เฉินอี้ที่ถูกมัดมือทั้งสองข้างเดินตามแรงดึงของเฝอจิ่วเซ่อที่เดินนำอยู่ด้านหน้าโดยมิได้ขัดขืนอันใด
เขาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติเมื่อเสียงจอแจรอบตัวเริ่มหายไปและรู้สึกเหมือนเฝอจิ่วเซ่อพาเขาออกมานอกเมือง
เฉินอี้จึงเอ่ยถามเฝอจิ่วเซ่อว่าเขานำจางฝูลู่ไปไว้ที่ใดเฝอจิ่วเซ่อจึงหยุดเดินและหันมาหัวเราะให้เขา “ตาบอดแต่มิได้โง่นี่เจ้า[1]ลูกกระต่ายทิ้งไม้เท้าของเจ้าไปซะ” เฝอจิ่วเซ่อสั่ง
เมื่อเฉินอี้ทิ้งไม้เท้าของเขาลงกับพื้นเฝอจิ่วเซ่อก็พุ่งตัวเข้ามาต่อยที่ท้องของเฉินอี้ เขาทรุดตัวลงจุกจนตัวงอจากนั้นก็กระชากมือเขาและใช้เชือกมัดไว้ทั้งสองข้าง “ก็มิเห็นเก่งอันใดนี่” เฝอจิ่วเซ่อกล่าวขณะจับเฉินอี้มัด
จากนั้นก็บังคับให้เฉินอี้ลุกขึ้นยืนและเดินตามเชือกที่เขาล่ามมือเฉินอี้ไว้ดึงให้เฉินอี้ออกเดินเหมือนจูงลา
“มิเห็นต้องทำเช่นนี้เลย บอกข้าดีๆ ข้าก็ยอมไปกับเจ้าอยู่แล้ว”เฉินอี้เดินตามแรงดึง ใบหน้าเหยเก เจ็บทั้งที่โดนต่อย เจ็บทั้งข้อมือ
“คนเจ้าเล่ห์เช่นเจ้าน่ะรึจะยอมมากับข้าดีๆ” เฝอจิ่วเซ่อกล่าวเสียงเยาะเย้ย
“ก็เพื่อนข้าอยู่กับเจ้าแล้วข้าจะไปทำอันใดได้อีกเล่า ข้าเป็นห่วงเพื่อนข้าข้าก็ต้องยอมไปกับเจ้าดีๆ อยู่แล้วมิใช่หรืออย่างไร” เฉินอี้กล่าวตัดพ้อปนโมโหนิดๆเฝอจิ่วเซ่อจึงเงียบไป
อันที่จริงเจ้าลูกกระต่ายพูดมาก็ถูกท่าทีของมันก็ยินยอมอ่อนข้อให้เขาแล้ว เขาจะไปต่อยมันทำไมอีกนะ เฝอจิ่วเซ่อคิดในใจ“ข้าก็ระวังเจ้าไว้ก่อนอย่างไรเล่า” เฝอจิ่วเซ่อหันไปเถียงกับเฉินอี้
“พี่เฝอ ข้าตาบอดนะ ทำเช่นนี้โหดร้ายกับข้ามากเกินไปไหม”
เฝอจิ่วเซ่อเถียงไม่ออกอีกเขาเริ่มหงุดหงิดกับไอ้เด็กตาสีม่วงนี่แล้วจึงหยุดเดินและกระชากเชือกในมืออย่างแรงจนเฉินอี้ถลาล้มลงหัวเข่ากระแทกพื้น“โอ๊ะ!!”
เฝอจิ่วเซ่อมองร่างที่กองอยู่กับพื้นสีหน้าเจ็บปวด“หากยังไม่หุบปาก ข้าจะมัดปากเจ้าด้วย! ลุกขึ้นมาเร็ว!”
