‘อวี้จื่อหลิน’ นามนี้เป็ที่รู้จักกันดีว่าเป็นามของคุณหนูรองจวนเหวินจิ้งโหว เด็กหญิงอายุ 8 หนาว นางเป็ที่รักยิ่งของครอบครัวตระกูลอวี้ เป็บุตรสาวคนโต และบุตรลำดับที่ 2 ของ ‘อวี้เหวินชิง’ เหวินจิ้งโหวคนปัจจุบันกับเหวินจิ้งโหวฮูหยินตระกูลเมิ่ง ‘เมิ่งเยว่จื่อ’ เหนือนางขึ้นไปยังมีพี่ชายคนโต ‘อวี้ชิงอี้’ อายุ 11 หนาว นอกจากนี้แล้ว อวี้จื่อหลินยังมีน้องชายน้องสาวฝาแฝด ‘อวี้จื่อเฟิ่ง’ และ ‘อวี้ชิงเฟิง’ อายุได้ 6 หนาวพอดิบพอดี
กฎของตระกูลอวี้ั้แ่ท่านพ่อของนางสืบทอดบรรดาศักดิ์โหวจากเหวินจิ้งโหวผู้เฒ่า ท่านพ่อได้เพิ่มกฎสำคัญข้อหนึ่ง เป็กฎที่คนในจวนเหวินจิ้งโหวั้แ่บนลงล่างล้วนต้องปฏิบัติตาม นั่นคือ การมีภรรยาเดียวเท่านั้น อวี้จื่อหลินไม่ทราบว่าเหตุใดท่านพ่อถึงรังเกียจการมี 3 ภรรยา 4 อนุนัก แต่นางกลับชอบใจกฎข้อนี้ยิ่ง จวนขุนนางตระกูลอื่นล้วนแต่มีอนุภรรยาเดินขวักไขว่ทั่วเรือนหลัง แต่จวนเหวินจิ้งโหวนั้น กลับมีท่านแม่ของนางเพียงคนเดียว นางรับรู้ได้ว่าท่านพ่อรักท่านแม่มากเพียงใด หลักฐานก็คือพวกนาง 4 พี่น้องอย่างไรเล่า หลักฐานอย่างพวกนางล้วนแต่สามารถปิดปากคนนอกที่ชอบสอดปากว่าท่านแม่ใจแคบ ไม่ยอมให้ท่านพ่อรับอนุเพื่อแผ่กิ่งก้านสาขา มองให้ทั่วเมืองเหรินโจว จะยังมีผู้หญิงคนไหนที่คลอดทายาทให้ตระกูลสามีได้พรั่งพร้อมทั้งบุตรชายบุตรสาวภายในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปีอย่างท่านแม่ของนางบ้างเล่า
แม้ว่าอวี้จื่อหลินจะเกิดมาในครอบครัวที่พรั่งพร้อมด้วยความรักของบิดามารดา พี่น้องพร้อมหน้า แต่จนใจด้วยโชคชะตาของนางนั้นย่ำแย่เกินทน นางเกิดมาก็ป่วยกระเสาะกระแสะ อากาศเย็นขึ้นเพียงนิด ร้อนขึ้นเพียงหน่อยก็จับไข้นอนซมบนเตียงทั้งเดือน ในเรือนจื่อเถิงของนางนั้นล้วนแต่มีกลิ่นของยาสมุนไพรอบอวลไปทั่วทั้งเรือน หากไม่ได้ความสดใสร่าเริงช่างจำนรรจาของน้องสาว อวี้จื่อหลินคงเศร้ามองยิ่งกว่าคืนเดือนมืด ดังนั้นแล้ว นางจึงรักและตามใจอวี้จื่อเฟิ่งมากกว่าน้องชายคนเล็ก
