ค่า”
“หยุดนะ…ท่านแม่ข้าเป็หมออัจฉริยะไม่ได้ไร้ค่า ทงทงก็ไม่ใช่ขยะด้วยเ้าคนตัวเน่า ”
“พอเถอะลูก…”อู่หนานส่ายหน้าให้คนในอ้อมกอดเพราะไม่อยากให้เด็กน้อยเผลอพูดสิ่งใดพลาดไปด้วยความโกรธ "แม่ทัพกงปี่ข้ารับตำลึงนี้ไว้ก็พอใช่หรือไม่ …" ร่างสูงก้มลงเก็บถุงตำลึงใส่ตระกร้าจะได้จบๆไปซะที แต่พอเห็นอีกฝ่ายจ้องมองไปยังหม้อยาใบจิ๋ว ของทงทง ที่ตั้งอยู่บนแท่นหินแถมในนั้นก็มีเม็ดยาอยู่ ก็แทบอยากจะร้องไห้ เหมือนงานจะงอกแล้วตอนนี้
“อย่าแตะหม้อยาของข้านะ”ทงทงรีบขู่ฟ่อ เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่นั่นเดินไปหยิบหม้อยาขึ้นมาพร้อมกับตรวจสอบยาในหม้อ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เมียเก่าของตน พร้อมส่งสายตาคมกริบที่บ่งบอกว่าหากไม่ได้ความจริงจากปาก ชีวิตนี้ก็อย่าได้คิดรักษาไว้ได้
“พูดความจริงมา”
“…ขะข้าหลอมเองข้ากำลังฝึกหลอมยากับอาจารย์คนหนึ่ง” อู่หนานรีบพูด
“หลอมให้ข้าดู…”
“….วันนี้ข้าหมดพลังแล้วท่านค่อยมาดูวันอื่นเถอะ ทงทงเหนื่อยมากแล้วใช่ไหมลูก ง่วงนอนแล้วใช่ไหม?” ชายหนุ่มพยายามส่งสายตาให้ลูกช่วยแม้จะเป็การโกหกก็เถอะ
“ท่านแม่คนๆนี้ขี้ขลาดจะตาย สู้ข้าไม่ได้หรอกข้าจะกัดเขาให้ตาย ท่านอย่ากลัวเลยนะ ”เด็กน้อยปลอบคนที่กอดตนก่อนหันไปจัดการตัวปัญหา" เลิกข่มขู่พวกเราซะเอายาของข้ามาไม่งั้น ข้าจะกัดให้ตายจริงๆนะ" เด็กน้อยยื่นมือรอพออีกฝ่ายส่งให้ก็มองเหยียดไปทีหนึ่ง ประมาณว่าไม่แน่นี่หว่า กลัวโดนอีกละสิ
“พรุ่งนี้ข้าจะไปดูเ้าหลอมยา จำไว้นะถ้าหนีคือตาย!”
เด็กหนุ่มกล่าวเสร็จก็เลิกสนใจขยะชิ้นนั้นแล้วเดินทางกลับมายังที่พักของตนในเมืองฉิน ในฐานะที่เป็แม่ทัพปราณมืดที่คุมกองทัพหลายแสน เขามีจวนอยู่แทบทุกเมืองในแคว้นฉางแม้สองแม่ลูกโง่นั่นจะคิดว่าตนเองฉลาดที่หนีมาซุ่มอยู่ในเมืองเล็กแห่งนี้ แต่หารู้ไม่ว่าไม่ถึงครึ่งชั่วยามข้อมูลที่ผ่านมาของอู่หนานก็ถูกองครักษ์เงาของเด็กหนุ่มที่นั่งจิบชาอยู่นี่สืบมารายงานจนสิ้น
“ตอนนี้เรามั่นใจว่าพระชายา…เอ้ยคุณชายอู่หนานรักษาโรคได้จริงขอรับ เพราะคุณชายหลงซานที่เป็ไข้สามวัน ได้หายขาดเป็ปกติแล้วไข้สามวันนั่นไม่เคยมีใครรักษาได้นะครับนายท่าน”คำผวนรายงานด้วยความภูมิใจเกินเหตุ