เฝอจิ่วเซ่อกระตุกเชือกอย่างแรงเพื่อให้เฉินอี้ลุกขึ้นเฉินอี้กัดฟันข่มความเจ็บปวด “เถียงสู้มิได้ก็ใช้กำลัง”เขาบ่นและเดินกะเผลกตามเฝอจิ่วเซ่อไปจนถึงกระท่อมร้างบนเขา
เฉินอี้เดินลากขาอย่างเหนื่อยอ่อนทั้งกระหายน้ำและเจ็บระบมไปหมดทั้งตัว
“อาอี้!” เสียงของจางฝูลู่ดังขึ้นเฉินอี้ใจเต้นระรัวด้วยความดีใจที่ได้ยินเสียงของจางฝูลู่อีกครั้ง
“เหล่าจาง!”เฉินอี้กำลังจะถลาเข้าไปตามเสียงนั้นกลับโดนกระชากเชือกที่ข้อมือจนล้มลงไปนั่งพับเพียบกับพื้นแต่ตายังมองไปจุดที่เขาได้ยินเสียงของจางฝูลู่อยู่ด้วยความเป็นห่วง
“เหล่าจาง! เจ้าเป็นอันใดหรือไม่ เจ้าบาดเจ็บหรือเปล่า”เฉินอี้ร้องถามทั้งที่ตนเองก็โดนลากไปที่เสาต้นหนึ่งและถูกมัดติดกับเสาเอาไว้
“อาอี้! ข้าไม่เป็นไร! นี่! เฝอจิ่วเซ่อ! เจ้าอย่ารุนแรงกับเขาได้ไหมเขาสู้เจ้ามิได้เสียหน่อย!” จางฝูลู่ตะโกนด้วยความโกรธที่เฝอจิ่วเซ่อ กระชากเฉินอี้ไปมาโดยไม่ปราณีปราศรัยเลยสักนิด
“ข้าไม่ทิ้งมันไว้กลางป่าก็ดีแค่ไหนแล้ว! มันพูดมากมาตลอดทางหัวข้าจะระเบิด!” เฝอจิ่วเซ่อหันไปตะคอกใส่จางฝูลู่
“เฝอจิ่วเซ่อ เจ้าทำรุนแรงกับเขาเช่นนั้นแล้วได้อันใดหากเขาเป็นอะไรขึ้นมาเจ้าจะได้พี่ใหญ่ของเจ้าคืนหรือ”
เฉินอี้ได้ยินเสียงหญิงสาวคนหนึ่งกล่าวขึ้นเสียงของนางฟังคุ้นหู แล้วเขาก็นึกออก
เสียงนั้นคือหญิงสาวที่นำทางเขากลับไปที่โรงเตี๊ยมมิใช่หรือ เหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า
เฝอจิ่วเซ่อหันมามองเฉินอี้ที่สภาพสะบักสะบอมกว่าใครเพื่อนเพราะโดนลากถูลู่ถูกังมาตลอดทาง
“เฝอจิ่วเซ่อ เอาน้ำให้เขาดื่มหน่อยเถิด” ลู่เจียวซินกล่่าว
เฝอจิ่วเซ่อทำตามอย่างว่าง่ายจนจางฝูลู่ที่ถูกมัดติดอยู่ที่เสาต้นเดียวกันกับนางแปลกใจ
จินลี่หยางกับลู่จางเหว่ยยืนปรึกษากันอย่างเคร่งเครียดจงฉงกับต้วนห่าวอู๋อ่านข้อความในกระดาษแล้วก็มีสีหน้าอึมครึมลงทั้งคู่
‘หากอยากได้ลู่เจียวซิน จางฝูลู่ เฉินอี้กลับไป คืนนี้ยามจื่อ (ห้าทุ่มถึงตีหนึ่ง) ให้นำตัวหวูเอินสื่อชิงฉี เฝอจูจี มาแลกตัวประกันที่กระท่อมร้างบนเขาซีฝู่ทิศเหนือ’
“มิน่าเล่า เจ้านักโทษสามคนนั้นจึงมีสีหน้าเย่อหยิ่งถือดีที่แท้ก็ยังมีพวกของมันอยู่ข้างนอกนี่เอง” ต้วนห่าวอู๋กล่าวเสียงขรึม
“พวกมันขอแลกตัวประกันคืนนี้ คงเพื่อมิให้เราเตรียมกำลังทหารไว้ได้ทัน”ลู่จางเหว่ยกล่าวเสียงสั่น
จินลี่หยางพยักหน้า“มีกำลังเท่าใดก็ต้องนำไปก่อน ความปลอดภัยของตัวประกันสำคัญที่สุดแต่เราก็มิอาจปล่อยตัวนักโทษไปได้ ต้องวางแผนให้รัดกุมอาจจะต้องเข้าไปลองคุยกับนักโทษสามคนนั้นเสียก่อนเพื่อหยั่งเชิงฝ่ายตรงข้าม”
ลู่จางเหว่ยพยักหน้าและเดินตรงไปยังส่วนของที่คุมขังนักโทษ
“ซื่อจื่อ ผู้ที่โดนจับตัวไปเป็นใครบ้างหรือ?” จงฉงเอ่ยถาม
“เป็นน้องสาวของลู่จางเหว่ยหนึ่งคนอีกสองคนเป็นสหายของข้าที่มาจากซุนฉือด้วยกัน”จินลี่หยางกล่าวไปหัวใจก็เหมือนถูกบีบ