วันหนึ่งในฤดูสารท หลังจากพายุฝนกระหน่ำทั่วทั้งเมืองเหรินโจว อวี้จื่อหลินก็นอนซมจับไข้อยู่บนเตียงอย่างกะทันหัน ทั่วทั้งจวนต่างรุดหน้ามาเยี่ยมนางถึงเรือนจื่อเถิง คนที่ร้อนใจกว่าใครก็คือท่านแม่ นางคอยเฝ้าดูแลอวี้จื่อหลินจนใต้ตาคล้ำไปหมด นางปวดใจยิ่งนัก ท่านแม่คนดีของนางต้องเสียน้ำตาให้กับร่างกายอันแสนอ่อนแอของนางไปกี่ครั้งกี่หนกัน
“หลินเอ๋อร์ ทนดื่มยาถ้วยนี้ลงไป นอนพักซักตื่นหนึ่ง เ้าก็หายไข้แล้ว แล้วแม่จะพาเ้าไปชมต้นจื่อเถิงที่เรือนชิงหลัว” ท่านแม่เกลี้ยกล่อมนางดื่มยารสชมเ่าั้ ถึงแม้นางจะไม่ชอบ แต่ก็ยังหวังว่า หลังจากนางหายไข้แล้ว นางจะได้ไปดูต้นจื่อเถิงที่เรือนใหญ่ ด้วยเหตุนี้ นางจึงไม่เคยดื้อรันหรืองอแงเมื่อต้องดื่มยาขมเ่าั้ นางยังมีความหวังว่า ซักวันนางจะได้ออกไปเที่ยวนอกจวนกับครอบครัวของนางซักครั้ง แต่์คงจะไม่เป็ใจเท่าไหร่ แม้จะดื่มยาไปแล้วหลายเทียบ อาการไข้ของนางก็ไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ท่านพ่อถึงกับเชิญหมอหลวงจากในวังมาช่วยดูอาการของนาง
“คุณหนูรองร่างกายอ่อนแอั้แ่เล็ก อีกทั้งยังอ่อนไหวต่อดินฟ้าอากาศในเหรินโจว ทำให้ต้องอยู่ในเรือนนอนทั้งวัน ร่างกายจึงไม่สู้ดียิ่งกว่าแต่ก่อน ต้องออกไปเผชิญอากาศบริสุทธิ์เสียบ้างจึงจะดี”
“ท่านหมอหลี่ นางออกนอกเรือนก็ป่วย อยู่ข้างในเรือนก็ป่วย แล้วจะทำอย่างไรเล่า” ท่านพ่อเอ่ยถามอย่างร้อนใจ คำพูดของท่านหมอหลี่ชวนสับสนยิ่งนัก เขาแทบจะลุกเต้นไปเขย่าตัวของท่านหมอแล้ว
“เหวินจิ้งโหวไม่ต้องร้อนใจไป อาการนี้ของคุณหนูรองย่อมมีหนทางรักษา แค่อยู่ที่ว่าท่านจะตัดใจได้หรือไม่เท่านั้น” หมอหลวงหลี่ที่ตรวจอาการของข้าพูดอย่างไม่รีบร้อน
“มีหนทางใดบ้างที่จะรักษาหลินเอ๋อร์ของข้า หากดีกับนางแม้ข้าต้องบวชชี ข้าล้วนยอมแต่โดยดี” ั์ตาของท่านแม่สว่างวาบ เมื่อได้ยินว่าอาการของข้านั้นมีหนทางรักษา
“ไม่ใช่เื่ใหญ่ขนาดนั้นหรอกเหวินจิ้งโหวฮูหยิน เพียงแค่คุณหนูรองได้หลบหลีกจากเหรินโจว 2 – 3 ปี ก็เพียงพอที่จะฟื้นฟูสุขภาพได้แล้ว”
“ออกจากเหรินโจวอย่างนั้นหรือ ระหว่างทางนางจะไม่ป่วยหนักใช่หรือไม่” ท่านพ่อใยิ่งเมื่อได้ฟังคำของท่านหมอหลี่ ท่านแม่มองค้อนให้เขาครั้งหนึ่งก่อนจะมองข้าที่นอนซมอยู่บนเตียง ทำได้แค่มองพวกท่านโต้เถียงกันไปมาเท่านั้น
“ตอบตามตรง ข้าก็ไม่อาจรับรองได้ว่าคุณหนูรองจะไม่ป่วยระหว่างทาง แต่อย่างไรก็ดีกว่าอยู่แต่ในเรือนนอนแน่”
“ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณท่านหมอหลี่มากที่สละเวลามาตรวจอาการของบุตรสาวข้าวันนี้” ท่านแม่ค้อมตัวคำนับให้ท่านหมอหลี่ ท่านพ่อจึงอาสาออกไปส่งแขกแทน หลักจากท่านหมอหลี่ออกไปแล้ว ท่านแม่ดึงมืออันเย็นเฉียบของข้าไปกุมไว้ น้ำตาของนางคลอเต็มหน่วยตา
“หลินเอ๋อร์ เ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่ มีหนทางรักษาเ้าอยู่”
“ท่านแม่ ข้ายอมรับการรักษานี้ ท่านส่งข้าไปนอกเมืองเถิด” เสียงของข้าที่เปล่งออกมานั้นแหบแห้งเหมือนเสียงเป็ด น่าอนาถใจยิ่งนัก กว่าจะเค้นแต่ละคำออกมาได้ช่างยากลำบากเหลือเกิน
“ท่านแม่เคยเล่าว่าท่านมีคฤหาสน์ที่ลิ่งโจว ข้าอยากไป”
“ลิ่งโจวหรือ? แต่ลิ่งโจวไกลยิ่งนัก ร่างกายเ้าจะทนไหวหรือไม่” ท่านแม่ซับหัวตาอีกครั้ง ท่านพ่อที่เข้ามาเห็นพอดีจึงกอดปลอบท่านแม่
“หากหลินเอ๋อร์อยากอยู่ที่ลิ่งโจว เ้าก็ให้นางอยู่เถอะ อากาศที่ลิ่งโจวดีนัก อีกทั้งยังใกล้กับจวนตระกูลเมิ่งด้วย ท่านแม่ยายกับพี่ชายของเ้าก็เดินทางมาเยี่ยมหลินเอ๋อร์สะดวก หากเ้ายังไม่วางใจ ข้าจะขอลางานจากฝ่าา ไปส่งหลินเอ๋อร์ที่ลิ่งโจวด้วย ฮูหยินเห็นว่าเป็อย่างไร?” ท่านแม่ครุ่นคิดตามคำพูดของท่านพ่อ ข้าได้ยินแล้วเหมาะสมยิ่งนัก อย่างไรนี่ก็คือการออกนอกจวนเหวินจิ้งโหวครั้งแรกของข้า ก็ถือเสียว่าเป็โอกาสดีที่จะได้ท่องเที่ยวกับครอบครัวแทน
“ท่านแม่ ท่านไปส่งข้าที่ลิ่งโจวเถิด ข้าสัญญาว่าจะหายดีใน 3 ปีให้ได้อย่างแน่นอน” ข้าเอ่ยสนับสนุนท่านพ่อ เห็นท่านแม่ซูบผอมเพราะอาการป่วยของข้า ในใจข้าล้วนรู้สึกผิดต่อนางยิ่งนัก ท่านแม่เงียบไปพักใหญ่ จึงถอนหายใจออกมาก่อนจะตกลงให้ข้าไปอยู่ที่ลิ่งโจว
หลังจากวันนั้นอาการข้าก็ดีขึ้นเล็กน้อย เพียงพอที่จะเดินทางไปยังลิ่งโจวได้ ท่านแม่ได้ส่งคนให้นำข่าวสารไปบอกกล่าวกับผู้ดูแลคฤหาสน์ที่ลิ่งโจวเพื่อเตรียมการต้อนรับข้า ท่านแม่ก็เข้ามาจัดเก็บสัมภาระจำเป็ของข้าเพื่อเตรียมเดินทางไปลิ่งโจว ท่านพ่อได้ขอลาหยุดงานกับฝ่าาเป็เวลา 2 เดือน พี่ชายใหญ่ รวมทั้งน้องชายน้องสาวของข้าก็้าเดินทางไปด้วย ทำให้ขบวนเดินทางไปลิ่งโจวนั้นใหญ่ขึ้นมาอีกเท่าตัว ครึ่งเดือนต่อมา ขบวนเดินทางไปลิ่งโจวของจวนเหวินจิ้งโหวก็พร้อมแล้ว ข้าตื่นเต้นเป็อย่างมาก อาการป่วยก็เริ่มดีขึ้น จื่อเฟิ่งน้องสาวของข้าก็ช่างจำนรรจา ขบวนเดินทางมีเสียงพูดคุยของนาง กับเสียงหัวเราะของข้าคลอไปตลอด ทำให้บรรยากาศของการเดินทางนี้ไม่มีความหดหู่หลงเหลืออยู่