“งั้นที่เ้านั่นบอกหลอมยาได้คงเป็เื่จริง”
“แต่…ชายยาอู่อายุยี่สิบหกปีแล้วนะขอรับจะมีปราณได้หรือ”
“หึคนโกหกปลิ้นปล้อนนั่น อาจหลอกลวงข้ามาแต่ต้น เ้าดูเอาเถอะแต่ไหนแต่ไรเคยเถียงไหมวันนี้ทำตนประหนึ่งเคียดแค้นข้ามาเป็สิบชาติ เถียงคำไม่ตกฝาก น่าฆ่าให้ตายนักคิดว่าเก่งนักรึหากไม่เกิดในสกุลอู่ละก็มีรึข้าจะยั้งมือ เ้าไปเอาเหล้ามา…ข้าเบื่อที่จะจิบชาไร้รสชาตินี่เต็มทีแล้ว”
“นะนายท่าน แต่ท่านดื่มเหล้าไม่ได้นะขอรับคืนแต่งงานท่านดื่มไปก็เกิดเื่ไ่ม่ใช่หรือ”
“คำผวน!ตกลงใครเป็นายเ้ากันแน่”
“โถ่…ท่านจะดื่มจริงหรือ”
“ไสหัวไป”คนที่นึกถึงคืนนั้นรีบไล่ลูกน้องคนสนิทหนีก่อนจะปาแก้วชาเล่นจนมันแหลกละเอียดเป็ผง“เพราะข้าเมาหรอกนะ…บัดซบเอ้ย”เด็กหนุ่มได้แต่พึมพำเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องเื่ในคืนแต่งงานที่แสนสกปรกนั่นยามนึกถึงทีไรความรู้สึกขยะขแยงก็ไม่เคยจางหายน่าจะเป็เพราะคนที่ทำให้เขาต้องกลายเป็คนที่ได้ชื่อว่ามีเมียเป็ชายยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง
“ปู่เจียท่านไม่มีวิธีจริงๆหรือ”
“ปัดโถ่ เ้าจะบ้าหรือไงแค่ข้ามคืนจะให้ข้าปลุกพลังปราณให้นี่นะ ถ้าทำได้ข้าก็เป็เซียนแล้วอู่หนานเ้าโง่มากที่ไปท้าทายสามีแบบนั้น ”
“ไม่ใช่สามีข้าสักหน่อย แค่อดีต”
“นั่นแหละ…ทางออกอื่นมีตั้งเยอะแยะ ดันจะให้เขามาดูการหลอมยา รู้ทั้งรู้ว่าตนไร้ปราณไม่เรียกว่าโง่แล้วจะเรียกว่าอะไรได้เล่าตอนนี้ข้าคิดออกแค่ยอมรับผิดและขอโทษเขาไปตรงๆซะ ส่วนยาหม้อนั้นก็บอกว่าใครไม่รู้ทิ้งเอาไว้ก็สิ้นเื่ ”
“ท่านปู่คิดหรือว่าเขาจะเชื่อเราเหรอ”
“ไม่เชื่อแน่นอนแต่มีทางอื่นไหมที่ดีกว่า….ไม่รู้หละพรุ่งนี้ข้าจะปิดร้าน ไปจำศีลที่วัดสักหน่อยอ้อ…ไปคืนนี้ดีกว่าเดียวพุทธองค์จะโกรธเคืองเอาที่ไปช้าคืนวันเพ็ญทั้งทีต้องเร่งสร้างบุญสร้างกุศล…” ผู้เฒ่ารำพึงรำพัน กับตัวเองโดยไม่สนใจแววตาอ้อนวอน หรือคำพูดใดๆของอู่หนานอีกต่อไป จนชายหนุ่มต้องเดินคอตกกลับมายังห้องนอนของตนเอง
“หลับสนิทเลยนะเ้าตัวเล็ก”
หลังจากหอมแก้มลูกไปทีหนึ่งจิตใจก็สงบลงได้บ้าง เอาเถอะในเมื่อไม่มีทางออกการยอมรับผิดหรือทำอะไรหน้าด้านๆก็เป็ทางออกที่ดีเหมือนกันในเมื่อไม่ว่าเขาจะเป็ยังไงในสายตาคนๆนั้นก็ไม่ต่างจากขยะชิ้นหนึ่งอยู่ดีชายหนุ่มคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อยกว่าจะข่มตาลงได้ก็เกือบค่อนคืนแต่ก็ถูกปลุกขึ้นมาด้วยเสียงเอะอะข้างนอกห้อง พองัวเงียลุกขึ้นไม่ทันลงจากเตียงร่างของอู่ทงก็พุ่งเข้ามาเกาะ
“ท่านแม่ คนโง่นั่นจะกัดแก้มข้า”
“เ้าเด็กขี้โกหกใครจะไปกัดแก้มสกปรกของเ้ากัน ข้าจะฟาดก้นเ้าต่างหากลงมาจากเตียงเดียวนี้….”คนที่ตามร่างเล็กๆเข้ามาตะคอกเสียงดังลั่น ร่างกายเปียกชุ่มไปด้วยน้ำที่เ้าตัวแสบแอบสาดเข้าใส่ั้แ่โผล่เข้ามาในบ้าน มันน่าโมโหนักแล้วดูสิยังมีหน้าไปกอดร่างเปลือยเปล่าของแม่ตน ลอยหน้าลอยตาโกหกไปเรื่อย
“เ้าเป็แม่คนแล้วจะแก้ผ้านอนทำไมหา! ไม่รู้หรือไงว่ามีเด็กอยู่ด้วย พวกขยะนี่ไปให้พ้นสายตาข้าเลย”
ตอนนี้ อาการของสามีเก่าคงไม่ปกติแน่เขาแค่ถอดเสื้อนอนไม่ได้เปลือยทั้งตัวสักหน่อย แถมยังมาไล่เ้าของห้องหนีพาลแบบนี้อันตราย อู่หนานรีบกอดลูกแล้วเผ่นออกจากห้องแต่ยังไม่พ้นขอบประตูก็โดนกระชากกลับสะก่อน
“จะโง่ไปถึงไหนใส่เสื้อ!”
“ดะได้“”รีบหาเสื้อสวมพลางถามขึ้น”แล้วทำไมตัวท่านถึงได้เปียกทั้งตัวเกิดอะไรขึ้น"
“ข้าเอาน้ำสาดเขาเองท่านแม่จะได้ล้างความไม่เป็มงคลไงขอรับ”คนทำสารภาพพลางช่วยแม่ตนติดกระดุมเสื้ออย่างเคยชินก่อนจะหอมแก้มนุ่มของแม่ไปสองสามที เพราะถือเป็รางวัลที่ช่วยปกติทั้งคู่ก็ทำแบบนี้ทุกเช้า เลยไม่สนใจคนที่ยืนทื่ออยู่ปลายเตียงว่าจะมองอย่างไร
“ทงทงไม่ดีนะลูกทำแบบนี้ยังไงสะเอ่อ…เขาก็เป็ผู้ใหญ่ เป็แขกเราไม่ควรทำกับแขกแบบนี้ ขอโทษแม่ทัพซะเถอะ”อู่หนานสอนลูก ขณะที่ลุกขึ้นไปค้นหาผ้าเช็ดตัวส่งให้อีกฝ่าย
“ไม่ เขาเป็คนไม่ดี”
“อู่ทง!”
“ชิ ขอโทษ… คนบ้า”จำใจทำตามเสียงแม่ดุ เสร็จแล้วก็รีบเผ่นหนีออกจากห้อง
“เป็ไงหละมีปัญญาเลี้ยงลูกได้แค่นี้เรอะ ”
“เขา…เอาเถอะข้าไม่ดีเองขอโทษท่านด้วย เปียกขนาดนี้อาบน้ำก่อนไหม ชุดนี้น่าจะพอใส่ได้นะ”หาชุดใหม่ให้แล้วก็รีบออกมาจากห้องที่แสนอึดอัดปล่อยให้เขาจัดการตนเองไปเหอะจะเปลี่ยนไม่เปลี่ยน อาบไม่อาบแล้วแต่เลย เพราะได้เวลากินข้าวของอู่ทงแล้วถึงแม้เด็กน้อยจะทานง่ายแต่ก็ต้องคอยกำกับดูแลให้ทานอาหารให้ครบทุกหมู่ไม่งั้นต้องเป็เด็กแคระแน่ๆ เพราะพักหลังเ้าตัวมักเลือกจะทานแต่ของที่ชอบ