แฮกแฮก
เสียงลมหายใจของทั้งสองดังก้องห้องสรงน้ำนัยน์ตาหยาดเยิ้มมองกันนิ่งก่อนจะเป็นหลินฮองเฮาที่ทนต่อฤทธิ์ยาไม่ไหวพระนางถอดชุดที่สวมอยู่ออกอย่างไม่คิดอาย ก่อนจะถลาเข้าหาสวาทที่ยังคงหายใจแรงมองนาง ไม่ปลดเปลื้องเสื้อผ้าอย่างที่ปากพูด
“แฮกฝ่าบาทแฮกในเมื่อเป็นประสงค์ของไทเฮา อร่าพระองค์พระองค์เองก็อย่าทำให้ไทเฮาผิดหวังเลยเพคะ”
“อึก อืมมมแล้วนี่ไม่ใช่ความต้องการของเจ้าด้วยหรือ”หญิงสาวรู้ดีว่าฮ่องเต้ไม่เคยชอบนางเพราะรู้สึกเหมือนโดนอำนาจของบ้านนางคอยผูกมัดทำอะไรต้องไว้หน้า ทำให้เขาห่างเหินทั้งมองนางเป็นสตรีแพศยามากแผนการ
ซึ่งก็คงเป็นเช่นนั้นจริงๆเพราะถึงนางจะไม่ชอบแย่งชิงแต่การที่ครอบครัวปลูกฝังมาแต่ลืมตาดูโลกว่านางต้องเป็นฮองเฮาเหนือคนนับหมื่น ใต้คนผู้เดียว ทำให้นางไม่อาจยินยอมที่จะต้องยกของของตนให้กับคนอื่น
“แฮกแฮกอืมมหม่อมฉันต้องการ ไม่ต้องการเวลานี้คงไม่มีประโยชน์แล้วเพราะถึงอย่างไรคืนนี้พระองค์และหม่อมฉันก็ต้องนอนด้วยกันอยู่ดี”
หลินเย่วหลานพูดพร้อมกับมือสองมือลากยาวจากอกแข็งแรงเรื่อยลงมาที่ของสายคาดเอวสีทองนางปลดสิ่งนั้นออกอย่างไม่สนใจไยดีก่อนจะสอดมือเข้าไปภายในชุดมังกรเลื่อนมันให้ออกพ้นบ่าแข็งแรงของสวามีก่อนจะเร่งถอดชุดที่เหลือของเขาออกให้พ้นร่างกำยำ โดยที่เจ้าตัวไม่เอื้อนเอ่ยคัดค้านใดนอกจากจ้องมองมายังมเหสีตรงหน้า ด้วยสายตาคล้ายจะกลืนกิน
“แฮกแฮกถูกของเจ้าเวลานี้ไม่ว่าเจิ้นหรือเจ้าจะต้องการหรือไม่ก็ไม่ทานฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดนี่ได้อยู่ดีไม่สู้เรามาร่วมมือกันทำให้มันหายโดยเร็วไม่ดีกว่าหรือ แฮกแฮก”
รอยยิ้มหวานฉายชัดขึ้นมาบนดวงหน้าระเรื่อพร้อมกับหัวใจพระนางเต้นรัวอย่างดีใจอย่างน้อยครั้งนี้ฝ่าบาทก็ไม่ได้แสดงท่าทางไม่ยินยอมและชิงชังอย่างครั้งเข้าหอทำหัวใจสตรีที่โดยสวามีหมางเมินลิงโลดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ทั้งสองพระองค์กระโจนเข้าหากันอย่างโหยหาริมฝีปากของพวกเขาประกบแน่นมอบจูบดูดดื่มให้กันส่งเสียงหยาบโลนไม่น่าฟังแต่กลับทำให้กระหายกว่าเก่า
“จ๊วบบบอืมมฮองเฮาเจิ้นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าร่างกายเจ้าแท้จริงแล้วเย้ายวน”หญิงสาวไม่สนใจคำพูดคล้ายเยินยอเพราะตอนนี้นางรู้สึกกระหายอย่างหนักสายน้ำอุ่นที่เยิ้มออกมาจากช่องทางรัก ทำนางไม่อยากจะเสียเวลาไปกับอะไรทั้งสิ้นไม่ต่างกับฮ่องเต้ที่ยิ่งรับรู้ถึงความหื่นกระหายในการสตรีมือสากกร้านก็ยิ่งวาดละเลงไปทั่วแผ่นหลังเนียนลื่นของนางอย่างหลงใหล
เขาดึงปมเอี่ยมปิดอกและผ้าสามเหลี่ยมปิดส่วนล่างออกอย่างง่ายดายรวดเร็วก่อนจะพลิกดันร่างนางให้อยู่ใต้อานัดแล้วลูบไปทั่วแผ่นหลัง หน้าท้องต้นขาก่อนจะหยุดตรงเนินเนื้ออูมที่ละเลยมานานเกือบสองปี
“อร้างงอื้ออฝ่าบาทฝ่ามือพระองค์ ซี้ดดช่างร้อนเหลือเกินอื้ออ”
“อร่าฮองเฮาเจ้าพร้อมขนาดนี้แล้วหรือ อื้อ อร่า”
“อ่ะอื้ออ ฝ่าบาท ซี้ดดอื้ออ อูยยยเสียวเพคะ”
“เท่านี้เจ้าก็เสียวแล้วหรือ”
“ซี้ดดด อืมมม หม่อมฉันอร่า..เสียว เสียวจริงๆ เพคะ” หลินฮองเฮาเสียววาบไปทั้งกายอย่าไม่อาจทนพระนางบิดงอร่างกาย หลับตาแน่นสีหน้าเหยเกกระชับบ่าแนบใบหน้าแน่นกับอกกว้าง
“ซี้ดดดท่าทางเจิ้นจะปล่อยเจ้าให้อยู่เพียงลำพังมานานเกินแค่เพียงนิ้วเจิ้นร่องเจ้าก็สั่นสะท้านแทบขาดใจ”
“แฮกฝ่าบาท อื้อออร่า…อร้างง” ฮองเฮาปล่อยสายน้ำเสียวออกมาอย่างไม่ตั้งใจใบหน้าของนางซบอกฮ่องเต้แน่นอย่างอ่อนแรงและรู้สึกขายหน้าที่เพียงไม่นานนางก็แตะขอบสวรรค์เพราะนิ้วมือของเขา
‘อร่า…ไม่คิดว่าเจ้าจะเหมือนสตรีแรกแย้มได้เช่นนี้’
ฮ่องเต้ซู้ดปากแรงด้วยความรู้สึกกระสันพระองค์จ้องท่าทางราวไปประสานั้นด้วยความกระหายก่อนจะช้อนร่างของนางขึ้นแล้วเดินไปทางเตียงบรรทมด้านนอกสายตาแทะโลมกวาดมองร่างกายบอบบางทว่าอวบอัดเต็มมือผิดกับกุ้ยเฟยที่แม้ขนาดร่างกายพอ ๆ กันแต่กลับไม่ได้อวบอิ่มเต็มมือเช่นฮองเฮาผู้นี้
“อร่า…อื้ออ ฝ่าบาทอร่าอื้ออ หม่อมฉัน เสียวเพคะ อื้ออเสียวเหลือเกิน”เสียงครวญครางที่ดังออกมาจากปากฮองเฮากระตุ้นความกระสันในตัวฮ่องเต้ได้ดียิ่งสะโพกสอบตอกแรงจนเสียงเนื้อของพระองค์และพระนางดังก้องห้องบรรทม ในตำหนักฮองเฮาทำมัวมัวทั้งสองที่ลอบฟังอยู่ด้านนอกยิ้มกริ่มมองหน้ากันอย่างพอใจก่อนจะแยกย้ายกลับไปรายงานเจ้านายและกลับห้องตน
“ซี้ด อืออฮองเฮาร่องนี่ของเจ้า ไม่คิดว่าจะแน่น ตอดราวบุปผาไม่เคยแย้มบานเช่นนี้เปิดหูเปิดตาข้าแล้ว อร่า...”
คำพูดเยินยอไม่ขาดปากของสวามีทำใจคนฟันพองโตอย่างไม่อาจห้ามนางตั้งใจตอบสนองเขาเท่าที่ได้รับสั่งสอนมาอย่างเต็มที่กว่าฤทธิ์ปลุกกำหนัดจะหมดสิ้นสตรีกายบอบบางร้างราเรื่องรักใคร่ก็นอนหลับใหลสิ้นแรงเหนื่อยอ่อนนอนหายใจกระเส่าทับอกแข็งแรงขององค์จักรพรรดิ
“ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีไว้เจิ้นจะมาอีก”
ดวงตาปรือมองร่างทระนงเดินห่างออกไปจากเตียงนอนของพระนางก่อนรอยยิ้มบางจะหุบลง พร้อมกับดวงตาที่ปิดลงอย่างไม่อาจฝืน
‘ดูสิจากนี้ข้ากับเจ้าผู้ใดจะมัดใจฝ่าบาทได้’
ทว่าความทะนงก็อยู่กับฮองเอาได้ไม่นานเพราะหลังคืนนั้นที่ฝ่าบาทเร่าสวาทกับนางค่อนคืนพระองค์ก็ไม่ได้มาหาพระนางอีกเลยพร้อมกับที่มีข่าวว่าหยางกุ้ยเฟยล้มป่วย ร่างกายอ่อนแรงฮ่องเต้จึงเฝ้าวนเวียนไปหาสนมรักของพระองค์ไม่คิดแบ่งเวลามาหาพระองค์อย่างที่ว่าก่อนหน้านี้
“มัวมัวนี่ผ่านมาครึ่งเดือนแล้วไยข้ายังไม่ตั้งครรภ์อีกเล่า” ดวงหน้าเรียบนิ่งแฝงความสงสัยหันมองมัวมัวข้างกายก่อนจะหันกลับมามองยาบำรุงที่นางต้องดื่มหลังคืนนั้นวันรุ่งขึ้นไม่ว่ายาดีอะไรที่ช่วยเรื่องบำรุงการตั้งครรภ์และร่างกายนางก็ล้วนต้องดื่ม ต้องกินทั้งสิ้นเพื่อไม่ให้สิ่งที่ลงแรงไปคืนนั้นต้องสูญเปล่า
“ทนอีกหน่อยเถิดเพคะ”รอยยิ้มจืดเจื่อนฉายบนใบหน้าหญิงชราพลางคะยั้นคะยอเจ้านายของนางให้ยอมดื่มยารสขมเข้าไป
“แต่นี่ก็ผ่านมาครึ่งเดือนแล้วทุกอย่างยังเงียบสงบ กลับเป็นสนมนางนั้นที่สามารถช่วงชิงโอกาสนี่ไปได้”น้ำเสียงขุ่นเคืองแฝงความเจ็บแค้นเอาไว้ไม่น้อยเอ่ยออกก่อนนางจะยกกระดกยาในมือเข้าไปรวดเดียวหมดแล้ววางกระทบพื้นโต๊ะเสียงดัง
“ฮองเฮาพระองค์อย่าทรงกริ้วตอนนี้ไทเฮายื่นมือเข้ามาช่วยพระองค์เองกับมือไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องสำเร็จถึงเวลานั้น หยาดพิรุณที่ว่าฤทธิ์แรง จนช้างศึกม้าคึกก็ไม่อาจทานก็ต้องมาอยู่ในสุราของพระองค์และฝ่าบาท”
น้ำเสียงเกรียมเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และสีหน้ากรุ้มกริ่มของมัวมัวข้างกายทำหลิวฮองเอาเบาใจ และมั่นใจขั้นมาหลายส่วนนางละสายตาจากใบหน้าคนใกล้ชิดแล้วมองไปยังนอกบานหน้าต่าง ทิศทางของตำหนักคู่แค้นในใจหมายมาดวันที่ตนจะได้เหยียบย่ำสตรีคู่อาฆาตนางนั้นให้จมอย่างมีความสุข
และเป็นอย่างที่จางมัวมัวกล่าวเพราะหลังคืนนั้นถัดมาอีกสามวันฮ่องเต้ก็เสด็จมา แม้จะบอกว่ามากินมื้อค่ำด้วยอาจจะไม่ค้างเพราะมีงานต้องสะสางแต่สายเนตรพระองค์ที่มองฮองเฮาก็ทำขันทีนางกำนัลยิ้มกริ่มส่งสายตาหาจังหวะออกจากตำหนักไม่ขาด
“เจ้าอย่าเอาแต่รินสุราให้เจิ้นกินด้วย” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยพลางมองดวงหน้าระเรื่อ งดงามของมเหสีตัวเองก่อนจะคีบเนื้อเป็ดวางในจานของนาง
“หม่อมฉันเพียงเห็นพระองค์เสวยอาหารที่หม่อมฉันทำเท่านี้ก็อิ่มแล้วเพคะ อีกอย่างคืนนี้พระองค์อยู่ที่นี่ได้ไม่นานหม่อมฉันจึงอยากดูแลพระองค์ให้มากหน่อย”
“เดี๋ยวนี้เจ้าพูดเอาใจเจิ้นก็เป็นแล้วนะแต่ไม่ใช่ว่าในสุรานั่น”
หญิงสาวเหลือบสายตามองตามสวามีรอยยิ้มกริ่มของเขาทำนางอมยิ้มก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยแผ่วด้วยน้ำเสียงเย้ายวน
“ตอนนี้ยังแต่หากพระองค์ต้องการหม่อมฉันก็สามารถทำตามพระบัญชาได้เสมอ”
“แล้วถ้าหากเจิ้นไม่ต้องการสิ่งกระตุ้นแต่ความรู้สึกของเจ้าเล่าได้หรือไม่”
“ไม่ว่าสิ่งใดหากพระองค์ต้องการหม่อมฉันย่อมทำตามพระบัญชาได้เสมอเพคะ”
ใบหน้าสองคนที่ยื่นเข้าไปใกล้กันจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นฉาบไปด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม และเจ้าเล่ห์ก่อนสายเนตรของพระเจ้าแผ่นดินจะเหลือบมองลงยังร่องอกของมเหสีตัวเองที่วันนี้นางก็ยังตั้งใจแต่งตัวยั่วยวน พรมน้ำมันกลิ่นรัญจวนหอมอบอวลไปทั้งห้อง
“คืนนี้เจิ้นไม่กลับห้องอักษรแล้วให้เฉินกงกงไปเตรียมชุดมา” สุรเสียงกังวานดังก้องตำหนักฮองเฮาก่อนร่างสูงใหญ่ในชุดว่าราชการจะลุกขึ้นเดินไปช้อนร่างบอบบางของสตรีด้านข้างแล้วพาเดินไปทางเตียงบรรทมตลอดทางดวงหน้าทั้งสองมองกันไม่ละ ความรู้สึกกระหายโดยไร้ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดทำทั้งคู่ตื่นเต้นอย่างประหลาด
ความรู้สึกหื่นกระหายและกระสันช่วยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายทั้งคู่ออกมา
“อร่าฮองเฮา…ไม่คิดว่าไร้ยาปลุกกำหนัดเจ้าก็ทำให้เจิ้นร้อนรุ่มราวโดนเผาได้ซี้ดดด” ฝ่าพระหัตถ์ร้อนระอุคลึงถันทั้งสองข้างพร้อมกับที่ช่วงล่างของพระองค์ตอกกระแทกเข้ามาไม่ยั้ง
“อื้ออฝ่าบาท…กระหม่อมกระหม่อมก็รู้สึกเช่นกัน อร่า..” พระนางเอ่ยเสียงหวานเย้ายวนสะโพกผายร่อนตอบอย่างแรง หัตถ์ข้างหนึ่งของพระนางคลึงถันตัวเองส่วนอีกข้างลูบท่อนขาท่อนแขนสวามีที่เวลานี้ร่างกายโทรมเหงื่อไม่ต่างจากพระนางอย่างกระสันความรู้สึกในคืนนี้มันวิเศษยิ่งความรู้สึกพระนางร่างกายสั่นเกร็งตอบรับทุกอย่างที่สวามีมอบให้ทำพระนางตื่นเต้นราวเด็กสาวพึ่งได้ลิ้มลองสุขทางกาย
สายน้ำเชื้อมากมายจากท่อนเอ็นแข็งแรงพุ่งเข้าสู่ร่องสวาทพระนางหลายรอบด้วยเวลาเพียงไม่นานทำคนที่เฝ้ารอสิ่งนี้อิ่มอก อิ่มใจยิ่งกว่าอะไรทั้งปวง
‘ครั้งนี้ข้าต้องมีครรภ์แน่ๆ’
เสียงซอยเท้าเร็วมุ่งเข้าสู่ตำหนักหย่งเห้อหน้าไม่ดีประกอบกับลมหายใจเหนื่อยหอบบ่งบอกว่าสิ่งที่จะมารายงานนั้นไม่ดีนัก
“พระสนมคืนนี้ฝ่าบาทค้างที่ตำหนักโซ่คังเพคะ”
“ข้าคิดแล้วว่านางฮองเฮาแพศยานั่นต้องไม่มีทางปล่อยฝ่าบาทออกมาง่ายๆ”กำปั้นเล็กทุบโต๊ะอย่างเจ็บใจ สายตาอาฆาตของนางมองไปเบื้องหน้าไร้จุดหมายหลังได้ฟังสิ่งที่มัวมัวข้างกายรายงานต่อจากนางกำนัลที่ให้ไปเฝ้ามองตำหนักนั้นมา
กายบอบบางในชุดนอนผ้าลื่นเนื้อบางก้าวลงมาจากบัลลังก์เดินวนไปมาอย่างครุ่นคิดก่อนนี้หากไม่ใช่เพราะแผนล้มป่วยของนางคิดว่ากว่าจะได้เจอฝ่าบาทคงยากแต่ตอนนี้แผนการนี้ดูจะไม่ได้ผลอีกแล้วเพราะไทเฮาที่ยื่นมือเข้ามาบังคับฝ่าบาทให้อยู่กับสตรีนางนั้น ตอนนี้นางจะทำอย่างไรดีให้พระองค์อยู่ที่แห่งนี้ไม่ไปไหน
“เจ้าไปหาท่านพ่อแล้วบอกว่าข้าต้องการให้ช่วย”นางซุบซิบข้างหูบ่าวเก่าแก่ด้วยสีหน้าและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะผละออกมองคนข้างกายออกไปเพื่อทำตามที่นางสั่ง
“อยากรู้นักว่าหากพรุ่งนี้ข้าตั้งครรภ์ฮองเฮาอย่างเจ้าจะดิ้นรนอย่างไรต่อ”