“พี่รอง เฟิ่งเอ๋อร์สัญญาว่าจะไปเล่นกับท่านบ่อย ๆ พี่รองรีบหายดีแล้วมาเล่นกับข้าเถอะนะ” เสียงเจื้อยแจ้วของจื่อเฟิ่งทำให้ท่านแม่และข้าใจอ่อนนัก นางเข้ามากอดเอวของข้าไว้แน่น ข้าลูบหัวเล็ก ๆ ของนางเบา ๆ ถึงแม้ข้าจะยังเด็ก และอายุห่างจากน้องแฝดแค่ 2 ปี ข้าก็รู้สึกว่านางช่างน่ารักน่าเอ็นดูนัก เนื่องจากแต่ละวันในเรือนจื่อเถิงของข้านั้นช่างเงียบเหงา พี่ใหญ่ก็มักจะมาหาข้าเพื่อเล่าเื่ราวต่าง ๆ นอกจวนอยู่เสมอ บางครั้งเขาก็เอาขนมจากร้านชื่อดังในเหรินโจวมาฝาก บ้างก็ตำราเรียนของเขา บางวันหากเขาเกียจคร้าน ก็มักจะมาขอให้ข้าช่วยเหลือการบ้านของเขาเสมอ ข้าจึงได้เรียนรู้มากมาย
“จื่อเฟิ่ง เ้าก็ถอยห่างจากพี่รองซักหน่อยเถิด พี่รองตัวผอมบางนัก หากเกิดเ้าโถมร่างเข้านางจนล้มขึ้นมา ท่านแม่ต้องตีเ้าจนตายแน่” น้องชายคนสุดท้องชิงเฟิงนั้นปากคอเราะร้ายไปซักหน่อย ด้วยเพราะเขาชอบอยู่กับท่านแม่มาก ท่านแม่ล้วนแต่หิ้วเขาไปงานเลี้ยงจวนนั้นจวนนี้อยู่เสมอ ถึงแม้จะอายุน้อย แต่ท่านพ่อก็เถียงสู้เขาไม่ได้เสียแล้ว
“เ้าว่าข้าอ้วนงั้นหรือ? อย่างนี้หาเื่กันชัด ๆ เลยนี่” สุดท้ายน้องแฝดของข้าก็ทะเลาะกันจนได้ ลำบากให้แม่นมมาแยกพวกเขาออกจากกัน ท่านแม่รู้เื่เข้าเลยงดของว่างของวันนี้ไป ทำเอาน้องแฝดของข้าหงอยเหงายิ่ง สุดท้ายข้ากับพี่ใหญ่ก็ต้องแอบแบ่งของว่างไว้ให้น้อง ๆ พวกเขาถึงจะได้ยิ้มแป้นออกมา แล้วไปซนกับเื่อื่นต่อ
เดินทางกันมาครึ่งค่อนเดือน สุดท้ายก็ถึงลิ่งโจวอย่างราบรื่น คฤหาสน์ที่ลิ่งโจวแม้ไม่ใหญ่เหมือนในจวนเหวินจิ้งโหวที่เมืองเหรินโจว แต่ก็ไม่ได้เล็กหากเทียบกับจวนขุนนางอื่น ๆ ในลิ่งโจว ท่านแม่ให้ข้าพักอยู่ในห้องปีกตะวันออกที่อบอุ่นที่สุด รอบ ๆ คฤหาสน์ล้วนแต่ปลูกดอกไม้ ต้นไม้เต็มไปหมด มีแม่น้ำจำลองที่ชักมาจากแม่น้ำสายหลักในลิ่งโจว สวนของคฤหาสน์ในลิ่งโจวนี้สวยงามไม่แพ้จวนที่เมืองหลวง