ถูกจับเป็นตัวประกันไม่มีทางที่จะไม่ได้รับบาดเจ็บภาพเฉินอี้ที่ถูกมีดบาดที่คอยังติดตาจนจินลี่หยางถอนใจอย่างหนัก
แต่อย่างน้อยยังมีจางฝูลู่อยู่ด้วยถึงอย่างไรเขาก็ดูแลเฉินอี้ได้ คงไม่ปล่อยให้เกิดอันตรายอันใดขึ้น แต่เมื่อคิดๆไปแล้ว จะเป็นใครช่วยใครก็มิอาจรู้ได้เพราะเฉินอี้นั้นค่อนข้างใจกล้าบ้าบิ่นกว่าจางฝูลู่มากนัก
ชายร่างใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามาภายในศาลอายุน่าจะพอๆ กับจงฉง แต่งกายด้วยผ้าเนื้อดีราคาแพง มีบ่าวรับใช้ติดตามมาด้วยสองคน
“จางเหว่ย! จางเหว่ย! เจ้าอยู่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้”
ทหารที่ยืนรักษาการอยู่รีบวิ่งเข้าไปหาชายคนนั้นและยกมือคำนับ“ท่านลู่ขอรับ ตอนนี้รองหัวหน้าลงไปที่คุกเพื่อสอบปากคำนักโทษขอรับ”
ลู่ฉงเยวี่ยยืนหอบหายใจมิใช่เพราะความโกรธแต่เป็นความตระหนก
จินลี่หยางเดินไปหาและเอ่ยถาม“ขออภัย มิทราบว่าท่านคือผู้ใดขอรับ”
ลู่ฉงเยวี่ยที่ยืนเท้าเอวอยู่ก็ลดมือลงและปรับเสียงให้ดีขึ้น“ข้านามว่าลู่ฉงเยวี่ยเป็นบิดาของลู่จางเหว่ยกับลู่เจียวซิน”
“ข้าจินลี่หยาง หัวหน้ากองทหารรักษาเมืองซุนฉือขอรับ”
ลู่ฉงเยวี่ยพยักหน้าอย่างร้อนใจ“มีอันใดให้ข้าช่วยหรือไม่ รีบบอกข้ามาข้าจะช่วยพวกท่านทุกอย่างข้าเป็นห่วงลูกสาวข้าเหลือเกินแล้ว"ลู่ฉงเยวี่ยหันไปกล่าวกับจงฉงและต้วนห่าวอู๋ด้วย ตอนนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะแนะนำตัวอันใดกับใครอีกแล้ว
“พวกมันขอนัดแลกตัวประกันคืนนี้ยามจื่อ ปัญหาของเราคือกำลังทหารมีไม่เพียงพอทำให้เกรงว่านอกจากจะแลกตัวประกันไม่สำเร็จแล้วยังอาจจะทำนักโทษหลุดมือไปด้วย”จินลี่หยางกล่าว
“เรื่องนั้นท่านมิต้องกังวล ท่านใช้คนของข้าได้”ลู่ฉงเยวี่ยหันไปสั่งบ่าวคนหนึ่งของเขา จากนั้นบ่าวก็วิ่งออกไปจากศาล
“ท่านพ่อ!” ลู่จางเหว่ยเดินออกมาสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อเห็นบิดาของตนเองจึงรีบเดินเข้ามาหา
“ได้ความว่าอย่างไรบ้าง” จินลี่หยางเอ่ยถาม
ลู่จางเหว่ยส่ายหน้า“มิได้ความอันใดเลย พวกมันกวนโทสะข้าจนแทบจะเอากระบี่แทงมันตาย!”ลู่จางเหว่ยกล่าวพลางหอบหายใจ
“ท่านพ่อ ถ้าอย่างไรเรื่องคนข้าอาจจะต้องรบกวนท่าน”
ลู่ฉงเยวี่ยรีบโบกมือ“มิต้องห่วงเรื่องนั้นแล้ว พ่อจัดการแล้วยังมีแผนการอันใดอีกหรือไม่”
“ลู่จางเหว่ย ท่านเรียกรวมทหารของท่านทั้งหมดที”จินลี่หยางเหมือนนึกอันใดขึ้นมาได้ “ข้าคิดว่าอาจจะมีคนของท่านหายไป”
ลู่จางเหว่ยขมวดคิ้ว“เหตุใดหรือ”
“ข้ากับสหายเพิ่งเดินทางมาถึงฉางผิงเมื่อวาน ไม่มีใครรู้จักพวกเขา คนที่รู้ว่าเฉินอี้กับจางฝูลู่เป็นสหายของข้ามีเพียงคนของท่านเท่านั้น”จินลี่หยางกล่าว ลู่จางเหว่ยมีสีหน้าเข้าใจทันที
จงฉงพยักหน้า“มีเกลือเป็นหนอนในกองทหารของเจ้า”
ลู่จางเหว่ยเรียกรวมกองทหารและให้คนไปตามทหารที่กองทหารรักษาเมืองทั้งหมดมาที่ศาลเมืองฉางผิง
[1] ลูกกระต่าย -เป็นคำด่าเด็กผู้ชายอายุน้อยกว่า