ข้ากลับชอบมากกว่าสวนที่เรือนจื่อเถิงของข้าเสียด้วยซ้ำ ครอบครัวของข้าพักอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้ได้ 10 วัน ก็ถึงเวลากลับเมืองเหรินโจวเสียที ท่านแม่กับจื่อเฟิ่งอาลัยอาวรณ์ข้ายิ่งนัก ท่านพ่อจึงจัดการคนมาเพื่อดูแลข้า ข้าได้สาวใช้คนใหม่มา คือ ‘จูเชวี่ย’ และ ‘เหมยอิ๋ง’ มามาข้างกายท่านแม่อย่าง ‘ไป๋มามา’ ก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลข้าที่ลิ่งโจว อีกทั้งยังมีองครักษ์จวนเหวินจิ้งโหวอีก 20 กว่านายที่คอยดูแลความปลอดภัยในคฤหาสน์แห่งนี้ ข้าล้วนซาบซึ้งกับความห่วงใยของครอบครัวของข้ายิ่งนัก
“หลินเอ๋อร์ ต้องรีบรักษาตัวให้หายโดยเร็วนะ ถึงแม่ไม่ได้อยู่กับเ้า เ้าก็อย่าดื้อกับไป๋มามา ต้องดื่มยา ออกไปนอกเรือนบ้างจึงจะดี เข้าใจใช่หรือไม่?” ท่านแม่กำชับข้าก่อนจะเดินทางกลับ ข้าล้วนแต่พยักหน้าตอบรับเท่านั้น หากพูดออกไปเสียงข้าต้องสั่นเครือเป็แน่ ข้าไม่อยากให้ท่านแม่ต้องกังวลใจ
“หลินเอ๋อร์ ทุก ๆ สิ้นฤดูพ่อกับแม่จะมาเยี่ยมเ้าใหม่ หาก้าอะไรก็ให้แม่นมไป๋เขียนจดหมายมาแจ้งพ่อได้ พ่อจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด ทุกเดือนเ้าต้องเขียนจดหมายมาเล่าเื่ราวทางนี้ให้พ่อกับแม่ฟังบ้าง เข้าใจหรือไม่?”
“ท่านพ่อ ลูกทราบแล้ว จะทำตามที่ท่านพ่อสั่งทุกอย่าง ข้าจะรีบหายดีแล้วกลับไปหาท่านพ่อกับท่านแม่ ไปหาพี่ใหญ่ จื่อเฟิ่งกับชิงเฟิงโดยเร็วแน่นอน” ข้าพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น เพื่อไม่ให้บิดามารดาต้องกังวลใจ มีแต่ต้องเข้มแข็งให้พวกท่านดูเท่านั้น
ร่ำลากันอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม ก็ได้เวลาที่ท่านพ่อกับท่านแม่จะกลับเสียที ท่านแม่ยังเน้นย้ำกับไป๋มามาและสาวใช้คนใหม่ของข้าไปหลายรอบแล้วจึงจะวางใจ สุดท้ายก็ต้องขึ้นรถม้ากลับ ข้ายืนส่งจนรถม้าลับสายตา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดก็ไหลออกมา เหลือเพียงข้าที่อยู่เพียงลิ่งโจวเท่านั้น ข้ารีบเช็ดน้ำตาก่อนจะเดินกลับเข้าไปในเรือน ข้าจะต้องรีบรักษาตัวแล้วกลับไปหาครอบครัวของข้าให้ได้
ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกจะรีบกลับไป